เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22: แย่แล้ว นี่ฉันกลายเป็นพวกเด็ดบุปผาไปแล้วเหรอ?

บทที่ 22: แย่แล้ว นี่ฉันกลายเป็นพวกเด็ดบุปผาไปแล้วเหรอ?

บทที่ 22: แย่แล้ว นี่ฉันกลายเป็นพวกเด็ดบุปผาไปแล้วเหรอ?


บทที่ 22: แย่แล้ว นี่ฉันกลายเป็นพวกเด็ดบุปผาไปแล้วเหรอ?

หลี่ลี่กำลังอยู่ในอารมณ์ที่เบิกบานอย่างยิ่ง วันนี้เป็นวันเลี้ยงรุ่นครบรอบสิบปีของเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยของเธอ

ที่โต๊ะอาหารในโรงแรมก่อนหน้านี้ เธอรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไปสัมผัสเสน่ห์ในช่วงวัยสาวอีกครั้ง เมื่อทุกคนรู้ว่าเธอกลายเป็นแม่หม้ายป้ายแดง บรรดาเพื่อนผู้ชายในโต๊ะต่างก็พากันมาล้อมหน้าล้อมหลัง พร้อมกับหยอดมุกตลกติดเรทใส่เธอไม่ขาดสาย ส่วนเธอก็เพียงแค่หัวเราะเบาๆ โดยไม่ถือสา เพราะบรรยากาศแบบนี้มันช่างเหมือนกับสมัยก่อนที่เธอเคยมักจะเป็นจุดศูนย์กลางของสายตาเสมอ

ด้วยออร่าของ 'รักแรกในความทรงจำ' เธอปั่นหัวหนุ่มๆ เหล่านี้ได้อย่างเชี่ยวชาญจนพวกเขาพากันลุ่มหลง แม้แต่หวังเจี้ยตงที่ตามจีบเธออย่างหนักในช่วงนี้ เธอก็ยังรักษาระยะห่างไว้อย่างมีชั้นเชิง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธอมักจะสร้างภาพลักษณ์เป็นเทพธิดาสายวรรณกรรมที่แสนเรียบร้อยเพื่อกุมหัวใจผู้ชาย เมื่อรวมเข้ากับเรื่องราวความรักที่โชคร้ายและการถูกหักหลังในชีวิตคู่ มันยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณการอยากปกป้องในตัวเพื่อนร่วมรุ่นชายทุกคน เกมของเธอนั้นอยู่ในระดับที่เหนือชั้น แม้แต่เพลย์บอยตัวพ่ออย่างหวังเจี้ยตงที่เคยผ่านสมรภูมิรักมานับไม่ถ้วน ก็ยังติดอยู่ในตาข่ายของเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น

ตอนนี้กลุ่มของพวกเขาได้ย้ายมาต่อกันที่ KTV เธอเพิ่งจะร้องเพลงคู่ 'คู่รักคนสนิท' จบลงพร้อมกับเพื่อนร่วมรุ่นคนหนึ่ง การแสดงนั้นทำให้ห้องวีไอพีเต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องและเสียงเชียร์ด้วยความคึกคะนอง สายตาทุกคู่ของฝ่ายชายจับจ้องมาที่เธอ ซึ่งนั่นสร้างความไม่พอใจให้กับพวกผู้หญิงในห้องเป็นอย่างมาก และในตอนนั้นเอง เหล้าแก้วใหญ่ก็ 'บังเอิญ' หกใส่ชุดของเธอจนชุ่มไปหมด ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือเป็นอุบัติเหตุจริงๆ กันแน่

หวังเจี้ยตงรีบกุลีกุจอออกไปซื้อชุดใหม่มาให้เธอเพื่อให้เธอไปเปลี่ยนในห้องน้ำทันที

ทว่าเมื่อเธอเดินมาถึงหน้าประตูห้องน้ำ เธอก็ต้องชะงักฝีเท้า ภาพตรงหน้าคือคู่รักคู่หนึ่งที่กำลังโอบกอดกันอย่างแนบชิดอยู่ใกล้กับอ่างล้างหน้า เด็กสาวคนนั้นหน้าตาสะสวย รูปร่างสูงโปร่ง และดูเหมือนจะอายุเพียงสิบเจ็ดหรือสิบแปดปีเท่านั้น แต่ผู้ชายที่เธอเกาะหนึบอยู่นั้น... กลับดูคุ้นตาจนน่าสงสัย เหมือนกับซุนต้าเซิ่ง อดีตสามีที่เธอเพิ่งจะเขี่ยทิ้งไปไม่มีผิด

เธอหลับตาลงแน่นแล้วหัวเราะเยาะตัวเองในใจ ฉันคงจะดื่มหนักไปหน่อย ไม่อย่างนั้นจะเห็นภาพหลอนแบบนี้ได้ยังไง? นี่มันเรื่องเพ้อฝันชัดๆ คนอย่างซุนต้าเซิ่งที่ไม่มีทั้งบ้าน ไม่มีรถ และไม่มีเงิน จะไปมีสาวน้อยสวยสะพรั่งมาหลงใหลได้ปลื้มขนาดนี้ได้ยังไงกัน

