- หน้าแรก
- ระบบไม่ปลื้ม: ผมใช้บัคอัปเกรดของฟรีจนเป็นเทพ
- บทที่ 200 - ดันราบคาบ ขุดรากถอนโคน ล้างบางทั้งเมือง!
บทที่ 200 - ดันราบคาบ ขุดรากถอนโคน ล้างบางทั้งเมือง!
บทที่ 200 - ดันราบคาบ ขุดรากถอนโคน ล้างบางทั้งเมือง!
บทที่ 200 - ดันราบคาบ ขุดรากถอนโคน ล้างบางทั้งเมือง!
!!!
เมื่อได้อ่านคำอธิบายสกิลของ [อาณาเขตกระชากวิญญาณ] ซูมู่ไป๋ก็ถึงกับตกตะลึงไปเลย
คุณสมบัติหายนะถูกหลอมรวมให้เหลือเพียงข้อเดียวเหมือนกับสกิล [อัญเชิญกองทัพแห่งภัยพิบัติ] นั่นหมายความว่าถ้าสกิลนี้ได้รับการยกระดับด้วยคุณสมบัติหายนะของจริงเมื่อไหร่ มันจะมีผลลัพธ์หายนะที่ทรงพลังยิ่งกว่านี้รออยู่แน่
แต่สิ่งที่ทำให้ซูมู่ไป๋ช็อกหนักที่สุดก็คือผลลัพธ์ของอาณาเขตต่างหาก
ตอนที่ได้ [อาณาเขตจอมสังหาร] มา คำอธิบายมันคลุมเครือมาก บอกแค่ว่าสามารถควบคุมจิตสังหารที่กลายเป็นรูปร่างให้ไปโจมตีเป้าหมายไหนก็ได้ พลังโจมตีก็แปรผันตามค่าสถานะหลัก
แต่ [อาณาเขตกระชากวิญญาณ] กลับอธิบายไว้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้งเลยว่าสามารถสูบแต้มวิญญาณออกจากตัวเป้าหมายได้ตามใจชอบ!
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ซูมู่ไป๋เจอสกิลแบบนี้
เอาไปเทียบกับพวกเจาะเกราะป้องกันหรือสร้างความเสียหายจริงอะไรเทือกนั้นไม่ได้เลยสักนิด!
เล่นสูบแต้มวิญญาณกันโต้งๆ แบบนี้ ใครจะไปคิดวะ!
ไอ้สกิลพรรค์นี้มันต้องป้องกันยังไง ขนาดตัวซูมู่ไป๋ที่เป็นเจ้าของสกิลเองก็ยังไม่รู้เลย
แถมพอสูบแต้มวิญญาณจนเกลี้ยง เป้าหมายก็จะตายสนิทแบบไม่มีโอกาสได้ผุดได้เกิด แถมยังกลายเป็นโครงกระดูกแห่งภัยพิบัติไปอีกต่างหาก
เดี๋ยวนะ ด้วยโบนัสจากคุณสมบัติหายนะของสายอาชีพ ตายหนึ่งคนมันต้องให้กำเนิดโครงกระดูกแห่งภัยพิบัติถึงสองตัวสิ
"ไม่มีคูลดาวน์งั้นเหรอ"
ซูมู่ไป๋แทบจะคิดว่าตัวเองตาฝาด เขาจำได้แม่นเลยนะว่า [อาณาเขตจอมสังหาร] ที่ติดมากับ [ตราประทับจอมสังหาร] มันมีคูลดาวน์ตั้งยี่สิบสี่ชั่วโมงเต็ม
เขาลองขยี้ตาแล้วเพ่งมองอ่านซ้ำอีกรอบ ถึงได้มั่นใจว่าไม่ได้ตาฝาด
[อาณาเขตกระชากวิญญาณ] ไม่มีคูลดาวน์จริงๆ ด้วย นั่นก็หมายความว่าขอแค่พลังวิญญาณของเขามากพอ เขาก็สามารถเปิดใช้งานมันได้ทุกเมื่อ!
