- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 685 : มาดักรอ
ตอนที่ 685 : มาดักรอ
ตอนที่ 685 : มาดักรอ
ตอนที่ 685 : มาดักรอ
“ประธานลู่ดูสิครับ! คนที่คุณรออยู่กลับมาแล้ว!”
เมื่อได้ยินเสียงที่ดังขึ้นข้างหู ประธานลู่ที่นั่งอยู่ก็ลุกขึ้นยืนแล้วมองไปทางนั้น ก่อนจะเห็นผู้หญิงที่สะพายกระเป๋าเป้กำลังเดินเข้ามาใกล้ประตูใหญ่จริงๆ
ปล่อยให้ฉันรอซะตั้งนาน
เขาหรี่ตามองไปทางนั้นและตั้งใจจะดูให้ชัดเจนว่าผู้หญิงที่ชีลี่ลี่และพวกของเธอเสนอมาเป็นยังไง
อืม ส่วนสูงไม่เลว ขาเรียวยาว
หืม ถึงบนใบหน้าจะเปื้อนคราบสกปรกไปหน่อย แต่ก็เห็นได้ชัดว่ามันเป็นการพรางตัว เขาที่เห็นโลกมามากย่อมรู้ดีว่าผู้หญิงจำนวนไม่น้อยเพื่อความปลอดภัยของตัวเองพวกเธอจึงจงใจทำตัวเองให้ดูน่าเกลียด
และนั่นก็หมายความว่าหน้าตาจริงๆ ของผู้หญิงคนนี้จะต้องดูไม่เลวแน่!
แถมร่างกายของเธอยังถูกห่อหุ้มอย่างมิดชิด แม้จะไม่ได้เผยให้เห็นผิวพรรณมากนัก แต่มันก็ไม่อาจปิดบังส่วนที่ควรจะเว้าโค้งและส่วนที่ควรจะนูนได้!
สุดยอดจริงๆ!
ดวงตาของประธานลู่เป็นประกาย!
คนพวกนี้ที่อยู่ข้างๆ เขาไม่ได้โกหก จางอวิ๋นหยาคนนี้เป็นของดีที่ซ่อนตัวอยู่จริงๆ!
ฮ่าฮ่า
การรอคอยของเขามีผลตอบแทนแล้ว
ส่วนจางอวิ๋นหยาที่เพิ่งจะวิ่งกลับมาถึงก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เธอมองไปที่คนสองสามคนที่อยู่หลังประตูใหญ่ที่กำลังจ้องมองมาทางเธอ
เอ๊ะ?
นั่นมันชีลี่ลี่ไม่ใช่เหรอ?
ทำไมเธอถึงมายืนอยู่ตรงนี้ แล้วทำไมถึงมีคนที่เธอไม่คุ้นหน้าเลยอีก 2-3 คนอยู่ข้างๆ?
จางอวิ๋นหยารู้สึกตะหงิดๆ ในใจ
เพราะเธอพบว่าทันทีที่เธอปรากฏตัว คนพวกนั้นก็พากันจับจ้องมาที่เธอเป็นตาเดียว!
โดยเฉพาะผู้ชายร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ตรงกลางนั่น อีกฝ่ายกำลังใช้สายตาที่น่ารังเกียจกวาดมองร่างกายของเธอขึ้นลงอย่างไม่เกรงใจ ราวกับกำลังปอกเปลือกเธอและลิ้มรสอย่างตามใจชอบ
รู้สึกขยะแขยงจริงๆ
ความคิดนี้ผุดขึ้นในหัวของจางอวิ๋นหยา
เพียงแต่เธอไม่แน่ใจว่าคนพวกนี้มาหาเธอจริงๆ หรือเปล่า ด้วยความที่ไม่อยากมีเรื่อง เธอจึงทำได้เพียงก้มหน้าเดินเข้าไปใกล้ประตูใหญ่และเตรียมจะทำเหมือนไม่รู้ไม่เห็นอะไร
“จางอวิ๋นหยาหยุดก่อน! พวกเรามีเรื่องจะคุยกับเธอ!”
!!!
มาหาเธอจริงๆ!?
ความกังวลในใจก็เริ่มแผ่ขยายออกไปอีกครั้ง จางอวิ๋นหยาชะงักฝีเท้า แล้วค่อยๆ หันตามเสียงผู้หญิงที่เรียกเธอ
“เดี๋ยวก่อนสิอย่าเพิ่งรีบเดินไปไหน! พวกเรามีเรื่องดีๆ มาบอกเธอนะ!”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายหยุดเดิน ชีลี่ลี่ก็ไม่สนใจขาที่อ่อนแรงของตัวเอง เธอเดินเข้าไปหาและจับแขนของจางอวิ๋นหยาอย่างสนิทสนมราวกับเป็นเพื่อนสนิทที่คบกันมานานหลายปี
และเมื่ออีกฝ่ายเข้ามาสัมผัสเธอ จางอวิ๋นหยาก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที
เพราะเธอได้กลิ่นเหม็นอับของเหงื่อไคลของอีกฝ่าย แถมยังมีกลิ่นแปลกๆ ที่เธอไม่เคยได้กลิ่นมาก่อนอีก
แม้อีกฝ่ายเหมือนจะฉีดน้ำหอมคุณภาพต่ำที่หามาจากไหนไม่รู้เพื่อกลบกลิ่น แต่ในระยะใกล้ขนาดนี้เธอก็ยังได้กลิ่นอยู่ดี!
