- หน้าแรก
- บุปผาเซียนเร้นราคะ
- ตอนที่ 8 ความเปียกชื้น
ตอนที่ 8 ความเปียกชื้น
ตอนที่ 8 ความเปียกชื้น
ตอนที่ 8 ความเปียกชื้น
คล้ายคลึงกับการตรวจสอบจิตใจของผู้ฝึกเต๋า และการเกิดใหม่ของทารกมารของผู้ฝึกมาร การสำรวจจิตกระบี่คือวิธีการฝึกฝนของผู้ฝึกกระบี่เพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่ระดับพลังของตนเอง
เนื่องจากเกรงว่าการหารือของสำนักในอีกสามวันข้างหน้าจะเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับงานชุมนุมเซียนเหมยที่จะจัดขึ้นในไม่ช้า เพื่อให้ตนเองคงสภาวะที่ดีที่สุดในช่วงเวลาต่อจากนี้ อวี้ซวงจึงทำการสำรวจจิตกระบี่ในช่วงสามวันนี้ และในเช้าวันต่อมา
อวี้ซวงลืมตาขึ้น
ตลอดทั้งคืน นางได้สร้างความมั่นคงให้แก่พลังกระบี่และปราณเซียนหนึ่งในสามส่วนภายในกายอย่างสมบูรณ์
การสำรวจจิตกระบี่ในครั้งนี้ยังคงสมบูรณ์แบบเช่นเคย ไม่เกิดข้อผิดพลาดใดๆ
อวี้ซวงนั่งตัวตรง หันมองออกไปนอกหน้าต่าง
หิมะหยุดโปรยปราย ดวงตะวันฉายแสง นกไม่ร้อง สรรพสิ่งเงียบสงัด
ทันใดนั้น ระหว่างหัวคิ้วที่เย็นชาของอวี้ซวงพลันมีความสงสัยเพิ่มขึ้นหลายส่วน
นางหันกลับมา ยื่นมือคลายสายรัดเอว ปทุมถันอวบอิ่มดีดตัวออกมาตามธรรมชาติ
ยามนี้ ยอดถันสีระเรื่อทั้งสองจุดของนางกำลังชูชันแข็งขึง
ไม่เพียงเท่านั้น......
อวี้ซวงดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง เห็นนางยกเอวคอดขึ้น ถอดกางเกงชั้นในที่ถักทอจากไหมน้ำแข็งภูเขาหิมะออก ผ่านเนินที่เรียบเนียนขาวนวล สายตาของนางตกลงตรงกึ่งกลางด้านในของกางเกงชั้นใน
รอยเปียกชื้นเล็กๆ รอยหนึ่งที่เห็นได้ชัดประดุจถูกน้ำซึมปรากฏแก่สายตาของนาง
นางใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางมือขวาแนบชิดกัน ยื่นไปทางเบื้องล่างของตน สัมผัสเปียกชื้นสายหนึ่งส่งมาจากปลายนิ้ว
เมื่อยกมือขึ้น นางมองของเหลวใสที่ค่อนข้างเหนียวข้นบนปลายนิ้วอย่างไม่อยากจะเชื่อ
อวี้ซวงอึ้งไป
แม้ว่าวิธีกระบี่ที่นางฝึกฝนจะไม่ใช่วิธีกระบี่ไร้รัก ทว่านับแต่เยาว์วัยที่เข้าสู่สำนักกระบี่หลิงซู่ จนถึงทุกวันนี้เวลาล่วงผ่านไปไม่รู้กี่วสันตฤดู นางคิดว่าตนเองได้ตัดขาดจากอารมณ์และตัณหาไปนานแล้ว
อีกทั้ง เมื่อตอนอายุสิบกว่าปีหลังจากมีระดูครั้งแรก ในยามที่ร่างกายเติบโตก็เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น แต่ในตอนนั้นการเปลี่ยนแปลงของร่างกายก็ไม่ได้นำพาความรู้สึกใดๆ มาให้แก่นาง
ทว่าในวันนี้และในยามนี้ นางไม่เพียงรู้สึกถึงความประหลาดเล็กน้อยจากการเสียดสีของเสื้อผ้ากับยอดถันตั้งแต่ตื่นนอน เมื่อครู่ตอนที่ยื่นมือไปยืนยันที่เบื้องล่างของตน ปลายนิ้วแตะถูกรอยแยกที่ปิดสนิทนั้น ถึงกับมีความสุขสมสายหนึ่งพุ่งเข้าสู่หัวใจ!
เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?
เหตุใดจึง... เป็นเช่นนี้ไปได้กะทันหัน?
แววตาที่เคยมีเพียงความเย็นชา บัดนี้เกิดอารมณ์ที่แปรปรวนอย่างเห็นได้ชัด นางครุ่นคิดอย่างงุนงง ในที่สุดก็มองไปยังทิศทางหนึ่ง
ที่นั่นมีกำแพงกั้นอยู่
หลังกำแพงมีกระท่อมหลังเล็กที่นางสร้างขึ้นใหม่เมื่อร้อยวันก่อน
ในห้องนั้นมีคนอยู่คนหนึ่ง เป็นบุรุษ
บุรุษที่รูปร่างสง่างามเยาว์วัยและหล่อเหลา ซึ่งร่วงหล่นมาจากฟ้าและอาจกล่าวได้ว่านางเป็นผู้เก็บเขากลับมา
หรือจะเป็นเพราะเขา?
ในสมองของนางปรากฏภาพชีวิตความเป็นอยู่ระหว่างนางกับเฟยซิงในช่วงร้อยวันที่ผ่านมา
เฟยซิงเอาแต่หมกตัวอยู่ในกระท่อมเพื่ออ่านตำราทุกวัน แทบจะไม่เคยเป็นฝ่ายมาพบนางก่อนเลย
ทั้งสองมักจะพูดคุยกันเพียงครั้งเดียวในรอบสามถึงห้าวันหรือแม้แต่ครึ่งเดือน ประดุจเพื่อนบ้านที่ไม่สนิทสนมกันเลยแม้แต่น้อย
ข้ากับเขาหาได้มีพฤติกรรมที่ล้ำเส้นกันไม่
หรือจะเป็นเพราะข้าไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับบุรุษ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงการอยู่ร่วมในที่เดียวกัน ทว่ายามนี้กลับอยู่ร่วมกับเขามาเกือบร้อยวัน สิ่งนี้จึงทำให้ร่างกายเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ...
ท่ามกลางความสงสัยและตระหนก มีความโกรธเคืองสายหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นมาหลายปีผุดแทรกขึ้นมา
ภายใต้ความโกรธเคืองนั้น ยังซ่อนความกระดากอายที่ไม่เคยมีมาก่อนไว้เลือนลาง
อวี้ซวงส่ายหน้าถอนหายใจ ใช้ไฟกระบี่เผากางเกงชั้นในไหมน้ำแข็งทิ้งไป แล้วเปลี่ยนตัวใหม่
นางหลับตาลง หวังว่านี่จะเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ...
ไม่ มันต้องเป็นเพียงเรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
นางคิดอย่างมั่นใจ ครู่ต่อมาเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาได้กลับสู่ความเย็นชาดังเดิม
จิตกระบี่ในกายส่งเสียงแผ่วเบา อวี้ซวงสลัดสิ่งรบกวนเหล่านี้ออกจากสมอง แล้วเดินไปที่ประตูเรือน
เมื่อเปิดประตูออก เฟยซิงก็นั่งพิงกำแพงอยู่ หลับตาลง เผยให้เห็นใบหน้าครึ่งหนึ่งท่ามกลางเส้นผมที่สยายลงมา ดูงดงามยิ่งนัก
อวี้ซวงมีสีหน้าแปลกใจ ตนเองกลับไม่ทันสังเกตเห็นว่าเขาอยู่ที่นี่
เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู เฟยซิงจึงลืมตาขึ้น ดวงตาที่สว่างไสวและสงบนิ่งปรากฏร่องรอยแห่งความเหนื่อยล้าออกมาหลายส่วน
เมื่อคืนเขาได้ค้นพบตำราที่บรรยายเรื่องราวทางโลกของปุถุชนจากกองตำราเหล่านั้น ซึ่งมีการพรรณนาถึงเรื่องกามารมณ์ระหว่างชายหญิงอยู่มากมาย เขาอ่านหนังสือมาทั้งคืน จึงได้เรียนรู้จากในนั้นไม่น้อย
ที่แท้ในด้านนี้ก็มีเรื่องของฝีมือและเทคนิคที่สูงส่งและต่ำต้อยแตกต่างกันไป ทั้งยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับประสบการณ์ของทั้งสองฝ่าย
การเรียนรู้เรื่องทางเพศจากตำราประโลมโลก ไม่รู้ว่านี่จะเป็นเรื่องดีหรือร้ายสำหรับเฟยซิงกันแน่
"ท่านเจินเหริน"
"มีเรื่องอันใดหรือ?" อวี้ซวงพยักหน้าอย่างสงบนิ่ง
เฟยซิงบอกอวี้ซวงเรื่องที่ร่างกายของเขามีแสงสีแดงผุดออกมา
อวี้ซวงประหลาดใจเล็กน้อย ให้เฟยซิงหันหน้ามาหาตน จากนั้นจึงยกมือยื่นนิ้วออกไป
นิ้วเรียวงามประดุจหน่อไม้แตะลงเบาๆ ที่หน้าผากของเฟยซิง สัมผัสวิญญาณกระบี่สายหนึ่งทะลุผ่านปลายนิ้วเพื่อสำรวจเข้าไปในกายของเขา
ยามนี้ทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงหนึ่งถึงสองฉื่อ จ้องตากันแบบเผชิญหน้า
เฟยซิงประดุจคนไข้ที่มาหาท่านหมอเพื่อรับการตรวจเป็นครั้งแรก เกรงว่าตนเองจะเป็นอะไรไปจริงๆ จึงอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น ลมหายใจย่อมหนักหน่วงขึ้น
ลมหายใจร้อนกลายเป็นหมอกขาวในเหมันตฤดูอันหนาวเหน็บ บางส่วนตกลงบนศีรษะของอวี้ซวง ทำให้รู้สึกคันเล็กน้อย
อวี้ซวงเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ จึงเห็นดวงตาคู่หนึ่งที่สว่างไสวกำลังจ้องมองตนอย่างลึกซึ้ง สีหน้าพลันเปลี่ยนไป
ท่านเจินเหรินไม่ยอมพูด... หรือว่าข้าจะเป็นโรคร้ายแรงจริงๆ?
เฟยซิงอดไม่ได้ที่จะคิดเช่นนั้น แววตายิ่งดูหนักแน่นและอ้อนวอน
ในยามนั้นเอง อวี้ซวงพลันเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย แล้วกล่าวเบาๆ ว่า
"หลับตาลง"
แม้จะไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด แต่เฟยซิงก็ยอมทำตามแต่โดยดี
………