เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 670 : ขยายกำลังคนและอาหาร

ตอนที่ 670 : ขยายกำลังคนและอาหาร

ตอนที่ 670 : ขยายกำลังคนและอาหาร


ตอนที่ 670 : ขยายกำลังคนและอาหาร

ฐานลวี่หยวน

ฐานย่อย

ผ่านไปหลายวันแล้วหลังจากที่พ่อแม่ของหลี่ไฉได้เสียชีวิตไป

ในตอนนี้หลี่ไฉก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่ฐานลวี่หยวนแล้ว

ฉินจิ้นก็อนุมัติให้เธอสามารถเข้าพักในหอพักของบุคลากรในฐานย่อยได้เป็นกรณีพิเศษ

และยังมอบสถานะบุคลากรระดับ 3 ให้เธอด้วย

ไม่ว่าจะเป็นสถานะของลูกสาวเพียงคนเดียวของอดีตผู้นำศูนย์พักพิงเหมืองถ่านหินหรือสถานะผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตของเขาในชาติที่แล้ว แต่พวกมันก็ล้วนเพียงพอแล้วที่จะทำให้ฉินจิ้นมอบสถานะบุคลากรระดับ 3 ให้เธอ

แต่น่าเสียดายที่

ผลประโยชน์ที่ผู้รอดชีวิตภายนอกต่างก็มองว่าเป็นการก้าวกระโดดอย่างมาก กลับไม่ได้ทำให้หลี่ไฉดีใจเลย

พ่อแม่ของเธอจากไปหมดแล้ว

โลกใบนี้เหลือแค่เธอเพียงคนเดียวที่ยังต้องอยู่ต่อไปอย่างโดดเดี่ยว

ไม่สิ

ต้องบอกว่าเธอยังมีกลุ่มเพื่อนที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาอยู่อีก

“พี่ไฉ อย่าเสียใจไปเลยนะ ต่อให้คุณลุงคุณป้าจะจากไปแล้วพี่ก็ยังมีพวกเรานะ! พวกเราจะเดินเคียงข้างพี่ต่อไปเอง!”

“ใช่แล้ว อาไฉ เธอยังมีพวกเรา! ขอแค่พวกเราพยายามไปด้วยกัน ในอนาคตพวกเราจะต้องได้เห็นสังคมใหม่อย่างแน่นอน! ฐานลวี่หยวนจะต้องฟื้นคืนความรุ่งโรจน์ของมนุษยชาติได้แน่!”

ในช่วงเวลาหลังเลิกงาน อาจินก็มาปลอบโยนหลี่ไฉที่กำลังเสียใจ

ทุกคนรู้แล้วว่าพ่อแม่ของเพื่อนคนนี้ได้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อไม่กี่วันก่อน

เรื่องนี้พวกเขาช่วยอะไรไม่ได้ ต่อให้ฐานจะทุ่มเทแค่ไหน แต่มันก็ไม่สามารถพาทั้งสองคนนั้นรอดพ้นจากเงื้อมมือของมัจจุราชได้

หลายวันต่อมาหลี่ไฉก็ได้จัดการเรื่องหลังความตายของพ่อกับแม่เสร็จสิ้น เธอเผาร่างของทั้งสองคนแล้วนำเถ้ากระดูกไปฝังไว้ในที่ที่ฐานลวี่หยวนจัดไว้ให้สำหรับเก็บเถ้ากระดูกของผู้เสียชีวิตโดยเฉพาะ

ในขณะเดียวกันเธอก็เลือกที่จะอยู่ที่ฐานย่อยเป็นการชั่วคราว

ตอนนี้ก็ถือได้ว่าเธอนั้นได้ปรับตัวเข้ากับที่นี่ในเบื้องต้นแล้ว

สองวันที่ผ่านมาเธอก็เริ่มตามอาจินและเสี่ยวฉงไปทำงานขุดเจาะใต้ดินแล้วด้วย

แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่มีอารมณ์ที่จะไปสมัครเข้าร่วมทีมสนับสนุนภายนอกของฐานลวี่หยวนในตอนนี้

“ขอบคุณพวกเธอนะ ฉันดีขึ้นมากแล้ว”

เธอฝืนยิ้มให้เพื่อนเก่าที่อยู่ข้างๆ และถือเป็นการตอบรับคำปลอบโยนของทุกคน

ที่นี่เป็นสถานที่ที่ดีจริงๆ

ไม่มีความขัดแย้งภายใน ไม่มีภัยคุกคามจากซอมบี้

ทุกคนทำงานตามภารกิจที่เบื้องบนกำหนดให้ทุกวันจากนั้นก็รับอาหารจำนวนหนึ่งเป็นการตอบแทน เรียกได้ว่ามันเป็นสวรรค์บนดินที่หาได้ยากในวันสิ้นโลกจริงๆ

แต่ในใจของเธอก็ยังคงเป็นห่วงคนที่เหมือนถ่านหินอยู่

ไม่รู้ว่าสถานการณ์ของทางนั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง?