ในขณะที่กำลังจะสลัดอีกฝ่ายออกและรีบหนีไป
ประธานลู่ที่อยู่อีกฝั่งก็พูดขึ้นมา
“เธอคือจางอวิ๋นหยาใช่ไหม! กลับไปฐานสาขาเมืองกว่างโจวกับฉันเถอะ! แล้วจากนี้ฉันจะให้การคุ้มครองเธอเอง!”
เขาโบกมืออย่างใจกว้าง บนใบหน้าก็มีท่าทีที่คิดว่านี่เป็นเรื่องปกติที่สมควรแล้ว และประกาศจะรับผู้หญิงคนนี้เข้าไปดูแลทันที!
เพราะจากการตรวจสอบด้วยสายตาที่เฉียบแหลมของเขา ผู้หญิงที่ชื่อจางอวิ๋นหยาคนนี้สามารถเป็นผู้หญิงของเขาได้อย่างแน่นอน!
!!!!
คนที่อยู่ตรงนั้นก็มีความคิดที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นความประหลาดใจเป็นหลัก
ชีลี่ลี่และผู้ชายอีกสองคนก็ประหลาดใจที่ประธานลู่มองจางอวิ๋นหยาเพียงแวบเดียวก็ถูกใจจริงๆ แต่นั่นก็หมายความว่าการขอย้ายเข้าสู่ฐานสาขาเมืองกว่างโจวของพวกเขามั่นคงแล้ว
แม้ความเด็ดขาดของประธานลู่จะเกินความคาดหมายของพวกเขาไปบ้าง โดยเฉพาะกับผู้ชายทั้งสองคนที่เสียดายที่ไม่ได้เอาตัวของจางอวิ๋นหยาไปให้ประธานลู่ตั้งแต่แรก
ส่วนชีลี่ลี่ในใจก็เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
เมื่อเช้าเธอใช้ทุกวิถีทางเพื่อแลกกับการตอบตกลงของประธานลู่ แต่เพื่อนบ้านผู้หญิงคนนี้กลับถูกอีกฝ่ายมองเพียงแวบเดียวก็เก็บเอาเข้ากระเป๋าเลย นี่ไม่เท่ากับว่าคุณค่าของตัวเธอในใจของอีกฝ่ายเทียบไม่ได้เลยกับจางอวิ๋นหยาหรอกเหรอ!?
เจ็บใจจริงๆ!
ส่วนจางอวิ๋นหยาก็ถูกคำพูดของประธานลู่ทำให้ตกใจจนอึ้งไปแล้ว
อะไรกันเนี่ย!?
อยู่ดีๆ ทำไมถึงมีคนโผล่มาบอกว่าจะคุ้มครองฉันได้??
เธอมองดูเพื่อนบ้านผู้หญิงข้างๆ และผู้ชายอีก 2 คนที่กำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาไม่ปกติ จางอวิ๋นหยาก็ค่อยๆ พบว่าตัวเองนั้นเหมือนจะตกอยู่ในปัญหาที่ยุ่งยากแล้ว!
“ขอบคุณค่ะ แต่ฉันดูแลตัวเองได้”
เธอยังไม่รู้สถานะของชายร่างอ้วนตรงหน้า แต่เธอรู้จักผู้ชาย 2 คนที่มักจะไปไหนมาไหนกับชีลี่ลี่!
สองคนนั้นเป็นคนที่ค่อนข้างเก่งในศูนย์พักพิงแห่งนี้ เรียกได้ว่าเป็นคนที่คนอื่นๆ ไม่กล้าล่วงเกิน
และจากการที่เธอสังเกตชายร่างอ้วนคนนี้ที่มีลูกน้องและยังสามารถทำให้ชายทั้ง 2 คนนั้นยอมเชื่อฟังได้ ดูยังไงก็ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน!
ปฏิเสธเหรอ!?
ประธานลู่อึ้งไปเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าจะมีคนกล้าปฏิเสธการชักชวนของเขา ผู้หญิงคนนี้ไม่รู้หรือยังไงว่าฐานสาขาเมืองกว่างโจวนั้นปลอดภัยแค่ไหน?
คนข้างนอกต่างก็อยากจะเข้าไปจนจะเป็นบ้าอยู่แล้วนะ!
ในขณะที่เขากำลังจะพูดชีลี่ลี่ที่อยู่ข้างๆ จางอวิ๋นหยาก็แก้ต่างให้ประธานลู่ก่อน
“อวิ๋นหยา! เธออย่าปล่อยให้ความหวังดีของประธานลู่ต้องเสียเปล่านะ! เธอไม่รู้เหรอว่าประธานลู่เป็นใคร!? เขาเป็นบุคคลสำคัญของฐานสาขาเมืองกว่างโจวเลยนะ! เป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ดูแลคนเกือบร้อยคนเลยนะ!”
