เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ฟรี บทที่ 330 ราชาวานรเดินสองขาน่าสะพรึงกลัว (รวมสองตอน)

ฟรี บทที่ 330 ราชาวานรเดินสองขาน่าสะพรึงกลัว (รวมสองตอน)

ฟรี บทที่ 330 ราชาวานรเดินสองขาน่าสะพรึงกลัว (รวมสองตอน)


บทที่ 330 ราชาวานรเดินสองขาน่าสะพรึงกลัว (รวมสองตอน)

มหาศึกชายแดนตะวันตก เป็นที่จับตามองไปทั่วทั้งโลก

ภายใต้ราตรียาวนาน เมืองแล้วเมืองเล่าที่สว่างไสวดุจเปลวเทียน ราวกับถูกม่านหนาทึบปกคลุมไว้ บรรยากาศอึมครึม กดดันมหาศาล จนแม้แต่อากาศก็คล้ายจะหยุดนิ่ง

ถนนหนทางที่เคยคึกคักพลุกพล่าน วันนี้กลับเงียบเหงาวังเวง ร้านรวงมากมายพากันปิดประตูตั้งแต่หัววัน ผู้คนเดินจ้ำอ้าวด้วยความเร่งรีบ บนใบหน้าเต็มไปด้วยความวิตกกังวลและตึงเครียด

ศึกนองเลือดบนที่ราบเทพมรณะ เกี่ยวพันถึงชะตากรรมของเผ่าพันธุ์ หากพ่ายแพ้ย่อยยับ ความเจริญรุ่งเรืองทั้งหมดจะกลายเป็นเพียงซากปรักหักพัง เมืองใหญ่มหึมาจะเหลือแต่กำแพงผุพัง... และฝูงอีกาเฒ่าที่คอยจิกกินซากศพ

ต่อให้เป็นหมู่บ้านห่างไกล ผู้คนก็ยังมีสีหน้าอมทุกข์ คนเฒ่าคนแก่บางคนนั่งพึมพำอยู่ในบ้านราวกับกำลังสวดภาวนา เหม่อมองไปแสนไกลอย่างเลื่อนลอย เฝ้ารอคอยชะตากรรมที่ไม่รู้จะออกหัวหรือก้อยอย่างจำยอม

อารยธรรมปีศาจยกทัพใหญ่บุกตะลุยมาทางตะวันออก หากพวกมันทะลวงด่านชายแดนตะวันตกแตกเมื่อไหร่ ก็จะกรีธาทัพบุกทะลวงเข้ามาอย่างง่ายดาย โลกใบนี้จะไม่มีดินแดนสุขาวดีอีกต่อไป เหลือเพียงเศษซากปรักหักพังเท่านั้น

แม้แต่พวกที่วันๆ เอาแต่ใช้ชีวิตเสเพลจมกองสุรานารี วันนี้ก็ยังสร่างเมา พากันพึมพำว่าศึกนี้ต้องชนะสถานเดียว ไม่อย่างนั้นตอนที่ทั่วทั้งเยี่ยโจวอาบไปด้วยเลือด พวกเขาจะรักษาทุกสิ่งที่มีอยู่ตอนนี้ไว้ไม่ได้เลย แถมดีไม่ดีอาจจะกลายเป็นแค่ขนมขบเคี้ยวหรือกับแกล้มในงานเลี้ยงฉลองของพวกปีศาจซะด้วยซ้ำ!

นอกเหนือจากสมรภูมิชายแดนตะวันตกแล้ว โลกทั้งใบของเยี่ยโจวราวกับถูกกดปุ่มหยุดชั่วคราว ผู้คนต่างแหงนมองไปทางทิศตะวันตก ภายในใจกระวนกระวาย หวาดผวา ใช้ชีวิตราวกับหนึ่งวันยาวนานเป็นปี

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า บนที่ราบเทพมรณะ ยอดฝีมือขอบเขตใหญ่ที่หกของทั้งสองฝ่ายคือตัวเอกของงานนี้อย่างแท้จริง ชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ของพวกเขาชี้เป็นชี้ตายชะตากรรมของเผ่าพันธุ์เบื้องหลัง

ในความเป็นจริงก็เป็นเช่นนั้น ทั้งสองค่าย เมื่อไหร่ที่มียอดฝีมือระดับสุดยอดพุ่งทะยานออกไปเข่นฆ่า บุกทะลวงเข้าใส่ค่ายศัตรู ก็จะมียอดฝีมือระดับเดียวกันของอีกฝั่งพุ่งเข้ามาสกัดกั้นอย่างรวดเร็ว

ไม่อย่างนั้นล่ะก็ หากตัวตนระดับนี้ทะลวงแนวป้องกันไปได้ ทุกสรรพสิ่งตามรายทางจะถูกกวาดล้างจนพังพินาศเละเทะไม่มีชิ้นดีแน่ๆ

ทั้งสองฝ่ายต่างก็รู้กันดีว่า ต้องจัดการกับกำลังรบระดับสูงของฝั่งตรงข้ามให้ได้ก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน

ในสมรภูมิหลัก ไม่ว่าจะเป็นผืนดินหรือท้องฟ้ายามราตรี ล้วนถูกปกคลุมไปด้วยสีเลือดแดงฉาน บนท้องฟ้ามักจะมีสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวร่างระเบิดตู้มต้ามอยู่เป็นระยะๆ กลายเป็นห่าฝนเลือดที่ชวนให้สยดสยอง

ในสมรภูมิปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ ยอดฝีมือทุกคนต่างก็ฆ่าฟันกันจนตาแดงก่ำ หากศึกครั้งนี้จบลงเหมือนเมื่อสี่ร้อยห้าสิบปีก่อน ที่ระดับปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสู้กันจนตายเกลี้ยงหรือพิการกันหมด ท้ายที่สุดก็ต้องพึ่งพาพวกเขาในการตัดสินแพ้ชนะและชะตากรรมของเผ่าพันธุ์

"อายุยังน้อยแท้ๆ แต่กลับเป็นถึงปรมาจารย์แล้ว ขืนปล่อยให้มันอยู่ไปอีกร้อยปีจะขนาดไหน ต้องฆ่ามันให้ตายซะ!"

ในสมรภูมิปรมาจารย์ ก็ดุเดือดเลือดพล่านไม่แพ้กัน โดยเฉพาะพวกตาเฒ่าที่ฟันแทบจะหลุดหมดปาก ต่างพากันทุ่มสุดตัวยอมแลกชีวิต หมายจะลากคู่ต่อสู้ที่ยัง "หนุ่มแน่น" ให้ตกนรกตามกันไปให้ได้

พวกเขาไม่มีความหวังเหลือแล้ว มองไม่เห็นแม้แต่แสงสว่างปลายอุโมงค์ในการทะลวงด่าน จึงอาศัยจังหวะศึกแลกเลือดนี้ ตัดอนาคตของศัตรูคู่อาฆาตซะเลย

ฉินหมิงชักดาบหยกเหล็กมันแกะออกมาเสียงดัง 'เช้ง' ก่อนจะจ้องเขม็งไปข้างหน้า

ท่ามกลางฟ้าดินที่มืดสลัว ม่านราตรีถูกทำให้สว่างไสวด้วยปราณแสงสวรรค์และแสงแห่งพลังจิตที่ระเบิดออกอย่างต่อเนื่อง ซ้ำยังเจือปนไปด้วยแสงสีเลือด นั่นคือภาพของยอดฝีมือที่อยู่ไกลออกไปกำลังร่างแตกกระจุย

ตอนนี้แม้แต่คนในขอบเขตใหญ่ที่สามและสี่ก็ยังพุ่งทะยานเข้าสู่สมรภูมิ ทั่วทั้งที่ราบกว้างใหญ่ดังกึกก้องไปด้วยเสียงตะโกนฆ่าฟัน ทุกหนทุกแห่งอาบชโลมไปด้วยเลือด ท้ายที่สุดแล้วจะมีคนรอดชีวิตสักกี่คนก็ยากจะเดาได้

ภายใต้ราตรียาวนาน ฉินหมิงถือดาบหยกเหล็กมันแกะ สีหน้าเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นสุดๆ เขาก้าวฉับๆ ไปข้างหน้า ถึงตาคนที่ระดับอย่างเขาต้องออกโรงบ้างแล้วล่ะ!

พื้นที่ห่างไกลแห่งนี้ ก็คือจุดปะทะของขอบเขตใหญ่ที่สามและสี่นั่นเอง

ด้านหลังของเขา มีกองกำลังจำนวนมากพุ่งทะยานออกมาจากเมืองชิงเฟิง ทุกคนสวมชุดเกราะสว่างไสว มีทั้งยอดฝีมือที่ถูกเกณฑ์มาจากสามจักรวรรดิใหญ่ และกองกำลังจากตระกูลต่างๆ

ฉินหมิงหันกลับไปมอง แค่ชำเลืองมองแวบเดียว เขาก็เห็นคนคุ้นเคยในอดีต พวกเขาล้วนมาจากตระกูลใหญ่ ไม่ว่าอดีตจะมีความบาดหมางกันยังไง แต่พอเข้าสู่สมรภูมิแล้ว ความแค้นส่วนตัวก็ถูกพักไว้ก่อน

คนคุ้นหน้าคุ้นตาบางคนพอเห็นเสี้ยวหน้าของเขา ก็พากันขนหัวลุกชัน รีบหลบสายตากันจ้าละหวั่น

ฉินหมิงเอ่ยปาก "คนในขอบเขตใหญ่ที่สามตามมา ส่วนพวกขอบเขตใหญ่ที่สองถอยออกไปไกลๆ!"

เขาถือดาบหยกเหล็กพุ่งทะยานไปข้างหน้า พื้นที่แถบนี้ย่อมมีเขาเป็นศูนย์กลาง ช่วงนี้เขาเพิ่งจะเด็ดหัวพวกเมล็ดพันธุ์มารฟ้าไปติดๆ กัน ชื่อเสียงบารมีเลยพุ่งปรี๊ดสุดๆ

ไม่นานนัก ฉินหมิงก็ปะทะเข้ากับพวกปีศาจ

เด็กหนุ่มปีศาจตนหนึ่งถือหอกยาว สายตาดุดันคมกริบ แค่กวาดตามองก็ตรึงเป้ามาที่เขาทันที อย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็นว่าที่เมล็ดพันธุ์มารฟ้าแหงๆ

พรึ่บ! ปีกด้านหลังของเด็กหนุ่มปีศาจกระพือ เหาะเหินกลางอากาศ เสียงอากาศระเบิดดังสนั่นชวนให้ใจสั่น มาพร้อมกับหมอกขาวผืนใหญ่ ตัวมันหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับหอกยาว พุ่งแหวกอากาศในระดับต่ำ อาบไล้ไปด้วยแสงเจิดจรัส ราวกับสายรุ้งทะลวงฟ้าพุ่งจู่โจมเข้ามา

เด็กหนุ่มปีศาจระดับหัวโจกตัวนี้เปิดฉากโจมตีกะเอาให้ขวัญกระเจิง กะจะแทงทะลุเด็กหนุ่มเผ่ามนุษย์ที่เป็นหัวหน้าให้ตายตกตั้งแต่ยกแรก เพื่อทำลายขวัญกำลังใจของฝั่งตรงข้าม

ด้านหลังของมัน ฝูงปีศาจก็พากันแหกปากตะโกนลั่น "ฆ่ามันซะ! เอาหอกแทงทะลุไอ้พวกวานรเดินสองขาให้พรุน แล้วกวาดล้างเมืองของพวกมันให้เหี้ยน!"

จังหวะฝีเท้าของฉินหมิงไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย เขายังคงถือดาบเดินหน้าต่อไป ลมยามราตรีพัดเส้นผมยาวของเขาปลิวไสว นัยน์ตาดำขลับล้ำลึกจับจ้องอีกฝ่ายที่เหาะทะยานพุ่งเข้ามาด้วยอานุภาพดุดันดั่งสายรุ้ง เขามีเพียงปฏิกิริยาเดียวเท่านั้น-ฟัน!

ฉัวะ! ประกายดาบสว่างวาบสะกดท้องฟ้ายามราตรี พร้อมกับเสียงหอกยาวหักสะบั้น! เลือดสาดกระเซ็นเป็นสาย เด็กหนุ่มปีศาจที่มีดีกรีไม่ธรรมดาตนนี้ โดนฉินหมิงสับขาดสองท่อนไปพร้อมกับหอกในมือ!

เสียงแหกปากตะโกนโหวกเหวกของฝั่งตรงข้าม พลันชะงักกึก เงียบกริบไปในพริบตา

แค่ดาบเดียว! ว่าที่เมล็ดพันธุ์มารฟ้าขอบเขตใหญ่ที่สามก็โดนเขาสับจนตายคาที่ ฉากนี้ทำเอาพวกปีศาจหลายตัวถึงกับหน้าเหวอ ทำตัวไม่ถูกไปตามๆ กัน

เด็กหนุ่มเผ่ามนุษย์คนนั้นดูหน้าละอ่อน อายุยังน้อยกว่าพวกมันซะด้วยซ้ำ แต่แค่กระบวนท่าเดียว กลับสับหัวหน้าปีศาจของพวกมันดับอนาถซะแล้ว

"อย่าไปกลัว! แถวนี้มีเมล็ดพันธุ์มารฟ้าอยู่ แถมมีมากกว่าหนึ่งตัวด้วยซ้ำ อีกเดี๋ยวก็จะมีกำลังเสริมสุดแกร่งพุ่งมาช่วยแล้ว!"

มีปีศาจตัวหนึ่งผิวปากส่งสัญญาณพิเศษออกไปทันที เห็นชัดๆ ว่ากำลังเรียกกำลังเสริม

ใต้ฝ่าเท้าของฉินหมิงมีเมฆหมอกห้าสีปรากฏขึ้น เขาเหาะขึ้นไปกลางอากาศชั่วครู่ ราวกับติดปีกธาตุทั้งห้า พุ่งทะยานข้ามฟ้า โฉบดิ่งลงไปอย่างรวดเร็ว!

"อ๊ากก..." พวกปีศาจร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด

พริบตาเดียว เขาก็สร้างพายุสีเลือดขึ้นในพื้นที่แห่งนั้น คมดาบหยกเหล็กมันแกะตวัดไปทางไหน ไม่ว่าจะเป็นอาวุธ ชุดเกราะ หรือเลือดเนื้อ ล้วนแตกกระจายเละเทะไม่มีชิ้นดี

เขาสับลงไปดาบเดียว ก็มีปีศาจหลายตนถูกฟันจนตายคาที่

ฉินหมิงไม่ลืมรากฐานเดิม เขางัดเอาเคล็ดวิชาดาบที่เคยได้จากภูเขาขาวดำในสมัยก่อนออกมาใช้ ทันใดนั้น ราวกับมีเกลียวคลื่นปรากฏขึ้น ท้องทะเลและขอบฟ้าเชื่อมต่อกันเป็นเส้นเดียว ประกายดาบสายหนึ่งตัดขาดเส้นกั้นระหว่างมหาสมุทรกับท้องฟ้ายามราตรี รังสีดาบสะบั้นฟ้าเบ่งบาน!

แสงสีเลือดอาบย้อมหมอกยามราตรี ฝูงปีศาจพวกนี้ราวกับรวงข้าวที่กำลังถูกเก็บเกี่ยว บ้างก็หัวหลุดกระเด็น บ้างก็โดนสับขาดครึ่งท่อนในพริบตา เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกมาราวกับน้ำพุ

รอบตัวฉินหมิงเต็มไปด้วยสีแดงฉาน ขับเน้นให้ประกายดาบอันสว่างวาบนั้นดูเจิดจรัสแสบตายิ่งขึ้นไปอีก เขาราวกับกำลังใช้เลือดปีศาจเช็ดทำความสะอาดคมดาบ ยิ่งเช็ดก็ยิ่งสว่างไสว!

ซากศพของฝูงปีศาจราวกับต้นไม้ที่ถูกโค่นล้ม ซ้ำยังเป็นหลังจากที่ฉินหมิงพุ่งผ่านไปแล้ว พวกมันถึงเพิ่งจะล้มตึงลงไปกองกับพื้นดัง 'ตุบ! ตุบ!'

ด้านหลังของฉินหมิง ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกตนจากสามจักรวรรดิใหญ่ หรือลูกหลานวัยเยาว์จากตระกูลต่างๆ ล้วนมองจนตาค้าง ก่อนจะแผดเสียงคำรามลั่น แล้วพุ่งทะยานตามไปติดๆ

"ฆ่ามันนน!"

ในบรรยากาศแบบนี้ ความเห็นแก่ตัวหรือความวอกแวกใดๆ ล้วนไม่มีความหมาย ฝั่งตรงข้ามไม่ใช่เผ่ามนุษย์ ต่อให้มีพวกกระดูกอ่อนคิดจะยอมจำนนไปเข้าพวก ฝั่งนั้นก็คงไม่ต้อนรับหรอก เผ่าพันธุ์มันต่างกัน ขืนแปรพักตร์ไป จุดจบก็คงอนาถสุดๆ กลายเป็นแค่เสบียงกรังให้พวกปีศาจเคี้ยวกินเล่นอยู่ดี

กลุ่มคนแผดเสียงตะโกนก้อง บุกตะลุยตามฉินหมิงไปข้างหน้า

แน่นอนว่า ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ก็ต้องมีพวกปอดแหก วิ่งช้าๆ คอยตามอยู่ข้างหลัง

แต่ไม่นาน คนพวกนี้ก็จำต้องเร่งฝีเท้า เพราะฉินหมิงลงมือรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด ความเร็วในการฆ่าศัตรูของเขามันไวเกินไป กวาดล้างสมรภูมิเบื้องหน้าจนกลายเป็นพื้นที่โล่งกว้างซะงั้น

พวกปีศาจจากสองฝั่งด้านข้างพุ่งเข้ามาแล้ว พวกคนที่รั้งท้ายถึงเพิ่งจะตระหนักได้ว่า ตามหลังฉินหมิงไปติดๆ ยังจะปลอดภัยกว่าตั้งเยอะ! จากนั้นพวกเขาก็เลยต้องจำใจเข้าร่วมวงสู้เลือดสาดอย่างเสียไม่ได้

เสียงช้างร้องแผดก้อง แผ่นดินสะเทือน ช้างเฒ่าสีทองตัวหนึ่งพุ่งพรวดเข้ามา งาสองข้างยาวหลายเมตร ราวกับดาบเล่มเขื่องสองเล่มพุ่งแทงเข้าใส่ฉินหมิง!

ขณะเดียวกัน บนงวงของมันก็ปกคลุมไปด้วยหนามแหลม ราวกับแส้ทองคำฟาดอากาศจนระเบิดตู้ม พุ่งเข้าหวดฉินหมิงอย่างรุนแรงและรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ

นี่ถือเป็นปีศาจระดับตัวใหญ่ยักษ์ ไม่เพียงแต่ขนาดตัวมโหฬาร แต่ระดับพลังก็ยังใกล้เคียงกับขอบเขตใหญ่ที่สามขั้นปลายอีกด้วย

"หืม?" ฉินหมิงประสาทสัมผัสเฉียบคมมาก เห็นมันมีแสงวิเศษไหลเวียน รัศมีสีทองเปล่งประกายทั่วร่าง ถึงแม้จะไม่ใช่เมล็ดพันธุ์มารฟ้า แต่มองยังไงก็ไม่ธรรมดาแหงๆ

เพิ่งจะปะทะกันยกแรก ความดุร้ายของช้างทองคำก็ถูกซัดจนหายเกลี้ยง มันเพิ่งจะพุ่งมาจากที่ไกลๆ ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของคู่ต่อสู้ งวงที่เคยฟาดหน้าผาจนขาดสะบั้นได้ พริบตาเดียว... ก็หายวับไปซะแล้ว!

ท่ามกลางประกายดาบแสบตา งวงช้างทองคำร่วงหล่นลงพื้น ช้างเฒ่าแผดเสียงร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด น้ำหูน้ำตาไหลพราก ความทุกข์ระทมทั้งชีวิตราวกับมารวมกันอยู่ในวินาทีนี้ และถูกบังคับให้กลืนลงท้องไป

"สิ่งมีชีวิตที่มีเลือดมหัศจรรย์นี่นา!" ฉินหมิงประหลาดใจ เขาได้กลิ่นหอมจางๆ โชยมา

ต่อให้เป็นเมล็ดพันธุ์มารฟ้า ก็ยังมีแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นที่มีเลือดมหัศจรรย์ การกำเนิดสสารไม่ธรรมดาชนิดนี้ เกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยจริงๆ กะเกณฑ์ได้ยากมาก

ฉินหมิงถือดาบเดินหน้า วิชาเส้นทางเซียนเป็นเปลือกนอก เส้นทางผลัดกายเป็นแก่นกระดูก ปราณแสงสวรรค์ปะทุเดือดพล่าน หลังจากฟันกากบาทไปสองดาบ ช้างยักษ์สีทองก็ถูกสับออกเป็นสี่ท่อน เลือดพุ่งกระฉูดออกมาราวกับลำธาร เติมเต็มแอ่งน้ำบนพื้นจนเต็มปรี่

พริบตาเดียว เลือดสีทองก้อนหนึ่งก็ปรากฏขึ้น ก่อนจะถูกเขาเก็บเข้าไปในมิติเศษผ้าขี้ริ้ว

"ตู้ม!"

