- หน้าแรก
- หลังผ่านไปแสนปี ข้าถูกลูกหลานขุดออกจากโลง
- ตอนที่ 35 สังหารมังกรด้วยดาบเดียว!
ตอนที่ 35 สังหารมังกรด้วยดาบเดียว!
ตอนที่ 35 สังหารมังกรด้วยดาบเดียว!
ตอนที่ 35 สังหารมังกรด้วยดาบเดียว!
สำหรับลู่โจว เมื่อเห็นตระกูลลู่ถดถอยลงทีละนิด ไม่มีใครเข้าใจได้ว่าในใจของเขารู้สึกเจ็บปวดเพียงใด
ครั้งหนึ่ง เขายังเป็นผู้ศรัทธาที่ภักดีต่อบรรพบุรุษมากที่สุด และรู้สึกว่าบรรพบุรุษของตนจะต้องอวยพรตระกูลลู่อย่างแน่นอน
แต่ในที่สุด เขาก็ตระหนักถึงความจริง ความโหดร้ายของโลกใบนี้ แม้ว่าเขาจะยังเคารพบรรพบุรุษอยู่ในใจ แต่เขาก็จะไม่ฝากความหวังไว้กับลู่ซุนอีกต่อไป
การพึ่งพาตัวเองเป็นหลักยึดที่มั่นคงกว่าการฝากความหวังไว้ที่คนอื่น
ทุกคนมองดูลู่โจวที่ดูเหมือนจะบ้าคลั่ง ไม่มีใครพูดหรือพยายามดึงเขาขึ้นมาจากพื้น พวกเขาแค่มองดูอีกฝ่ายร่ำไห้ในความเงียบงัน และรู้สึกกังวลเล็กน้อย
หลังจากนั้นเป็นเวลานาน ลู่โจวก็ค่อยๆ ยืนตัวตรงจากพื้น โดยไม่สนใจเลือดที่อาบใบหน้า เขายังเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“วิญญาณของบรรพบุรุษกำลังเฝ้าดูเราอยู่บนสวรรค์ ด้วยการอวยพรของท่าน ตระกูลลู่ของเราก็จะต้องกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้งอย่างแน่นอน”
ลู่โจวเต็มไปด้วยรอยยิ้มราวกับเด็กที่ผ่านการทนทุกข์ทรมานมามากมายแล้วในที่สุดเขาก็ได้พบกับพ่อแม่ของตน และไม่ต้องกังวลเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป
“ผู้อาวุโสโจว เตาโอสถนี้เป็นสมบัติที่บรรพบุรุษมอบให้แก่ท่าน นับจากนี้ไป ท่านจะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลมัน” ลู่ซวนก้าวไปข้างหน้าสองก้าวแล้วพูดกับลู่โจว
“ขอบคุณนายน้อย!” ลู่โจวพยักหน้าเบาๆ และตอบตกลงตามตรง
แม้ว่าลู่โจวจะถือได้ว่าเป็นปู่ของลู่ซวน ในแง่ของความอาวุโส แต่เขาก็ยังคงเชื่อมั่นอย่างมากต่อผู้นำตระกูลคนใหม่ที่พัฒนาตระกูลลู่มาจนถึงทุกวันนี้ และแม้กระทั่งยึดครองเมือง คำพูดของเขาก็เต็มไปด้วยความเคารพ .
“บรรพบุรุษ ท่านไม่ควรเอนเอียงควรรักทุกคนอย่างเท่าเทียม ข้าได้ผ่านความยากลำบากมาทุกรูปแบบเพื่อเอาดอกบัวหยางซินให้ท่าน โปรดมอบของขวัญให้ข้าด้วย!” ในขณะนั้น ผู้อาวุโสสองล้มลงคุกเข่ากับพื้น มีน้ำมูกไหล เขาก็เริ่มร้องไห้ และคร่ำครวญออกมาด้วยสีหน้าเศร้าหมอง
"..." ทุกคนมองดูผู้อาวุโสสองโดยไม่รู้จะพูดอะไรดี
“พี่รอง รีบลุกขึ้นมาเร็วเข้า แค่บรรพบุรุษมอบสมบัติชิ้นนี้ให้เราก็ถือว่าดีมากแล้ว มันเป็นของขวัญอันล้ำค่าสำหรับเรา ท่านไม่ควรขอสิ่งใดไปมากกว่านี้” ผู้อาวุโสสามก้าวไปข้างหน้า และต้องการจะดึงพื่ชายของตนให้ลุกขึ้นมาจากพื้น
“อย่าแตะตัวข้า เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้าทำอะไรเพื่อบรรพบุรุษไปบ้าง บรรพบุรุษ ท่านจะทำอย่างนี้กับข้าไม่ได้นะ!” ผู้อาวุโสสองร้องไห้หนักขึ้นเรื่อยๆ เขาอายุมากแล้ว และมีผมสีขาวอยู่บนหัว แต่ในขณะนี้เขาคุกเข่าอยู่ที่นั่นเหมือนเด็ก และทุกคนที่มองดูก็ต่างตกตะลึง
“เอาเถอะ เห็นแก่ที่เจ้าได้พยายามอย่างเต็มที่ ข้าก็จะตอบรับคำขอของเจ้า” ลู่ซุนนึกถึงการเฆี่ยนตีอีกฝ่ายเมื่อสองสามวันก่อน และรู้สึกว่าสิ่งที่ตนทำก่อนหน้านี้นั้นมากเกินไปจริงๆ เขาจึงต้องการชดเชยอะไรบางอย่างให้
ลู่ซุนจึงใช้พลังที่มีเปิดมิติลับที่เขาสร้างขึ้นในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่
รอยแยกมิติค่อยๆ เปิดออกข้างตัวของผู้อาวุโสสอง เปล่งแสงสีดำมืดออกมา
แคร็ก!