ชีลี่ลี่อธิบายสถานะของประธานลู่ไม่หยุด บรรยายว่าเขาเป็นเหมือนคนที่กุมอำนาจชี้เป็นชี้ตายของฐานสาขาเมืองกว่างโจว
!!
จางอวิ๋นหยาก็ยิ่งรู้สึกหวาดหวั่นในใจ เธอมองประธานลู่ที่อารมณ์ดีขึ้นมาเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
เป็นถึงบุคคลสำคัญของฐานสาขาเมืองกว่างโจวเลยเหรอ!?
แบบนี้ก็รับมือยากแล้ว!
เธอสังเกตเห็นแล้วว่าคนคนนี้เหมือนจะถูกใจเธอ และคำพูดเมื่อครู่ก็คือการเชิญให้เธอไปเป็นผู้หญิงของเขา!
แย่แล้ว!
เมื่อได้ยินชีลี่ลี่แนะนำสถานะของตัวเอง สีหน้าของประธานลู่ก็ดีขึ้นมาก ในความเห็นของเขา ขอแค่ผู้รอดชีวิตข้างนอกได้รู้สถานะของเขา จะมีสักกี่คนที่ไม่กระโดดเข้าใส่เขาอย่างดีใจ!?
บางทีจางอวิ๋นหยาคนนี้อาจจะไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงนิดหน่อยก็เท่านั้น
เขามองไปที่ใบหน้าของผู้หญิงคนนี้และอยากจะเห็นฉากที่เธออ้อนวอนขอให้เขาพาเธอเข้าไปในฐานสาขาเมืองกว่างโจวเร็วๆ
แต่น่าเสียดายที่เขาต้องผิดหวังอีกครั้ง
“ขออภัยด้วยค่ะ! แต่ฉันอยากอยู่ที่นี่!”
จางอวิ๋นหยาปฏิเสธอย่างหนักแน่นอีกครั้ง!
ในตอนนี้เธอไม่มีวิธีการอื่นที่ดีกว่านี้อีกแล้ว เธอทำได้เพียงแสดงจุดยืนและท่าทีของตัวเองให้ชัดเจนทันทีเท่านั้นซึ่งเป็นทางเลือกที่ตรงไปตรงมาที่สุด ไม่อย่างนั้นคนพวกนี้ก็อาจจะตามตื้อเธอไม่เลิก
ประธานลู่ก็รู้สึกว่าไฟแห่งความโกรธของเขาเริ่มปะทุออกมา เขาเบิกตากว้าง แม้แต่การหายใจก็ยังดูหนักหน่วงขึ้นเล็กน้อย เขาส่งสายตาให้ลูกน้องที่อยู่ข้างๆ!
เขาไม่อยากเสแสร้งอีกแล้ว!
ในเมื่อผู้หญิงคนนี้ไม่รู้จักดีชั่วขนาดนี้ งั้นก็จับกลับไปเลยให้สิ้นเรื่อง!
ผู้ชาย 3 คนที่เห็นเจ้านายส่งสัญญาณให้ พวกเขาที่เตรียมตัวมาอย่างดีก็ทำหน้าตาดุร้ายเดินเข้าไปหาจางอวิ๋นหยาทันที และตั้งใจจะให้นังตัวแสบคนนี้ได้เห็นความเก่งกาจของพวกเขา
อวิ๋นหยาที่เห็นสถานการณ์กำลังมุ่งไปในทิศทางที่เลวร้ายที่สุด เธอก็ไม่ซ่อนความแข็งแกร่งของตัวเองอีกต่อไป เธอสลัดชีลี่ลี่ที่จับเธอไว้ออก ก่อนจะยกเท้าเตะผู้ชายที่เข้ามาใกล้ที่สุดจนกระเด็น!
พลั่ก!
ขาของเธอที่ผ่านการวิวัฒนาการมาแล้วก็เตะเข้าที่ท้องของผู้ชายที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างแรง!
คนที่โดนเตะก็ไม่คิดเลยว่าผู้หญิงที่ดูบอบบางแบบนี้จะรวดเร็วและว่องไวได้ขนาดนี้ เขาถูกเตะจนกลิ้งเป็นลูกขนุนไปชนเพื่อนอีกสองคนที่อยู่ข้างหลังทันที!
แม้ระดับการวิวัฒนาการของอวิ๋นหยาจะไม่สูงนัก เนื่องจากการขาดสารอาหารเป็นเวลานานเธอจึงวิ่งได้ไม่เร็วเหมือนกับหลินจื้อเจี๋ย แต่พละกำลังหลังจากวิวัฒนาการแล้วก็ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาที่ไม่ได้เตรียมตัวมาจะต้านทานไหว!
ผู้ชายสามคนก็ถูกเตะจนลุกไม่ขึ้นทันที!