ศูนย์พักพิงเหมืองถ่านหินเมืองชานในตอนนี้ ไม่สิ มันควรจะเปลี่ยนชื่อเป็นฐานเหมืองถ่านหินได้แล้ว

คนที่อยู่ที่นั่นได้รับอนุญาตให้อยู่ที่นั่นต่อเพื่อทำงานขุดถ่านหินและรับอาหารจากฐานลวี่หยวนเป็นการตอบแทน

เพียงแต่อำนาจในการควบคุมฐานเหมืองถ่านหินนั้นได้เปลี่ยนเป็นของฐานลวี่หยวนอย่างสมบูรณ์แล้ว

หลิวเหวินฮ่าวหัวหน้าทีมต่อสู้ของฐานลวี่หยวนก็เพิ่งจะไปดูแลงานของที่นั่นเมื่อไม่นานมานี้และพวกเขาก็ได้จับผู้รอดชีวิตรอบๆ ที่เคยเข้าร่วมการโจมตีฐานเหมืองถ่านหินมาฆ่าทิ้งอย่างต่อเนื่อง!

และทำให้ทุกคนที่อยู่รอบๆ รู้ว่าในอนาคตฐานเหมืองถ่านหินแห่งนี้เป็นทรัพย์สินของใคร!

ได้ยินมาว่าผู้รอดชีวิตเหล่านั้นถูกฆ่าจนขวัญหนีดีฝ่อ ความฮึกเหิมที่บุกโจมตีฐานเหมืองถ่านหินในวันนั้นก็ได้หายไปจนหมดสิ้นและพวกเขาก็ได้แต่เกลียดตัวเองที่มีขาน้อยเกินไปจนทำให้วิ่งช้า

และด้วยเหตุนี้

สถานที่ที่พ่อของเธอเคยสร้างขึ้นจึงไม่ได้เป็นของตระกูลหลี่อีกต่อไปแล้ว

แต่หลี่ไฉก็ไม่ได้รู้สึกโกรธแค้นอะไร เพราะนี่เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว

เมื่อพ่อแม่ของเธอจากไป ตัวเธอเองก็ไม่มีใจที่จะนำคนเหล่านั้นเอาชีวิตรอดต่อไปอีกแล้วหรือจะบอกว่าความสามารถในด้านนี้ของเธอยังไม่เพียงพอก็ได้

ผู้นำฐานลวี่หยวนที่ชื่อฉินจิ้นคนนั้นก็เคยถามกับเธอแล้วว่า เธออยากจะกลับไปเป็นผู้จัดการดูแลฐานเหมืองถ่านหินหรือไม่

แต่เธอก็ปฏิเสธไป

เธอเหนื่อยแล้ว

ช่วงนี้เธอแค่อยากจะอยู่อย่างสงบๆ โดยไม่ต้องใช้สมองและตามอาจินไปทำงานยุ่งๆ ทุกวัน พอถึงเวลาเลิกงานเธอก็จะได้เพลิดเพลินไปกับความสงบสุขของที่นี่ได้

สำหรับเรื่องที่ผู้นำฐานลวี่หยวนคนนั้นทำไมถึงได้ดูแลเธอเป็นพิเศษ เธอเองก็เคยถามถึงสาเหตุนั้น แต่คำตอบที่ได้ก็ยังคงเป็นเพราะเธอเคยช่วยเขาเอาไว้

หลี่ไฉก็คิดจนหัวแทบแตก แต่เธอก็ยังนึกไม่ออกว่าตัวเธอเคยไปช่วยผู้นำฐานลวี่หยวนคนนี้ไว้ตอนไหน

ผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้บอกเธอตรงๆ

สุดท้ายเธอก็ทำได้เพียงถือว่ามันเป็นคำตอบที่ไม่มีคำตอบ

เธอนั้นไม่เพียงแต่จะได้รับความช่วยเหลือจากอีกฝ่าย เพราะในขณะเดียวกันเขาก็ได้ช่วยศูนย์พักพิงเหมืองถ่านหินและคนที่อยู่ข้างในนั้น ต่อมาก็ยังทุ่มทรัพยากรทั้งหมดเพื่อช่วยรักษาชีวิตพ่อแม่ของเธอ ทรัพยากรที่ใช้ไปนั้นก็นับว่าไม่น้อยเลย

สุดท้ายอีกฝ่ายก็ยังให้สิทธิ์เธอได้อยู่ที่นี่อีก

ไม่ว่าอย่างไรทั้งสองฝ่ายก็ถือว่าได้หายกันแล้ว

เพราะดูจากพฤติกรรมที่ผู้นำคนนั้นเย็นชากับเธอมากขึ้นเล็กน้อยในช่วงสองวันที่ผ่านมาเธอก็พอจะสามารถสรุปได้ประมาณนี้

แต่แบบนี้ก็คงจะดีที่สุดแล้ว

แม้จะไม่รู้ว่าตัวเธอเคยไปช่วยเขาตอนไหน แต่การที่ทั้งสองฝ่ายไม่มีบุญคุณความแค้นต่อกันนั้นก็นับว่าดีที่สุดแล้ว

ตอนนี้เธอคงต้องตั้งหลักให้มั่นคงก่อนเถอะ วันข้างหน้าก็ค่อยดูกันว่าจะวางแผนอย่างไร

แต่ในใจของเธอนั้น

มันก็ยังคงมีความรู้สึกอยากทำอะไรบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกอยู่

บางทีเธออาจจะได้ทำมันในอนาคต

ปฏิบัติการกวาดล้างกองกำลังที่เข้าร่วมกองทัพฐานความหวังใหม่ก็เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว

หลายวันต่อมาผู้รอดชีวิตรอบๆ ต่างก็รู้ว่าฐานลวี่หยวนได้กวาดล้างกองกำลังที่เคยเข้าร่วมกองทัพฐานความหวังใหม่จนหมดสิ้นแล้ว!

และคำสั่งไล่ล่าก็จะยังมีผลบังคับใช้ต่อไป ดังนั้นสำหรับผู้รอดชีวิตที่เป็นศัตรูนี่คือดาบที่แขวนอยู่บนคอของพวกเขา!

เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ตัวตนของพวกเขาถูกเปิดเผย พวกเขาก็อาจจะถูกผู้รอดชีวิตข้างๆ ตัดหัวเอาไปรับรางวัลที่จุดแลกเปลี่ยนของฐานลวี่หยวนได้

มันเป็นวิธีการที่โหดเหี้ยมมาก!

แต่นี่ก็คือสไตล์ของฐานลวี่หยวน ผู้รอดชีวิตจำนวนไม่น้อยที่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาหลายครั้งจึงไม่แปลกใจเท่าไหร่

รู้แบบนี้แล้วจะทำไปตั้งแต่แรกทำไม

ด้วยเหตุนี้

ทั้งมณฑลกวางตุ้งจึงแทบจะเรียกได้ว่าเป็นของฐานลวี่หยวนอย่างสมบูรณ์แล้ว!

ไม่ว่าจะกองกำลังหรือผู้รอดชีวิตคนไหน แต่ตราบใดที่อยู่ในบริเวณนี้พวกเขาก็จะต้องรู้ถึงความน่ากลัวของชื่อนี้!

ในอนาคตเมื่อเห็นคนที่ติดตราสัญลักษณ์ของฐานลวี่หยวน พวกเขาก็จะต้องรู้ว่านี่คือสมาชิกอย่างเป็นทางการของฐานลวี่หยวน

ถ้าพวกเขาไม่กลัวตายก็หาเรื่องได้

แต่ถ้ากลัวตายก็จงหลบไปให้ไกลอย่างว่าง่าย

กลุ่มคนที่ฐานลวี่หยวนเกลียดชังอย่างพวกกินคน ก็เริ่มทยอยถอนตัวออกจากมณฑลกวางตุ้งและเริ่มไปหาทางรอดในพื้นที่อื่นแล้ว

พวกมนุษย์กินคนส่วนใหญ่นั้นก็ได้ยินมาว่าในพื้นที่อื่นนั้นไม่ได้มีกองกำลังที่ไร้เหตุผลอย่างฐานลวี่หยวนปรากฏตัวขึ้นเลย เพราะการกินคนนั้นถือเป็นเรื่องที่ปกติมากในวันสิ้นโลก

ในเมื่อพวกเขาสู้ไม่ได้งั้นก็แค่ต้องหลบไปไม่ใช่เหรอ?

