- หน้าแรก
- ระบบลูกดก เริ่มต้นด้วยการพิชิตจักรพรรดินีจิ่วโยว!
- ตอนที่ 932 พันปีให้หลัง!
ตอนที่ 932 พันปีให้หลัง!
ตอนที่ 932 พันปีให้หลัง!
ตอนที่ 932 พันปีให้หลัง!
เซียวชิงหลีคลี่ยิ้มบาง "บุรุษของข้า ต่อให้มีขนที่ก้นกี่เส้น ข้าก็ยังรู้แจ้งแทงตลอด"
ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง หากตงฟางหยวนได้รับรู้ถ้อยคำนี้ คงได้แต่นิ่งอึ้งไร้วาจาเป็นแน่
"ตั้งแต่ตอนที่เขากลับมาจากยุคบรรพกาลแรกเริ่มเมื่อร้อยปีก่อน สายตาที่เขามองเจ้าในวิหารบรรพชนก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว ไหนจะการที่เขาเจาะจงเรียกชื่อเจ้าอีก รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ อย่าว่าแต่ข้าเลย ซินโหรวกับซินรุ่ยก็สัมผัสได้เช่นกัน"
"ข้าเลยเดาเอาว่า ตอนที่อยู่ยุคบรรพกาล เขาแอบล่วงเกินอะไรเจ้าหรือเปล่า?"
ถ้อยคำของเซียวชิงหลีช่างตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม สมกับสไตล์การทำงานของจักรพรรดินีที่เด็ดขาดและแทงทะลุถึงแก่นแท้ โดยไม่ทิ้งความยืดเยื้อไว้แม้แต่น้อย
ใบหน้าของหลีเสวี่ยพลันซับสีเลือดขึ้นมาระเรื่อ
ระดับบุตรีแห่งเทพผู้รังสรรค์ ยอดฝีมือระดับเทพบรรพชน กลับต้องมาหน้าแดงเพราะคำพูดไม่กี่คำ ภาพเช่นนี้นับว่าหาดูได้ยากยิ่งนัก
"ตาบ้านั่น... ลูบคลำข้าไปทั่วทั้งตัว เอาเปรียบข้าสารพัด"
"น่าโมโหชะมัด!"
หลีเสวี่ยแสร้งทำเป็นโกรธเคืองแล้วหันหน้าหนี
เมื่อได้ยินดังนั้น เซียวชิงหลีและเฉียนซินโหรวก็สบตากัน รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของทั้งสอง ก่อนจะเดินเข้าไปขนาบข้างหลีเสวี่ย
"ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง"
"แค่เอาเปรียบเฉยๆ หรอกรึ ข้านึกว่าข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกไปแล้วเสียอีก" เซียวชิงหลีเอ่ยกลั้วหัวเราะ
"จะเป็นไปได้อย่างไร?!"
"หากเขากล้าทำแบบนั้น... ข้า... ข้าไม่ปล่อยเขาไว้แน่!" หลีเสวี่ยหันขวับกลับมา แกล้งทำเป็นพูดจาข่มขวัญทั้งที่ใบหน้าแดงก่ำ ยิ่งดูขบขันและน่าเอ็นดู
"เอาเถอะๆ อย่ามัวแต่ปากแข็งว่าจะไม่ปล่อยฝ่าบาทไว้เลย ด้วยระดับพลังของฝ่าบาทในตอนนี้ เจ้าจะเอาอะไรไปลงโทษเขากันเล่า"
"หลีเสวี่ย จากที่ข้ารู้จักฝ่าบาทดีนะ รอเขากลับมาเมื่อไหร่ พวกเราคงได้เรียกขานกันเป็นพี่เป็นน้องอย่างเป็นทางการแน่"
"สนมเสวี่ยก็มีคนใช้ไปแล้ว ไม่สู้ให้เจ้าใช้ราชทินนามว่า สนมสือ (สนมกาลเวลา) ดีหรือไม่ สมกับฐานะบุตรีแห่งเทพผู้รังสรรค์กาลมิติของเจ้าพอดิบพอดี"
"ท่านพี่ ท่านเห็นสมควรหรือไม่?"
เฉียนซินโหรวหันไปถามความเห็นจากเซียวชิงหลีโดยตรง
เซียวชิงหลีพยักหน้ารับ เอ่ยอย่างจริงจัง "ข้าว่าดีเลยล่ะ รอฝ่าบาทกลับมา ข้าจะเป็นคนไปบอกเขาเอง"
หลีเสวี่ยเห็นสตรีทั้งสองหยอกล้อกันเป็นจริงเป็นจัง ใบหน้าก็ยิ่งแดงซ่านกว่าเดิม "พวกเจ้าอย่าพูดจาเหลวไหลสิ ข้ายังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจเลยนะ ทำอย่างกับข้าที่เป็นถึงเทพบรรพชนจะไม่มีใครเอาอย่างนั้นแหละ"
"จ้าๆๆ"
"ใครบ้างไม่รู้ว่ามีคนตามจีบเจ้าเป็นพรวน ต่อแถวยาวจนพันรอบดวงดาวได้แล้วมั้ง แต่ถามจริงเถอะ นอกจากฝ่าบาทแล้ว เจ้าเคยมองใครเข้าตาบ้างไหมล่ะ?" เฉียนซินโหรวยิ้มกว้างกว่าเดิม
"ข้า..."
หลีเสวี่ยถึงกับสะอึก พูดไม่ออก
นั่นก็จริง คำถามนี้นางไม่มีคำตอบมาโต้แย้งเลย นอกจากตงฟางหยวนแล้ว นางก็ไม่เคยชายตามองบุรุษใดจริงๆ
"เอาล่ะๆ"
"เรื่องนี้ปล่อยให้พวกข้าจัดการเอง รอฝ่าบาทกลับมา พวกข้าจะไปคุยกับเขาให้ เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก เขาไม่ใช่บุรุษที่จะปัดความรับผิดชอบ"
"มา ดื่มกันเถอะ"
เซียวชิงหลียกจอกสุราขึ้นอย่างอาจหาญ เฉียนซินโหรวชนจอกตอบรับ ทั้งสองหันไปมองหลีเสวี่ย หลีเสวี่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะชนจอกเช่นกัน "ดื่ม!"
สตรีทั้งสามยืนหยัดอยู่บนยอดเขา ท่ามกลางราตรีและหมู่ดาว ปล่อยกายปล่อยใจไปกับรสสุรา ดื่มด่ำกันอย่างสำราญใจ
………………
หนึ่งพันปีให้หลัง
นับตั้งแต่กู้ชิงสิ้นชีพและตงฟางหยวนหายตัวไป กาลเวลาก็ล่วงเลยมาแล้วถึงหนึ่งพันปี
ตลอดหนึ่งพันปีนี้ จักรวาลแทบไม่มีความเปลี่ยนแปลงอันใดที่สลักสำคัญ
เทพผู้รังสรรค์กาลมิติได้สร้างห้วงดาราแห่งกาลมิติขึ้นมาเพื่อปลีกวิเวกบำเพ็ญเพียร แทบไม่ปรากฏตัวให้ผู้ใดพบเห็น
มีเพียงหลีเสวี่ยที่ทนเหงาไม่ไหว แวะเวียนมาที่เกาะเทพอมตะแทบจะวันเว้นวัน
ส่วนเหล่าทายาทของตงฟางหยวน ตลอดพันปีที่ผ่านพ้นไป ต่างก็พานพบวาสนาและโชคชะตาในแบบฉบับของตนเอง
นอกจากตงฟางชิงหานแล้ว
ตงฟางจิ่วโยว, ตงฟางหลีเยว่, ตงฟางซิงอวิ๋น, ตงฟางจิงอี, ตงฟางหวยหลาน, ตงฟางฉิงเสวี่ย, ตงฟางเทียนเสีย, ตงฟางซั่ว, ตงฟางฉือเหยา, ตงฟางป่ายเยว่, ตงฟางเชียนหาน, ตงฟางจื่ออวี่ บุตรและธิดาทั้งหมดนี้ ผ่านการฝึกฝนและได้รับวาสนาตลอดพันปี
บัดนี้ ผู้ที่มีระดับการบ่มเพาะต่ำที่สุดในหมู่พวกเขา ก็ยังบรรลุถึงระดับจ้าวผู้ครองพิภพแล้ว แข็งแกร่งพอที่จะเป็นเจ้าแห่งดวงดาวระดับสิบได้สบายๆ!
ส่วนตงฟางจิ่วโยวและตงฟางซิงอวิ๋น ทั้งสองได้ก้าวขึ้นเป็นยอดฝีมือระดับบรรพชนต้นกำเนิดเป็นที่เรียบร้อย พวกเขาได้รับมรดกตกทอดสูงสุดจากดาวลี้ลับและดาวไร้มลทิน ผนวกกับฐานะอดีตรัชทายาทและองค์ชายแห่งแดนคงเซิ่ง ทำให้ได้รับการสนับสนุนทรัพยากรมหาศาลจากจักรวรรดิเทพเทียนเหยียน
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงใช้เวลาเพียงพันปีก็สามารถก้าวขึ้นเป็นบรรพชนต้นกำเนิด กลายเป็นสองตำนานแห่งยุค
ส่วนตงฟางหลีเยว่และตงฟางซั่ว คนหนึ่งคือธิดาคนโต อีกคนคืออดีตศิษย์ของกู้ชิง
ต้องยอมรับเลยว่า ในอดีตกู้ชิงทุ่มเทสั่งสอนตงฟางซั่วอย่างสุดกำลัง และยังทิ้งมรดกตกทอดไว้ให้เขา ซึ่งมรดกนั้นจะปลดปล่อยอานุภาพสูงสุดเมื่อเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่
นี่ทำให้เขาแซงหน้าผู้อื่นขึ้นมาได้ พันปีผ่านไป ไม่เพียงบรรลุระดับบรรพชน ทว่ายังทะลวงเข้าสู่ระดับกึ่งบรรพชนขั้นสมบูรณ์!
ระดับพลังสูงกว่าตงฟางหลีเยว่ที่อยู่ในระดับกึ่งบรรพชนขั้นสูงสุดเสียอีก!
…………
ณ เกาะเทพอมตะ
เบื้องล่างน้ำตกบนขุนเขาเทพ
เซียวชิงหลี เชียนซินรุ่ย ชูเทียนหยา และสตรีคนอื่นๆ ยืนทอดสายตามองสายน้ำตกยักษ์ที่ทิ้งตัวลงมาจากฟากฟ้า กระทบลงสู่สระม่านหมอกบนเกาะเทพอมตะ
"พันปีผ่านไปแล้ว ฝ่าบาทยังไม่มีข่าวคราวส่งมาเลย"
"ไม่รู้จริงๆ ว่าจะต้องรอไปอีกนานแค่ไหน"
เชียนซินรุ่ยเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความคาดหวังและความคะนึงหา
ตงฟางหยวนหายตัวไปหนึ่งพันปีเต็ม ไร้ซึ่งร่องรอยหรือข่าวคราวใดๆ
แม้นางจะรู้ดีว่าเขาไม่มีทางเป็นอันตราย แต่การเผชิญกับความเป็นจริงที่เงียบงัน ไร้สุรเสียงใดๆ สำหรับสตรีที่ต้องเฝ้ารอคอยอยู่ในเรือนหออย่างโดดเดี่ยวแล้ว มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
"ค่อยๆ รอไปเถอะ"
"อดทนไว้"
เซียวชิงหลีนับว่าเป็นผู้ที่ปลงตกได้มากที่สุด นางฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ จึงหันไปถามชูเทียนหยา "จริงสิ เรื่องหลังจากที่จงหวงตายแล้ว จัดการอย่างไรบ้าง?"
จงหวงสิ้นใจไปหลายปีแล้ว แต่เซียวชิงหลีมัวแต่ง่วนอยู่กับการจัดการเรื่องจุกจิกบนเกาะเทพอมตะและสรรพชีวิตจากแดนคงเซิ่ง จึงไม่มีเวลาไถ่ถาม
นางรู้เพียงว่า ตงฟางซั่วกับจงหวงนั้นมีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างดีต่อกัน
ในช่วงร้อยปีสุดท้ายของจงหวง เขาได้อบรมสั่งสอนเคล็ดวิชาให้ตงฟางซั่ว ถ่ายทอดทักษะวิชาระดับบรรพชนที่ตนเคยร่ำเรียนมาให้
สำหรับตงฟางซั่วแล้ว จงหวงถือเป็นผู้อาวุโสที่เขารักและเคารพยิ่ง
"หลังจากที่เขาตาย ซั่วเอ๋อร์เป็นคนฝังร่างเขาไว้ใต้ผืนดินแห่งเขาปู้ซือด้วยตัวเอง เพื่อให้เขาได้พักผ่อนอย่างสงบ"
"ร้อยปีที่ผ่านมา เขาวางทุกสิ่งลง ใช้ชีวิตเรียบง่ายกลมกลืนกับชาวหมู่บ้านมนุษย์ ซ้ำยังเข้ากับซั่วเอ๋อร์ได้เป็นอย่างดี หากยืมคำพูดของเขาเอง ก็คงเรียกว่าเป็นการไถ่บาปให้ตัวเองนั่นแหละ" ชูเทียนหยาตอบ
เมื่อได้ยินดังนั้น เซียวชิงหลีก็พยักหน้ารับ สำหรับจงหวงแล้ว นี่นับว่าเป็นจุดจบที่บริบูรณ์ที่สุดแล้ว
"อีกไม่กี่วัน จะถึงวันมงคลสมรสของหวังหานอีและหั๋วอู่แล้ว"
"ซินรุ่ย ถึงตอนนั้นเจ้ากับซินโหรวก็เป็นตัวแทนของแดนคงเซิ่งไปร่วมงานทีนะ"
"ถือโอกาสนี้คัดเลือกดูด้วยว่า มีบุตรหลานตระกูลใดที่เหมาะสมคู่ควรกับพวกลูกๆ ของเราบ้าง โตๆ กันหมดแล้ว จะให้มัวแต่มุ่งมั่นฝึกวิชาอย่างเดียวไม่ได้ นิสัยเจ้าชู้มักมากของผู้เป็นพ่อนั้น เหตุใดเด็กพวกนี้ถึงไม่ได้รับการถ่ายทอดมาเลยแม้แต่คนเดียวเล่า"
เซียวชิงหลีเอ่ยพึมพำ ก่อนจะยกมือขึ้นนวดขมับด้วยความปวดหัวกับเรื่องนี้