- หน้าแรก
- ระบบบีบให้ผมเป็นเทพกระบี่ไร้พ่าย
- บทที่ 170 - ผลงานชิ้นเอกของปรมาจารย์
บทที่ 170 - ผลงานชิ้นเอกของปรมาจารย์
บทที่ 170 - ผลงานชิ้นเอกของปรมาจารย์
บทที่ 170 - ผลงานชิ้นเอกของปรมาจารย์
หลังจากได้ค้นพบหินแห่งนภา จางหยวนก็ถึงกับก้าวขาไม่ออกอีกต่อไป
"คุณอยากได้หินแห่งนภาเหรอ?" จังหวะนั้นเองร่างจำแลงของเทพแห่งการหลอมสร้างก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังจางหยวนพร้อมกับเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย
"เทพแห่งการหลอมสร้าง?"
เมื่อจางหยวนเห็นเทพแห่งการหลอมสร้างมาโผล่ในดันเจี้ยนแห่งนี้ ประกายความตกตะลึงก็พาดผ่านดวงตาของเขาวูบหนึ่ง "เทพจอมหาทำบอกว่าถ้าคุณเริ่มตั้งใจทำงานเมื่อไหร่ก็จะไม่สนใจเรื่องอื่นเลยไม่ใช่เหรอครับ?"
เทพแห่งการหลอมสร้างตอบกลับ "ในสถานการณ์ปกติ ฉันมักจะชอบทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับการทำงาน สภาวะตัดขาดจากโลกภายนอกจะช่วยให้ฉันมีสมาธิขั้นสุดและสามารถดึงเอาความคิดสร้างสรรค์ออกมาใช้งานได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์"
"แต่ทว่าครั้งนี้แค่มาทำลายหัวใจราชันคำสาปเฉยๆ ก็เลยไม่จำเป็นต้องทุ่มเทอะไรขนาดนั้น"
"อีกอย่าง ถ้าบ้านนายมีหัวขโมยที่เคยฉกของวิเศษนายไปตั้งหลายสิบชิ้นแอบย่องเข้ามา นายจะยังมีกะจิตกะใจมุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่ได้อีกงั้นเหรอ?"
จางหยวนหัวเราะแห้งๆ "นั่น... ก็จริงของคุณครับ"
เทพแห่งการหลอมสร้างหยิบหินแห่งนภาออกมาจากม่านพลังป้องกัน ก่อนจะพูดต่อ "จางหยวน ฉันมอบแร่ก้อนนี้ให้นายได้ แต่มีข้อแม้ว่านายจะต้องมอบสิ่งที่มีมูลค่าเทียบเท่ากับหินแห่งนภามาแลกเปลี่ยน"
"อย่างเช่นเพลิงนิรันดร์กับแร่ทองคำดำหมื่นลักษณ์"
จางหยวนส่ายหน้าปฏิเสธทันที "ขอโทษด้วยครับ ผมรับปากกับเทพแห่งความปีติไปแล้วว่าจะยังไม่มอบเพลิงนิรันดร์และแร่ทองคำดำหมื่นลักษณ์ให้คุณในตอนนี้"
"ว่าแล้วเชียว เทพจอมหาทำนั่นก็ต้องระวังตัวจากฉันอยู่เหมือนกัน..."
เทพแห่งการหลอมสร้างหัวเราะเบาๆ ดูเหมือนเขาจะไม่แปลกใจกับคำตอบของจางหยวนเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะพูดเสริมขึ้นมาว่า "ถ้าไม่อยากเอาเพลิงนิรันดร์กับแร่ทองคำดำหมื่นลักษณ์มาแลกก็ไม่เป็นไร แล้วนายมีของวิเศษอย่างอื่นที่มีมูลค่าเทียบเท่ากันมาเสนอไหมล่ะ?"
"ของวิเศษที่มีมูลค่าเทียบเท่ากันอย่างอื่นเหรอ..."
จางหยวนลองทบทวนดูอาร์ติแฟกต์ระดับเทพและของวิเศษทั้งหมดที่ตัวเองมีครอบครองอยู่ ดูเหมือนว่าสิ่งเดียวที่เขาสามารถหยิบยกออกมาและยอมตัดใจสละได้ก็คงจะมีแค่คมมีดราชันคำสาปชิ้นนี้เท่านั้น
"เทพแห่งการหลอมสร้าง มีดยาวเล่มนี้เป็นยังไงบ้างครับ?"
จางหยวนหยิบคมมีดราชันคำสาปออกมา
เทพแห่งการหลอมสร้างกวาดตามองคมมีดราชันคำสาปปราดหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น "ถ้าพูดถึงเฉพาะเรื่องของคุณภาพล่ะก็ อาวุธชิ้นนี้ของนายก็ถือว่าผ่านเกณฑ์อยู่ แถมดูเหมือนว่ามันจะเป็นไอเทมเซตเดียวกับหัวใจราชันคำสาปด้วย ถือว่าพอจะมีคุณค่าให้เอาไปศึกษาวิจัยได้"
"แต่ว่า ไอ้นู๋ เอ็งนี่มันดีดลูกคิดรางแก้วได้เสียงดังฟังชัดดีแท้" เทพแห่งการหลอมสร้างหัวเราะหึหึ "อาวุธชิ้นนี้มันเป็นเผือกร้อนลวกมือสำหรับนายชัดๆ ถ้าฉันยอมรับเอาไว้ล่ะก็ ต่อให้นายต้องยกให้ฟรีๆ นายก็คงยอมตกลงไปแล้ว แล้วตอนนี้นายกลับคิดจะเอาของพรรค์นี้มาแลกกับหินแห่งนภาของฉันเนี่ยนะ?"
แม้จะถูกเทพแห่งการหลอมสร้างจับไต๋ได้ ทว่าสีหน้าของจางหยวนกลับไม่เปลี่ยนสีไปเลยแม้แต่น้อย เขาแย้มยิ้มพลางกล่าวว่า "ไม่ว่าในใจผมจะคิดยังไง แต่ความจริงก็คือมูลค่าของคมมีดราชันคำสาปเล่มนี้คู่ควรพอที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับหินแห่งนภา ไม่ใช่เหรอครับ?"
"ที่พูดมามันก็ถูกของนาย... มนุษย์อย่างนายเนี่ยน่าสนใจจริงๆ แฮะ"
เทพแห่งการหลอมสร้างรับคมมีดราชันคำสาปมาจากมือของจางหยวนด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะพิจารณาดูอย่างละเอียดอีกครั้ง "ฉันยอมตกลงใช้หินแห่งนภาแลกกับอาร์ติแฟกต์ระดับเทพชิ้นนี้ก็ได้ แต่ฉันยังมีเงื่อนไขอื่นอีกข้อหนึ่ง"
จางหยวนผายมือ "เชิญว่ามาได้เลยครับ"
เทพแห่งการหลอมสร้างเอ่ยถาม "ตอนที่นายเคลียร์ภารกิจทดสอบเสร็จ นายสร้างกระบี่ขึ้นมาได้เล่มหนึ่งไม่ใช่เหรอ? เอามาให้ฉันดูหน่อยสิ"
"คุณหมายถึงเล่มนี้ใช่ไหมครับ?"
จางหยวนหยิบกระบี่ฉุนจวินออกมา
"เล่มนี้แหละ!"
ทันทีที่เทพแห่งการหลอมสร้างได้เห็นกระบี่ฉุนจวิน ดวงตาของเขาก็เบิกโพลงเป็นประกายวาบ เขาวางคมมีดราชันคำสาปลงข้างกายทันที ก่อนจะประคองกระบี่ฉุนจวินขึ้นมาพิจารณาดูอย่างละเอียดด้วยความตื่นเต้นสุดขีด
"เหลือเชื่อ... เหลือเชื่อจริงๆ โลกใบนี้มีผลงานที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติขนาดนี้อยู่ด้วย! ฉันสัมผัสได้ว่าภายในกระบี่เล่มนี้ยังคงมีพลังงานมหาศาลซุกซ่อนอยู่ หากวันใดที่ร่างที่แท้จริงของกระบี่เล่มนี้ปรากฏขึ้นบนโลก เมื่อนั้นฟ้าดินจะต้องสั่นสะเทือนเพราะมันอย่างแน่นอน"
"จางหยวน นายไปได้กระบี่เล่มนี้มาจากไหน?"
เทพแห่งการหลอมสร้างเอ่ยปากถามจางหยวนด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจ "ฉันไม่ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดในเส้นทางการหลอมสร้างมานานแสนนานแล้ว ฝีมือของปรมาจารย์ผู้สร้างกระบี่เล่มนี้อยู่เหนือกว่าฉันไปมาก ฉันอยากจะลองพูดคุยแลกเปลี่ยนวิชากับเขาสักครั้งจริงๆ!"
