- หน้าแรก
- การอัญเชิญ ข้ามีวีรบุรุษทุกยุคทุกสมัย
- บทที่ 178 ลวี่บูจุติ อัญเชิญปฐมมารโรหู!
บทที่ 178 ลวี่บูจุติ อัญเชิญปฐมมารโรหู!
บทที่ 178 ลวี่บูจุติ อัญเชิญปฐมมารโรหู!
ในยามนี้ ภายในสรวงสวรรค์ฉางเซิง ลวี่บูแผ่กลิ่นอายมารท่วมท้นนภา แววตาจ้องมองคู่ต่อสู้ทั้งหกอย่างเหยียดหยาม โดยเฉพาะเมื่อมองไปยังจักรพรรดิอู๋โยว เขากลับแสยะยิ้มออกมาพร้อมกับระเบิดพลังอันน่าสะพรึงกลัวออกมาโดยตรง
เบื้องหลังของเขา ปรากฏเงาร่างเทพมารอันน่าหวาดหวั่น บารมีมหาศาลของเทพมารลวี่บูพุ่งทะยานขึ้นสู่ชั้นฟ้า สยบทุกสรรพสิ่งในหมื่นโลกธาตุประหนึ่งตัวตนจากบรรพกาล
ในที่สุด เปลวเพลิงมารอันไร้ขอบเขตก็ระเบิดออก เผยให้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของธรรมลักษณ์เบื้องหลังลวี่บู
โฮก~~!
เสียงคำรามกึกก้องปรากฏขึ้น พร้อมกับการปรากฏกายของอสูรกายผู้มี สามเศียร แปดกร ทั่วร่างปกคลุมด้วยเกล็ดมังกร กลิ่นอายแห่งความโกลาหลอันลึกลับระเบิดออกมาในวินาทีนี้ แขนทั้งแปดขยับเพียงแผ่วเบาก็สามารถกวนกระแสลมปราณนับล้านองศาให้ปั่นป่วน
[ติ๊ง~ ลวี่บูเลื่อนระดับสู่ระดับตำนานสำเร็จ ธรรมลักษณ์จุติโดยสมบูรณ์: ปฐมมารโรหู]
ณ เมืองหลวงลั่วหยาง จิตวิญญาณของฉินมู่สั่นสะเทือน ตามมาด้วยความประหลาดใจและเลื่อมใสอย่างยิ่ง นึกไม่ถึงเลยว่าธรรมลักษณ์ของลวี่บูจะเป็นถึง ปฐมมารโรหู ตัวตนผู้ยิ่งใหญ่ที่มีชื่อเสียงเคียงคู่มากับปรมาจารย์หงจวิน!
สมแล้วที่เป็นลวี่บู เพียงแค่พื้นหลังของธรรมลักษณ์นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้โลกต้องสั่นสะท้าน
บนฉางเซิง ดวงตาของลวี่บูระเบิดเนตรมารอันเข้มข้น ร่างองอาจยืนตระหง่านกลางเวหาพลางก้าวเท้าลงบนความว่างเปล่า
ตึง~~!
ทั่วทั้งสรวงสวรรค์ฉางเซิงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ราวกับว่าห้วงมิติจำลองนี้กำลังจะพังทลายลงในพริบตา
จากนั้น กลิ่นอายของลวี่บูก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง เปลวเพลิงแห่งความตายเผาผลาญไปทั่วชั้นฟ้า พลังอำนาจในยามนี้ควบแน่นจนเข้มข้นถึงขีดสุด
แรงกดดันมหาศาลแผ่กระจายไปทุกทิศทาง ยามนี้แม้แต่ จักรพรรดิอู๋โยว ผู้มีระดับพลังจักรพรรดิผู้ถูกจารึกนามขั้นสูงสุด ยังสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่บีบคั้นหัวใจ
ความหวาดระแวงวาบขึ้นในใจ จักรพรรดิอู๋โยวไม่กล้าประมาทอีกต่อไป สีหน้าแปรเปลี่ยนพร้อมตะโกนสั่งการทันที "แย่แล้ว! เจ้านี่มีบางอย่างผิดปกติ เร็วเข้า! ลงมือพร้อมกัน สยบมันให้ได้!"
