- หน้าแรก
- หลังผ่านไปแสนปี ข้าถูกลูกหลานขุดออกจากโลง
- ตอนที่ 41 แดนลับซวนเทียน
ตอนที่ 41 แดนลับซวนเทียน
ตอนที่ 41 แดนลับซวนเทียน
ตอนที่ 41 แดนลับซวนเทียน
หลังจากที่ลู่ซวนก่อตั้งสำนักสวินเต๋า เขาก็ก้าวลงจากตำแหน่งเจ้าเมืองจิ่วหยุน และมอบมันให้กับศิษย์น้องที่น่าเชื่อถือ
ท้ายที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับภูเขาหลัวหยุนที่มีขนาดใหญ่ เมืองจิ่วหยุนก็เป็นแค่พื้นที่เล็กๆ โดยสิ้นเชิง
ตระกูลลู่ส่งคำเชิญออกไป เชิญกองกำลังต่างๆ สำนักต่างๆ เกือบทั้งหมด ทั้งเล็กและใหญ่ในจังหวัดหยุนหลง
เดิมทีคนเหล่านี้ดูถูกความคิดของตระกูลลู่ที่ต้องการก่อตั้งสำนัก แต่เมื่อพวกเขารู้ว่าสำนักของอีกฝ่ายถูกก่อตั้งขึ้นบนภูเขาหลัวหยุน พวกเขาก็ตกตะลึง และไม่กล้าที่จะดูถูกดูแคลนตระกูลลู่อีกต่อไป
“ด้วยความสามารถทางการเงินของตระกูลลู่ ไม่มีทางที่พวกเขาจะสามารถยึดครองภูเขาหลัวหยุนได้ นี่คงเป็นฝีมือของขุมพลังลึกลับที่อยู่เบื้องหลังพวกเขา ก่อนหน้านี้ที่ข้าไปสร้างสายสัมพันธ์ด้วย ดูเหมือนว่าจะเป็นการเดิมพันถูกต้อง” เจ้าเมืองหยุนจงยิ้มที่มุมปาก และเขามั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าสิ่งที่ตนทำก่อนหน้านี้นั้นถูกต้องอย่างแน่นอน
“ภูเขาหลัวหยุน สำนักสวินเต๋า? ตระกูลลู่? คนเหล่ามาจากไหนกัน? ทำไมข้าไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับพวกเขามาก่อน?” เจ้าสำนักเพลิงวายุขมวดคิ้วแน่น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย
“เฮ้อ เราควรส่งใครสักคนไปแสดงความยินดีโดยเร็วที่สุด ตอนนี้สำนักดาราของเราไม่ควรมีศัตรูเพิ่ม ถ้าเราทำให้สำนักสวินเต๋าขุ่นเคือง มันจะทำให้สิ่งต่างๆ แย่ลง” ผู้อาวุโสสูงสุดของสำนัก ดาราถอนหายใจอย่างเงียบๆ ช่วงนี้เขารู้สึกวิตกกังวลเป็นอย่างมาก โดยกลัวว่ามีโจรชั่ว หรือมือสังหารลอบเข้ามาโจมตีสำนักของเขาอีก
พิธีก่อตั้งสำนักสวินเต๋าสามารถกล่าวได้ว่ายิ่งใหญ่มาก สำนักมากมายล้วนส่งคนมาเข้าร่วม โดยต้องการค้นหาความจริงเกี่ยวกับตระกูลลู่ และทำความรู้จักกับกองกำลังใหม่นี้ที่ยึดครองภูเขาหลัวหยุนในทันทีที่ปรากฏตัวขึ้น
"เจ้าสำนักของพวกเขายังเด็กมาก แต่กลับอยู่ในขอบเขตหลอมวิญญาณแล้ว สำนักสวินเต๋าไม่อาจดูแคลนได้จริงๆ!" เมื่อพวกเขาเห็นลู่ซวนปรากฏตัว พวกเขาต่างก็ตกใจ และดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
ในระหว่างพิธีก่อตั้ง ไม่มีความขัดแย้ง คนเหล่านี้ไม่ใช่คนโง่ พวกเขาจะเลือกเวลาเช่นนี้เพื่อรุกรานตระกูลลู่ได้อย่างไร
การสร้างปัญหาในพิธีก่อตั้งสำนักของคนอื่นจะเป็นความบาดหมางถึงตายกันไปข้าง ใครจะเต็มใจสร้างปัญหา หากไม่มีความแค้นต่อกันมากจริงๆ?