"จางหยวน ถ้านายสามารถแนะนำปรมาจารย์ท่านนั้นให้ฉันรู้จักได้ล่ะก็ ฉันจะยกอาร์ติแฟกต์ระดับเทพทั้งหมดในคลังสมบัตินี้ให้นายไปเลย!"
จางหยวนคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเทพแห่งการหลอมสร้างจะเกิดอาการตื่นเต้นดีใจเบอร์ใหญ่ขนาดนี้หลังจากได้เห็นกระบี่ฉุนจวิน
ทว่าโอวเหยี่ยจื่อซึ่งเป็นผู้หลอมสร้างกระบี่ฉุนจวินขึ้นมานั้นเป็นปรมาจารย์นักตีดาบจากโลกเดิมของเขา แถมเขายังตายไปตั้งหลายพันปีแล้ว จางหยวนจะไปแนะนำให้รู้จักได้ยังไงล่ะ?
ด้วยความจนใจ จางหยวนจึงทำได้เพียงส่งยิ้มเจื่อนๆ ออกไป "เทพแห่งการหลอมสร้าง ขอโทษด้วยนะครับ อาวุธชิ้นนี้เป็นอาวุธประจำตัวที่ผมสุ่มได้มาจากค่ายกลดาราแห่งโชคชะตา เกรงว่าผมคงไม่อาจทำตามคำขอของคุณได้"
"งั้นเหรอ..."
ประกายความผิดหวังอย่างรุนแรงพาดผ่านนัยน์ตาของเทพแห่งการหลอมสร้าง "น่าเสียดายจริงๆ ถ้าฉันมีโอกาสได้ชมผลงานชิ้นอื่นของปรมาจารย์ท่านนั้นเพิ่มอีกสักหน่อย ฝีมือการหลอมสร้างของฉันก็อาจจะก้าวหน้าไปได้อีกขั้น"
"ถ้าเป็นอย่างนั้นล่ะก็ ผลงานที่ฉันเฝ้าวาดฝันมานานหลายพันปีก็อาจจะถูกสร้างขึ้นมาจนสำเร็จก็ได้"
เมื่อจางหยวนได้ยินคำพูดประโยคนั้นของเทพแห่งการหลอมสร้าง ความคิดในหัวเขาก็แล่นปรู๊ดปร๊าดขึ้นมาทันที "เทพแห่งการหลอมสร้าง ถ้าคุณแค่อยากจะชมผลงานชิ้นอื่นของปรมาจารย์ท่านนั้นล่ะก็ ผมอาจจะทำให้ความปรารถนาของคุณเป็นจริงได้นะครับ"
"พูดจริงเหรอ?" ประกายความเซอร์ไพรส์ปนเปรมปรีดิ์หลั่งไหลออกมาราวกับน้ำพุจากดวงตาของเทพแห่งการหลอมสร้าง "นายยังมีผลงานชิ้นอื่นของปรมาจารย์ท่านนั้นอยู่อีกงั้นเหรอ?"
"ครับ"
จางหยวนพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะหยิบกระบี่จ้านหลูและกระบี่เจ็ดดาราหลงหยวนออกมาพร้อมกัน
กระบี่เทพทั้งสองเล่มนี้ก็ล้วนเป็นผลงานการสร้างสรรค์จากน้ำมือของโอวเหยี่ยจื่อเช่นเดียวกัน
"กระบี่ชั้นเลิศ!!!"
เมื่อเทพแห่งการหลอมสร้างได้เห็นประกายแสงเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากกระบี่จ้านหลูและเจ็ดดาราหลงหยวน ร่างกายของเขาก็ถึงกับสั่นสะท้านไปด้วยความตื่นเต้น "กระบี่สองเล่มนี้ถูกดึงเอาพลังแฝงออกมาใช้งานได้ในระดับที่สูงกว่ากระบี่ฉุนจวินอย่างเห็นได้ชัด แต่ถึงกระนั้นพวกมันก็ยังไม่ได้ปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมาจนหมดเปลือกอยู่ดี"
"กระบี่พวกนี้คืออาร์ติแฟกต์ระดับเทพขนานแท้ สุดยอด! ปรมาจารย์ท่านนั้นเก่งกาจเกินไปแล้ว!"