จักรพรรดิอีกห้าตนที่เหลือต่างก็ใจสั่นขวัญแขวนอยู่ก่อนแล้ว เมื่อได้ยินคำสั่งก็ไม่รอช้า พริบตาเดียว กระบวนท่าสังหารอันน่าสยดสยองก็ถูกปลดปล่อยออกมา พุ่งเข้ากดทับลวี่บูด้วยความอำมหิต หมายจะปลิดชีพเขาในคราเดียว
ทว่าลวี่บูในยามนี้ได้ก้าวเข้าสู่ระดับตำนานอย่างสมบูรณ์แล้ว ทั้งวิสัยทัศน์และมุมมองของเขาเหนือชั้นกว่าเดิมมาก การโจมตีของทั้งหกคนไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาอีกต่อไป
เมื่อถึงระดับนี้ พลังรบที่แท้จริงหาใช่สิ่งที่ขอบเขตระดับพลังจะมาพันธนาการไว้ได้อีก
ลวี่บูมีสีหน้าเรียบเฉย จิตสังหารอันเยือกเย็นวนเวียนอยู่กลางอากาศ เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ปลดปล่อยกระบวนท่าสังหารที่แข็งแกร่งที่สุดเข้าบดขยี้ทุอย่าง
ง้าวกรีดนภาในมือวาดผ่านอากาศ บารมีแห่งเทพมารอันไร้สิ้นสุดระเบิดออกมา สะท้อนภาพจำแห่งยุคบรรพกาล สยบไปทั่วแปดทิศทาง
ตู้ม~!
รังสีง้าวพุ่งออกจากง้าวกรีดนภาของลวี่บู บดขยี้ความว่างเปล่าและฉีกกระชากทุกสิ่งให้เป็นจล
ท่ามกลางสายตาอันตกตะลึง กระบวนท่าสังหารปลิดชีพของหกจักรพรรดิพลันแตกสลายย่อยยับภายใต้การโจมตีเพียงครั้งเดียวของลวี่บู
ต้านทานท่าไม้ตายของหกยอดฝีมือได้ด้วยตัวคนเดียว ลวี่บูยังมีสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งความลำพองใจ ราวกับว่าสิ่งที่ทำลงไปเป็นเพียงเรื่องธรรมดาสามัญเท่านั้น
บารมีมารของลวี่บูสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วใต้หล้า ดวงตาดุจพยัคฆ์กวาดมองทั้งหกคนพลางเย้ยหยันด้วยน้ำเสียงทรนง "มีปัญญาแค่นี้เองรึ? ถ้าอย่างนั้น... ก็จงลองรับท่าไม้ตายของข้าดูบ้าง 'มารสังหารใต้หล้า' "
ตู้ม~!
ผ้าคลุมสีแดงของลวี่บูโบกสะบัด ร่างองอาจยืนหยัดอย่างมั่นคง เขาคำรามกึกก้อง ง้าวกรีดนภาในมือฟาดฟันเข้าใส่ทั้งหกคนอย่างดุดัน
พริบตาเดียว ความว่างเปล่าสั่นสะเทือน รอยแยกมิตินับไม่ถ้วนปรากฏขึ้น เปลวเพลิงมารสีดำสนิทพุ่งพล่านท่วมท้นท้องฟ้า กลิ่นอายแห่งความตายแผ่ซ่านไปทั่ว!
เบื้องหลังของเขา ธรรมลักษณ์โรหูแผดร้องคำราม บารมีแห่งวิถีมารปฐมกาลถาโถมเข้าสู่ร่างกายของลวี่บู กลิ่นอายอำมหิตกระแทกไปทุกทิศทางจนผู้คนต้องหวาดผวา
วูบ~!
มิติฉีกขาดออกจากกัน รัศมีง้าวอันคมกริบดูเหมือนจะพุ่งมาจากขุมนรกบรรพกาล สิ่งใดที่มันพาดผ่านย่อมถูกลบหายไปสิ้น พลังอันแข็งกร้าวนี้ทำให้ทุกคนต้องหน้าถอดสี
หกจักรพรรดิผู้ถูกจารึกนามสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่า ลวี่บูในยามนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงที่พลิกฟ้าคว่ำดินได้ขนาดนี้!
พวกเขาไม่กล้าชักช้า รีบงัดท่าไม้ตายที่ร้ายกาจที่สุดออกมาต้านทาน
ห้วงฉางเซิงสั่นสะเทือนอย่างหนัก ธรรมลักษณ์มารร้ายรูปแบบต่างๆ ปรากฏขึ้นและระเบิดพลังออกมาไม่หยุดหย่อน
ในที่สุด ท่าไม้ตายของทั้งสองฝ่ายก็ปะทะกัน ก่อให้เกิดพื้นที่สุญญากาศขนาดใหญ่ภายในฉางเซิง
อย่างไรก็ตาม ลวี่บูที่เลื่อนระดับสู่ระดับตำนานแล้ว การโจมตีเพียงครั้งเดียวของเขามิใช่สิ่งที่ใครจะรับได้ง่ายๆ
แสงจากง้าวกรีดนภาฟาดฟันจนการรวมพลังของทั้งหกแตกกระจายไม่เป็นชิ้นดี เหล่าจักรพรรดิผู้ถูกจารึกนามรวมถึงจักรพรรดิอู๋โยว ต่างพากันกระเด็นถอยหลังและกระอักเลือดออกมาคำโต
ยามนี้จักรพรรดิทั้งหกมองลวี่บูด้วยความหวาดผวา จิตใจสั่นสะท้านด้วยความกลัวที่ไม่อาจควบคุมได้
นี่พวกตนไปล่วงเกินสัตว์ประหลาดแบบไหนกัน ทำไมถึงได้น่ากลัวเพียงนี้!