"หลี่ลี่ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?" เสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงของหวังเจี้ยตงดังขึ้นจากด้านหลัง

เธอหรี่ตาขึ้นแล้วหันไปหาเขา พลางเดินเซเล็กน้อย "หวังเจี้ยตง คุณไม่เชื่อแน่ว่าฉันเห็นอะไร" เธอกลัวพรางหัวเราะ ก่อนที่เขาจะทันได้ตอบ เธอก็พูดต่อด้วยความหงุดหงิด "ฉันเห็นไอ้ขี้แพ้ซุนต้าเซิ่งกำลังกอดอยู่กับเด็กสาววัยรุ่นหน้าตาดีคนหนึ่ง บอกฉันทีว่าฉันไม่ได้เป็นบ้าไปเองใช่ไหม?"

แต่สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจคือ ชายตรงหน้าไม่ได้หัวเราะไปกับเธอ สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงพลางชี้มือไปทางด้านหลังของเธอแล้วพูดตะกุกตะกัก "ซุน... ซุน..."

สีหน้าของหลี่ลี่เริ่มบูดบึ้ง "ซุนไหน? อย่าบอกนะว่าเป็นซุนต้าเซิ่งจริงๆ?"

เธอหมุนตัวกลับไปด้วยรองเท้าส้นสูงสีแดง และรอยยิ้มบนใบหน้าก็แข็งค้างไปในทันที ผู้ชายที่กำลังโอบกอดอยู่กับเด็กสาวคนนั้นคืออดีตสามีของเธอจริงๆ ... ซุนต้าเซิ่ง!

ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและไม่อยากจะเชื่อ เด็กคนนี้เด็กกว่าเธอ สวยกว่าเธอ และยังสูงกว่าเธออีกด้วย ขนาดซุนต้าเซิ่งยังรักษาคนอย่างเธอไว้ไม่ได้ แล้วเขาจะไปคว้าผู้หญิงคุณภาพระดับนี้มาได้ยังไง? เธอจมอยู่กับความคิดที่คอยแต่จะดูถูกซุนต้าเซิ่งจนลืมสังเกตไปว่าคำพูดในใจของเธอนั้นมันเข้าตัวเธอเองชัดๆ

"ตอนนี้เขามันก็แค่ไอ้ขี้แพ้สิ้นเนื้อประดาตัว เรื่องแบบนี้มันเป็นไปได้ยังไง?"

เมื่อได้ยินคำถามจากเทพธิดาในดวงใจ หวังเจี้ยตงก็กลอกตาไปมาพลางใช้สมองอันชาญฉลาดของเขาคิดหาคำตอบ "หึหึ... เสี่ยวลี่ ผมมองออกแล้วล่ะ" เขาจงใจลากเสียงยาวให้เธอลุ้นตาม "ลองเดาดูสิ"

"มีอะไรก็รีบพูดมาเถอะ" หลี่ลี่สวนกลับอย่างรำคาญ เพราะไม่มีอารมณ์จะมาเล่นเกมด้วย

เขาไม่ได้ถือสาในน้ำเสียงของเธอ "ถ้าให้ผมเดานะ เด็กคนนี้ไม่ได้รู้จักเขาหรอก"

"ทำไมคุณถึงคิดแบบนั้นล่ะ?" หลี่ลี่ถาม

"คุณไม่เห็นเหรอว่าเธอเมาจนไม่ได้สติขนาดไหน? ซุนต้าเซิ่งคงจะไปเจอเธอเข้าที่มุมไหนสักแห่งนั่นแหละ" เขาทำหน้าเหนือกว่าก่อนจะพูดด้วยความมั่นใจ "เด็กสมัยนี้ไม่รู้หรอกว่าโลกมันซับซ้อนแค่ไหน หรือคนมันจะใจทรามได้ขนาดไหน พวกเธอไม่รู้จักวิธีปกป้องตัวเองเวลาออกมาข้างนอกหรอก ยัยเด็กนี่คงมาดื่มกับเพื่อนแล้วเมาปลิ้นจนเดินมาห้องน้ำคนเดียว เลยเสร็จทางสุนัขลอบกัดอย่างซุนต้าเซิ่งเข้าให้"

หลังจากได้ฟังบทวิเคราะห์นั้น สีหน้าของหลี่ลี่ก็เริ่มอ่อนลง เธอพยักหน้าอย่างเห็นด้วย "ฉันก็คิดแบบนั้นแหละ คนขี้แพ้อย่างเขามีเสน่ห์ที่ไหนกัน ที่แท้เขาก็เป็นแค่ไอ้พวกวิตถารสกปรกๆ นี่เอง ฉันดีใจจริงๆ ที่หย่ากับเขาและตัดขาดกันไปได้" จากนั้นเธอก็สั่งการ "เตรียมกล้องมือถือของคุณไว้ให้พร้อม เราจะไปบันทึกพฤติกรรมต่ำทรามของเขากัน"

ด้วยความรู้สึกราวกับเป็นผู้ผดุงความยุติธรรม หลี่ลี่จึงก้าวฉับๆ ตรงเข้าไปหาพวกเขา เสียงส้นสูงกระทบพื้นดัง กึก-กัก-กึก...

ซุนต้าเซิ่งไม่ได้สังเกตเห็นพวกเขาเลยแม้แต่น้อย เขามีปัญหาที่หนักใจกว่านั้น เพราะฟางซือหานเกาะเขาเป็นปลาหมึกจนเขาแกะไม่ออก เขาจำได้ว่าคืนนั้นบนระเบียง แม้แต่หยุนยวี่ชิงที่ดูบอบบางก็ยังกอดเอวเขาไว้แน่นจนเขาสลัดไม่หลุด และยิ่งกับฟางซือหานที่มีรูปร่างสมส่วนและแข็งแรงกว่า มันยิ่งยากเข้าไปใหญ่ พวกผู้หญิงสมัยนี้ภายนอกดูบอบบางอย่างกับจะเปิดขวดน้ำเองไม่ได้ แต่พอเอาเข้าจริงกลับมีพละกำลังมหาศาลอย่างกับคนละคน

"ซุนต้าเซิ่ง ปล่อยเด็กผู้หญิงคนนั้นเดี๋ยวนี้!"

ในขณะที่เขากำลังจนปัญญา เสียงตวาดปานฟ้าผ่าก็ดังขึ้นที่ข้างหู เขาเงยหน้าขึ้นด้วยความตกตะลึง และพบกับคนสองคนที่เขาไม่อยากเจอที่สุด

"มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ คุณผู้หญิง?" เขาถามกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา

น้ำเสียงเมินเฉยนั้นทิ่มแทงใจหลี่ลี่อย่างแรง เขากล้าดียังไง? ถูกจับได้คาหนังคาเขาว่ากำลังล่วงละเมิดผู้หญิงในที่สาธารณะ แต่ยังจะมาทำเป็นใจเย็นอยู่อีก? เขาไปเอาความมั่นใจแบบนี้มาจากไหนกัน?

หลี่ลี่ชี้ไปที่หวังเจี้ยตง "พวกเราถ่ายคลิปหลักฐานการกระทำผิดของคุณไว้หมดแล้ว" เธอกล่าวอย่างอาฆาต "เตรียมตัวไปรอให้ตำรวจจับเข้าคุกได้เลย"

คำพูดของเธอทำให้ซุนต้าเซิ่งงุนงงเป็นไก่ตาแตก ฉันทำอะไรผิด? ทำไมต้องโดนจับ?

เขามองไปที่หน้าตาที่ดูลำพองใจของหวังเจี้ยตงและมือที่ถือโทรศัพท์ชูไว้สูง จากนั้นก็มองฟางซือหานที่อยู่ในอ้อมแขน ในที่สุดเขาก็เข้าใจ พวกนี้คิดว่าเขากำลังทำเรื่องผิดกฎหมายอยู่แน่ๆ

"ขอโทษนะ นี่เพื่อนของผม เธอแค่ดื่มหนักไปหน่อย และผมกำลังจะพาทเธอกลับบ้าน" เขาตอกกลับอย่างเฉียบขาด "กรุณาอย่าเอาความคิดสกปรกๆ ของพวกคุณมาตัดสินคนอื่น"

"เหอะๆๆ ... เก็บคำพูดไปบอกตำรวจเถอะ พวกเราแจ้งความไปแล้ว" หวังเจี้ยตงเย้ยหยันพลางก้าวเข้ามาใกล้โดยที่กล้องยังคงบันทึกภาพอยู่

นึกว่าตัวเองเป็นตัวร้ายในหนังเกรดบีหรือไง? ซุนต้าเซิ่งสบถในใจ แต่เขาก็ไม่ได้แยแสคำขู่ของชายคนนั้น เพราะเขารู้อยู่เต็มอกว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด

ไม่นานนัก เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ก็มาถึง โดยปกติจะมีป้อมตำรวจอยู่ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว พวกเขาจึงมาถึงที่เกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว นายตำรวจรุ่นใหญ่เดินนำหน้ามา ตามด้วยตำรวจรุ่นน้องอีกคน พวกเขาเริ่มเข้ามาตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์ทันที

การมาถึงของตำรวจทำเอาผู้จัดการร้าน KTV ถึงกับสะดุ้งโหยงและรีบวิ่งออกมาด้วยอาการลนลาน วันนี้มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย? คงไม่ใช่การบุกตรวจสิ่งผิดกฎหมายกะทันหันหรอกนะ? ไม่น่าใช่สิ เถ้าแก่ของเขาก็มีเส้นสายอยู่บ้าง ปกติถ้าจะมีอะไรแบบนี้ต้องมีการส่งข่าวล่วงหน้ามาแล้วนี่นา

จบบทที่ บทที่ 22: แย่แล้ว นี่ฉันกลายเป็นพวกเด็ดบุปผาไปแล้วเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว