- หน้าแรก
- ผมซื้อของถูกราคาหลักหน่วย แต่ระบบกลับให้ของจริงราคาหลักล้าน!
- ตอนที่ 710 คุณหนูหยวน: พวกนายจะไปเสียเวลาพูดกับเขาทำไมล่ะ
ตอนที่ 710 คุณหนูหยวน: พวกนายจะไปเสียเวลาพูดกับเขาทำไมล่ะ
ตอนที่ 710 คุณหนูหยวน: พวกนายจะไปเสียเวลาพูดกับเขาทำไมล่ะ
ตอนที่ 710 คุณหนูหยวน: พวกนายจะไปเสียเวลาพูดกับเขาทำไมล่ะ
ถึงแม้จะไม่ได้ไปมาเก๊า แต่วงไพ่วงเล็กๆ ของพวกเขาเป็นการส่วนตัวก็สนุกสุดเหวี่ยงไม่แพ้กัน แน่นอนว่าผลลัพธ์สุดท้ายก็คือหวังฉู่สูญเสียทรัพย์สินก้อนสุดท้ายของตัวเองไปจนหมดตัว
คืนนี้และพรุ่งนี้ เขาจะไม่มีสิ่งที่เรียกว่าบุหรี่ให้สูบอีกแล้ว ตอนกลับ หวังฉู่หน้าตาบูดบึ้งสุดๆ ราวกับว่าทรมานยิ่งกว่าเสียเงินซะอีก สุดท้ายก็โดนหัวหน้าห้องลากตัวกลับไปอย่างทุลักทุเล
ส่วนคุณหนูหยวน ประคองถ้วยรางวัลของตัวเองเอาไว้ ซึ่งก็คือเมล็ดทานตะวันหนึ่งกำมือกับบุหรี่ไป๋ถ่าซานอีกครึ่งซอง ยิ้มแฉ่งโชว์ฟันอย่างมีความสุข
ถึงแม้เมล็ดทานตะวันจะเป็นแค่เครื่องมือที่พวกเขาเอามาใช้แทนชิป พอเลิกเล่นแล้ว มันก็คือเมล็ดทานตะวันธรรมดาๆ แต่มันก็ทำให้เธอมีความสุขได้ ส่วนบุหรี่ ถึงแม้เธอจะไม่สูบ แต่พอได้เห็นหวังฉู่ไม่มีบุหรี่สูบเพราะแพ้เธอ เธอก็ตื่นเต้นสุดๆ เรียกได้ว่ามีความสุขยิ่งกว่าได้เงินซะอีก
ต้องยอมรับว่า ถึงจะไม่ได้พนันเอาเงิน แต่ความรู้สึกมันก็เหมือนกัน คนชนะก็ดีใจจนเนื้อเต้น ส่วนคนแพ้ก็คอตกหมดอาลัยตายอยาก
สุดท้ายคุณหนูหยวนก็หอบเอาถ้วยรางวัลกลับห้องตัวเอง ควนเม่ยที่เป็นคนเดินออกไปเป็นคนสุดท้าย อดหัวเราะไม่ได้แล้วพูดว่า "เห็นไหมล่ะ บอกแล้วว่าอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับการพนัน นายเองก็ระวังตัวไว้ด้วยล่ะ เข้าใจไหม!"
