- หน้าแรก
- ระบบบีบให้ผมเป็นเทพกระบี่ไร้พ่าย
- บทที่ 190 - ดันเจี้ยนตกปลาระดับอีปิค
บทที่ 190 - ดันเจี้ยนตกปลาระดับอีปิค
บทที่ 190 - ดันเจี้ยนตกปลาระดับอีปิค
บทที่ 190 - ดันเจี้ยนตกปลาระดับอีปิค
แม้ยัยเทพจอมหาทำจะแค่แวะมาทักทายแล้วชิ่งหนีไป แต่จางหยวนก็ได้รับข้อมูลใหม่ๆ จากเธอมาเพียบ
หลังจากเขาอัปเลเวลถึงเจ็ดสิบ ศัตรูที่ต้องรับมืออาจจะไม่ใช่แค่ราชันคำสาปธรรมดาๆ อีกต่อไป
เขามีโอกาสสูงมากที่จะต้องปะทะกับพลังส่วนหนึ่งหรืออาจจะทั้งหมดของเทพมารคำสาป!
"คิดดูดีๆ แล้ว ตอนที่อาริดิสทำพันธสัญญากับฉัน หมอนั่นคงวางแผนเรื่องพวกนี้ไว้ในใจหมดแล้วสินะ... มันกล้าทำสัญญายอมปล่อยให้ฉันเก็บเวลจนถึงเจ็ดสิบ ก็เพราะมีเทพมารคำสาปคอยหนุนหลังอยู่นี่เอง"
"เจ้านี่มันวางแผนได้รอบคอบจริงๆ"
"แต่ก็นะราชันคำสาป ต่อให้นายจะคำนวณเก่งแค่ไหน นายก็คงคิดไม่ถึงหรอกว่าโปรโกงของฉันมันจะงอกเงยขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้"
จางหยวนหัวเราะเบาๆ เขาเก็บเรื่องราชันคำสาปซุกไว้ก้นบึ้งของหัวใจ ก่อนจะเรียกกระบี่บินออกมาแล้วเหินฟ้ามุ่งหน้าสู่กำแพงปู้ชวี
ตอนนี้ดันเจี้ยนขุมนรกรอบๆ ภูเขาเป่ยหมางถูกกวาดล้างจนเหี้ยนเตียนหมดแล้ว ภารกิจต่อไปของเขาคือการผลักดันกองทัพขุมนรกให้ถอยร่นกลับไป วิกฤตการณ์ชายแดนครั้งนี้ก็จะถือว่าคลี่คลายอย่างสมบูรณ์แบบ
จางหยวนขี่กระบี่บินมาถึงเหนือน่านฟ้ากำแพงปู้ชวี เขาสังเกตเห็นว่าการต่อสู้นอกเมืองใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดแล้ว เหล่าผู้ใช้อาชีพต่างพากันแห่ออกไปนอกเมืองเพื่อกวาดล้างมอนสเตอร์ขุมนรกชุดสุดท้ายพร้อมกับเก็บกวาดสมรภูมิ
ทว่าเขากลับมองไม่เห็นวี่แววของซือหม่าเตี๋ยกับซิงคงเลยแม้แต่น้อย
จางหยวนพยายามส่งกระแสจิตเรียกหาซิงคง แต่ก็ไร้เสียงตอบรับ
"พวกนั้นหายไปไหนกันเนี่ย?"
แววตาของจางหยวนฉายแววสงสัย เขาร่อนลงจอดบนสมรภูมินอกเมืองแล้วเดินไปดึงตัวทหารที่กำลังเก็บกวาดพื้นที่มาถาม "ขอโทษนะครับ คุณเห็นเด็กผู้หญิงที่พาตัวมังกรยักษ์สองตัวมาด้วยไหมครับ?"
"คุณหมายถึงคุณหนูซือหม่าเหรอครับ? แน่นอนว่าต้องเห็นสิ" แววตาของทหารนายนั้นทอประกายชื่นชมขึ้นมาทันที "เธอขี่มังกรยักษ์สองตัวร่อนลงมาจากฟ้า พลิกสถานการณ์สงครามได้ในพริบตา ที่พวกเรายังมีชีวิตรอดมาได้ก็เป็นเพราะบารมีของเธอนั่นแหละครับ"
จางหยวนถามต่อ "แล้วตอนนี้เธอไปไหนแล้วครับ?"
