- หน้าแรก
- ฉันสร้างสถาบันควบคุมสิ่งผิดปกติ
- ตอนที่ 3 ปีศาจ ราชาคลั่ง และผู้หยั่งรู้
ตอนที่ 3 ปีศาจ ราชาคลั่ง และผู้หยั่งรู้
ตอนที่ 3 ปีศาจ ราชาคลั่ง และผู้หยั่งรู้
ตอนที่ 3 ปีศาจ ราชาคลั่ง และผู้หยั่งรู้
ชั้นห้า ห้องกิจกรรมที่กว้างขวางและว่างเปล่า
หญิงสาวหน้าตาสะสวยผู้มีผมดัดลอนกำลังยืนอยู่ต่อหน้าหม่าเอินและหนิงฉางคง เธอคือแพทย์ประจำบ้านผู้ดูแลกลุ่ม 'หลิวอวี่จวิน' อดีตผู้ช่วยของหมอหลี่นั่นเอง
เก้าอี้สี่ตัวถูกจัดวางเรียงเป็นรูปครึ่งวงกลมหันหน้าเข้าหาเธอ หนิงฉางคงนั่งอยู่ทางซ้ายสุด ถัดจากหม่าเอินเป็นหญิงสาวอายุน้อยที่นั่งไขว่ห้างอยู่
สาวงามร่างสูงโปร่งเจ้าของผิวสีน้ำตาลสวยผู้นี้คือเฉาเยี่ยน ข้อมือและข้อเท้าของเธอประดับประดาด้วยเครื่องประดับสไตล์ต่างแดน เธอเชื่อว่าตนเองคือราชาผู้ปกครองอาณาจักรโบราณกูลามาร์กลับชาติมาเกิด และกำลังวางแผนจะใช้พิธีกรรมเวทมนตร์โบราณเพื่อคืนชีพให้แก่คนรักที่ตายจากไปเมื่อหลายปีก่อน
ส่วนคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวสุดท้ายคือเด็กหนุ่มหน้าตาหมดจดท่าทางขี้อาย แววตาของเขาแฝงไว้ด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย ราวกับว่าพวกหม่าเอินเป็นสัตว์ร้ายที่อันตรายอย่างนั้นแหละ
เด็กหนุ่มคนนี้คือ หลี่อี้เต๋อ ฆาตกรผู้ป่วยเป็นโรคหลายบุคลิกตามข่าวลือ
หมอหลิวสูดหายใจเข้าลึกด้วยความประหม่า ผู้หญิงอีกสองคนที่อยู่ในห้องต่างก็มีฐานะทางบ้านไม่ธรรมดา ส่วนพ่อของหลี่อี้เต๋อยิ่งเป็นผู้มีอำนาจตัวจริงเสียงจริง เธอไม่อาจล่วงเกินใครได้เลยแม้แต่คนเดียว
มีเพียงหม่าเอินคนเดียวเท่านั้นที่ถือว่าเป็นคนธรรมดาที่มีสถานะใกล้เคียงกับเธอที่สุด
"พวกคุณมีอะไรอยากจะคุยกันไหมคะ?" เธอถามตามบทที่เตรียมมาล่วงหน้า
หม่าเอินอยากจะถามว่าชั้นใต้ดินสองอยู่ที่ไหน และใครคือแพทย์เจ้าของไข้คนปัจจุบันของเขา
แม้หมอหลี่จะตายไปแล้ว แต่วิธีการหลบหนีก็ไม่ได้หายไปพร้อมกัน เขาเชื่อมั่นว่าสามารถทำซ้ำสิ่งที่เคยพิสูจน์แล้วว่าได้ผล นั่นคือ—การซื้อตัวแพทย์เจ้าของไข้
แต่เขายังไม่ชิงถามออกไป เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ความจริงเรื่องที่เขาความจำเสื่อมถูกเปิดเผย
หนิงฉางคงดูเหมือนจะมีเรื่องอยากพูดเช่นกัน แต่ก็ยังมองดูคนอื่นๆ อย่างอดทน ส่วนเฉาเยี่ยนทำท่าทางเหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่หมอพูดเลยแม้แต่น้อย เอาแต่ก้มหน้าพิจารณาเครื่องประดับบนตัวอย่างตั้งอกตั้งใจ
ส่วนหลี่อี้เต๋อกำลังกวาดตามองคนอื่นด้วยท่าทีหวาดระแวง
หลังจากรออยู่ประมาณครึ่งนาที จนแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอยากเปิดประเด็นก่อน เด็กหนุ่มจึงค่อยๆ ยกแขนขวาขึ้นอย่างระมัดระวัง และมองไปทางคุณหมอด้วยสายตาเชิงขออนุญาต
หลิวอวี่จวินยิ้มอย่างอ่อนโยน:
"เชิญพูดได้เลยจ้ะ ไม่ต้องกดดันนะ"
ลูกค้าคือพระเจ้า
หลี่อี้เต๋อพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและหดหู่
"ขอบคุณครับ...