“เจ้าสำนัก สำนักต่างๆ ในจังหวัดหยุนหลงล้วนส่งตัวแทนมา มีเพียงหุบเขาหิมะโรยเท่านั้นที่ไม่ได้ส่งใครมา” ผู้อาวุโสคนหนึ่งเดินมาหาลู่ซวน และพูดพร้อมกับขมวดคิ้ว
“นั่นไม่สำคัญ ไม่มาก็ไม่มา มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร” ลู่ซวนพูดอย่างเป็นกันเอง เขาจะไม่สร้างศัตรูกับคนอื่นเพราะเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้
“เจ้าสำนัก หุบเขาหิมะโรยนั้นทรงพลังเป็นอย่างมาก พวกเขามียอดฝีมือมากมาย และความแข็งแกร่งของพวกเขาก็ยังสูงกว่าสำนักดารา พวกเขาอาจไม่ชอบเรา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ส่งใครมาเข้าร่วมพิธี” ผู้อาวุโสสองตะคอกอย่างเย็นชา และรู้สึกโกรธเล็กน้อย
“พวกเขาแข็งแกร่งกว่าสำนักดารางั้นรึ” ลู่ซวนพยักหน้าเล็กน้อย แต่ไม่ได้สนใจอะไรในใจมากนัก
ด้วยความแข็งแกร่งของเขา และลู่เหยาในตอนนี้ ไม่มีใครในขอบเขตหลอมวิญญาณที่สามารถต่อกรกับพวกเขาได้ ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วพวกเขาจึงไม่ได้จริงจังกับหุบเขาหิมะโรย
“ผู้อาวุโสสอง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การเตรียมตัวสำหรับการเดินทางสู่แดนลับในอีกไม่กี่วัน ท้ายที่สุด นี่คือ คำสั่งของบรรพบุรุษ เราต้องไม่ละเลยเรื่องนี้เป็นอันขาด” ลู่ซวนกล่าวกับผู้อาวุโสสองเพื่อย่ำเตือน
“เจ้าสำนักพูดถูกต้อง ข้าแค่สับสนไปชั่วขณะ” ผู้อาวุโสสองตบหน้าผากของตนอย่างแรง เขาลืมสิ่งที่สำคัญที่สุดไปได้ยังไงกัน
“ผู้อาวุโสหนึ่ง ท่านรู้เกี่ยวกับแดนลับซวนเทียนมากแค่ไหน” ลู่ซวนเหลือบมองผู้อาวุโสหนึ่งแล้วถามออกมา เขาได้ขอให้อีกฝ่ายรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ก่อนแล้ว
"ว่ากันว่าแดนลับซวนเทียนถูกเปิดโดยยอดฝีมือที่ทรงพลังมากคนหนึ่ง มันตั้งอยู่ในเป่ยหมิง และทางเข้าจะเปิดออกทุกๆ หนึ่งพันปี มีโอกาส และสมบัติล้ำค่ามากมายในนั้น แต่นอกเหนือจากโอกาสแล้ว มันก็มีอันตรายมากเช่นกัน ไม่เพียงแต่มีค่ายกลแปลก ๆ ยังมีสัตว์อสูรที่ดุร้ายมากมายทุกครั้งที่แดนลับนี้เปิดออกจะมีคนมากมายที่ต้องตาย” ผู้อาวุโสหนึ่งพูดอย่างเคร่งขรึม
“ท่านยังมีข้อมูลอะไรอีกไหม?” ลู่ซวนขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วถาม
"ในจักรวรรดิต้าเฉียนมีแดนลับแบบนี้อยู่หลายแห่ง หากแดนลับที่ทรงพลังเปิดออก แม้แต่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ยังส่งคนมาเข้าร่วม แต่เท่าที่ข้ารู้ แม้ว่าแดนลับซวนเทียนจะถือกำเนิดมานานแล้ว แต่สมบัติที่อยู่ข้างในก็ไม่ได้มีค่ามากพอ ไม่เข้าตาดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้น ดังนั้นคราวนี้ ศัตรูของเราคงมาจากสำนักต่างๆ และผู้ฝึกฝนอิสระในมณฑลตงซวน” ผู้อาวุโสหนึ่งพูดอย่างช้าๆ
จังหวัดหยุนหลงตั้งอยู่ในมณฑลตงซวนซึ่งถือเป็นหนึ่งในสิบสามมณฑลของจักรวรรดิต้าเฉียน แม้ว่าจะไม่ใช่มณฑลที่อ่อนแอที่สุด แต่ก็อยู่ในอันดับหลังๆ
“ถ้าอย่างนั้น ท่านคิดว่าผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดที่เข้าไปในแดนลับจะแข็งแกร่งมากแค่ไหน และตระกูลลู่ของเราจะสามารถจัดการกับอีกฝ่ายได้หรือไม่” ลู่ซวนถามคำถามที่เขากังวลมากที่สุด เรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกกังวลมากจริงๆ
“ข้าคิดว่าคงมีผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเทียมฟ้าสักหนึ่งหรือสองคน สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งกว่านั้น พวกเขาคงไม่สนใจสิ่งที่อยู่ในแดนลับซวนเทียน”
เสียงของผู้อาวุโสหนึ่งสั่นเทาเล็กน้อย เขารู้ดีว่าด้วยความแข็งแกร่งของตระกูลลู่ในตอนนี้ ต่อหน้าผู้เชี่ยวชาญระดับนั้น พวกเขาไม่ต่างไปจากมด
“ขอบเขตเทียมฟ้า?” ผู้อาวุโสสองสูดลมหายใจลึกเมื่อได้ยินสิ่งนี้ และดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความตกใจ
ตอนนี้เขาอยู่ในขอบเขตวิญญาณแรกเริ่มเท่านั้น และเขาไม่รู้ว่าเมื่อใดที่เขาจะสามารถทะลวงผ่านไปถึงขอบเขตหลอมวิญญาณได้ ไม่ต้องพูดถึงผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเทียมฟ้าซึ่งแข็งแกร่งกว่ามาก
หลังขอบเขตหลอมวิญญาณก็เป็นขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ และหลังขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ถึงจะเป็นขอบเขตเทียมฟ้า!