แค่จากไปซะก็สิ้นเรื่อง

ฐานลวี่หยวนก็ย่อมยินดีกับเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง

แค่อย่ามากินคนในมณฑลกวางตุ้งก็พอ เรื่องอะไรก็พอคุยกันได้ แต่ถ้าถูกพบและรายงาน ก็รอให้กองกำลังของฐานลวี่หยวนที่กระจายกันอยู่ทั่วทั้งมณฑลไปกำจัดได้เลย

ในตอนนี้สงครามระหว่างฐานลวี่หยวนกับฐานความหวังใหม่ก็ผ่านไปครึ่งเดือนแล้ว

ประชากรของฐานลวี่หยวนที่มีสถานะบุคลากรจากเดิมที่มีประมาณ 1,700 กว่าคน

ในตอนนี้เมื่อรวมกับผู้รอดชีวิตที่ถูกจ้างและถูกควบคุมทางอ้อมอีก 6,000 กว่าคน!

ก็ทำให้ฐานลวี่หยวนในตอนนี้มีประชากรเกือบ 1 หมื่นคนแล้ว!

จุดรับแลกเปลี่ยนนั้นก็มีกระจายอยู่ทุกเมืองหลักกว่า 20 เมืองทั่วทั้งมณฑลกวางตุ้ง

แต่ละเมืองจะมีการจัดสรรบุคลากรระดับ 3 ที่อยู่ในทีมสนับสนุนภายนอกไป 2-3 คนเพื่อนำบุคลากรระดับ 1-2 ของฐานลวี่หยวนที่ติดอาวุธอีกหลายสิบคนไปคอยสั่งการและควบคุมผู้รอดชีวิตภายนอกที่ถูกจ้างมาหลายร้อยคน

ซึ่งนั่นหมายความว่าฐานลวี่หยวนนั้นได้มีฐานขนาดเล็กเพิ่มขึ้นอีก 20 กว่าแห่งในชั่วพริบตา!

ฐานสาขาเหล่านี้ก็กำลังเร่งสร้างกำแพงและอาคารสำหรับอยู่อาศัยในอนาคต พวกมันไม่จำเป็นต้องสูงมาก แค่ 10 เมตรก็สามารถป้องกันอันตรายส่วนใหญ่ได้แล้ว

ช่วงนี้ฉินจิ้นเองก็ยุ่งมาก

ทั้งฐานลวี่หยวนก็กลับเข้าสู่การพัฒนาครั้งใหญ่อีกครั้ง ทั้งมณฑลกวางตุ้งก็อยู่ภายใต้การควบคุมของเขาแล้ว ทรัพยากรนับไม่ถ้วนที่ถูกค้นพบจึงถูกขนส่งกลับมาเพื่อเปลี่ยนเป็นความแข็งแกร่งให้ฐานของเขาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังมีการโยกย้ายบุคลากรภายในฐานและการจัดตารางงานใหม่จำนวนมาก

พูดตามตรง

การที่พวกเขาที่มีคนแค่ไม่กี่พันคนจะควบคุมทั้งมณฑลกวางตุ้งได้นั้นเป็นเรื่องที่เพ้อฝันเกินไป

ตอนนี้ที่พวกเขายังพอควบคุมได้ก็เป็นเพราะการกวาดล้างศัตรูอย่างโหดเหี้ยมเพิ่งจะผ่านไปได้ไม่นานจึงไม่มีใครกล้าต่อต้าน แต่ถ้ารอให้เวลาผ่านไป ก็ไม่แน่ว่าอาจจะมีคนที่หิวโหยจนมาโจมตีจุดรับแลกเปลี่ยนต่างๆ ก็เป็นได้

การขยายกำลังคนจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่ปัญหาก็กลับมาที่จุดเริ่มต้น

นั่นคืออาหาร

ถ้าไม่มีอาหารเพียงพอ ฐานก็จะเลี้ยงดูผู้รอดชีวิตจำนวนมากไม่ไหว

ดังนั้น วันนี้ฉินจิ้นจึงเรียกหยวนมู่หัวหน้าฝ่ายเกษตรกรรมมาหารือเรื่องอาหารอีกครั้ง

จบบทที่ ตอนที่ 670 : ขยายกำลังคนและอาหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว