เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 35 สังหารมังกรด้วยดาบเดียว!

ตอนที่ 35 สังหารมังกรด้วยดาบเดียว!

ตอนที่ 35 สังหารมังกรด้วยดาบเดียว!


ตอนที่ 35 สังหารมังกรด้วยดาบเดียว!

สำหรับลู่โจว เมื่อเห็นตระกูลลู่ถดถอยลงทีละนิด ไม่มีใครเข้าใจได้ว่าในใจของเขารู้สึกเจ็บปวดเพียงใด

ครั้งหนึ่ง เขายังเป็นผู้ศรัทธาที่ภักดีต่อบรรพบุรุษมากที่สุด และรู้สึกว่าบรรพบุรุษของตนจะต้องอวยพรตระกูลลู่อย่างแน่นอน

แต่ในที่สุด เขาก็ตระหนักถึงความจริง ความโหดร้ายของโลกใบนี้ แม้ว่าเขาจะยังเคารพบรรพบุรุษอยู่ในใจ แต่เขาก็จะไม่ฝากความหวังไว้กับลู่ซุนอีกต่อไป

การพึ่งพาตัวเองเป็นหลักยึดที่มั่นคงกว่าการฝากความหวังไว้ที่คนอื่น

ทุกคนมองดูลู่โจวที่ดูเหมือนจะบ้าคลั่ง ไม่มีใครพูดหรือพยายามดึงเขาขึ้นมาจากพื้น พวกเขาแค่มองดูอีกฝ่ายร่ำไห้ในความเงียบงัน และรู้สึกกังวลเล็กน้อย

หลังจากนั้นเป็นเวลานาน ลู่โจวก็ค่อยๆ ยืนตัวตรงจากพื้น โดยไม่สนใจเลือดที่อาบใบหน้า เขายังเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

“วิญญาณของบรรพบุรุษกำลังเฝ้าดูเราอยู่บนสวรรค์ ด้วยการอวยพรของท่าน ตระกูลลู่ของเราก็จะต้องกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้งอย่างแน่นอน”

ลู่โจวเต็มไปด้วยรอยยิ้มราวกับเด็กที่ผ่านการทนทุกข์ทรมานมามากมายแล้วในที่สุดเขาก็ได้พบกับพ่อแม่ของตน และไม่ต้องกังวลเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป

“ผู้อาวุโสโจว เตาโอสถนี้เป็นสมบัติที่บรรพบุรุษมอบให้แก่ท่าน นับจากนี้ไป ท่านจะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลมัน” ลู่ซวนก้าวไปข้างหน้าสองก้าวแล้วพูดกับลู่โจว

“ขอบคุณนายน้อย!” ลู่โจวพยักหน้าเบาๆ และตอบตกลงตามตรง

แม้ว่าลู่โจวจะถือได้ว่าเป็นปู่ของลู่ซวน ในแง่ของความอาวุโส แต่เขาก็ยังคงเชื่อมั่นอย่างมากต่อผู้นำตระกูลคนใหม่ที่พัฒนาตระกูลลู่มาจนถึงทุกวันนี้ และแม้กระทั่งยึดครองเมือง คำพูดของเขาก็เต็มไปด้วยความเคารพ .

“บรรพบุรุษ ท่านไม่ควรเอนเอียงควรรักทุกคนอย่างเท่าเทียม ข้าได้ผ่านความยากลำบากมาทุกรูปแบบเพื่อเอาดอกบัวหยางซินให้ท่าน โปรดมอบของขวัญให้ข้าด้วย!” ในขณะนั้น ผู้อาวุโสสองล้มลงคุกเข่ากับพื้น มีน้ำมูกไหล เขาก็เริ่มร้องไห้ และคร่ำครวญออกมาด้วยสีหน้าเศร้าหมอง

"..." ทุกคนมองดูผู้อาวุโสสองโดยไม่รู้จะพูดอะไรดี

“พี่รอง รีบลุกขึ้นมาเร็วเข้า แค่บรรพบุรุษมอบสมบัติชิ้นนี้ให้เราก็ถือว่าดีมากแล้ว มันเป็นของขวัญอันล้ำค่าสำหรับเรา ท่านไม่ควรขอสิ่งใดไปมากกว่านี้” ผู้อาวุโสสามก้าวไปข้างหน้า และต้องการจะดึงพื่ชายของตนให้ลุกขึ้นมาจากพื้น