ดังที่เราทุกคนทราบกันดีว่ายิ่งพลังยุทธ์สูงเท่าไร ช่องว่างก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น แค่ออร่าของผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเทียมฟ้าก็มากพอที่จะสังหารผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตวิญญาณแรกเริ่มได้แล้ว
หากตระกูลลู่ต้องต่อสู้กับผู้ฝึกยุทธ์ระดับนั้นจริงๆ มันก็ไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย
"การเดินทางครั้งนี้คงไม่ง่ายเลย รวมถึงข้อตกลงนั่นด้วย" ลู่ซวนรู้สึกปวดหัว แต่เขายังคงมีความตระหนักรู้ในตนเองอยู่บ้าง และรู้ดีว่าตนไม่สามารถต่อกรกับยอดฝีมือระดับนั้นได้ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบใดก็ตาม
“ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมเขาถึงมั่นใจในตัวข้าถึงขนาดนี้!” ลู่ซวนพูดไม่ออก และเขาเสียใจที่เห็นด้วยกับข้อตกลงของหลู่ต๋า
ลู่ซวนไม่รู้ว่าสาเหตุที่หลู่ต๋าเชื่อใจเขามากขนาดนั้นก็เพราะเห็นว่าอายุที่แท้จริงของลู่ซวนนั้นยังไม่ถึงยี่สิบเลยด้วยซ้ำ
และผู้ที่สามารถบรรลุขอบเขตหลอมวิญญาณได้ตั้งแต่อายุต่ำกว่ายี่สิบปีจะต้องมีภูมิหลังที่น่าสะพรึงกลัว
ดังนั้นสิ่งที่หลู่ต๋าเชื่อไม่ใช่ตัวลู่ซวน แต่เป็นคนที่อยู่เบื้องหลังเขา
แม้พลังยุทธ์ของลู่ซวนจะอ่อนแอ แต่ผู้อาวุโสที่อยู่เบื้องหลังเขาคงไม่คิดจะปล่อยให้เขาตายอย่างสูญเปล่า พวกเขาจะส่งยอดฝีมือที่แข็งแกร่งตามาคุ้มกันอย่างแน่นอน สิ่งนี้คือความคิดในใจของหลู่ต๋า และเป็นสิ่งที่ทำให้ข้อตกลงนี้เกิดขึ้น
“เจ้าสำนัก ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเทียมฟ้าแล้วไงล่ะ เรายังมีบรรพบุรุษอยู่ที่นี่!” ใบหน้าของผู้อาวุโสสามเต็มไปด้วยความมั่นใจ และเขาพูดกับลู่ซุน
“ใช่ ด้วยพลังอมตะของบรรพบุรุษ และร่างกายที่ไม่มีทางทำลายได้ แม้ว่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเทียมฟ้าก็ยังต้องคุกเข่า!” ดวงตาของผู้อาวุโสหนึ่งสว่างขึ้นในทันที หัวใจของเขาก็เต็มไปด้วยความมั่นใจ
“ถูกต้อง ตราบใดที่เราพาบรรพบุรุษไปด้วยในการเดินทางครั้งนี้ ทุกอย่างจะเรียบร้อยดี บรรพบุรุษเคยเข้าฝันท่านมาก่อนไม่ใช่เหรอ นั้นหมายความว่าจะต้องมีบางสิ่งที่บรรพบุรุษต้องการในแดนลับซวนเทียน หากมีปัญหา ข้ามั่นใจบรรพบุรุษก็จะต้องจัดการได้อย่างแน่นอน!” ผู้อาวุโสสองก็พูดอย่างเร่งรีบ แต่ก็เต็มไปด้วยความมั่นใจ