มีเสียงหนึ่งดังขึ้น และไข่มุกที่เปล่งประกายก็ตกลงมาจากรอยแยกมิติ และกลิ้งไปที่เท้าของผู้อาวุโสสอง
ผู้อาวุโสสองที่จดจ่อกับการเปลี่ยนแปลงรอบตัว เขาลุกขึ้นยืนทันที คว้าไข่มุกที่เท้าแล้วเก็บมันไว้ในแขนเสื้อของตนโดยไม่ลังเล
"ขอบคุณบรรพบุรุษ! ขอบคุณบรรพบุรุษ!" ผู้อาวุโสสองร่ำไห้ด้วยความดีใจ เขาก้มกราบป้ายวิญญาณของลู่ซุนอีกครั้ง น้ำตาบนใบหน้าของเขาหายไป และใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความสุข
“นี่มัน”
หลังจากที่ทุกคนเห็นสิ่งนี้ พวกเขาก็มองหน้ากัน และความคิดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในใจพวกเขาในเวลาเดียวกัน
ลู่ซวนก้าวไปข้างหน้าสองก้าวอย่างเงียบ ๆ จากนั้นล้มลงคุกเข่าพร้อมกับเสียงดังป๋อม
ผู้อาวุโสหนึ่ง ผู้อาวุโสสาม ลู่เหยา และผู้อาวุโสคนอื่นๆ ต่างติดตามมาอย่างใกล้ชิด และรวมตัวกันอยู่ด้านหลังผู้อาวุโสสอง พวกเขาทั้งหมดคุกเข่าลงด้วยความเคารพ ก่อให้เกิดภาพที่แปลกประหลาดมาก
“พวกเจ้า!” ขมับของลู่ซุนมีเส้นเลือดปูดขึ้นมาในทันที
แค่การเคลื่อนย้ายไข่มุกเม็ดนี้ออกจากมิติลับก็ต้องใช้พลังส่วนใหญ่ของเขาไปแล้ว ย่อมไม่มีทางที่จะนำสมบัติชิ้นอื่นๆ ออกมาได้
อีกอย่าง ไข่มุกเม็ดนี้ถือว่ามันด้อยกว่าสมบัติอื่นๆ ที่อยู่ข้างในมิติลับมาก และพลังที่จำเป็นในการเคลื่อนย้ายก็ค่อนข้างน้อย ไม่เช่นนั้น เขาคงไม่สามารถนำมันออกมาได้
“บรรพบุรุษ ดูพวกเราสิ! พวกเราช่างน่าสมเพชจริงๆ!” ผู้อาวุโสหนึ่งคร่ำครวญ น้ำเสียงของเขาเศร้าหมองอย่างยิ่ง
ในขณะนี้ ลมแรงพัดโหมอย่างไร้ที่มา และวนเวียนอยู่ในห้องโถงบรรพบุรุษ
"อ๊า..." ลู่ซวน และคนอื่นๆ ที่เพิ่งคุกเข่าลง ก่อนที่พวกเขาจะได้ร้องไห้ออกมาอย่างน่าเวทนา พวกเขาก็ถูกลมพัดกระเด็นจนนอนหงายบนพื้น มันดูตลกมาก
วินาทีต่อมา เสียงที่สง่างามอย่างยิ่งก็ดังขึ้นในหูของพวกเขาราวกับเสียงฟ้าร้อง
"ไสหัวไป!"
"บรรพบุรุษ ท่านโปรดใจเย็นๆ ก่อน เรารีบออกไปจากที่นี่กันเถอะ..." ร่างกายของลู่ซวนสั่นสะท้าน เขาคว้าน้องสาวที่อยู่ข้างๆ จากนั้นพยักหน้าแล้ววิ่งออกจากห้องโถงบรรพบุรุษ
หลังจากที่ผู้อาวุโสสามได้ยินคำพูดของลู่ซุน เขาก็กัดฟัน และกลิ้งตัวออกจากห้องโถงบรรพบุรุษเหมือนลูกบอล
( ***滚 ถ้าแปลเป็นไทยก็จะประมาณว่า ‘ไสหัวไป’ แต่ความหมายจริงๆ ของคำนี้คือ ‘กลิ้ง’ นะครับ )
"..." หน้าผากของลู่ซุนเต็มไปด้วยรอยย่น เขาไม่รู้จะพูดอะไรกับสิ่งที่ผู้อาวุโสสามทำดี
“น้องสาม เจ้าแค่วิ่งออกมาก็ได้แล้ว จะกลิ้งออกมาทำไม?” หลังจากที่ทุกคนออกจากห้องโถงบรรพบุรุษแล้ว ผู้อาวุโสหนึ่งก็มองดูน้องชายของตนแล้วพูดอย่างช่วยไม่ได้
“ท่านไม่เห็นหรือว่าบรรพบุรุษของเราโกรธมากแค่ไหน? รีบออกไปจากที่นี่เถอะ ไม่งั้นเราจะถูกถลกหนังเป็นแน่ และถ้าบรรพบุรุษเห็นว่าข้าเชื่อฟังมาก และให้รางวัลแก่ข้าด้วยสมบัติ มันก็คงเป็นเรื่องดี” ผู้อาวุโสสามกล่าวว่าพร้อมกับจ้องมองไปที่พี่ใหญ่ของตนแล้วพูดอะไรบางอย่างด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าบนใบหน้า
“โอ้จริงด้วย ข้าพลาดโอกาสสำคัญไปแล้วจริงๆ” ผู้อาวุโสหนึ่งตบหน้าผากของตนอย่างแรง และเขาก็ถอนหายใจพร้อมกับความรู้สึกเสียใจ
“พี่รอง ท่านช่วยเอาไข่มุกเม็ดนั้นออกมาให้พวกเราดูหน่อยได้ไหม” ผู้อาวุโสสามเดินไปหาผู้อาวุโสสองแล้วพูดออกมาดังๆ
“น้องสาม นี่เป็นสมบัติที่บรรพบุรุษมอบให้ข้าเป็นพิเศษ เจ้าต้องการชิงมันไปจากข้างั้นรึ?” ผู้อาวุโสสองรีบถอยกลับไปสองสามก้าว เขากุมสมบัติที่อยู่ในแขนเสื้อไว้แน่นแล้วพูดออกมาด้วยความโกรธ
“ไม่ ไม่ ข้ากล้าขโมยของจากท่านได้ยังไงล่ะ พี่รองท่านคิดมากเกินไปแล้ว? ข้าแค่อยากรู้ว่าบรรพบุรุษให้สมบัติอะไรแก่ท่านก็เท่านั้นเอง” ผู้อาวุโสสามโบกมืออย่างเร่งรีบ และอธิบายให้ผู้อาวุโสสองฟัง
“ก็ได้ ข้าจะให้เจ้าดูเป็นบุญตา” เขาหยิบไข่มุกออกจากในแขนเสื้อด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก
ทันใดนั้น ลมและเมฆก็เปลี่ยนสี เสียงฟ้าผ่า และฟ้าร้องดังก้อง และภาพที่น่าสะพรึงกลัวมากก็ปรากฏขึ้นในใจพวกเขา
ในภวังค์ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมองเห็นมังกรยักษ์ซึ่งทั้งตัวเป็นสีดำสนิทคำรามขึ้นไปบนท้องฟ้าจากในไข่มุก พร้อมด้วยเพลิงสวรรค์อันน่าสะพรึงกลัวที่คงลุกโชนอยู่ เปล่งออร่าอันน่าสะพรึงกลัวที่สามารถทำลายฟ้าดินได้
“อึก...” ทุกคนกลืนน้ำลายด้วยความตกใจบนใบหน้า
“ข้าเคยได้ยินมาว่าครั้งหนึ่งบรรพบุรุษเคยฆ่ามังกรดำที่นำหายนะมาสู่โลกในดินแดนเป่ยไห่ หรือนี่จะเป็นมุกมังกรของมังกรดำตัวนั้น” ลู่ซวนนึกถึงตำนานที่เขาเคยได้ยินมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความชื่นชม และโหยหา
สังหารมังกรด้วยดาบเดียว!
เมื่อไหร่จะเขาจะได้ครอบครองพลังเหมือนกับบรรพบุรุษ?