"ผมอยากคุยเรื่องของตัวเอง คือว่า... ในความทรงจำของผม เมื่อไม่นานมานี้ผมยังเตรียมของขวัญวันเกิดให้เสี่ยวหนีอยู่เลย แล้วจู่ๆ ผมก็มาโผล่ที่นี่
"ก่อนหน้านี้ ผมไม่รู้เลยว่ามีตัวตนของ 'เขา' อยู่"
เขาหมายถึงบุคลิกที่สองของตัวเอง
เด็กหนุ่มหลับตาลงด้วยสีหน้าเจ็บปวด แล้วหันหน้าหนีไปด้านข้างอย่างยากลำบาก:
"พ่อบอกผมว่า เขาฆ่าเสี่ยวหนี"
เสียงของเด็กหนุ่มเริ่มสั่นเครือปนเปไปกับความโกรธแค้น:
"ผมไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงทำแบบนั้น แต่ในร่างกายของผมมีปีศาจอาศัยอยู่จริงๆ และพ่อของผมก็จับผมกับมันมาขังไว้ที่นี่ด้วยกัน
"นี่มันเป็นเรื่องผิดพลาด
"พวกเราต้องทำให้เจ้าปีศาตนั่นได้รับบทลงโทษ แก้แค้นให้เสี่ยวหนี และผมยินดีที่จะถูกเผาทั้งเป็นไปพร้อมกับมัน"
เขามองไปที่หมอหลิวแล้ววิงวอน:
"ปล่อยผมออกจากโรงพยาบาลเถอะครับ เขาควรจะถูกประหารชีวิต..."
หมอหลิวส่ายหน้าและขัดจังหวะเขาอย่างนุ่มนวล:
"ตามกฎหมายแล้ว เธอไม่ได้เป็นคนฆ่า
"เธอไม่จำเป็นต้องรับผิดแทนเจ้าปีศาจตนนั้น และมีเพียงการเข้ารับการรักษาของเราเท่านั้นที่จะช่วยให้เธอฆ่ามันได้สำเร็จอย่างแท้จริง
"เธอไม่อยากแก้แค้นให้แฟนสาวด้วยมือของตัวเองเหรอจ๊ะ?"
หม่าเอินรู้สึกว่ามันเหลือเชื่อมาก แต่ดูจากตอนนี้เด็กหนุ่มคนนี้ก็น่าจะเป็นผู้ป่วยทางจิตจริงๆ
หลี่อี้เต๋อมองไปที่คนอื่นๆ ด้วยสีหน้าว่างเปล่า:
"พวกคุณน่าจะเห็นด้วยกับสิ่งที่ผมพูดใช่ไหมครับ"
ใจของหนิงฉางคงไม่ได้อยู่กับเรื่องของเขาเลย จึงตอบส่งๆ ไปว่า
"หมอหลิวพูดถูกค่ะ มันไม่ใช่ความผิดของคุณ"
ส่วนเฉาเยี่ยน สาวผิวสีน้ำตาลวิจารณ์ด้วยสีหน้าผ่อนคลาย:
"ความเป็นความตายของคุณไม่ได้อยู่ในกำมือของคุณหรอก ผู้มีอำนาจเท่านั้นที่มีสิทธิ์กำหนดชะตาชีวิตของคุณ"
เขามองมาที่หม่าเอินด้วยความสิ้นหวัง ราวกับหม่าเอินเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่เขาจะคว้าไว้ได้:
"คุณครับ หรือว่าคุณก็คิดว่าผมไม่สมควรตายเหมือนกัน?"
แต่หม่าเอินยักไหล่
"ผมคิดว่าเด็กผู้หญิงที่นอนอยู่ใต้ดินคนนั้นต่างหากที่มีสิทธิ์ตัดสินความเป็นความตายของคุณกับเขามากที่สุด บางทีคุณน่าจะลองคิดดูว่าเธออยากให้คุณทำยังไง
"คุณเป็นคนที่รู้จักเธอดีที่สุดในที่นี้ไม่ใช่เหรอ?"