ทหารชี้มือไปทางทิศเหนือ "หน่วยสอดแนมของเราตรวจพบว่าต้นตอของมอนสเตอร์ขุมนรกระลอกนี้มาจากที่ราบเลี่ยเฟิงทางตอนเหนือครับ คุณหนูซือหม่ากับทีมปาร์ตี้ของกำแพงปู้ชวีเลยล่วงหน้าไปที่นั่นเพื่อตัดกำลังเสริมของพวกมอนสเตอร์ขุมนรก"
"ตอนนี้มอนสเตอร์ฝั่งเราบางตาลงเรื่อยๆ ภารกิจของพวกเขาน่าจะราบรื่นดี ผมเดาว่าพวกเขากำลังเดินทางกลับกันแล้วล่ะครับ... ถ้าคุณอยากเจอคุณหนูซือหม่า ลองมุ่งหน้าขึ้นเหนือดูสิครับ น่าจะสวนทางกันกลางทางพอดี"
"ขอบคุณมากครับ"
พอรู้เบาะแสของซือหม่าเตี๋ย จางหยวนก็กล่าวขอบคุณทหารนายนั้น ก่อนจะกระโดดขึ้นกระบี่บินแล้วพุ่งทะยานขึ้นเหนือทันที
ในเมื่อเขาติดต่อซิงคงไม่ได้ สถานการณ์ที่ราบเลี่ยเฟิงฝั่งโน้นต้องไม่สวยหรูเหมือนที่ทหารคนนี้คิดแน่ๆ!
สามสิบกิโลเมตรทางตอนเหนือของกำแพงปู้ชวี ณ ที่ราบเลี่ยเฟิง
ผืนดินบริเวณนี้ถูกแผดเผาจนเกรียมดำ ซากศพของมอนสเตอร์ขุมนรกนอนตายเกลื่อนกลาด บ่งบอกชัดเจนว่าเพิ่งผ่านการต่อสู้ที่ดุเดือดมาหมาดๆ
ใจกลางที่ราบปรากฏวังวนดันเจี้ยนสีดำทะมึนขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่
แต่ทว่ากลับไร้เงาของซือหม่าเตี๋ยและพรรคพวก ดูเหมือนพวกเขาจะบุกเข้าไปในดันเจี้ยนนั้นแล้ว
จางหยวนร่อนลงจอดหน้าทางเข้าดันเจี้ยนพร้อมกับเปิดใช้งานเนตรขุมนรกตรวจสอบทันที
[ดันเจี้ยนโบราณสถานเลี่ยเฟิง]
[ระดับความยาก: ครึ่งเทพ]
"ดันเจี้ยนระดับครึ่งเทพ?"
พอเห็นข้อมูลของดันเจี้ยนกลางที่ราบ แววตาของจางหยวนก็หรี่แคบลง ภาพเหตุการณ์ตอนบุกดันเจี้ยนป้อมปราการมนุษย์มังกรผุดขึ้นมาในหัวทันที
ก่อนที่เขาจะก้าวเท้าเข้าไป ดันเจี้ยนป้อมปราการมนุษย์มังกรก็ยังคงเป็นแค่ดันเจี้ยนขุมนรกระดับปกติ ทว่าพอเขาเริ่มท้าทาย ระดับความยากมันก็พุ่งปรี๊ดขึ้นเป็นระดับครึ่งเทพกะทันหัน เรียกได้ว่าเป็นดันเจี้ยนตกปลาหลอกคนระดับอีปิคชัดๆ!
ซือหม่าเตี๋ยกับคนอื่นๆ ก็คงจะเจอเหตุการณ์หน้าตายแบบเดียวกันนี้แน่ๆ
จางหยวนขมวดคิ้วแน่น "งานเข้าแล้วไง... พวกนั้นจะเอาชีวิตรอดจากดันเจี้ยนระดับครึ่งเทพได้ไหมเนี่ย?"
แม้จางหยวนจะโซโล่ดันเจี้ยนป้อมปราการมนุษย์มังกรผ่านมาได้อย่างชิลๆ แต่นั่นไม่ได้แปลว่าดันเจี้ยนระดับครึ่งเทพมันจะหมูนะ
ต้องไม่ลืมว่ากว่าจางหยวนจะเคลียร์ป้อมปราการมนุษย์มังกรได้ เขาต้องฝ่าด่านลุยตีเมือง แถมยังต้องเชือดบอสระดับครึ่งเทพที่มีโล่อมตะ และตบท้ายด้วยการงัดกับร่างเงาของราชันคำสาปอีกต่างหาก
ดันเจี้ยนป้อมปราการมนุษย์มังกรนั่น ต่อให้เป็นปาร์ตี้ผู้ใช้อาชีพระดับเทพที่เลเวลเฉลี่ยแตะเก้าสิบยกโขยงกันไปลุย ก็มีสิทธิ์โดนล้างบางยกตี้ได้ง่ายๆ!
ในเมื่อดันเจี้ยนโบราณสถานเลี่ยเฟิงอยู่ในระดับครึ่งเทพเหมือนกัน ความยากมันก็ต้องไม่ทิ้งห่างกันเท่าไหร่หรอก
ต่อให้ซือหม่าเตี๋ยจะมีซิงคงกับเสี่ยวชุ่ยคอยช่วย ก็ใช่ว่าจะรอดออกมารอดตายได้
"ดันเจี้ยนขุมนรกแบบนี้มันจำกัดให้เข้าท้าทายได้แค่ปาร์ตี้เดียว ถ้าพวกนั้นเข้าไปแล้ว คนอื่นก็หมดสิทธิ์เข้า... ฉันพอจะมีวิธีไหนช่วยพวกนั้นได้บ้างไหมเนี่ย?"
จางหยวนเดินวนไปวนมาหน้าดันเจี้ยนขุมนรกพลางใช้ความคิดอย่างหนัก จังหวะที่เผลอไปแตะโดนวังวนดันเจี้ยนเข้า ข้อความแจ้งเตือนก็เด้งขึ้นมาบนหน้าต่างระบบกะทันหัน
[เพื่อนร่วมปาร์ตี้ของคุณกำลังต่อสู้อย่างยากลำบากอยู่ภายในดันเจี้ยน ต้องการเข้าสู่ดันเจี้ยนโบราณสถานเลี่ยเฟิงหรือไม่?]
"นี่มัน?"
พออ่านข้อความแจ้งเตือน จางหยวนก็อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้แล้วตาเป็นประกาย "จริงด้วย! เพื่อให้ซิงคงช่วยดูแลซือหม่าเตี๋ย ฉันก็เลยตั้งปาร์ตี้ค้างไว้กับเธอมาตลอด ตอนนี้ฉันก็ถือว่าเป็นสมาชิกของปาร์ตี้กู้ภัยนี้เหมือนกัน ฉันเข้าดันเจี้ยนได้นี่หว่า!"
เมื่อค้นพบช่องโหว่ของดันเจี้ยน จางหยวนก็ฉีกยิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้น เขากดตกลงเข้าดันเจี้ยนโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว
ทางเข้าวังวนดันเจี้ยนสว่างวาบขึ้นมาห่อหุ้มร่างของเขาไว้ ก่อนจะดูดกลืนจางหยวนหายลับไป
ทันทีที่เท้าแตะพื้นดันเจี้ยน จางหยวนก็พบว่าตัวเองยืนอยู่ท่ามกลางที่ราบอันเวิ้งว้างกว้างใหญ่ พลังงานธาตุรอบด้านกำลังปั่นป่วนและบ้าคลั่งสุดๆ
และในจังหวะนั้นเอง จางหยวนก็สามารถเชื่อมต่อกระแสจิตกับซิงคงได้สำเร็จ เขาพบว่าซิงคงกำลังติดสถานะรอฟื้นคืนชีพอยู่!
เวลาผ่านไปไม่กี่วินาที พลังชีวิตของซิงคงก็เด้งกลับมาห้าสิบเปอร์เซ็นต์ จากนั้นจางหยวนก็เห็นหลอดเลือดของซิงคงลดฮวบลงอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย อีกไม่นานซิงคงต้องร่วงกลับไปนอนนับดาวอีกรอบแน่!
"ขนาดซิงคงยังแบกไม่ไหวเลยเหรอเนี่ย?"
พอเห็นสภาพอันย่ำแย่ของซิงคง จางหยวนก็ใจหายวาบ เขาเรียกกระบี่บินออกมาแล้วเหินฟ้าพุ่งตรงไปยังตำแหน่งของซิงคงทันที
ไม่นานนักจางหยวนก็รุดมาถึงสมรภูมิ ใจกลางพื้นที่มีกลุ่มหมอกสีดำทึบขนาดยักษ์ลอยคว้างอยู่ มอนสเตอร์ขุมนรกหน้าตาสยดสยองจำนวนมหาศาลกำลังแห่แหนพุ่งทะลักออกมาจากหมอกดำนั่นอย่างไม่ขาดสาย
ซือหม่าเตี๋ยกับผู้ใช้อาชีพเลเวลแปดสิบกว่าอีกสามคนกำลังยืนหยัดต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย ภายใต้การคุ้มกันของซิงคงและเสี่ยวชุ่ยเพื่อต้านทานการบุกของกองทัพขุมนรก
ทว่ามอนสเตอร์พวกนั้นมันมีเยอะเกินไป แถมดาเมจก็แรงทะลุหลอด ขนาดเสี่ยวชุ่ยที่เลเวลปาเข้าไปเก้าสิบแล้วก็ยังทนรับดาเมจแทบไม่ไหว
พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากให้ซิงคงที่มีสกิลฟื้นคืนชีพรับบทเป็นตัวชนหลัก ส่วนเสี่ยวชุ่ยมีหน้าที่รับช่วงต่อในช่วงสิบวินาทีที่ซิงคงกำลังรอคูลดาวน์คืนชีพ
แต่ถึงจะงัดกลยุทธ์นี้มาใช้ เสี่ยวชุ่ยก็ยังอยู่ในสภาพสะบักสะบอมเต็มกลืน คงจะยื้อไว้ได้อีกไม่นานนัก
ส่วนนักบวชสายฮีลประจำตี้ก็รีดพลังจิตจนเกลี้ยงหลอดไปแล้ว ถึงขั้นต้องงัดเอาคทาเวทไปเคาะกบาลพวกมอนสเตอร์ขุมนรกแก้ขัด
"โดนไล่ต้อนจนมุมแล้วสินะ... โชคดีที่ฉันมาทันเวลา ขืนมาช้ากว่านี้อีกนิดเดียวมีหวังได้บรรลัยเกิดแน่!"
จางหยวนลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นทุกคนยังมีชีวิตรอด เขาร่อนลงจอดขวางหน้าทุกคนเอาไว้พร้อมกับกางค่ายกลกระบี่ออก บัฟฟื้นฟูพลังกายและพลังจิตสาดซัดเข้าใส่ทุกคนในปาร์ตี้ทันที
"รุ่นน้อง (เทพหยวน)!?"
ซือหม่าเตี๋ยกับผู้ใช้อาชีพเลเวลสูงอีกสามคนเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึงระคนดีใจเมื่อเห็นจางหยวนโผล่มา!
พวกเขาไม่นึกไม่ฝันเลยว่าจางหยวนจะโผล่มาช่วย!
และโชคดีเหลือเกินที่เขามาปรากฏตัวในจังหวะนี้!
"พวกคุณเหนื่อยกันมามากพอแล้วครับ"
จางหยวนหันไปส่งยิ้มให้ทั้งสี่คน ระหว่างที่พูดคุยกันอย่างชิลๆ กระบี่บินนับหมื่นเล่มก็ก่อตัวขึ้นเต็มท้องฟ้าเหนือหัว
"ที่เหลือ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง"
[จบแล้ว]