ฝูงปีศาจมืดฟ้ามัวดินพุ่งทะยานเข้ามา ส่วนเผ่ามนุษย์ด้านหลังก็บุกตะลุยตามไปติดๆ ทั้งสองฝ่ายพุ่งเข้าปะทะกัน ราวกับกระแสน้ำเหล็กกล้าสองสายพุ่งชนกันอย่างจัง

ป่าทึบบนที่ราบแห่งนี้พังพินาศในพริบตา เสียงสัตว์ร้ายคำราม เสียงนกกรีดร้อง เสียงคนตะโกนและม้าศึกร้องลั่น คละคลุ้งไปด้วยเลือดและความวุ่นวาย มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีเผ่ามนุษย์ถูกเขาของสัตว์ร้ายเสียบทะลุแล้วเหวี่ยงกระเด็นออกไป และก็มีร่างของสัตว์ประหลาดที่เละเทะ โดนปราณแสงสวรรค์ฉีกกระชากจนขาดวิ่นเช่นกัน

ในชั่วอึดใจ มีดกระดูก อาวุธวิญญาณ และของวิเศษ ราวกับฝูงหิ่งห้อยยุบยับพุ่งเข้าปะทะกันกลางท้องฟ้ายามราตรี ระเบิดตู้มต้ามใส่กันไม่ยั้ง

เสียงกรีดร้องโหยหวนคลุกเคล้าไปกับเสียงคำรามทุ้มต่ำของสัตว์ร้ายดังระงมไปทั่ว ในการปะทะกันระดับยักษ์ขนาดนี้ พวกที่ฝีมือไม่สูงพอ  จุดจบอาจจะอนาถสุดๆ

แค่พุ่งชนกันระลอกแรก ก็มีสิ่งมีชีวิตล้มตายกันเป็นเบือ บนพื้นมีทั้งหัวสัตว์ ปีกนกที่ฉีกขาด และท่อนแขนของมนุษย์ที่ยังกำหอกยาวเอาไว้แน่น

ป่าทึบราบเป็นหน้ากลอง พื้นดินเต็มไปด้วยรอยเลือดด่างดวง น่าเวทนาจนทนดูไม่ได้

มีปีศาจเฒ่าตะโกนก้อง "ทุกคน! รีบมาทางนี้! ตรงนี้มี 'เมล็ดพันธุ์มนุษย์' ว่าที่ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งของเผ่าพันธุ์วานรสองขาในอนาคต มารุมฆ่ามันเร็วเข้า!"

อายุขัยของมันเหลือไม่มากแล้ว จึงไม่กลัวตาย ที่พวกมันสู้ถวายหัวแบบนี้ ก็เพื่อเด็ดหัวพวกเมล็ดพันธุ์เซียนหรือเมล็ดพันธุ์เทพที่โผล่มาให้เห็นนี่แหละ

เพราะพวกมันเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าจะตีเยี่ยโจวให้แตกพ่ายอย่างราบคาบได้ไหม หากหมดหวัง พวกปีศาจใกล้ลงโลงอย่างพวกมัน ก็จะพยายามกวาดล้างความหวังในอนาคตของฝั่งตรงข้ามให้สิ้นซากซะ

แต่ทว่า พวกมันดันไปเตะโดนตอซะแล้ว! ตอนที่สัตว์ประหลาดหัวสิงโตหน้าคนพาพรรคพวกบุกเข้ามา พร้อมกับเหยี่ยวทองคำยาวสิบกว่าเมตรที่นำฝูงนกนักล่าโฉบดิ่งลงมา มิติในบริเวณนี้ก็ราวกับจะบิดเบี้ยวไปเลย

ฉินหมิงยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ตอนที่ชักดาบฟันศัตรู อาณาเขตวิญญาณที่มองไม่เห็นก็แผ่ขยายออกไป แม้จะยังเป็นแค่เค้าโครง แต่ก็ยังน่าสะพรึงกลัวเกินจินตนาการอยู่ดี

ฝูงนกนักล่าเพิ่งจะสัมผัสโดน ก็ร้องโหยหวน โดนฉีกร่างขาดกระจุยกลางอากาศ จากนั้นก็ร่วงหล่นลงมาดัง 'ตุบตับๆ' ราวกับห่าฝน ซากนกเกลื่อนกลาดไปทั่วพื้น

กองกำลังปีศาจของสัตว์ประหลาดหัวสิงโตหน้าคนต่างก็สั่นสะท้าน ราวกับจมลงไปในปลักโคลน ดิ้นยังไงก็ไม่หลุด จากนั้นพวกมันก็รู้สึกเหมือนโดนทุบอย่างแรง ร่างกายเริ่มแตกสลาย

โดยมีฉินหมิงเป็นศูนย์กลาง คลื่นกระเพื่อมแผ่ขยายออกไปเป็นชั้นๆ ซ้ำยังมาในรูปแบบสามมิติ ราวกับเส้นสนามแม่เหล็กเหนือธรรมชาติ คลื่นพลังของมันน่ากลัวสุดๆ บิดเบือนได้ทั้งอาวุธและร่างเนื้อของพวกปีศาจ!

ต่อให้เป็นสนามพลังจิตของพวกมัน ก็หนีไม่พ้นชะตากรรมที่ต้องแหลกสลายเช่นกัน

"เปลืองพลังเอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะเนี่ย" หลังจากฉินหมิงทดลองวิชา เขาก็มีความเข้าใจในระดับอาณาเขตวิญญาณลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ครั้งนี้ ฉากสยองขวัญที่เกิดจาก "คลื่นอาณาเขตวิญญาณ" ของเขา ทำเอาปีศาจหลายตัวตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ ปีศาจเฒ่าสิบกว่าตัวพาลูกสมุนมารุมล้อม ต่อให้พวกมันจะไม่กลัวตาย แต่ตอนนี้มือที่ถือดาบกำหอกก็ยังอดสั่นเทาไม่ได้

"ในเมื่อเสนอหน้ากันเข้ามาหมดแล้ว งั้นข้าก็จะส่งพวกแกไปลงนรกให้หมดเลยก็แล้วกัน" ฉินหมิงเอ่ยปาก เขาเองก็ยังรู้สึกว่า คำพูดแบบนี้มันให้ความรู้สึกเป็นตัวร้ายตัวเป้งในนิยายสุดๆ

แต่ในการปะทะกันของสองเผ่าพันธุ์ จะมาพูดเรื่องคุณธรรม ความชอบธรรมอะไรกัน มันก็แค่เรื่องตลกเท่านั้นแหละ ในสมรภูมิแบบนี้ การสับศัตรูให้เหี้ยน ส่งให้พวกมันหลับใหลอยู่ที่นี่ไปตลอดกาล นั่นแหละคือความชอบธรรมที่สุดแล้ว

ครั้งนี้ฉินหมิงใช้วิชาบังคับดาบ รอบกายของเขามีปราณแสงสวรรค์ธาตุดิน ไฟ ลม และน้ำปะทุเดือดพล่าน ดาบหยกเหล็กมันแกะพุ่งกระฉูดออกไป รวดเร็วยิ่งกว่ากระบี่บิน ราวกับสายฟ้าแลบที่พาดผ่านร่างศัตรูตัวแล้วตัวเล่า

ปีศาจบางตัวเอามือกุมคอหอย เลือดสดๆ พุ่งทะลักง่ามนิ้ว ก่อนที่หัวจะหลุดร่วงลงพื้น ปีศาจเฒ่าบางตัวเลือดอาบหน้าผาก แววตาเหม่อลอย หัวโดนแทงทะลุเป็นรูพรุน

ยังมีปีศาจเฒ่าบางตัว มีรอยเลือดปรากฏขึ้นตั้งแต่กลางหว่างคิ้วลากยาวลงมา ผ่าหน้า ทะลวงยันหน้าท้อง จากนั้นก็มีเสียงดัง 'ฉัวะ!' ร่างถูกผ่าแยกออกเป็นสองซีก

ซ้ำยังมีปีศาจเฒ่าที่กะโหลกศีรษะพร้อมกระจุกขนสัตว์ปลิวว่อนเลือดสาดกระเซ็นไปไกล โดนคมดาบขาวจั๊วะฟันจนหัวหลุดกระเด็น

เห็นชัดๆ ว่าแม้แต่พวกปีศาจเฒ่ายังสติแตก ต่อให้ไม่กลัวตายคาสนามรบ แต่วิธีตายแบบนี้มันรับไม่ได้จริงๆ เพราะมันโคตรจะไร้ความหมาย ไม่เพียงแต่จะฆ่าศัตรูไม่ได้เท่านั้น แม้แต่จะขัดขวางหรือตัดกำลังอีกฝ่ายก็ยังทำไม่ได้เลยสักนิด!

"ไม่ไหวแล้ว สู้ไม่ได้ สู้ไม่ได้จริงๆ! เมล็ดพันธุ์มารฟ้าของพวกเรายังมาไม่ถึงอีกเรอะ?! รีบไปตามยอดฝีมือมาเร็วเข้า!" ปีศาจเฒ่าตัวหนึ่งแผดเสียงแหกปาก

ตู้ม! ร่างของมันระเบิดกระจุยในพริบตา ฝ่ามือขาวจั๊วะข้างหนึ่งตบเปรี้ยงเข้าที่ร่างของมัน จนร่างแหลกเป็นชิ้นๆ มันหนีไม่ได้ หลบไม่พ้น การรับมือกันตรงๆ ก็จบเห่แบบนี้นี่แหละ

ฉินหมิงฆ่าศัตรูเป็นผักปลา แต่บนร่างกลับไม่มีเลือดเปื้อนเลยสักหยด แสงแห่งพลังจิตเป็นเปลือกนอก ปราณแสงสวรรค์เป็นกระดูก ไหลเวียนอย่างไม่หยุดหย่อน ไม่เพียงแต่ช่วยปัดป้องอาวุธนานาชนิดของพวกปีศาจเท่านั้น แต่ยังสลัดเลือดปีศาจที่สาดกระเซ็นเข้ามาจนกระเด็นออกไปหมดอีกด้วย

วันนี้เขาสวมชุดขาว สะดุดตาสุดๆ เดินฝ่าห่าฝนเลือด เหยียบย่ำกองซากศพเกลื่อนกลาด แม้ในมือจะถือดาบหยกเหล็กที่หยดติ๋งๆ ไปด้วยเลือด แต่กลับแฝงความรู้สึกสว่างไสวบริสุทธิ์อย่างบอกไม่ถูก

บารมีแบบนี้ พอเอามารวมกับเศษซากแขนขาขาดวิ่นและกองเลือดมหาศาลบนพื้น มันช่างดูวิปลาสและพิสดารสุดๆ ไปเลย

ต่อให้เป็นฝั่งเผ่ามนุษย์ พอมาเห็นฉากนี้เข้า นอกจากจะอ้าปากค้างและตื่นเต้นสุดๆ แล้ว ก็ยังแอบรู้สึกว่าไอ้ความบริสุทธิ์ผุดผ่องเหนือโลกียะ ไร้มลทินใดๆ ของเขามันออกจะแปลกแยกไปสักหน่อย

ในความเป็นจริงแล้ว ในสายตาของฝูงปีศาจ เขาดูน่าสะพรึงกลัวจนบรรยายไม่ถูก กลายเป็นราชาวานรสองขาอย่างแท้จริง ยิ่งดูสว่างไสวบริสุทธิ์เท่าไหร่ วิธีการลงมือก็ยิ่งโหดเหี้ยม จิตสังหารก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น!

ไกลออกไป บนยอดเขาลูกหนึ่งมีเสียงคำรามกึกก้อง ปีศาจตัวหนึ่งนัยน์ตาสาดแสงสีทอง มองเห็นภาพเหตุการณ์ในพื้นที่แถบนี้ และได้รับฟังการรายงานแล้ว

ด้านหลังของมันมีปีกวายุอัสนี ด้วยความเร็วยิ่งกว่าที่ใครจะจินตนาการได้ มันพุ่งดิ่งลงมาจากยอดเขาสูง โฉบเฉียดผืนป่าบนที่ราบ บุกทะลวงเข้ามา!

ตลอดทาง คลื่นอากาศที่ก่อตัวขึ้นรอบนอกร่างของมัน บดขยี้ยอดไม้หลายต้นจนแหลกละเอียด ต้นไม้บางต้นถึงกับระเบิดตู้มเป็นจุลไปทั้งต้น

เมล็ดพันธุ์มารฟ้าตนหนึ่งบุกเข้ามาแล้ว!

ซ้ำยังเป็นปีศาจสุดแกร่งที่เชี่ยวชาญวิชาสายฟ้า ยังไม่ทันจะเข้าใกล้ ก็เริ่มขว้างหอกสายฟ้ามาจากระยะไกล อานุภาพของมันน่าตกใจสุดๆ

ว่าที่มารฟ้าในอนาคตตนนี้ จิตสังหารพุ่งปรี๊ด สายฟ้าแลบแปลบปลาบพันรอบกาย ยืนตระหง่านอยู่กลางอากาศ สว่างเจิดจ้าบาดตากลางท้องฟ้ายามราตรี ก้มหน้ามองคู่ต่อสู้อย่างเหยียดหยาม

ฝั่งปีศาจพากันส่งเสียงโห่ร้องยินดี ขวัญกำลังใจพุ่งปรี๊ดขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับตะโกนเรียกชื่อของมัน

"เฟิงสิงเหล่ย!"