เมื่อจางหยวนเห็นว่าเทพแห่งการหลอมสร้างหลงใหลคลั่งไคล้ในกระบี่เหล่านี้จนแทบจะถอนตัวไม่ขึ้น เขาก็รู้ทันทีว่านี่คือโอกาสทองในการปั๊มค่าความประทับใจ จางหยวนจึงหยิบกระบี่ชื่อเซียวออกมาอีกเล่ม "เทพแห่งการหลอมสร้าง ผมยังมีกระบี่ชื่อเซียวอยู่อีกเล่มหนึ่ง เชิญคุณพิจารณาดูได้เลยครับ"
"นายยังมีอีกเหรอ?"
เมื่อเทพแห่งการหลอมสร้างได้เห็นกระบี่ชื่อเซียวที่จางหยวนหยิบออกมา เขาก็ถึงกับช็อกตาตั้งไปเลยทีเดียว
เขามองออกว่ากระบี่ชื่อเซียวกับกระบี่สามเล่มก่อนหน้านี้ไม่ได้มาจากฝีมือของช่างตีดาบคนเดียวกัน ทว่าสิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือเทคนิคการหลอมสร้างกระบี่ชื่อเซียวนั้นอยู่เหนือกว่าฝีมือของเขาเช่นเดียวกัน!
"เหลือเชื่อ... บนโลกใบนี้ยังมีปรมาจารย์ถึงสองท่านที่มีฝีมือเหนือกว่าฉันอยู่อีกเหรอเนี่ย" เทพแห่งการหลอมสร้างทอดถอนใจ "เทพแห่งการหลอมสร้างอย่างฉัน คงจะเป็นแค่ชื่อที่ตั้งขึ้นมาลอยๆ ไม่สมกับความจริงเอาซะเลย"
จางหยวนรีบพูดปลอบใจ "คุณไม่จำเป็นต้องดูถูกตัวเองหรอกครับ ของสะสมในคลังสมบัตินี้ล้วนเป็นอาร์ติแฟกต์ระดับเทพทั้งนั้น แค่นี้ก็เป็นภาพที่คนธรรมดาทั่วไปไม่อาจจินตนาการถึงได้แล้ว วันนี้ผมถือว่าได้มาเปิดหูเปิดตาครั้งใหญ่เลยทีเดียวครับ"
"ไม่ต้องมาปลอบใจฉันหรอก สำหรับฉันแล้วการค้นพบว่าตัวเองยังมีช่องว่างห่างชั้นกับคนอื่นอีกมากไม่ใช่เรื่องแย่อะไรเลย แต่มันกลับเป็นแรงผลักดันให้ฉันปีนป่ายขึ้นสู่ยอดเขาที่สูงชันกว่าเดิมเสียอีก"
เทพแห่งการหลอมสร้างดึงสติกลับมาได้ เขาหันไปส่งหินแห่งนภาให้จางหยวนพร้อมกับรอยยิ้ม "ขอบใจมากนะ กระบี่ทั้งสี่เล่มของนายมอบแรงบันดาลใจให้ฉันอย่างมหาศาล ตามที่ตกลงกันไว้ หินแห่งนภาก้อนนี้ฉันยกให้นาย"
"อีกอย่าง คมมีดราชันคำสาปฉันก็ยินดีรับเอาไว้ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน นายสามารถเลือกหยิบของในคลังสมบัติของฉันไปได้อีกหนึ่งชิ้น"
พูดจบเทพแห่งการหลอมสร้างก็ดูเหมือนจะกลัวว่าแรงบันดาลใจของตัวเองจะหลุดลอยหายไป เขารีบหอบคมมีดราชันคำสาปแล้วพุ่งตัวจากไปในทันที ทิ้งให้จางหยวนยืนอยู่ท่ามกลางคลังสมบัติเพียงลำพัง
และในจังหวะนั้นเอง ม่านพลังป้องกันที่ครอบไอเทมทุกชิ้นในคลังสมบัติก็อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น
เมื่อจางหยวนเห็นว่าของวิเศษทั้งหมดในคลังสมบัติถูกปลดล็อกแล้ว เขาก็ได้แต่หลุดขำออกมาพลางทอดถอนใจ "บางทีนี่อาจจะเป็นจิตวิญญาณของช่างฝีมือสินะ ผมพอจะเข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมเขาถึงสามารถกลายมาเป็นเทพแห่งการหลอมสร้างได้"
จางหยวนรำพึงรำพันในใจขณะหยิบหอคอยนภาออกมา
[คุณต้องการใช้หินแห่งนภาเพื่อซ่อมแซมหอคอยนภาหรือไม่?]
"ใช่!"
[จบแล้ว]