พลังเพียงครั้งเดียวของลวี่บูทำให้พวกเขาหมดสิ้นเจตจำนงในการต่อสู้ ลวี่บูในสายตาของพวกเขาคือตัวตนที่น่าสยดสยองเกินไป
ลวี่บูเหยียบย่างบนความว่างเปล่า ถือง้าวกรีดนภาไว้ในมือ จ้องมองจักรพรรดิเผ่ามารทั้งหกด้วยสายตาที่ผ่อนคลาย ทว่ากลิ่นอายเทพมารที่ระเบิดออกมาเป็นระยะนั้นกลับล็อคเป้าหมายพวกเขาไว้แน่น
"พวกต่างเผ่า... หึๆ!"
ลวี่บูแสยะยิ้มเย้ยหยัน จากนั้นเขาก็ชูง้าวกรีดนภาขึ้นสูงแล้วฟาดลงอย่างแรง ท่าไม้ตายอันน่าสยดสยองตกลงมา ความโกลาหลบังเกิดขึ้นรอบด้าน บารมีแห่งเทพมารพุ่งเข้าสังหารทั้งหกคน
ทั้งหกหวาดกลัวสุดขีด แต่เมื่อถูกล็อคเป้าไว้จึงไม่มีทางหนี ได้แต่จำใจระดมพลังเฮือกสุดท้ายเข้าแลก
"อ๊ากกก! ทำลายไปเสีย! ตาย!" รังสีดาบอันน่ากลัววาดผ่านท้องฟ้า จักรพรรดิตนหนึ่งทุ่มสุดตัวโจมตีออกมาอย่างไม่ยินยอม
"โฮก~! กระบี่กลืนนภา!" แสงกระบี่วาดผ่านเก้าชั้นฟ้า พุ่งทะยานเข้าหา
"ทลาย!" ...
จักรพรรดิแต่ละตนเบิกตาโพลง กลิ่นอายพลังพุ่งพล่านหมายจะทำลายทุกอย่าง บารมีอันยิ่งใหญ่ทำให้ผู้คนต้องใจสั่น
จักรพรรดิอู๋โยวมีสีหน้าโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด ความปรารถนาที่จะมีชีวิตรอดกระตุ้นให้เขาแสดงพลังรบที่ก้าวข้ามขอบเขตปัจจุบันของตนเองออกมา
"ฝ่ามือโลหิตสนธยา! จงพินาศไปเสีย~! ข้ายังไม่ได้เป็นระดับผู้ทรงเกียรติ ข้าเป็นอัจฉริยะเหนือคน จะมาจบสิ้นที่นี่ได้อย่างไร ลวี่บู ไอ้เด็กมนุษย์ เจ้ามันก็แค่เศษอาหารแท้ๆ ไปตายซะ~!"
ยามนี้จักรพรรดิอู๋โยวคลุ้มคลั่งไปแล้ว ฝ่ามือสีเลือดขนาดมหึมาปรากฏขึ้น พุ่งเข้าปะทะกับท่าไม้ตายของลวี่บู
ทว่าลวี่บูในยามนี้ เพียงแค่การโจมตีธรรมดาๆ ก็สามารถทำลายท่าไม้ตายของทั้งหกคนจนสะอาดหมดจด!
เจตจำนงแห่งง้าวอันน่าหวาดหวั่นพุ่งเข้าสู่ร่างกายของห้าจักรพรรดิเผ่ามาร
ในวินาทีนั้นเอง จักรพรรดิเผ่ามารทั้งห้าตนก็ดับสูญลงทันที เหลือเพียงซากศพที่ลอยเคว้งอยู่บนสรวงสวรรค์ฉางเซิง
ยามนี้ในสนามรบเหลือเพียงจักรพรรดิอู๋โยวเพียงผู้เดียวที่ยังรอดชีวิต ไม่รู้ว่าเป็นเพราะลวี่บูจงใจออมมือ หรือเป็นเพราะจักรพรรดิอู๋โยวชะตาแข็งกว่าคนอื่น
ลวี่บูเหยียบย่างผ่านอากาศมาหยุดอยู่เหนือศีรษะของจักรพรรดิอู๋โยว จ้องมองลงมาประหนึ่งมองมดปลวกอย่างไร้ความปรานี
จักรพรรดิอู๋โยวหน้าแดงก่ำ ทั้งโกรธทั้งหวาดวิตก แต่สุดท้ายกลับพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว!
"ถึงตาเจ้าแล้ว!"
ลวี่บูเอ่ยเรียบๆ ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับดังกังวาลดุจสายฟ้าฟาด ทำเอาท้องฟ้าสั่นสะเทือน ก่อนจะพุ่งเข้าสู่โสตประสาทของจักรพรรดิอู๋โยว
ร่างของจักรพรรดิอู๋โยวสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เขาสั่นเทาไปทั้งตัวโดยไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป!