- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 341 ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
บทที่ 341 ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
บทที่ 341 ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
บทที่ 341 ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
"ผมมีเรื่องจะบอกคุณครับ" จู่ ๆ ฟู่เส้าตั๋วก็พูดขึ้น
"หืม ? " เจียงชิ่นที่กำลังรินน้ำร้อนให้เขาอยู่ เงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
"ศาสตราจารย์ลู่บอกผมว่า บทความวิจัยของเราสองคนสร้างความฮือฮาในประเทศมากเลยนะ ส่วนบทความของผมที่เกี่ยวกับวิศวกรรมเครื่องกล ก็มีนิตยสารสายเครื่องกลที่ทรงอิทธิพลมากฉบับหนึ่งขอซื้อลิขสิทธิ์ไปตีพิมพ์ซ้ำด้วย"
"นี่มันเรื่องดีเลยนี่คะ แสดงว่าบทความของเราสองคนโดดเด่นมาก"
เจียงชิ่นทำทีเป็นประหลาดใจและดีใจสุด ๆ แต่ความจริงแล้ว ผลลัพธ์นี้เธอคาดการณ์ไว้ตั้งแต่ตอนที่ส่งบทความให้ศาสตราจารย์ลู่แล้วล่ะ
"อืม ใช่แล้ว ระหว่างนั้นรองผู้อำนวยการหวังแวะมาหาด้วยนะ เขาบอกว่าคุณได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง 'รางวัลความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี' ประจำปีนี้ด้วย ถึงจะบอกว่าเป็นแค่การเสนอชื่อ แต่ด้วยผลงานการวิจัยของคุณ การคว้ารางวัลมาครองได้ก็เป็นเรื่องที่แบเบอร์นอนมาอยู่แล้วล่ะ"
"รางวัลความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเหรอคะ ? "
"ใช่ครับ รองผู้อำนวยการหวังยังบอกอีกว่า รางวัลความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนี้เพิ่งจัดขึ้นเป็นปีแรก การได้เข้ารอบถือเป็นเรื่องที่มีความหมายมาก ๆ เลยนะ"
เจียงชิ่นเคยได้ยินชื่อรางวัลความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนี้มาก่อน ในยุคอนาคตของประเทศจีน รางวัลนี้ถือเป็นรางวัลทางเทคโนโลยีที่ทรงคุณค่ามาก เป็นรองก็แค่ 'รางวัลสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี' เท่านั้น
"แล้วรองผู้อำนวยการหวังได้พูดถึงรางวัลสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีบ้างไหมคะ ? "
"มีรางวัลชื่อนี้ด้วยเหรอครับ ? " ฟู่เส้าตั๋วถามด้วยความสงสัย
เจียงชิ่นถึงได้บางอ้อ ว่าในยุคนี้ยังไม่มีการตั้งรางวัลสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขึ้นมา
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แค่พูดไปเรื่อยเปื่อยน่ะ" เธอรีบเปลี่ยนเรื่องทันที "ไปกันเถอะค่ะ ไปช่วยฉันย้ายสัมภาระหน่อย ของฉันเยอะแยะเลย คงต้องจัดกันพักใหญ่เลยล่ะ"
เมื่อได้ยินเธอพูดแบบนั้น ฟู่เส้าตั๋วก็ไม่ได้เซ้าซี้ถามเรื่องรางวัลสิ่งประดิษฐ์ฯ ต่อ เขาเดินตามเธอไปขนสัมภาระ
จวงซือเหวินรู้ดีว่าวันนี้ฟู่เส้าตั๋วจะเดินทางมา เพราะเจียงชิ่นบอกเธอไว้ตั้งแต่ตอนเช้าก่อนจะออกไปรับเขาแล้ว
ดังนั้นตอนที่เจียงชิ่นกับฟู่เส้าตั๋วเดินมาเอาสัมภาระ จวงซือเหวินก็เก็บข้าวของของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอดึงดันจะย้ายไปอยู่ห้องเดี่ยวให้ได้ เพื่อยกห้องสวีตที่พวกเธอพักอยู่ให้เจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋วได้อยู่ด้วยกัน
เจียงชิ่นพยายามจะห้ามเธอ "ไม่ต้องหรอกจ้ะ เขามาพักแค่ไม่กี่วันเดี๋ยวก็กลับแล้ว เธอพักอยู่ที่นี่แหละให้สบายใจเถอะ เดี๋ยวอีกไม่กี่วัน ฉันก็ย้ายกลับมาแล้ว"
แต่จวงซือเหวินไม่ยอมตกลง "ไม่ได้หรอก ห้องนี้แต่เดิมเขาเตรียมไว้ให้เธอนะ เธอเป็นคนท้อง ก็ต้องได้พักผ่อนสบายๆ สิ ขืนให้เธอระเห็จออกไปอยู่ห้องอื่น แล้วทิ้งให้ฉันนอนสบายใจเฉิบอยู่ในห้องดีๆ แบบนี้ ตอนกลางคืนฉันคงนอนไม่หลับแน่ๆ"
จวงซือเหวินยืนกรานหนักแน่นว่าจะย้ายไปอยู่ห้องเดี่ยวให้ได้ พอเห็นท่าทีของเธอที่เหมือนกับว่าถ้าไม่ได้ย้ายคงจะนอนไม่หลับจริง ๆ เจียงชิ่นก็เลยจำต้องยอมตกลง
สรุปว่าห้องเดี่ยวที่เปิดไว้ตอนแรกก็ยกให้จวงซือเหวินไปอยู่ ส่วนฟู่เส้าตั๋วก็ย้ายเข้ามาอยู่กับเจียงชิ่น ทั้งสองคนได้พักอยู่ด้วยกันในห้องสวีต
สัมภาระของฟู่เส้าตั๋วมีไม่เยอะ เจียงชิ่นตั้งใจจะช่วยเขาจัดของ แต่ฟู่เส้าตั๋วไม่ยอมให้เธอแตะต้องเลยสักนิด บังคับให้เธอนั่งพักผ่อนเฉย ๆ
"หมอบอกให้ฉันขยับตัวออกกำลังกายเยอะ ๆ นะคะ ตอนคลอดจะได้คลอดง่าย ๆ ไง" เจียงชิ่นบ่นกระปอดกระแปด
ฟู่เส้าตั๋วที่กำลังรื้อของออกจากกระเป๋าเดินทาง พอได้ยินเสียงบ่นของเธอ ก็หันหน้ากลับมา
"ออกกำลังกายได้ครับ แต่ที่หมอบอกคือการออกกำลังกายเบา ๆ ที่ไม่หักโหมต่างหาก เดี๋ยวตอนเย็นกินข้าวเสร็จ ผมจะพาคุณออกไปเดินเล่นยืดเส้นยืดสายนะ"
"จัดกระเป๋าก็ไม่ได้ใช้แรงหักโหมอะไรสักหน่อยนี่คะ" เจียงชิ่นยังคงประท้วง
ฟู่เส้าตั๋วหมุนตัวเดินเข้ามาหา วางมือทั้งสองข้างลงบนไหล่ของเธอ แล้วประคองให้เธอนั่งลงบนขอบเตียงอย่างเบามือ
"เมื่อเช้าคุณนั่งรถออกไปรับผม ต้องทนรถโยกเยกไปมาตั้งนาน คงจะเหนื่อยแย่แล้ว รีบเอนตัวลงนอนพักสักหน่อยเถอะครับ ไว้คุณพักผ่อนจนหายเหนื่อยแล้ว ถ้าอยากจะช่วยจัดของนิด ๆ หน่อย ๆ ผมก็จะไม่ห้ามเลย"
"...งั้นก็ได้ค่ะ"
ฟู่เส้าตั๋วไม่พูดก็แล้วไป พอเขาพูดถึงเรื่องความโคลงเคลงระหว่างการเดินทาง เจียงชิ่นก็เพิ่งจะมารู้สึกตัวว่าร่างกายของเธอมันปวดเมื่อยไปหมด และรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเอาซะเลย
จากฐานไท่ซานไปจนถึงสถานีรถไฟในตัวอำเภอ ยกเว้นถนนช่วงที่อยู่ในตัวอำเภอแล้ว นอกนั้นก็เป็นถนนดินลูกรังที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อขรุขระไปตลอดทาง ยิ่งช่วงก่อนหน้านี้เพิ่งจะมีพายุฝนตกลงมาติดๆ กัน ถนนก็ยิ่งเละเทะและสัญจรลำบากสุด ๆ
ถึงแม้เธอจะไม่ใช่คนเมารถ แต่การต้องมานั่งโยกเยกกระบะกระดอนแบบนี้ ก็ทำเอากระดูกกระเดี้ยวแทบจะหลุดออกจากกันอยู่แล้ว
"โอเคค่ะ งั้นฉันของีบสักแป๊บนะคะ พอถึงเวลาอาหาร คุณก็ปลุกฉันด้วยนะ พวกเราจะได้ลงไปกินข้าวที่โรงอาหารด้วยกัน"
"อืม เดี๋ยวผมปลุกเองครับ นอนเถอะนะ"
น้ำเสียงของฟู่เส้าตั๋วอ่อนโยนลง เขาเอื้อมมือไปหยิบผ้าห่มมาคลุมตัวให้เธอ
ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงกลางฤดูร้อน ถึงแม้ที่นี่จะอยู่ทางตอนเหนือ แต่ก็ร้อนอบอ้าวไม่เบา ด้วยความกลัวว่าเจียงชิ่นจะร้อนเกินไป ฟู่เส้าตั๋วก็เลยห่มผ้าให้เธอแค่ช่วงเอว เพื่อปกป้องช่วงเอวและหน้าท้องไม่ให้โดนลมจนเป็นหวัด รอจนกระทั่งเจียงชิ่นหลับสนิท และมีเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอดังมาให้ได้ยิน ฟู่เส้าตั๋วถึงได้ลุกขึ้นไปจัดการจัดกระเป๋าของตัวเองต่อ
แต่พอเขาเพิ่งจะขยับตัวลุกขึ้น ก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
ก่อนหน้าที่เจียงชิ่นจะหลับ เธอเอามือจับชายเสื้อของเขาเอาไว้ตลอดเวลา และต่อให้หลับสนิทไปแล้ว มือเล็ก ๆ นั้นก็ยังคงกำชายเสื้อเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ฟู่เส้าตั๋วลองขยับตัวดึงเสื้อออกเบา ๆ แต่ก็ดึงไม่ออก เขาจึงไม่กล้าออกแรงดึงมากไปกว่านั้น เพราะกลัวว่าจะทำให้เจียงชิ่นตื่น
ฟู่เส้าตั๋วทิ้งตัวลงนั่งที่ขอบเตียง สายตาของเขาไม่ละไปจากใบหน้าของเจียงชิ่นเลยแม้แต่วินาทีเดียว
ใบหน้าที่เขาเฝ้าคิดถึงทุกลมหายใจเข้าออกใบหน้านี้ ต่อให้จ้องมองนานแค่ไหนก็ไม่มีวันเบื่อ
ตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งเดือนที่ต้องแยกจากกัน ถ้าไม่ใช่เพราะเขามีภารกิจสำคัญล้นมือที่ต้องเร่งจัดการให้เสร็จ จนสูบพลังงานและเวลาของเขาไปจนหมดสิ้น เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทนผ่านช่วงเวลาที่แสนทรมานนี้มาได้อย่างไร
ยิ่งภารกิจใกล้จะเสร็จสมบูรณ์มากเท่าไหร่ หัวใจของเขาก็ยิ่งร้อนรนกระวนกระวายมากขึ้นเท่านั้น เขาถึงขั้นไปจองตั๋วรถไฟมาที่ฐานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซานล่วงหน้าเตรียมไว้เลยทีเดียว
"อืม"
เสียงละเมอดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของเจียงชิ่น พร้อมกันนั้นมุมปากของเธอก็ยกโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มแสนหวาน ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอกำลังฝันถึงเรื่องอะไรอยู่ ถึงได้ดูมีความสุขขนาดนี้
ฟู่เส้าตั๋วเผลอยิ้มตามออกมาอย่างลืมตัว เขาอดใจไม่ไหว โน้มตัวลงไปประทับริมฝีปากลงบนพวงแก้มของเจียงชิ่นอย่างแผ่วเบา จุมพิตนั้นเป็นไปอย่างระมัดระวังที่สุด เพียงแค่แตะสัมผัสบางเบาแล้วก็ผละออก
เมื่อเห็นว่าเจียงชิ่นยังคงหลับสนิทพริ้มตาปิดอยู่ ไม่มีทีท่าว่าจะถูกปลุกให้ตื่น ฟู่เส้าตั๋วก็ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก และไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ มือเล็ก ๆ ที่เคยกำชายเสื้อของเขาไว้แน่น ก็คลายออกในที่สุด
ฟู่เส้าตั๋วทอดสายตามองเจียงชิ่นด้วยความอาลัยอาวรณ์อีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นไปจัดการสัมภาระของตัวเองต่อ
เจียงชิ่นไม่ได้นอนหลับสนิทและรู้สึกอุ่นใจแบบนี้มานานมากแล้ว ตอนที่เธองัวเงียตื่นขึ้นมา เธอยังแอบมึนงงอยู่เลยว่าตัวเองอยู่ที่ไหนกันแน่
หลังจากนอนนิ่ง ๆ ปรับสติอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อความจำกลับมาครบถ้วน เจียงชิ่นก็รู้สึกได้ทันทีว่าภายในห้องมันเงียบสงัดเกินไป เงียบจนไม่เหมือนกับว่ามีคนอื่นอยู่ด้วยเลยสักนิด
เธอชะเง้อมองออกไปที่ห้องด้านนอก แต่ก็ไม่เห็นวี่แววของฟู่เส้าตั๋ว เธอรีบลุกจากเตียง สวมรองเท้าแตะเดินลากเท้าออกไปตามหาเขาที่ห้องด้านนอก ทว่าเขากลับไม่อยู่ ห้องนั่งเล่นด้านนอกว่างเปล่าไร้ผู้คน
เจียงชิ่นเดินไปดูที่ห้องน้ำ ก็ไม่มีใครอยู่เหมือนกัน
ความรู้สึกตื่นตระหนกแล่นพล่านขึ้นมาจับใจ ทั้ง ๆ ที่ฟู่เส้าตั๋วเพิ่งจะเดินทางมาหาเธอแท้ ๆ ทำไมแค่เธอนอนหลับไปตื่นเดียว เขากลับหายตัวไปซะแล้วล่ะ ?
เจียงชิ่นยืนอึ้งอยู่กลางห้องชั่วอึดใจ ขณะที่เธอกำลังจะเปิดประตูออกไปดูที่โถงทางเดิน เสียงลูกบิดประตูก็ดังแกร๊กขึ้นเสียก่อน จากนั้นร่างของฟู่เส้าตั๋วที่กำลังถืออ่างล้างหน้าเปล่า ๆ ก็เดินเข้ามาจากข้างนอก
พอเห็นเจียงชิ่นยืนอยู่ ฟู่เส้าตั๋วก็ชะงักไปนิดนึง ก่อนจะคลี่รอยยิ้มออกมา
"ตื่นแล้วเหรอครับ พอดีผมไปที่ห้องน้ำส่วนกลางข้างนอกมา..."
เขายังพูดไม่ทันจบประโยค เจียงชิ่นก็พุ่งตัวเข้าไปโผกอดเขาเอาไว้แน่น ราวกับคีมเหล็ก
"สามี..."
เพราะเพิ่งจะตื่นนอน น้ำเสียงของเจียงชิ่นจึงเจือไปด้วยความแหบพร่าและออดอ้อนนิด ๆ พอเสียงนั้นลอยมากระทบหูของฟู่เส้าตั๋ว มันก็ราวกับขนนกบางเบาที่ค่อย ๆ ปัดป่ายไปมา เกาหัวใจของเขาให้คันยิบ ๆ
เสียง 'เคร้ง' ทุ้ม ๆ ดังขึ้น มันคือเสียงกะละมังหล่นกระแทกพื้น
ฟู่เส้าตั๋วรวบตัวเธอเข้ามากอดตอบอย่างแนบแน่น เจียงชิ่นอาศัยจังหวะนั้นเขย่งปลายเท้าขึ้น เอาพวงแก้มซุกไซ้ถูไถไปมาที่ซอกคอของเขา
"สามี... ฉัน... คิดถึงคุณจังเลยค่ะ" เจียงชิ่นกระซิบเสียงแผ่ว
ความรู้สึกคิดถึงที่อัดอั้นอยู่ในใจมาตลอด ซึ่งก่อนหน้านี้ยังไม่ได้ระบายออกมาจนหมดสิ้น ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างพรั่งพรู ท่ามกลางความตื่นตระหนกตกใจชั่ววูบหลังตื่นนอน
"ผมก็คิดถึงคุณครับ คิดถึง... คิดถึงคุณมาก ๆ เลย"