นี่คงเป็นความแตกต่างระหว่างอาณาเขตที่ติดมากับอุปกรณ์กับอาณาเขตที่เป็นสกิลของตัวเองล่ะมั้ง
"ความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณ คงจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงท้ายเกมแน่ๆ"
ซูมู่ไป๋พึมพำกับตัวเอง เขายกระดับความสำคัญของความแข็งแกร่งทางจิตวิญญาณขึ้นไปอีกขั้น
จากบทเรียนราคาแพงที่ทำเอาสลบยาวไปเป็นสัปดาห์ ในระยะสั้นนี้เขาคงไม่กล้าเสี่ยงเปิดใช้งาน [อาณาเขตกระชากวิญญาณ] ซี้ซั้วแน่
ฮว๋ายเจียนก็เคยบอกไว้ว่าในกรณีที่ความแข็งแกร่งทางจิตวิญญาณไม่เพียงพอ การฝืนเปิดใช้อาณาเขตอาจทำให้วิญญาณได้รับความเสียหายได้
ถึงแม้จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนักว่าวิญญาณมันคืออะไรกันแน่ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาดื้อแพ่งไม่ยอมฟังคำเตือน
สำนวนเขาว่าไว้ ไม่เชื่อฟังคำเตือนคนอาบน้ำร้อนมาก่อน เดี๋ยวจะเดือดร้อนทีหลัง
คำเตือนที่หวังดีแบบนี้ ยังไงก็ต้องเชื่อฟังเอาไว้ก่อนนั่นแหละ
เขาปิดหน้าต่างสกิลลง แล้วเปิดใช้งานแค่ออร่าติดตัวของ [อาณาเขตกระชากวิญญาณ]
ยังไงซะออร่าติดตัวมันก็ไม่กินมานาอยู่แล้ว เปิดทิ้งไว้ก็ไม่ได้เสียหายอะไร
แถมเขายังอยากจะยืนยันอะไรบางอย่างด้วย
เขาสั่งให้ราชาโครงกระดูกคลุ้มคลั่งสองตัวเดินมาตรงหน้า ตัวหนึ่งเป็นตัวที่เขาอัญเชิญมาเอง ส่วนอีกตัวเป็นราชาโครงกระดูกแห่งภัยพิบัติที่ถือกำเนิดขึ้นมาจากศพ
พอออร่าเริ่มทำงาน บนผิวของราชาโครงกระดูกตัวที่อัญเชิญมาก็มีเส้นใยสีเลือดปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว ลามเลียลากยาวไปตามกระดูกทุกชิ้น
การเปลี่ยนแปลงแบบเดียวกันนี้ก็เกิดขึ้นกับสมาชิกหลักของกองทัพแห่งภัยพิบัติทุกตัวด้วย
แม้กระทั่งบนตัวของปิงซวงก็มีเส้นสีเลือดปรากฏขึ้นมาเหมือนกัน
การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ช่วยเสริมกลิ่นอายคาวเลือดให้กับกองทัพแห่งภัยพิบัติ ทำให้กองทัพทั้งกองทัพดูน่าสะพรึงกลัวขึ้นไปอีกขั้น
มีเพียงโครงกระดูกแห่งภัยพิบัติเท่านั้นที่ยังคงสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เพราะพวกมันไม่ได้รับผลพลอยได้จากบัฟสกิลของซูมู่ไป๋นั่นเอง
ซูมู่ไป๋สั่งการในใจ ปิดโหมดละเว้นเพื่อนร่วมทีมของราชาโครงกระดูกที่มีเลือดเต็มหลอดทั้งสองตัว
ปัง!
วินาทีต่อมา ราชาโครงกระดูกที่อัญเชิญมาก็ฟาดดาบใส่ราชาโครงกระดูกแห่งภัยพิบัติไปหนึ่งดาบเน้นๆ
โจมตีปกติ!
-89,000,000
ตัวเลขความเสียหายสีแดงเด้งขึ้นมา พร้อมกับตัวเลขอีกสองค่าที่สีต่างกัน
+89,000,000
+89,000,000
ตัวเลขแรกเป็นสีขาว มันคือค่าโล่ป้องกันที่สร้างขึ้นมาจากผลลัพธ์ดูดเลือด 100% ที่ล้นเกินมาของฝั่งโจมตี ซึ่งเป็นผลพวงมาจากคุณสมบัติหายนะของสายอาชีพ
ส่วนตัวเลขที่สองเป็นสีเขียว มันเด้งขึ้นมาฮีลหลอดเลือดของราชาโครงกระดูกแห่งภัยพิบัติที่เพิ่งจะลดลงไปเมื่อกี้จนกลับมาเต็มหลอดทันที!