"ว่าที่มารฟ้าในอนาคต! ช่วยเด็ดหัวไอ้เมล็ดพันธุ์ของเผ่าพันธุ์วานรสองขานั่นให้ที!"

สีหน้าของฉินหมิงไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย เขาซัดหอกสายฟ้าที่พุ่งลงมาจากฟากฟ้าจนแตกกระจุย ซ้ำยังงัดเอาธนูออกมา เล็งเป้าไปที่ปีศาจตนนี้ตรงๆ!

มาถึงตอนนี้ ลูกศรของเขาไม่จำเป็นต้องเป็นหยกเหล็กอีกต่อไปแล้ว ลูกศรเหล็กธรรมดาก็สามารถรองรับปราณแสงสวรรค์ของเขาได้สบายๆ

วินาทีต่อมา ทุกคนก็ได้เห็นฉากที่โคตรจะน่าสะพรึงกลัว ลูกศรที่ฉินหมิงยิงออกไป ไม่ได้มีเสียง 'ฟิ้วๆ' แบบปกติ แต่กลับดังกึกก้องจนหูแทบหนวก ราวกับน้ำตกสูงพันเมตรทิ้งตัวลงมา!

ตู้ม! ตู้ม!

ความเร็วลูกศรมันไวเกินไป ราวกับสายฟ้าสวรรค์ทะลวงเมฆ วินาทีที่พุ่งออกไป อากาศถึงกับระเบิดตู้ม!

เมล็ดพันธุ์มารฟ้าตนนี้หอบเอาปราณปีศาจไร้ขอบเขตพุ่งเข้ามา อานุภาพดุดันข่มขวัญ ทำเอายอดฝีมือฝั่งมนุษย์หลายคนถึงกับหวาดหวั่นไม่น้อย

แต่ตอนนี้ บารมีสุดแกร่งของมันกลับถูกทำลายจนป่นปี้ ต้องเริ่มกระโดดหลบลูกศรเป็นพัลวัน

ไม่นานมันก็ตระหนักได้ว่า ไอ้นี่มันเป็นเมล็ดพันธุ์ที่แกร่งเกินจินตนาการ แถมวิชายิงธนูก็ยังบรรลุถึงขั้นไร้ที่ติ มันหลบไม่พ้นทั้งหมดแน่ๆ!

ฉึก!

มันโดนลูกศรยิงเข้าให้แล้ว! เลือดสาดกระเซ็นตรงหัวไหล่ ต่อให้เป็นสายฟ้าของมัน ก็ไม่อาจปัดป้องลูกศรทั้งหมดให้กระเด็นออกไปได้ ไม่ต้องพูดถึงการทำลายให้แหลกเป็นผุยผงเลย

หัวใจของมันร่วงหล่นวูบ นี่หมายความว่าแสงแห่งพลังจิตของอีกฝ่ายมันน่ากลัวเกินไป ไม่สิ! มันรู้สึกว่าแก่นแท้ข้างในน่าจะเป็นปราณแสงสวรรค์ต่างหาก ถึงขนาดเจาะทะลุสายฟ้าคุ้มกายของมันเข้ามาได้!

ฉึก! ฉึก! ฉึก!

เฟิงสิงเหล่ยโดนยิงเข้าไปอีกสามดอกติด เลือดสีแดงฉานย้อมชุดรบ ชุดเกราะเงาวับแตกกระจายไปบางส่วน

พวกปีศาจที่เมื่อกี้ยังส่งเสียงโห่ร้องยินดีกันลั่นทุ่ง ทันใดนั้นก็อ้าปากค้าง เงียบกริบไปในพริบตา ไอ้เด็กหนุ่มวานรสองขานี่มันน่ากลัวขนาดไหนกันฟะเนี่ย?!

"ตายซะ!"

เฟิงสิงเหล่ยโกรธจัด ขว้างหอกสายฟ้าไปก็ไม่ได้แอ้มคู่ต่อสู้ ตัวมันเองกลับกลายเป็นเป้านิ่ง แถมยังเลือดตกยางออกอีกต่างหาก!

มันโฉบดิ่งลงมาด้วยความเร็วสูง และในระหว่างนั้นก็โดนลูกศรเสียบเข้าไปอีก

ฉินหมิงเก็บธนูเข้าที่อย่างถูกจังหวะ ถือดาบยืนตระหง่าน รอคอยให้มันเข้ามาใกล้เงียบๆ

เคร้ง! เคร้ง!

แสงบาดตาปะทุขึ้นกลางท้องฟ้ายามราตรี เฟิงสิงเหล่ยถือดาบสามง่ามสองคมฟันลงมาอย่างต่อเนื่อง ผลคือตัวมันเองกลับโดนแรงกระแทกจนแขนชาดิก

"แกไม่ใช่คนของเส้นทางเซียน!" มันมั่นใจแล้ว ไอ้หมอนี่แผ่แสงพลังจิตออกมาก็จริง แต่แก่นแท้ข้างในมันคือปราณแสงสวรรค์ โคตรจะน่าสะพรึงกลัว แถมยังกระแทกสนามพลังจิตของมันได้ด้วย!

ฉินหมิงไม่เปิดโอกาสให้มันได้พล่าม ประกายดาบสาดสะท้อนท้องฟ้ายามราตรี หยินหยางสลับสับเปลี่ยน แสงขาวดำเบ่งบาน ปราณดาบซ้อนทับกันฟันทำลายแสงอสนีคุ้มกายของอีกฝ่ายจนแตกกระจาย

ปะทะกันต่อเนื่องสิบกว่ากระบวนท่า เสียง 'ฉัวะ' ดังขึ้น ตอนที่ดาบที่สิบสามวาดผ่านท้องฟ้ายามราตรี เฟิงสิงเหล่ยก็แผดเสียงร้องลั่น แขนข้างหนึ่งถูกฟันจนกระเด็นหลุดไป!

ต่อให้มันจะเลือดร้อนแค่ไหน ก็รู้ตัวดีว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของไอ้วานรสองขาตัวนี้ มันรีบกระพือปีกบินทะยานขึ้นฟ้า หมายจะหนีไปหลบในที่สูง

แต่ทว่า ฉินหมิงระวังตัวไม่ให้มันหนีรอดไปได้อยู่แล้ว สองเท้าเหยียบลงพื้นอย่างแรง พริบตาเดียวพื้นดินทั้งแถบก็ระเบิดตู้ม! เขากระโจนขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรี อาณาเขตวิญญาณไร้รูปแผ่ขยาย คลื่นน้ำที่มองไม่เห็นซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ ตรึงเป้าหมายเอาไว้ แล้วกระชากมันลงมาที่พื้นดิน!

ฉินหมิงเอ่ยปาก "รับดาบข้าได้ตั้งสิบกว่าดาบ แค่นี้แกก็ภูมิใจได้แล้วล่ะ!"