“อย่าแตะตัวข้า เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้าทำอะไรเพื่อบรรพบุรุษไปบ้าง บรรพบุรุษ ท่านจะทำอย่างนี้กับข้าไม่ได้นะ!” ผู้อาวุโสสองร้องไห้หนักขึ้นเรื่อยๆ เขาอายุมากแล้ว และมีผมสีขาวอยู่บนหัว แต่ในขณะนี้เขาคุกเข่าอยู่ที่นั่นเหมือนเด็ก และทุกคนที่มองดูก็ต่างตกตะลึง

“เอาเถอะ เห็นแก่ที่เจ้าได้พยายามอย่างเต็มที่ ข้าก็จะตอบรับคำขอของเจ้า” ลู่ซุนนึกถึงการเฆี่ยนตีอีกฝ่ายเมื่อสองสามวันก่อน และรู้สึกว่าสิ่งที่ตนทำก่อนหน้านี้นั้นมากเกินไปจริงๆ เขาจึงต้องการชดเชยอะไรบางอย่างให้

ลู่ซุนจึงใช้พลังที่มีเปิดมิติลับที่เขาสร้างขึ้นในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่

รอยแยกมิติค่อยๆ เปิดออกข้างตัวของผู้อาวุโสสอง เปล่งแสงสีดำมืดออกมา

แคร็ก!

มีเสียงหนึ่งดังขึ้น และไข่มุกที่เปล่งประกายก็ตกลงมาจากรอยแยกมิติ และกลิ้งไปที่เท้าของผู้อาวุโสสอง

ผู้อาวุโสสองที่จดจ่อกับการเปลี่ยนแปลงรอบตัว เขาลุกขึ้นยืนทันที คว้าไข่มุกที่เท้าแล้วเก็บมันไว้ในแขนเสื้อของตนโดยไม่ลังเล

"ขอบคุณบรรพบุรุษ! ขอบคุณบรรพบุรุษ!" ผู้อาวุโสสองร่ำไห้ด้วยความดีใจ เขาก้มกราบป้ายวิญญาณของลู่ซุนอีกครั้ง น้ำตาบนใบหน้าของเขาหายไป และใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความสุข

“นี่มัน”

หลังจากที่ทุกคนเห็นสิ่งนี้ พวกเขาก็มองหน้ากัน และความคิดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในใจพวกเขาในเวลาเดียวกัน

ลู่ซวนก้าวไปข้างหน้าสองก้าวอย่างเงียบ ๆ จากนั้นล้มลงคุกเข่าพร้อมกับเสียงดังป๋อม

ผู้อาวุโสหนึ่ง ผู้อาวุโสสาม ลู่เหยา และผู้อาวุโสคนอื่นๆ ต่างติดตามมาอย่างใกล้ชิด และรวมตัวกันอยู่ด้านหลังผู้อาวุโสสอง พวกเขาทั้งหมดคุกเข่าลงด้วยความเคารพ ก่อให้เกิดภาพที่แปลกประหลาดมาก

“พวกเจ้า!” ขมับของลู่ซุนมีเส้นเลือดปูดขึ้นมาในทันที

แค่การเคลื่อนย้ายไข่มุกเม็ดนี้ออกจากมิติลับก็ต้องใช้พลังส่วนใหญ่ของเขาไปแล้ว ย่อมไม่มีทางที่จะนำสมบัติชิ้นอื่นๆ ออกมาได้

อีกอย่าง ไข่มุกเม็ดนี้ถือว่ามันด้อยกว่าสมบัติอื่นๆ ที่อยู่ข้างในมิติลับมาก และพลังที่จำเป็นในการเคลื่อนย้ายก็ค่อนข้างน้อย ไม่เช่นนั้น เขาคงไม่สามารถนำมันออกมาได้