"คุณสมบัติหายนะนี่ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ"
ซูมู่ไป๋โบกมือไล่ราชาโครงกระดูกทั้งสองตัวกลับไป นัยน์ตาสาดประกายความเจ้าเล่ห์
ผลลัพธ์ออร่าติดตัวของ [อาณาเขตกระชากวิญญาณ] ไม่สามารถส่งผลกระทบต่อโครงกระดูกแห่งภัยพิบัติได้ก็จริง
แต่ด้วยอานิสงส์ของคุณสมบัติหายนะ ผลลัพธ์การดูดเลือดที่ล้นเกินมากลับสามารถนำไปใช้ฮีลพวกมันได้
เมื่อบวกกับโล่ป้องกันที่ถูกสร้างขึ้นมาแต่เดิม มันก็เท่ากับว่าผลลัพธ์ที่ล้นเกินมานั้นถูกคูณสองเข้าไปอีก!
กฎการอนุรักษ์พลังงานถูกคุณสมบัติหายนะกระทืบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี...
เมื่อใช้งานบ่อยขึ้นเรื่อยๆ สกิลที่มีคุณสมบัติหายนะก็ยิ่งทรงพลังมากขึ้น ซูมู่ไป๋ก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของพรสวรรค์ระดับต้องห้ามหนึ่งเดียวนี้
ในขณะเดียวกันเขาก็เกิดความสงสัยขึ้นมาอีกเรื่อง
เกมหมื่นภพมีคนคอยควบคุมอยู่เบื้องหลังจริงๆ หรือเปล่านะ
ถ้าไม่มี แล้วเกมหมื่นภพมันเกิดขึ้นมาได้ยังไง
แต่ถ้ามี ทำไมถึงปล่อยให้พรสวรรค์ที่ทำลายกฎเกณฑ์อย่าง [หายนะ] ดำรงอยู่ได้ล่ะ
ในเมื่อตอนอยู่ที่วิหารแห่งดวงดาว เกมหมื่นภพยังสามารถแก้ไขบั๊กได้ ทำไมถึงไม่ซ่อมพรสวรรค์ [หายนะ] ไปด้วยเลยล่ะ
ซูมู่ไป๋นอนแผ่หราอยู่บนโซฟาสุดหรู คิดให้ตายก็ไม่เข้าใจ
แต่หมอนี่มีข้อดีอยู่อย่างหนึ่ง คือไม่ชอบคิดอะไรให้ปวดหัว
ถ้าคิดไม่ออก ก็แค่โยนมันทิ้งไปก่อน รอให้มีประสบการณ์มากกว่านี้ค่อยกลับมาคิดใหม่ก็ยังไม่สาย
เขาเอนหัวสะบัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป เหลือบมองแต้มวิญญาณที่ยังขาดอยู่อีกนิดหน่อย ก่อนจะพลิกมือหยิบ [หินวิญญาณลิขิตฟ้าขั้นสูง] ออกมาหนึ่งก้อน
นี่เป็นของเหลือจากการใช้งานครั้งก่อน ยังเหลืออยู่อีกตั้ง 103 ก้อน ล้วนเป็นเครื่องมือชั้นยอดในการอัปเกรดความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณทั้งนั้น
โดยเฉพาะหลังจากที่ได้เห็นความโกงของ [อาณาเขตกระชากวิญญาณ] ซูมู่ไป๋ก็ยิ่งอยากจะอัปเกรดความแข็งแกร่งทางจิตวิญญาณของตัวเองให้เร็วที่สุด
เขานึกภาพออกเลยว่า เมื่อความแข็งแกร่งทางจิตวิญญาณของเขามากพอที่จะเปิดใช้อาณาเขตนี้ได้ ภาพมันจะออกมายิ่งใหญ่ขนาดไหน
ไม่ว่าจะเดินผ่านไปทางไหน พวกคนอ่อนแอก็จะถูกสูบวิญญาณตายเกลื่อนกันเป็นเบือ
และศพของพวกมันก็จะกลายร่างเป็นโครงกระดูกแห่งภัยพิบัติในพริบตา แล้วยกทัพอันเกรียงไกรพุ่งเข้าเข่นฆ่าศัตรูที่เหลือรอดต่อไป
ต้องทำได้ระดับนี้สิ ถึงจะคู่ควรกับคำว่าจ้าวแห่งความตายอย่างแท้จริง!
ด้วยความวาดหวังถึงอนาคตอันหอมหวาน ซูมู่ไป๋ก็จ้องมอง [หินวิญญาณลิขิตฟ้าขั้นสูง] ในมือ
[หายนะ]!
"เลื่อนขั้นระดับสาม!"
[ระบบแจ้งเตือน: คุณสูญเสียอายุขัย 10,000 ปี]
[อายุขัยปัจจุบัน: 654 ปีเศษ]
[คุณได้รับ "ผลึกกำเนิดวิญญาณลิขิตฟ้า" 1 ก้อน]
...
ภายในเมืองจุ้ยเย่ว์ เมื่อโครงกระดูกแห่งภัยพิบัติมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ขนาดของกองทัพแห่งภัยพิบัติก็ขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้ง
ด้วยผลลัพธ์จากคุณสมบัติหายนะของสายอาชีพซูมู่ไป๋ ทุกครั้งที่มีคนตายหนึ่งคน ก็จะมีโครงกระดูกแห่งภัยพิบัติถือกำเนิดขึ้นถึงสองตัว
เพียงไม่นานจำนวนของกองทัพแห่งภัยพิบัติก็ทะลุหลักล้านไปแล้ว!
ถึงแม้ส่วนใหญ่จะเป็นแค่โครงกระดูกน้อยและโครงกระดูกธรรมดา แต่มันก็ทนการแพร่พันธุ์แบบยิ่งฆ่าก็ยิ่งเพิ่มไม่ไหวนี่สิ...
กองทัพแห่งภัยพิบัติคลื่นมนุษย์กระจายกำลังกวาดล้างไปทั่วเมือง กองกำลังผสมระหว่างทหารรักษาเมืองกับผู้ใช้คลาสอิสระก็ถูกบดขยี้จนพ่ายแพ้ยับเยินอย่างรวดเร็ว
ผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่สิ้นไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน ได้แต่วิ่งหนีหัวซุกหัวซุน หาที่หลบภัยกันจ้าละหวั่น
ปิงซวงสยายปีกร่อนถลาไปมาบนท้องฟ้า นำกองทัพแห่งภัยพิบัติออกล่าผู้รอดชีวิตในทุกซอกทุกมุมของเมือง
ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นหรือ NPC ท้องถิ่น การคิดจะซ่อนตัวจากสายตาของกองทัพแห่งภัยพิบัติ มันก็แค่ความฝันลมๆ แล้งๆ เท่านั้น
ตึกบังทางงั้นเหรอ ถล่มมันให้ราบเป็นหน้ากลองซะ!
ซ่อนอยู่ในห้องใต้ดินงั้นเหรอ ขุดรากถอนโคนมันขึ้นมาให้หมด!
ส่วนเรื่องจะหนีเรอะ คิดว่าจะหนีพ้นม่านมรณะงั้นเหรอ
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!...
"อย่าเข้ามานะเว้ย!"
"แม่จ๋า หนูอยากกลับบ้าน!"
...
ประกายไฟสาดกระเซ็น พายุหิมะโหมกระหน่ำ เมืองหลักระดับสองอันเคยรุ่งเรือง บัดนี้ได้กลายสภาพเป็นเพียงกองซากปรักหักพังไปเสียแล้ว
เสียงตึกถล่ม เสียงกรีดร้อง และเสียงสะอื้นไห้ดังก้องระงมไม่ขาดสาย
แต่ซูมู่ไป๋กลับไม่รู้สึกรู้สาอะไร เขาแค่นั่งดูดซับ [ผลึกกำเนิดวิญญาณลิขิตฟ้า] ไปพลาง ควบคุมม่านมรณะคอยเก็บกวาดไอเทมที่ดรอปไปพลาง แล้วส่งของที่ได้มาฟรีๆ พวกนี้ไปให้สุดยอดพนักงานอย่างฟู่เจี่ยเทียนเซี่ยจัดการต่อ
กระทั่งโถงเกิดใหม่เริ่มมีแสงสีขาวสว่างวาบขึ้นมาเป็นระลอก เขาถึงได้เก็บโซฟาแล้วค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืน
[จบแล้ว]