"แก!" เฟิงสิงเหล่ยอ้าปากจะด่า แต่ก็ต้องกลืนคำพูดลงคอ สิ่งที่รอคอยมันอยู่คือประกายดาบสองขั้ว สีขาวดำแบ่งแยกชัดเจน

ฉัวะ! มันโดนสับหัวหลุดด้วยดาบแรก ก่อนจะโดนอีกดาบทำลายสนามพลังจิตจนแหลกละเอียด เมล็ดพันธุ์มารฟ้าตนหนึ่งสิ้นชีพ!

"หืม?" ฉินหมิงเผยสีหน้าดีใจ คู่ต่อสู้ตัวนี้มีเลือดมหัศจรรย์อยู่ในร่างด้วย

"โฮกก!" มีปีศาจเฒ่าแผดเสียงยาว ขอความช่วยเหลือ แจ้งข่าวไปไกลแสนไกลว่า ตรงนี้มีราชาวานรสองขารุ่นเยาว์ แถมยังเป็นพวกระดับหัวกะทิในหมู่เมล็ดพันธุ์ซะด้วย!

"ตามข้ามา ฆ่ามันให้เหี้ยน!" ฉินหมิงพูดขึ้น

คนที่ตามหลังเขามาต่างก็ชูหอกชูดาบ ขวัญกำลังใจพุ่งทะลุปรอท ก่อนหน้านี้พวกเขาเตรียมใจมาตายกันทั้งนั้น แต่พอมาเห็นฉากแบบนี้ มีเด็กหนุ่มที่สับเมล็ดพันธุ์มารฟ้าได้คอยคุมเชิงอยู่ พื้นที่แถบนี้ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยอันตรายเท่าไหร่แล้ว บางทีพวกเขาอาจจะรอดชีวิตไปจนจบศึกก็ได้!

ฉินหมิงปะทะกับเมล็ดพันธุ์มารฟ้าตนที่สอง ซ้ำยังเป็นเซียนกระบี่ปีศาจที่ทรงพลังเป็นพิเศษ

เห็นชัดๆ ว่าหลังจากอีกฝ่ายได้รับข่าว ก็จงใจบุกตะลุยมาจากที่ไกลๆ เพื่อมาฆ่าเขาโดยเฉพาะ

พริบตาเดียว ปราณกระบี่และประกายดาบก็ตัดสลับกันนัวเนีย ทั้งคู่ไม่พูดพร่ำทำเพลง เปิดศึกซัดกันดุเดือดทันที แถวนี้มีเนินเขาเตี้ยๆ อยู่ลูกหนึ่ง ยอดเขายังโดนพวกเขาสับซะแหว่งไปแถบหนึ่งเลย!

แสงกระบี่และรัศมีดาบ ราวกับมังกรเพลิงสองตัวที่กำลังรัดพันกัน ปะทะกันตูมตาม ห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน

เสียง 'ฉัวะ' ดังขึ้น เซียนกระบี่ปีศาจตนนี้ต้องจบชีวิตลงอย่างเจ็บปวด หัวกระเด็นหลุดลอยไป เบิกตาโพลง ตายตาไม่หลับ ในระหว่างการดวลกระบี่ เขาโดนกดข่มจนโงหัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว

พวกปีศาจหนุ่มสาวสติแตกกระเจิง ต่อให้พวกมันจะไม่กลัวตายแค่ไหน แต่พอต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่ไม่มีวันเอาชนะได้ ก็รับความกดดันทางจิตใจแบบนี้ไม่ไหว พากันวิ่งหนีหางจุกตูด

"ดวงดีแฮะ ได้เลือดมหัศจรรย์มาอีกหนึ่งชนิด" ฉินหมิงหยิบก้อนเลือดที่เปล่งแสงออกมา เขาวิ่งไล่สับพวกปีศาจไปพลาง หลอมละลายเลือดไปพลาง เพื่อเติมพลังและเพิ่มพูนรากฐานให้แน่นปึ้ก

"!!!" ฝูงปีศาจที่กำลังวิ่งหนีป่าราบ พอเห็นเข้าก็ขนหัวลุกชัน มั่นใจแล้วว่าไอ้เด็กนี่มันคือราชาวานรหนุ่มที่น่าสะพรึงกลัวผิดมนุษย์มนาจริงๆ!

ฉินหมิงสับทะลวงพื้นที่ของตัวเองจนเหี้ยน แล้วลามไปพื้นที่ข้างๆ ปะทะเข้ากับเมล็ดพันธุ์มารฟ้าตนที่สาม เขาซัดกันจนป่าทึบพังราบเป็นหน้ากลอง ก่อนจะเชือดไอ้ปีศาจตัวนี้คาที่

เขารู้สึกว่าวันนี้ดวงดีสุดๆ ได้เลือดมหัศจรรย์ชนิดใหม่มาอีกแล้ว

จากนั้น ฉินหมิงก็บ้าเลือดไปเลย วิ่งตัดขวางสมรภูมิ สับพวกปีศาจตายเป็นเบือ ซ้ำยังเด็ดหัวเมล็ดพันธุ์มารฟ้าตนที่สี่ไปได้อีก ผลงานระดับนี้ย่อมทำให้พวกปีศาจแถวนั้นผวาจนฉี่ราด

เขาพบว่า ไม่มีเมล็ดพันธุ์มารฟ้าหน้าไหนเสนอหน้าเข้ามาหาที่ตายอีกแล้ว

ต่อมา ตอนที่เขาสับหมีเฒ่าตายไปตัวหนึ่ง กลับควักเอาดีหมีสีเงินออกมาได้ เห็นชัดๆ ว่านี่คือยามหัศจรรย์ชั้นยอดที่ช่วยเพิ่มพูนรากฐาน แถมยังเอามาช่วยฝึก 'คัมภีร์วัชระ' กับคัมภีร์กายาได้ด้วย!

เขาเก็บเกี่ยวเลือดมหัศจรรย์และโอสถชั้นยอดได้อย่างต่อเนื่อง เรื่องแบบนี้ถ้าเป็นวันปกติล่ะก็ อย่าหวังเลยว่าจะได้เจอ ต้องเป็นสมรภูมิที่น่าสะพรึงกลัวแบบนี้เท่านั้นแหละ ถึงจะกอบโกยได้

ฉินหมิงบุกตะลุยไปตามทาง สับซะจนตัวเองยังรู้สึกเหนื่อยหอบ ที่ไหนที่เขาเดินผ่าน พวกปีศาจล้วนพังพินาศย่อยยับ และตอนนี้เขาก็หลุดออกจากพื้นที่เดิมไปตั้งไกลแล้ว

เขาเก็บเกี่ยวเลือดมหัศจรรย์มาได้อีกสองชนิดติดๆ

เขายืนตระหง่านอยู่บนภูเขาสูงกลางที่ราบ ใช้เนตรผลัดกายมองทะลุหมอกยามราตรี เห็นมหาศึกดุเดือดเลือดพล่านที่อยู่ไกลออกไป

พวกหนุ่มสาวกับปีศาจเฒ่ากำลังสู้กันจนเลือดสาด บนพื้นดิน ซากศพถูกเหยียบย่ำจนกลายเป็นโคลนเลือด โดนยอดฝีมือเหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระดูกแตกละเอียดกระจายไปทั่ว ทั้งสมรภูมิอาบชโลมไปด้วยเลือด