"เอาล่ะๆ ฉันก็บอกไปแล้วไงว่าจะไม่ไป รีบกลับไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้ก็กลับแล้ว" หลินโม่โบกมือพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
เมื่อเห็นดังนั้น ควนเม่ยถึงพยักหน้าแล้วเดินออกจากห้องไป
"ปิดประตูให้ด้วยนะ!" หลินโม่ตะโกนไล่หลัง
แต่สิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงเสียงประตูปิดกระแทกดังปัง เขาย่อมเข้าใจความหมายของควนเม่ยดี ไม่มีอะไรมากไปกว่ากลัวเขาจะเดินหลงผิดไปในทางที่ผิดนั่นแหละ
ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะเป็นแค่นักศึกษาธรรมดาๆ ไม่ได้มีเงินทองอะไร แต่ก็เคยได้ยินเรื่องราวของใครต่อใครที่ถูกหวยรวยเบอร์ หรืออยู่ๆ ก็ตั้งตัวได้ แต่สุดท้ายต้องมาสิ้นเนื้อประดาตัวเพราะการพนันมาเยอะแล้ว
และในสายตาของควนเม่ย ความคิดของเขาเมื่อกี้มันอันตรายสุดๆ หนึ่งคือเขามีความคิดที่อยากรู้อยากเห็น อยากจะไปลองดู สองคือตอนนี้เขาถือว่าพอจะมีเงินอยู่บ้างแล้ว จึงกลัวว่าเขาจะกลายเป็นพวกผีพนันไป
ถึงแม้ไม่ใช่ทุกคนที่จะสิ้นเนื้อประดาตัวเพราะการพนัน แต่แทบทุกคนก็มักจะมีคนรู้จักที่ติดการพนันงอมแงมอยู่รอบตัว และคนพวกนั้น ส่วนใหญ่แล้วชีวิตมักจะไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่
ตัวหลินโม่เองถึงจะรู้ว่าสถานการณ์ของเขาเป็นยังไง เล่นยังไงก็ชนะ แต่ท่าทางผีพนันเข้าสิงของหวังฉู่เมื่อครู่ ก็เป็นเครื่องเตือนสติให้เขาพยายามหลีกเลี่ยงของพรรค์นี้ให้มากที่สุด และต่อให้เขาสามารถรับประกันได้ว่าตัวเองจะไม่หน้ามืด แล้วคนรอบข้างเขาล่ะ?
โชคดีที่ไม่ได้พาทุกคนไปด้วย คิดได้ดังนั้น เขาก็อดเตือนสติตัวเองในใจไม่ได้ว่า ทำอะไรก็ต้องคิดให้รอบคอบก่อนลงมือ
ส่วนอีกด้านหนึ่ง ในห้องนอน คุณหนูหยวนกำลังคุยวิดีโอคอลฟ้องหลิวหรูเยียนอยู่
"นี่ หลิวหรูเยียน เธอต้องจัดการผู้ชายของเธอให้อยู่หมัดเลยนะ วันนี้โม่ไจ๋ดันเสนอให้ไปมาเก๊าซะงั้น โชคดีนะที่พวกเราห้ามไว้ทัน เธอคงไม่ลืมเรื่องพี่ชายฉันตอนนั้นใช่มั้ย เกือบจะโดนพ่อฉันตีตายแหนะ" คุณหนูหยวนเล่าเป็นฉากๆ
เมื่อได้ยินแบบนี้ หลิวหรูเยียนที่กำลังมาสก์หน้าอยู่ปลายสายก็ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็หัวเราะออกมา "วางใจเถอะ น้องชายไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก เขาน่าจะแค่อยากรู้อยากเห็นมากกว่า!"
ทั้งสองคนนอนเตียงเดียวกันมาแล้ว หลินโม่เป็นคนยังไง เธอย่อมรู้ดีกว่าใคร นิสัยใจคอของคนคนหนึ่งเป็นยังไง เธอมองออกอยู่แล้ว โดยเฉพาะหลินโม่ที่เป็นนักศึกษาที่ยังเรียนไม่จบ มีอะไรก็แทบจะเขียนไว้บนหน้าหมด ถ้าเรื่องแค่นี้เธอยังมองพลาด เธอก็คงใช้ชีวิตมาเสียเปล่าแล้ว
"เชอะ ความอยากรู้อยากเห็นฆ่าแมวได้นะ คำนี้เธอไม่เคยได้ยินหรือไง ยังไงฉันก็บอกเธอไปแล้ว เธอจะจัดการยังไงก็แล้วแต่เลย วางสายล่ะ!" พูดจบ คุณหนูหยวนก็ตัดสายทิ้งทันที
ส่วนอีกด้านหนึ่งที่เจียงหนิง หลิวหรูเยียนคิดไปคิดมาก็รู้สึกว่ามีเหตุผลเหมือนกัน ยังไงคนเราก็ย่อมได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมอยู่แล้ว
แต่เธอก็จะไม่โทรไปคาดคั้น แล้วมานั่งตักเตือนด้วยความหวังดีหรอกนะ วิธีการแบบนั้นมันต่ำเกินไป
ในเมื่อหลินโม่มีความสนใจแบบนี้ แทนที่จะไปห้ามปราม สู้ควบคุมทิศทางของเรื่องนี้ให้อยู่ในกำมือของตัวเองไม่ดีกว่าหรือ
"หึ~ อยากรู้อยากเห็นใช่มั้ย ไว้มีโอกาสพี่สาวจะพานายไปเปิดหูเปิดตาเอง" หลิวหรูเยียนหัวเราะเบาๆ
ห้ามไว้สู้หาทางระบายไม่ได้ เรื่องแบบนี้ถ้าเธอตามไปด้วย แล้วควบคุมให้อยู่ในขอบเขตความสามารถของตัวเองกลับจะดีกว่า วิธีแก้ความอยากรู้อยากเห็นที่ดีที่สุด ก็คือต้องปล่อยให้เขาลองให้รู้ไปเลย
ถึงแม้หน้าตา บุคลิก และความสามารถในการหาเงินของหลินโม่จะพัฒนาขึ้นมาแล้ว แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องอยู่จุดหนึ่ง นั่นก็คือประสบการณ์ พอได้ลองได้เห็นมาแล้ว ก็จะไม่รู้สึกอยากรู้อยากเห็นขนาดนั้นอีก
คนหนุ่มสาวถ้ามีกำลังทรัพย์ ก็ควรจะรีบเปิดโลกทัศน์ให้กว้างไกลตั้งแต่เนิ่นๆ
หลินโม่ย่อมไม่รู้หรอกว่า คำเสนอแนะที่เขาพูดออกมาลอยๆ จะมีคนเก็บไปคิดกันตั้งมากมาย
เช้าวันรุ่งขึ้น หลินโม่และพรรคพวกได้รับการเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีจากเถ้าแก่โรงแรมด้วยอาหารเช้าพื้นเมืองชุดใหญ่
ทำเอาทุกคนถึงกับเกรงใจไปตามๆ กัน เถ้าแก่เองก็เป็นคนตรงไปตรงมา สุดท้ายก็ดึงดันจะถ่ายรูปคู่กับเขาให้ได้
เคยเห็นแต่ถ่ายรูปกับดารา ไม่ก็ถ่ายรูปกับเน็ตไอดอล แต่เขาเป็นแค่คนธรรมดายังได้รับการปฏิบัติขนาดนี้ ไม่ธรรมดาจริงๆ
ก่อนไป หลินโม่จงใจขอหน้ากากอนามัยจากควนเม่ยมาใส่ เขาไม่อยากโดนใครจำได้อีกแล้ว
ภายใต้การต้อนรับอย่างอบอุ่นของเถ้าแก่ กลุ่มคนก็เดินออกจากโรงแรม
"เรียกแท็กซี่ไปสนามบินมั้ย?" คุณหนูหยวนถาม
หวังฉู่ส่ายหน้า "จะเรียกแท็กซี่ทำไมกันล่ะ คนตั้งเยอะแถมสัมภาระอีก ต้องเรียกตั้งสองคัน นั่งรถเมล์ไปเถอะ ที่นี่เขามีรถเมล์สายเฉพาะเลยนะ! อีกอย่าง พวกเราก็ไม่ได้รีบด้วย!"
ถึงคุณหนูหยวนจะไม่ขาดแคลนเงิน แต่ก็ไม่ได้ดึงดันจะนั่งแท็กซี่ให้ได้ ไม่ใช่ว่ารู้จักประหยัดหรืออะไรหรอกนะ แต่เชื่อหวังฉู่ที่เป็นคนพื้นที่น่ะไม่ผิดแน่นอน
ไม่นาน รถเมล์สาย 121 ก็ค่อยๆ เข้ามาจอดตรงหน้าพวกเขา กลุ่มคนขึ้นรถอย่างเป็นระเบียบ หวังฉู่เป็นคนสุดท้ายที่จ่ายเงินให้ทุกคน
ตอนพวกเขาขึ้นรถ คนบนรถยังไม่เยอะ อย่างน้อยก็ยังมีที่นั่งว่าง คุณหนูหยวนจึงรีบวิ่งไปนั่งข้างหลังด้วยความตื่นเต้น
ถึงเธอจะรวยมาก และแทบไม่เคยนั่งรถสาธารณะอย่างรถเมล์หรือรถไฟใต้ดินเลย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอไม่อยากจะลองสัมผัสดูสักครั้ง
ส่วนพวกหลินโม่น่ะเหรอ ไม่ต้องพูดถึงเลย เมื่อก่อนนั่งรถเมล์รถไฟใต้ดินกันเป็นว่าเล่นอยู่แล้ว
ไม่นาน หลังจากผ่านไปอีกสองป้าย คนบนรถก็เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ คนที่ไม่มีที่นั่งก็ต้องยืน
จนกระทั่งมีคนแก่ขึ้นรถมา คุณหนูหยวนก็พาทุกคนลุกให้ที่นั่ง แล้วยืนเกาะเสากันเป็นกลุ่ม
"นี่สินะความรู้สึกของการสละที่นั่งให้คนแก่ ดีจังแฮะ ตอนประถมฉันเคยแต่งเรื่องสละที่นั่งให้คนแก่ในไดอารี่ด้วยนะ แต่ครูบอกว่าฉันลอกไดอารี่มา ที่แท้เป็นเพราะฉันเขียนเว่อร์ไปเพราะไม่เคยมีประสบการณ์นี่เอง" คุณหนูหยวนพูดด้วยสีหน้าซาบซึ้ง
หลินโม่: →_→
"พี่หยวน พี่แน่ใจนะว่าไม่ได้เป็นเพราะครูเขารู้ฐานะทางบ้านพี่ แล้วรู้ว่าพี่ไม่มีทางนั่งรถเมล์ไปโรงเรียนได้น่ะ?"
คุณหนูหยวน: "งั้นเหรอ? เชี่ย จริงด้วยสิ!"
ทุกคน: ...
ล้อเล่นหรือไง ฐานะทางบ้านคุณหนูหยวน ใครจะปล่อยให้เธอนั่งรถเมล์ไปโรงเรียนตอนประถมกันล่ะ ครูบอกว่าลอกมานั่นแหละถูกแล้ว
ตอนนั้นเอง รถเมล์ก็เบรกกะทันหัน คนบนรถต่างเซถลาไปตามๆ กัน จากนั้นรถเมล์ก็จอดสนิท
ผู้โดยสารบนรถไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงพากันชะโงกหน้ามองออกไปข้างนอก ก็เห็นรถเก๋งสีขาวคันหนึ่งจอดขวางอยู่หน้ารถเมล์
คนขับรถเก๋งถึงขั้นเดินมาด่าทออยู่ที่นอกหน้าต่างฝั่งคนขับรถเมล์เลยทีเดียว
จับใจความคร่าวๆ ได้ว่า ตอนที่กำลังเลี้ยวเมื่อกี้ รถเก๋งจะแซง แต่รถเมล์ไม่ยอมให้ทาง ทำให้รถเก๋งดับเครื่องไป ก็เลยขึ้นมาปาดหน้ารถเมล์แล้วก็ยืนด่าอยู่แบบนี้
สรุปง่ายๆ ก็คือ ไอ้คนขับรถเก๋งคันนี้โรคหัวร้อนบนท้องถนนกำเริบนั่นแหละ
เห็นแบบนี้ ผู้โดยสารบนรถต่างก็รู้สึกซวยไปตามๆ กัน คนขับรถเมล์เองก็ไม่ได้ด่าตอบ
ด่าอยู่ประมาณสิบนาที รถเก๋งถึงได้ค่อยๆ ขับออกไป ตอนนี้หลินโม่รู้สึกได้ชัดเจนเลยว่าผู้โดยสารบนรถเริ่มมีอารมณ์หงุดหงิดและเต็มไปด้วยความไม่พอใจแล้ว
แต่ไม่นาน ทุกคนก็พบว่าเจ้ารถเก๋งคันนี้กลับค่อยๆ ขับส่ายไปส่ายมา ไม่ยอมให้รถเมล์แซง แถมยังจงใจชะลอความเร็วอีก ตอนนี้เริ่มมีคนบนรถด่าออกมาแล้ว
"ไอ้หมอนี่มันบ้าหรือเปล่าเนี่ย!"
"นั่นสิ ฉันจะไปทำงานสายแล้วนะ!"
"ฉันก็จะไปโรงเรียนสายแล้วเหมือนกัน!"
"คนบ้าอะไรเนี่ย!"
"พวกไม่มีมารยาทเอ๊ย!"
ถึงแม้ทุกคนจะร้อนใจและโกรธเคือง แต่ส่วนใหญ่ก็คิดว่าช่างมันเถอะ ปล่อยผ่านไปดีกว่า
ส่วนพวกหลินโม่สามคนไม่ได้เดือดร้อนอะไร เพราะพวกเขาก็ไม่ได้รีบ แต่ก็รำคาญใจเหมือนกัน
จนกระทั่งรถเก๋งเบรกกะทันหัน รถเมล์หลบไม่ทัน จึงชนท้ายเข้าอย่างจัง ทันใดนั้น ผู้โดยสารที่ยืนอยู่บนรถเมล์ต่างก็ล้มกลิ้งกันเป็นแถบ ซึ่งรวมถึงคุณหนูหยวนที่ล้มก้นจ้ำเบ้ากระแทกพื้นเข้าอย่างจังด้วย
"แม่งเอ๊ย เปิดประตู!" คุณหนูหยวนตะโกนลั่น
ส่วนคนขับรถเมล์ที่กำลังมองดูคนขับรถเก๋งที่เพิ่งลงจากรถมาพร้อมกับด่าทอ ก็ลอบยิ้มมุมปาก แล้วแกล้งทำเป็นไม่ได้ตั้งใจเปิดประตูรถทั้งหน้าและหลัง
วินาทีต่อมา คนทั้งคันรถก็กรูลงไปอย่างบ้าคลั่ง แน่นอนว่าพวกหลินโม่ก็รวมอยู่ในนั้นด้วย
คนขับรถเก๋งเป็นตาลุงวัยสี่สิบกว่าๆ ตอนแรกยังด่าทอฉอดๆ แต่ก็ต้องหยุดชะงักฝีเท้าลงทันที
กลุ่มคนพากันรุมล้อมเข้ามาด่า คุณหนูหยวนแทรกตัวผ่านฝูงชนแล้วตะโกนลั่น "พวกนายจะไปเสียเวลาพูดกับเขาทำไมล่ะ แม่งเอ๊ย!"
พูดจบ เธอก็พุ่งตัวเข้าไป แล้วกระโดดถีบเข้าที่ท้องของชายคนนั้นเต็มแรง
พอคนรอบข้างเห็นว่า ขนาดเด็กผู้หญิงที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะยังกล้าเปิดตี้ขนาดนี้ แล้วจะไปกลัวอะไรล่ะ? วินาทีต่อมา ก็เห็นภาพกลุ่มคนกำลังรุมสกรัมคนคนเดียวอยู่กลางถนนใหญ่