- หน้าแรก
- ฉันสร้างสถาบันควบคุมสิ่งผิดปกติ
- ตอนที่ 8 ปืนพก
ตอนที่ 8 ปืนพก
ตอนที่ 8 ปืนพก
ตอนที่ 8 ปืนพก
หลิวอวี่จวินยืนอยู่หน้าห้องกิจกรรมด้วยความรู้สึกตึงเครียด
หม่าเอินไม่ได้เอาใบยินยอมไปวางไว้บนโต๊ะของเธอ แม้จะคาดการณ์ไว้แล้ว แต่หลิวอวี่จวินก็ยังรู้สึกประหม่ากับสิ่งที่จะทำต่อไปอยู่ดี
การตัดชื่อหม่าเอินออกจากกลุ่มไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก ตามหลักการแล้ว เธอแค่ต้องไปบอกสวี่เหวินสักคำ
และทำตามขั้นตอนปกติ คือแบ่งเงินสามล้านที่ตัวเองยักยอกมาให้กับหมอคนอื่นบ้าง
อย่าว่าแต่เธอไม่มีทางให้ถอยกลับเลย ต่อให้มี หลิวอวี่จวินก็ไม่มีวันยอมยืนดูโอกาสพันปีกรั้งหนึ่งหลุดลอยไปจากมือเด็ดขาด
วินาทีที่รู้ข่าวการตายของหมอหลี่ ความปีติยินดีก็ท่วมท้นไปทั่วร่างของเธอทันที
ถ้าเขาตายเร็วกว่านี้ งานชิ้นนี้อาจจะไม่ตกถึงมือเธอ หรือถ้าเขาตายช้ากว่านี้ ข่าวที่หมอหลี่รับงานนี้ก็คงแพร่ออกไปแล้ว
และมีเพียงแพทย์ระดับหัวหน้าผู้ "ทรงคุณธรรมและบารมี" อย่างเขาเท่านั้นที่มีคุณสมบัติพอจะฮุบงานระดับนี้ไว้คนเดียวได้ และเธอก็ดันเป็นคนสนิทของหมอเฒ่าคนนี้พอดี บวกกับผู้อำนวยการคนใหม่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งไม่นาน ทำให้เธอมีความกล้าที่จะโกหก
ความบังเอิญมากมายขนาดนี้ ทำให้หลิวอวี่จวินรู้สึกรางๆ ว่านี่คือของขวัญที่โชคชะตาลิขิตมาให้เธอ
แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังนอนพลิกตัวไปมาทุกคืน ข่มตานอนไม่หลับเพราะความกลัวว่าความลับจะแตก แต่ทุกครั้งที่คิดจะล้มเลิก เธอก็จะนึกถึงภาพ...
สภาพศพตายตาไม่หลับของหมอหลี่
ต่อให้เธอทนทำงานต่อไปอีกหลายสิบปี ก็อาจจะไม่มีวันขึ้นไปถึงตำแหน่งที่หมอหลี่เคยอยู่
ขนาดคนระดับเขายังตายแบบหาสาเหตุไม่ได้ขนาดนั้น
ถ้าเธอยังเป็นแบบนี้ต่อไป ผลลัพธ์ที่โชคดีที่สุดก็คงแค่ได้เป็นหมอหลี่คนต่อไป หรือไม่ชาตินี้เธอก็อาจจะไม่มีวันเก็บเงินได้ถึงสามล้านเหรียญสหพันธ์
เธอจะถอยได้ยังไง
หมอหลิวกัดฟันแน่น ผลักประตูเดินเข้าไป
หลี่อี้เต๋อกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ จ้องมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างตั้งอกตั้งใจ หลิวอวี่จวินมองตามสายตาเขาไป แต่สิ่งที่เห็นมีเพียงกิ่งไม้แห้งเหี่ยว
เธอเดินไปที่ตำแหน่งของตัวเอง มองดูเด็กหนุ่มอย่างเงียบงัน
"เป็นยังไงบ้าง?" หลี่อี้เต๋อถามโดยตายังจับจ้องที่ท้องฟ้า
เธอกลืนน้ำลายอย่างระมัดระวัง:
"เขาปฏิเสธ
"เท่าที่ฉันรู้ หม่าเอินจ่ายเงินให้หมอสวี่เพื่อเข้ามาที่นี่ จุดประสงค์คือต้องการเข้าหาเด็กสาวที่ชื่อหนิงฉางคง"
หลี่อี้เต๋อถามด้วยความสงสัย:
"พวกคุณเปลี่ยนตัวเขาออกไม่ได้เหรอ?"
หลิวอวี่จวินอธิบาย:
"มันซับซ้อนค่ะ เขาจ่ายเงินไปแล้ว ถ้าเขาไม่ยินยอม เราก็ย้ายเขาออกไปไม่ได้"
เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว:
"เขารู้ผลที่จะตามมาจากการทำแบบนี้ไหม?"
เธอรีบตอบทันที:
"ฐานะทางบ้านของหม่าเอินธรรมดามาก เขาเป็นเด็กกำพร้า ผู้ปกครองคือพี่สาวบุญธรรมที่ไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดชื่อเฉินอวิ๋น พวกเขาไม่เข้าใจหรอกว่าสังคมนี้มันหมุนไปยังไง..."
หลี่อี้เต๋อเลิกคิ้ว:
"พี่สาวของเขา?"
หมอหลิวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกัดฟันพูดต่อ:
"ฉันเคยเจอเฉินอวิ๋นสองสามครั้ง เธอเป็นนักบวชของคริสตจักร แถมยังหน้าตาดีมาก แทบจะเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดที่ฉันเคยเห็นมาเลย"
ถ้ามัวแต่ปิดบังหรือโกหก สักวันเธอต้องเผยพิรุธแน่ แต่ถ้าสามารถเบนความสนใจของหลี่อี้เต๋อไปที่อื่นได้ บางทีเขาอาจจะมองข้ามสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวไป
บนใบหน้าของเด็กหนุ่มพลันปรากฏรอยยิ้มไร้เดียงสา ดวงตาหยีลงด้วยความดีใจขณะมองหลิวอวี่จวิน:
"โอ้ น่าสนใจดีนี่"
เธอก้มหน้าลง หลบสายตาของหลี่อี้เต๋อ
เธอกำลังใช้ชีวิตเป็นเดิมพันในการพนันครั้งนี้ ถ้าพิจารณาโอกาสชนะและความเสี่ยงให้ดี สิ่งที่เธอควรทำคือหยุดมือซะตั้งแต่ตอนนี้
แต่ไม่ว่าเหตุผลจะคัดค้านแค่ไหน เธอก็ไม่อาจต้านทานความคิดลึกๆ ในใจได้:
ถ้าชนะพนันล่ะ?
ขอแค่ทำสำเร็จ เธอก็ไม่ต้องกังวลและดิ้นรนไปตลอดชีวิตที่เหลือ ไม่ต้องทำงานเสี่ยงอันตรายแบบนี้ ไม่ต้องคอยก้มหัวให้คนรวยพวกนี้อีก
เสียงฝีเท้าดังมาจากทางเดิน
เธอยืนตัวตรงด้วยท่าทางลนลานเล็กน้อย ส่วนหลี่อี้เต๋อก็นั่งตัวตรง มองไปทางประตูด้วยสายตาคาดหวัง
แกร๊ก
เฉาเยี่ยนเดินถือหนังสือเข้ามา ตรงไปนั่งที่ประจำของตัวเอง แล้วก้มหน้าอ่านหนังสือที่มีรูปวงเวทบนปก
ผ่านไปไม่กี่วินาที หม่าเอินและหนิงฉางคงก็เดินตามเข้ามา
ตอนที่เดินเข้ามา เขามองไปทางหมอหลิว
แต่เธอกลับไม่ยอมสบตากับหม่าเอิน และไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ต่อการปรากฏตัวของเขา ราวกับไม่สนใจเลยว่าเขาจะอยู่ที่นี่ เหมือนกับว่าคนที่ไปหาเขาเมื่อไม่กี่วันก่อนไม่ใช่เธอ
ยังไม่ทันที่เธอจะเริ่มดำเนินการประชุม หลี่อี้เต๋อก็นั่งไขว่ห้าง กวาดตามองคนอื่นๆ อย่างสนใจ:
"ทุกท่านครับ ผมมีเรื่องกลุ้มใจอยากจะระบาย"
หนิงฉางคงมองเขาอย่างงุนงง เฉาเยี่ยนยังคงศึกษารูปแบบโบราณในมือ ส่วนหลิวอวี่จวินเงียบไปอย่างประหลาด
"จู่ๆ ผมก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ กฎหมายสหพันธรัฐตัดสินว่าคนที่ก่ออาชญากรรมคือบุคลิกที่สองของผม ผมไม่ต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย ถ้าอย่างนั้นในมุมมองของเขา ผมก็คือ 'ป้ายละเว้นโทษตาย' ของเขาใช่ไหมครับ?"
ทุกคนหันมามองเขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แม้แต่เฉาเยี่ยนที่กำลังพลิกหน้าหนังสือก็ยังแปลกใจ
"ขอแนะนำตัวหน่อย ผมคือหลี่อี้ คนที่ฆ่าแฟนสาวของเขา" เขายิ้มอย่างลำพองใจ "เรามาคุยกันหน่อยเถอะ"
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ หนิงฉางคงก็ลุกขึ้น หันขวับเตรียมก้าวเท้าไปทางประตู...
แล้วร่างกายของเธอก็แข็งทื่อในทันที
ปากกระบอกปืนสีดำสนิทจ่อเล็งไปที่ด้านข้างใบหน้าของเธอ
หลี่อี้เต๋อโบกปืนในมือไปมา:
"นั่งลง"
เด็กสาวถอยหลังกลับไปสองก้าวอย่างว่าง่าย แล้วนั่งลงที่เดิมเงียบๆ
"ไม่ต้องกลัว" เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม สายตาไล่กวาดมองทีละคนราวกับกำลังพิจารณาสินค้า "ผมยังพูดไม่จบเลย จริงสิ ผมคือบุคลิกที่สองของหลี่เต๋อ พวกคุณรู้ไหมว่าทำไมผมถึงฆ่าแฟนของเขา?
"เพราะตอนนั้นจู่ๆ ผมก็นึกขึ้นได้ว่า ถึงผมจะไม่ใช่บุคลิกหลักของร่างนี้ แต่ดูเหมือนว่าฆ่าคนแล้วจะไม่ต้องชดใช้ด้วยชีวิต
"ผมก็เลยลองดู
"นั่นหมายความว่า ต่อให้ตอนนี้ผมฆ่าพวกคุณทิ้งให้หมด ทนายที่พ่อผมจ้างมาก็จะรับประกันว่าผมจะได้เข้ามานอนในโรงพยาบาลบ้า และนี่ต้องขอบคุณคุณวิกเตอร์ ศูนย์บำบัดที่เขาสร้างขึ้นมันคือสวรรค์บนดินชัดๆ
"ดูสิ ผมถึงขนาดเอาปืนเข้ามาได้เลยนะเนี่ย"
พูดถึงตรงนี้ สายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่หม่าเอิน:
"และผมได้ยินมาว่า ในโรงพยาบาลมีกาฝากตัวหนึ่งที่ผลาญเงินเดือนอันน้อยนิดที่พี่สาวผู้น่าสงสารหามาได้อย่างยากลำบาก เพื่อดันทุรังเข้ามาอยู่ในสถานบำบัดแห่งนี้ ใช่ไหม?"
เด็กหนุ่มผู้กำลังลำพองใจหันปากกระบอกปืนไปทางหม่าเอิน มุมปากยกยิ้มขึ้น
เขาไม่เคยเห็นสามัญชนคนนี้อยู่ในสายตา จุดประสงค์ของ "ละครฉากนี้" ไม่ใช่เพื่อฆ่าเขา
สิ่งที่เด็กหนุ่มอยากเห็นคือสีหน้าหวาดกลัวของสาวสวยทั้งหลาย เมื่อได้เห็นกะโหลกศีรษะของหม่าเอินถูกกระสุนระเบิดกระจุย
ดอกไม้ที่ค่อยๆ ถูกฉีกทึ้ง
หม่าเอินเกร็งตัวไปทั้งร่าง จ้องมองเขาอย่างตั้งใจ
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมหลี่อี้เต๋อต้องทำแบบนี้ และไม่รู้ว่าหลังจากเรื่องนี้หม่าเอินจะต้องเจอกับอะไร แต่เขาไม่มีเจตนาจะมานั่งเดาใจคนบ้า
ต้องไม่ปล่อยให้เขายิง
เมื่อกี้ตอนที่หลี่อี้เต๋อชักปืนออกมา ท่วงท่าของเขาคล่องแคล่วว่องไวมาก ถ้าเขายิงโดนหม่าเอินจริงๆ ล่ะก็...
เรื่องที่หม่าเอินไม่กลัวกระสุนก็จะถูกเปิดเผย
ถ้าอย่างนั้น...
ต้องทำให้เขา "ตายโดยอุบัติเหตุ" ไหม?