เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 675 : ระเบิดเมฆา

ตอนที่ 675 : ระเบิดเมฆา

ตอนที่ 675 : ระเบิดเมฆา


ตอนที่ 675 : ระเบิดเมฆา

ฝ่ายผลิตของฐานลวี่หยวนในปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นฝ่ายที่มีคนมากที่สุดเป็นอันดับสองของทั้งฐาน!

บรรดาวิศวกรต่างๆ ถ้าไม่ได้ไปอยู่ที่ไซต์ก่อสร้างแนวป้องกันหรือไซต์ก่อสร้างชั้นใต้ดิน พวกเขาก็ล้วนอยู่กับตงฮุยกันหมด

ตงฮุยเองก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง เขาสามารถบริหารจัดการเรื่องการผลิตของฐานได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยมาโดยตลอด

ซึ่งนั่นสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของเขาในฐานะอดีตผู้จัดการโรงงานขนาดใหญ่ได้อย่างเต็มที่

ใช่แล้วอย่าได้คิดว่าเขามีแค่ฝีมือทางด้านเทคนิค เพราะในความเป็นจริงแล้วฝีมือในการบริหารของเขานั้นก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย

คนเก่งไม่ว่ายังไงก็ยังเป็นคนเก่งอยู่ดี คนเหล่านี้สามารถเรียนรู้ทักษะต่างๆ และเข้าใจมันได้อย่างรวดเร็ว

ฉินจิ้นที่เดินดูฝ่ายวิจัยและพัฒนาเสร็จก็เดินมาที่ห้องทำงานของฝ่ายผลิตในฐานหลัก

มันเป็นอาคารหลังเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ที่มุมหนึ่งของฐาน มันไม่ได้สูงและมีเพียงแค่ 3 ชั้นเท่านั้น ฉินจิ้นเดินไปที่ห้องทำงานห้องหนึ่งบนชั้น 3 อย่างคุ้นเคย

ในตอนนี้ประตูใหญ่นั้นถูกปิดอยู่ แต่เขาก็สามารถมองผ่านหน้าต่างเข้าไปเห็นตงฮุยที่กำลังจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ดูอะไรบางอย่างอยู่

ก๊อกก๊อก

ฉินจิ้นเคาะประตูเบาๆ และทำให้ตงฮุยที่กำลังตั้งใจทำงานอยู่นั้นเงยหน้าขึ้นมา

หลังจากทักทายกันเล็กน้อย ฉินจิ้นก็นั่งลงบนโซฟาในห้องทำงานนั้น

เขามองดูห้องที่เรียบง่ายมากจนเรียกได้ว่าซอมซ่อห้องนี้และอดไม่ได้ที่จะรู้สึกชื่นชมคนที่มุ่งมั่นกับการทำงานแบบนี้

ในห้องทำงานนอกจากชั้นวางหนังสือที่เต็มไปด้วยเอกสารต่างๆ แล้วก็มีเพียงแค่เครื่องพิมพ์หนึ่งเครื่องและคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานของตงฮุยเท่านั้น

เรียกได้ว่าเรียบง่ายมากจริงๆ

ไม่เหมือนกับห้องทำงานของเขาเลย

ที่ข้างในนั้นมีทั้งตู้เย็น ของตกแต่งอย่างง้าวขนาดใหญ่ ชั้นหนังสือขนาดใหญ่และยังมีผนังด้านหนึ่งที่ใช้สำหรับวางเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ โดยเฉพาะ

และอีกด้านหนึ่งก็ยังมีหน้าจอเพื่อใช้ดูสถานการณ์ต่างๆ แบบเรียลไทม์ได้อีก

“เป็นไงบ้าง? ช่วงนี้คุณแม่สบายดีไหม? มีอะไรที่ต้องการหรือเปล่า ฉันจะได้ให้คนไปหามาให้”

ยังไม่ทันจะถามเรื่องงาน ฉินจิ้นก็ถามถึงแม่ของตงฮุยก่อน

เขาไม่ได้ลืมว่าในแผนการตามหาญาติ ตงฮุยนั้นได้พาแม่ของอีกฝ่ายกลับมาที่ฐานด้วย

ตอนนี้เขาเองก็พอจะได้ยินมาว่าชีวิตของผู้สูงอายุในฐานหลักนั้นไม่เลวเลย เพราะทุกวันพวกเขาจะตามแม่ฉินและแม่บ้านในฐานหลักไปทำงานทำอาหารหรือปลูกผัก

นี่ถือได้ว่าเป็นชีวิตที่สงบสุขมากในวันสิ้นโลกแบบนี้

เมื่อได้ยินผู้นำถามถึงแม่ของตัวเอง ใบหน้าที่เคยเคร่งขรึมของตงฮุยก็อ่อนโยนลงมากทันที

“ขอบคุณประธานฉินที่เป็นห่วงครับ! แม่ของผมสบายดีมาก! ช่วงนี้ก็มักจะไปทำกับข้าวกับปลูกผักทุกวัน จนเริ่มสนิทกับคนในฐานหลายๆ คนแล้วครับ ส่วนสิ่งที่ต้องการช่วงนี้น่าจะยังไม่มีอะไรครับ”

ใช่แล้ว

แม่ของเขาสามารถเข้ามาในฐานลวี่หยวนและปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้จริงๆ

แต่น่าเสียดายที่พ่อของเขาดันโชคร้ายเกินไป จนไม่ได้ตามมาที่นี่ด้วย

สำหรับเรื่องนี้เขาไม่สามารถโกรธแค้นฐานได้ เพราะถ้าฐานไม่ยอมรับเข้ามา อย่าว่าแต่แม่ของเขาเลย แม้แต่ตัวเขาเองก็อาจจะตายไปในโรงงานเคมีแห่งนั้นนานแล้ว

ประธานฉินไม่เพียงแต่จะเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเขา แต่ยังเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตแม่ของเขาด้วย

แผนการตามหาญาติที่ถูกประกาศในตอนนั้นเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดในตอนนั้นจริงๆ เพราะการพาแม่ของเขาที่อยู่ไกลออกไปถึงมณฑลกวางสีกลับมาได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ที่เขาไม่กล้าที่จะคิดถึงแล้ว

ดังนั้นถ้าจะบอกว่าทั้งฐานลวี่หยวนแห่งนี้เขาเชื่อฟังใครมากที่สุด ก็คงไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนๆ นั้นจะต้องเป็นประธานฉินที่อยู่ตรงหน้าเขาคนนี้

“งั้นก็ดี ถ้ามีอะไรที่ต้องการก็บอกฉันมาได้เลย! ด้วยผลงานที่นายสะสมมา ขอแค่ฉันให้ได้ฉันก็จะให้แน่นอน!”

ฉินจิ้นให้สัญญากับหัวหน้าฝ่ายผลิตของตัวเองอย่างใจกว้าง

ตงฮุยก็รีบปฏิเสธอย่างถ่อมตัว สำหรับชีวิตในตอนนี้เขายังจะไม่พอใจอะไรได้อีก?

เขาไม่กล้าคิดด้วยซ้ำว่าถ้าเขากับแม่ต้องออกไปอยู่ข้างนอกพวกเขาจะต้องลำบากกันขนาดไหน?

การอยู่ที่นี่พวกเขาไม่เพียงแต่จะได้กินอิ่มทุกมื้อ แต่ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับสิ่งต่างๆ ที่หาได้ยากแม้แต่ในยุคก่อนวันสิ้นโลก

แค่นี้เขาก็พอใจมากแล้ว

ดังนั้นเขาจึงพยายามอย่างเต็มที่เพื่ออุทิศความสามารถของเขาให้กับฐานมาโดยตลอด

เพราะมีเพียงวิธีนี้เท่านั้น เขาถึงจะรู้สึกว่าเขาได้ตอบแทนบุญคุณของประธานฉิน

และมันก็ไม่ใช้แค่การตอบแทนบุญคุณ เพราะมันเป็นการตอบแทนตัวของเขาด้วย เพราะยิ่งฐานลวี่หยวนแข็งแกร่งขึ้นเท่าไหร่ เขาและแม่ก็จะยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น

“ที่ฉันมาหานายก็เพราะว่าฉันอยากจะรู้ว่าช่วงนี้สถานการณ์ของฝ่ายผลิตเป็นยังไงบ้าง? และมีอะไรที่สามารถผลิตเป็นอาวุธที่มีอานุภาพสูงขึ้นได้อีกไหม?”

หลังจากทักทายเสร็จ ฉินจิ้นก็เข้าประเด็นทันที

ที่เขามานอกจากเขาอยากรู้เรื่องการผลิตแล้ว เขายังอยากรู้ด้วยว่าตงฮุยนั้นมีไอเดียการผลิตอาวุธที่ร้ายแรงกว่าที่มีอยู่ในตอนนี้อีกไหม!

เพราะนี่คือด็อกเตอร์ด้านเคมีตัวจริงเสียงจริงเลยนะ!

ใครจะไปรู้ว่าในหัวของอีกฝ่ายจะมีของดีอะไรซ่อนอยู่อีก?

เมื่อก่อนไม่ปริปากก็ไม่รู้ แต่ช่วงก่อนหน้านี้จู่ๆ ตงฮุยก็เข้ามาหาเขาแล้วบอกว่าตัวเองมีความคิดที่จะสร้างระเบิดเทอร์โมบาริกนั่นจึงทำให้ฉินจิ้นนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นถึงด็อกเตอร์ที่รู้จักส่วนผสมทางเคมีต่างๆ เป็นอย่างดี!

แม้แต่ระเบิดเทอร์โมบาริกและระเบิดที่มีอานุภาพต่ำกว่านั้นก็ยังสามารถสร้างออกมาได้ ไม่แน่ว่าตอนนี้เขาอาจจะยังซ่อนของที่ดีกว่านี้เอาไว้ก็ได้!?

และก็เป็นอย่างที่คิด

เมื่อได้ยินคำถามของฉินจิ้น ตงฮุยก็ใช้มือขวาลูบผมที่ไม่ค่อยมีของเขาก่อนจะพูดออกมาอย่างเขินอายว่า

“ประธานฉิน เรื่องแนวคิดเกี่ยวกับวัตถุระเบิดอานุภาพสูงที่คุณเคยพูดถึงครั้งก่อนผมก็พอจะมีอยู่บ้าง แต่ผมยังไม่เคยได้ทดลองมันจริงๆ ผมเลยยังไม่กล้ารับประกันว่ามันจะใช้ได้ผล......ดังนั้น......”

นี่แหละ!

ตงฮุยยังมีของดีที่ยังไม่ได้เอาออกมาจริงๆ ด้วย!

“ไม่ต้องรับประกันว่ามันจะต้องใช้ได้! ขอแค่มีแนวคิดก็เป็นเรื่องที่ดีแล้ว! นายสามารถเขียนแนวคิดนั้นและขั้นตอนทั้งหมดออกมา ให้คนอื่นไปทดลองและทดสอบได้เลย!”

ฉินจิ้นรอสิ่งนี้อยู่แล้ว!

ไม่กลัวที่จะไม่ทำอะไร แต่กลัวว่าจะไม่ได้ทำมากกว่า

ขอแค่มีแนวคิด ต่อให้ไม่แน่ใจและมีความเสี่ยงสูง เขาก็สามารถสั่งให้คนออกไปทดลองมันข้างนอกได้!

ผู้รอดชีวิตข้างนอกจะตายก็ตายไป แต่ตงฮุยจะเกิดเรื่องขึ้นไม่ได้

พวกผู้รอดชีวิตข้างนอกขอแค่จ่ายอาหารจำนวนหนึ่งให้พวกเขา ก็มีคนที่พร้อมจะเข้าร่วมการทดสอบตั้งมากมายแล้ว!

ความเสี่ยงอะไรพวกนั้นพวกเขาส่วนใหญ่ไม่สนใจด้วยซ้ำ พวกเขาสนใจแค่การได้กินอิ่มเท่านั้นเพราะถ้าพวกเขาไม่ได้กินพวกเขาก็จะต้องอดตายกันอยู่ดี!

เมื่อได้ยินผู้นำพูดแบบนี้ ตงฮุยก็ไม่เกรงใจที่จะเก็บมันไว้อีกต่อไป เพราะเขารู้ว่าผู้นำของเขาต้องการอะไร

เขาหันหลังเดินกลับไปที่คอมพิวเตอร์ของตัวเอง จากนั้นเขาก็จัดการเปิดไฟล์หลายไฟล์แล้วให้ฉินจิ้นดู

“ประธานฉิน นี่คือข้อมูลที่ผมรวบรวมมา มีบางส่วนที่หามาได้จากโรงงานเคมีก่อนหน้านี้และยังมีข้อมูลล้ำค่าอีกไม่น้อยที่ผมได้แลกเปลี่ยนมาจากผู้รอดชีวิตข้างนอก”

“ขอแค่พวกเราสามารถหาอุปกรณ์และวัสดุสำคัญเหล่านี้เจอ พวกเราก็น่าจะสามารถทดลองสร้างระเบิดเมฆาออกมาได้!”

ระเบิดเมฆา!!

ฉินจิ้นตาสว่างวาบทันที!

ของดีนี่นา!

ระเบิดอย่างระเบิดเมฆามันได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในระเบิดที่มีอานุภาพรุนแรงที่สุดรองจากระเบิดนิวเคลียร์!

ได้ยินมาว่าลูกระเบิดที่มีขนาดเท่ากันนั้นตัวของระเบิดเมฆาจะมีอานุภาพเป็น 3-8 เท่าของระเบิด TNT!!

ถ้าในตอนที่พวกเขาโจมตีฐานความหวังใหม่ พวกเขามีอาวุธชนิดนี้อยู่ก็ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะมีวิธีการกำจัดอีกฝ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ก็ได้!

แต่น่าเสียดายที่ก่อนหน้านี้แม้พวกเขาจะไปกวาดต้อนขนอาวุธกลับมาจากคลังอาวุธหลายแห่ง แต่พวกเขากลับหาร่องรอยของอาวุธชนิดนี้ไม่เจอเลย

ซึ่งตามหลักแล้ว อาวุธอย่างขีปนาวุธและระเบิดอานุภาพสูงมักจะไม่ถูกเก็บไว้ในคลังอาวุธที่ไม่ค่อยสำคัญและไม่มีคนคอยดูแลเป็นเวลานาน

ดังนั้นมันจึงมีความเป็นไปได้สูงที่พวกมันจะมีอยู่แค่ในฐานทัพหลักๆ เท่านั้น

และสถานที่เหล่านั้นก็ถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิด จนแม้แต่ฉินจิ้นก็ยังไม่มีข่าวของพวกมัน

หลังจากได้ยินการแนะนำของตงฮุย ฉินจิ้นก็ตัดสินใจทันทีว่าเขาจะต้องครอบครองอาวุธชนิดนี้ให้ได้!

จบบทที่ ตอนที่ 675 : ระเบิดเมฆา

คัดลอกลิงก์แล้ว