ฉินหมิงสังเกตเห็นจินเซี้ยง หลังจากฝึกฝนขัดเกลาจิตใจในโลกียะมาตลอดยี่สิบปี มันบุกตะลุยฆ่าฟันไปทั่ว แม้จะสับศัตรูตายไปไม่น้อย แต่ตัวเองก็บาดเจ็บสาหัสเหมือนกัน เขาบนหัวที่แทรกอยู่ท่ามกลางผมยาวสีทองหักไปข้างหนึ่ง ซ้ำยังมีอาวุธเสียบคาอยู่บนร่างอีกหลายชิ้น สภาพน่าอนาถสุดๆ

พริบตาเดียว อารมณ์ฮึกเหิมและหัวใจที่พองโตของฉินหมิงก็สงบลงอย่างรวดเร็ว การปะทะกันขนาดใหญ่ยักษ์ของสองค่ายแบบนี้ คนจำนวนมากคงต้องตายคาสนามรบแน่ๆ

เขามองดูเงียบๆ ไม่ได้บุ่มบ่ามเข้าไปใกล้พื้นที่แถบนั้น แต่เริ่มหันหลังกลับ แล้วบุกตะลุยสับศัตรูกลับไปทางเดิม

ฉินหมิงนึกถึงสมรภูมิระดับปรมาจารย์ที่อวี๋เกิ้นเซิง จ้าวจื่อหยวน และจินหยวนอยู่ ไม่รู้ว่าจะโหดร้ายและนองเลือดกว่านี้หรือเปล่า?

ในเสี้ยววินาทีนั้น หัวใจของเขาเริ่มดิ่งวูบ ปรมาจารย์เฒ่าพวกนั้น... จะรอดชีวิตกลับมาได้ไหมนะ?

เขารู้สึกจุกแน่นในอก เพราะเขารู้ดีว่า... จบศึกนี้ไป คนคุ้นเคยบางคน อาจจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว

ทั่วทั้งชายแดนตะวันตกกำลังสั่นสะท้าน มหาศึกดำเนินมาถึงจุดเดือดสุดขีด เสียงปีศาจคำราม เสียงมนุษย์ตะโกนก้อง สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งที่ราบกว้างใหญ่

ในฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้สีเหลืองปลิวว่อน พัดพาเอาความหนาวเหน็บอย่างรุนแรงมาด้วย

ตามหมู่บ้านแนวชายแดน ชาวบ้านธรรมดาจำนวนมากต่างพากันสั่นงันงก คลุกเคล้าไปกับเสียงร้องไห้ระงม

ตอนนี้ทุกคนได้แต่สวดภาวนา หวังให้เยี่ยโจวคว้าชัยชนะครั้งใหญ่ ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงถูกพวกปีศาจฆ่าตายในอีกไม่ช้าแน่ๆ

ภายใต้ราตรียาวนานนี้ พวกเขาไม่มีที่ให้หนีอีกแล้ว

ศัตรูที่บุกมาไม่ใช่พวกโจรภูเขาหรือโจรเร่ร่อนธรรมดาๆ แต่เป็นอารยธรรมปีศาจที่กำลังรุกราน! หากชายแดนตะวันตกแตกเมื่อไหร่ ทั่วทั้งเยี่ยโจวก็ต้องพังพินาศย่อยยับ

ต่อให้เป็นพวกมีอิทธิพลหรือคนรวย ที่หอบลูกจูงหลานย้ายบ้านหนีไปอยู่เมืองเล็กๆ ห่างออกไปร้อยสองร้อยลี้ หากพวกปีศาจตีฝ่าด่านมาได้สำเร็จ คนพวกนั้นก็แค่ได้ยืดเวลาตายออกไปอีกนิดหน่อยเท่านั้นแหละ

ฉินหมิงเดินฝ่ากองทัพปีศาจ สับสังหารจนตอนท้ายเขายังรู้สึกชาไปหมด เขาเองก็รู้สึกว่า ตัวเองได้กลายเป็นเครื่องจักรสังหารไร้ความรู้สึกไปซะแล้ว

ในช่วงเวลานี้ หลังจากกวาดล้างพวกปีศาจในเขตของตัวเองจนเหี้ยน เขาก็บุกข้ามเขตไปสู้ต่อ และได้เห็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาหลายคน อย่างเช่นเจิงหยวน ที่นอนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดอยู่บนพื้น เขาเสียขาไปข้างหนึ่งแล้ว

เขายังเห็นลู่เจินอีตายคาสนามรบ ตอนที่เขารีบวิ่งไปดูก็สายไปเสียแล้ว และยังเห็นเฉินปิงเหยียนโดนดาบและกระบี่เสียบคาอยู่บนร่างถึงห้าเล่ม กำลังเดินโซเซถอยทัพไป

'คนในขอบเขตใหญ่ที่สองก็พุ่งขึ้นมากันหมดแล้วงั้นเหรอเนี่ย โหดร้ายนองเลือดขนาดนี้เชียว!' หัวใจที่ด้านชาของฉินหมิงกลับมาเต้นระรัวอีกครั้ง เขาพุ่งทะยานเข้าห้ำหั่นศัตรูอย่างไม่คิดชีวิต!

....…

ท่ามกลางหมอกเซียนที่พวยพุ่ง บนท้องฟ้าสูงลิบ เงาร่างขนาดยักษ์ปรากฏขึ้น เผยให้เห็นเพียงโครงร่างเลือนรางบางส่วน ไม่มีลักษณะใดๆ ที่บ่งบอกว่าเป็นเผ่ามนุษย์เลย

แต่ทว่า เขากลับเคยเป็นมนุษย์จริงๆ ซ้ำยังดูเหมือนจะเป็นปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งเฒ่าฝั่งเยี่ยโจวที่บรรลุกลายเป็นเทพไปแล้วด้วย!

ย้อนกลับไปตอนแรกที่พวกปีศาจรุกราน ก่อนที่พวกมันจะเปิดฉากโจมตีเต็มรูปแบบ ก็เป็นเขาคนนี้นี่แหละที่ถือโองการศักดิ์สิทธิ์จากยุคเก่าของเมืองอวี้จิง บุกเดี่ยวเข้าไปเจรจา บีบให้พวกสิ่งมีชีวิตคล้ายเทพเจ้าต้องถอยร่น จนทำให้ความเห็นภายในของพวกมันแตกแยก

"ท้ายที่สุด พวกมันก็ยังเปิดฉากบุกโจมตีอย่างบ้าคลั่งอยู่ดี หรือว่า... โดนบังคับให้มาเป็นทัพหน้าเบิกทางกันแน่?" เงาร่างยักษ์ในหมอกเซียนพึมพำกับตัวเอง

จบบทที่ ฟรี บทที่ 330 ราชาวานรเดินสองขาน่าสะพรึงกลัว (รวมสองตอน)

คัดลอกลิงก์แล้ว