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะการที่หม่าเอินเอ่ยถึงเด็กผู้หญิงคนนั้นไปกระตุ้นเขาหรือเปล่า หลี่อี้เต๋อฟังจบก็ก้มหน้าลง ท่าทางเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
หนิงฉางคงเหลือบมองหม่าเอินแวบหนึ่ง
หลิวอวี่จวินรีบเปลี่ยนเรื่องทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหนุ่มคุยเรื่องที่ตัวเองควรตายต่อ
"แล้วอีกสามท่านล่ะคะ มีอะไรอยากจะแบ่งปันหรือระบายให้คนอื่นฟังบ้างไหม?"
เฉาเยี่ยนยังคงทำท่าทางไม่ยี่หระต่อสิ่งใดเหมือนเดิม ส่วนหนิงฉางคงมองไปที่หม่าเอินด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น เหมือนกำลังรอให้เขาพูดอะไรบางอย่าง
ตาเขาแล้ว
หม่าเอินพยักหน้าเล็กน้อย:
"ความจริงช่วงนี้ผมกำลังคิดเรื่องออกจากโรงพยาบาลอยู่ครับ"
หนิงฉางคงมองหม่าเอินด้วยความประหลาดใจเต็มใบหน้า เฉาเยี่ยนเผยสีหน้าสนใจขึ้นมา ส่วนเด็กหนุ่มที่ก้มหน้าอยู่ก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
แต่ในใจของหมอหลิวกลับกำลังหัวเราะเยาะอย่างเย็นชา เธอรู้ดีว่าหม่าเอินไม่มีทางอยากออกจากโรงพยาบาลจริงๆ หรอก
เขาน่าจะเป็นผู้ป่วยที่มีสถานะทางสังคมต่ำต้อยที่สุดในโซนวีไอพีทั้งหมด หม่าเอินเป็นเด็กกำพร้า และพี่สาวของเขาก็มีรายได้ต่อปีแค่หนึ่งแสนห้าหมื่น—ซึ่งเป็นแค่ครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายรายปีในโซนวีไอพี ที่เขาเข้ามาอยู่ได้ก็เพราะเงินช่วยเหลือจากทางโบสถ์ล้วนๆ
อันที่จริงในกลุ่มช่วยเหลือรอบนี้ไม่ควรจะมีที่ว่างสำหรับหม่าเอินด้วยซ้ำ เขาถูกหมอสวี่ยัดเยียดเข้ามา ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาต้องจ่ายเงินก้อนโตให้หมอสวี่เหวินไปแน่ๆ
และหมอหลิวก็รู้เหตุผลที่หม่าเอินทำแบบนี้ดี—เขาแอบชอบหนิงฉางคง
ก่อนหน้านี้เธอสังเกตเห็นแล้วว่าหม่าเอินมักจะแอบมองเด็กสาวอยู่บ่อยๆ เห็นได้ชัดว่าคนบ้าจนๆ คนนี้คิดว่าตัวเองมีโอกาสจีบคุณหนูตระกูลรวยติด และถึงขั้นยอมผลาญเงินที่พี่สาวให้ไว้ใช้จ่ายเรื่องอื่นเพื่อการนี้
เธอรู้สึกสมเพชพี่สาวของหม่าเอินจริงๆ
และที่แย่ที่สุดคือ หม่าเอินดันมาทำลายแผนการของเธอ
จู่ๆ เฉาเยี่ยนก็พูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
"พวกเราทุกคนต่างก็เป็นราชาในร่างกายของตัวเอง"
หมอหลิวมองหม่าเอินแล้วพูดอย่างหมดความอดทน:
"เดือนที่แล้วฉันก็บอกไปแล้วไงคะ ถ้าคุณอยากออกจริงๆ ก็เรียกพี่สาวคุณ 'เฉินอวิ๋น' มาทำเรื่องได้ทุกเมื่อ"
น้ำเสียงของหมอหลิวทำให้หม่าเอินงุนงงเล็กน้อย แต่นั่นเทียบไม่ได้เลยกับความสงสัยอีกเรื่องที่ผุดขึ้นในใจ—เฉินอวิ๋นคนนี้โผล่มาจากไหนกัน?
ไม่เพียงแค่นั้น หม่าเอินยังสังเกตว่า "พี่สาว" ของเขาใช้นามสกุลไม่เหมือนเขาด้วย
หมอหลิวถามต่อด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ:
"แต่คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเธอไปช่วยงานที่โบสถ์ในรัฐอื่น อีกหลายเดือนกว่าจะกลับมาได้?"
หลิวอวี่จวินรู้ดีว่าเขาไม่ได้คิดจะออกจริงๆ เพราะหม่าเอินเคยคุยเรื่องนี้กับเธอเมื่อเดือนก่อน แล้วเขาก็เป็นคนปฏิเสธที่จะเรียกเฉินอวิ๋นมาทำเรื่องเอง
โบสถ์เหรอ?
หม่าเอินจำได้ว่าในจดหมายที่ทิ้งไว้ มีการเตือนเรื่องเทวทูต
ในขณะที่หลิวอวี่จวินกำลังพูด หนิงฉางคงก็แสดงท่าทีเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดไว้ เธอไม่อยากให้หม่าเอินออกจากโรงพยาบาล แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจพูดขึ้น
"คุณยังจำคำพูดที่หนูบอกก่อนเข้าลิฟต์ได้ไหมคะ?"
แน่นอนว่าหม่าเอินจำได้ เงินซื้อได้ทุกอย่าง
ซึ่งมันตรงกับความคิดของเขาพอดีเป๊ะ
เขาหันไปถามหมอหลิว
"นอกจาก..."
"เดี๋ยวค่ะ" หมอหลิวขัดจังหวะหม่าเอินอย่างหยาบคาย
เธอหันความสนใจกลับไปที่เด็กหนุ่มที่กำลังเงยหน้าขึ้น แล้วถามด้วยสีหน้าพินอบพิเทา
"คุณรู้สึกยังไงบ้างคะ?"
พฤติกรรมและท่าทีของหลิวอวี่จวินทำให้คนอื่นอีกสามคนที่เหลือรู้สึกแปลกใจมาก
เด็กหนุ่มพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย:
"พวกคุณพูดถูก ผมต้องฆ่ามันด้วยมือของผมเอง"
ในใจของหม่าเอินเต็มไปด้วยความสงสัย แม้กิริยาของหมอหลิวจะดูเสียมารยาทไปหน่อย แต่เขาก็ไม่เข้าใจเลยว่าเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่
นี่คือท่าทีปกติที่หมอปฏิบัติต่อคนไข้เหรอ หรือว่าในอดีตเขาเคยทำอะไรไม่ดีกับเธอไว้?
เขาจำอะไรไม่ได้เลย
หม่าเอินหันไปมองอีกสองคน สีหน้าของพวกเธอดูปกติ
แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือ เฉาเยี่ยนไม่ได้ฟังบทสนทนาของพวกเขาเลย
ส่วนหนิงฉางคงที่ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา เป็นเพราะไม่อยากให้หม่าเอินรู้สึกขายหน้าไปมากกว่านี้ แต่เด็กสาวก็เริ่มรู้สึกตะหงิดๆ แล้วว่า...
สถานะทางสังคมของหม่าเอินอาจจะต่ำกว่าที่เธอจินตนาการไว้ในตอนแรกมาก
หลิวอวี่จวินไม่มีทางกล้าใช้น้ำเสียงแบบนั้นคุยกับเธอหรือคนไข้คนอื่นแน่นอน
และยิ่งเขาเงียบ เด็กสาวก็ยิ่งเป็นห่วงสภาวะอารมณ์ของเขา ความกดดันที่ผิดปกติมักจะเป็นสัญญาณเตือนของการระเบิดอารมณ์ที่บิดเบี้ยว
แต่หมอหลิวกลับไม่แปลกใจกับการเงียบของเขาเลย สำหรับคนธรรมดาอย่างพวกเขา การรู้จักดูสีหน้าท่าทีคนอื่นเป็นทักษะการเอาตัวรอดที่จำเป็นในสังคมนี้ ดังนั้นการที่หม่าเอินยอมกล้ำกลืนฝืนทนจึงเป็นเรื่องปกติมากในสายตาของเธอ
"...อืม ความคิดของคุณตอนนี้ถูกต้องมากค่ะ" หมอหลิวตบไหล่เด็กหนุ่มเบาๆ เป็นเชิงปลอบใจ "งั้นวันนี้พวกเราพอแค่นี้ก่อน ตกลงไหมคะ?"
เธอมองหลี่อี้เต๋อด้วยสายตาเชิงถามความเห็น
"อ้อ..." หลี่อี้เต๋อพูดอย่างเป็นธรรมชาติ "ได้ครับ ได้ครับ"
หม่าเอินลุกขึ้นเดินออกจากห้องกิจกรรมเป็นคนแรก หนิงฉางคงมองตามหลังเขาไป รู้สึกว่าเขาน่าจะโกรธหมอหลิวเข้าให้แล้ว จึงรีบตามออกไปทันที ส่วนเฉาเยี่ยนค่อยๆ ลุกขึ้นเดินตามออกไปอย่างไม่รีบร้อน
จนกระทั่งในห้องเหลือเพียงเด็กหนุ่มและหมอหลิว
"ไอ้หม่าเอินนั่นมันยังไงกัน" หลี่อี้เต๋อเก็บความไร้เดียงสาบนใบหน้ากลับไป แววตาเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกจ้องมองไปทางที่หม่าเอินเดินจากไป "พ่อผมบอกให้คุณจัดหาเด็กสาวสวยๆ มาให้ไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมีผู้ชายโผล่มาด้วย?"
หมอหลิวสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ
หลี่อี้เต๋อนั่งไขว่ห้างอย่างหงุดหงิด:
"แต่คำโกหกห่วยๆ ที่คุณพูดกับเขาก็ถือว่าได้ผลดีใช้ได้ ฆ่าฉันด้วยมือตัวเองเนี่ยนะ? เขาจะฆ่าตัวเองได้ยังไง ไม่น่าเชื่อว่ามันจะเชื่อจริงๆ"
หมอหลิวเข้าใจแล้ว คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอไม่ใช่เด็กหนุ่มผู้ใสซื่อบริสุทธิ์คนนั้นอีกต่อไป
แต่เป็นปีศาจที่อาศัยอยู่ในร่างของเขา
หลี่อี้เต๋อกวาดตามองหมอสาวที่กำลังยืนตะลึงตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วเลียริมฝีปากด้วยท่าทางชั่วร้าย
"ถึงรูปร่างคุณจะถือว่าใช้ได้ แต่โดยรวมแล้วเทียบกับสองคนนั้นไม่ได้เลย เทียบกับแฟนผมยังไม่ได้ด้วยซ้ำ ถ้าคุณสวยกว่านี้สักหน่อยผมอาจจะลงมือไปแล้วก็ได้"
คำพูดนี้ทำเอาเธอเหงื่อเย็นไหลพราก
หมอหลิวเคยเห็นรูปถ่ายในที่เกิดเหตุ บนตัวเด็กผู้หญิงคนนั้นเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและแผลตกสะเก็ด ใครเห็นก็จินตนาการได้ว่าตอนที่มีชีวิตอยู่เธอต้องถูกทรมานอย่างโหดร้ายทารุณขนาดไหน
แถมยังเป็นการกระทำจากคนที่เธอไว้ใจที่สุดอีกต่างหาก
หลี่อี้เต๋อยิ้มอย่างสำราญใจ
"ดูทำหน้าเข้า กลัวจนหัวหดเลยเหรอ วางใจเถอะ ถ้าผมสนใจคุณจริงผมไม่พูดออกมาหรอก
"ยัยคนสวยสวมหมวกนั่นเอาแต่สนใจไอ้หม่าเอิน มันขัดขวางการจีบสองสาวงามของผมอย่างรุนแรง ผมไม่อยากเห็นหน้ามันอีกในอาทิตย์หน้า"
เห็นได้ชัดว่า "การจีบ" ในความหมายของเด็กหนุ่ม น่าจะใกล้เคียงกับสิ่งที่เขาทำกับคนรักของตัวเองมากกว่า
เดิมทีหลิวอวี่จวินก็คิดว่าการปรากฏตัวของหม่าเอินสร้างปัญหาให้เธออยู่แล้ว จึงรู้สึกไม่พอใจเขาเป็นทุนเดิม แต่เธอก็คาดไม่ถึงว่าหลี่อี้เต๋อจะโกรธขนาดนี้:
"จริงๆ ฉันไม่ได้จัดให้เขามานะคะ แต่กฎระเบียบ..."
เด็กหนุ่มขัดจังหวะเธอด้วยสีหน้าเย็นชา:
"ผมไม่สนกฎบ้าบออะไรทั้งนั้น พ่อผมจ่ายเงินไปแล้ว และนั่นไม่ใช่เงินน้อยๆ นะ หมอหลิว ถ้าคราวหน้ามันยังกล้าโผล่มาขัดความสุขของผมอีกล่ะก็...
"เชื่อผมเถอะ คุณคงไม่อยากรู้หรอกว่าคนบ้าที่มีอำนาจทำอะไรได้บ้าง"
เด็กหนุ่มแสยะยิ้มจนเห็นฟันขาวเรียงรายน่าสยดสยอง