“บรรพบุรุษ ดูพวกเราสิ! พวกเราช่างน่าสมเพชจริงๆ!” ผู้อาวุโสหนึ่งคร่ำครวญ น้ำเสียงของเขาเศร้าหมองอย่างยิ่ง

ในขณะนี้ ลมแรงพัดโหมอย่างไร้ที่มา และวนเวียนอยู่ในห้องโถงบรรพบุรุษ

"อ๊า..." ลู่ซวน และคนอื่นๆ ที่เพิ่งคุกเข่าลง ก่อนที่พวกเขาจะได้ร้องไห้ออกมาอย่างน่าเวทนา พวกเขาก็ถูกลมพัดกระเด็นจนนอนหงายบนพื้น มันดูตลกมาก

วินาทีต่อมา เสียงที่สง่างามอย่างยิ่งก็ดังขึ้นในหูของพวกเขาราวกับเสียงฟ้าร้อง

"ไสหัวไป!"

"บรรพบุรุษ ท่านโปรดใจเย็นๆ ก่อน เรารีบออกไปจากที่นี่กันเถอะ..." ร่างกายของลู่ซวนสั่นสะท้าน เขาคว้าน้องสาวที่อยู่ข้างๆ จากนั้นพยักหน้าแล้ววิ่งออกจากห้องโถงบรรพบุรุษ

หลังจากที่ผู้อาวุโสสามได้ยินคำพูดของลู่ซุน เขาก็กัดฟัน และกลิ้งตัวออกจากห้องโถงบรรพบุรุษเหมือนลูกบอล

( ***滚 ถ้าแปลเป็นไทยก็จะประมาณว่า ‘ไสหัวไป’ แต่ความหมายจริงๆ ของคำนี้คือ ‘กลิ้ง’ นะครับ )

"..." หน้าผากของลู่ซุนเต็มไปด้วยรอยย่น เขาไม่รู้จะพูดอะไรกับสิ่งที่ผู้อาวุโสสามทำดี

“น้องสาม เจ้าแค่วิ่งออกมาก็ได้แล้ว จะกลิ้งออกมาทำไม?” หลังจากที่ทุกคนออกจากห้องโถงบรรพบุรุษแล้ว ผู้อาวุโสหนึ่งก็มองดูน้องชายของตนแล้วพูดอย่างช่วยไม่ได้

“ท่านไม่เห็นหรือว่าบรรพบุรุษของเราโกรธมากแค่ไหน? รีบออกไปจากที่นี่เถอะ ไม่งั้นเราจะถูกถลกหนังเป็นแน่ และถ้าบรรพบุรุษเห็นว่าข้าเชื่อฟังมาก และให้รางวัลแก่ข้าด้วยสมบัติ มันก็คงเป็นเรื่องดี” ผู้อาวุโสสามกล่าวว่าพร้อมกับจ้องมองไปที่พี่ใหญ่ของตนแล้วพูดอะไรบางอย่างด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าบนใบหน้า

“โอ้จริงด้วย ข้าพลาดโอกาสสำคัญไปแล้วจริงๆ” ผู้อาวุโสหนึ่งตบหน้าผากของตนอย่างแรง และเขาก็ถอนหายใจพร้อมกับความรู้สึกเสียใจ

“พี่รอง ท่านช่วยเอาไข่มุกเม็ดนั้นออกมาให้พวกเราดูหน่อยได้ไหม” ผู้อาวุโสสามเดินไปหาผู้อาวุโสสองแล้วพูดออกมาดังๆ

“น้องสาม นี่เป็นสมบัติที่บรรพบุรุษมอบให้ข้าเป็นพิเศษ เจ้าต้องการชิงมันไปจากข้างั้นรึ?” ผู้อาวุโสสองรีบถอยกลับไปสองสามก้าว เขากุมสมบัติที่อยู่ในแขนเสื้อไว้แน่นแล้วพูดออกมาด้วยความโกรธ

“ไม่ ไม่ ข้ากล้าขโมยของจากท่านได้ยังไงล่ะ พี่รองท่านคิดมากเกินไปแล้ว? ข้าแค่อยากรู้ว่าบรรพบุรุษให้สมบัติอะไรแก่ท่านก็เท่านั้นเอง” ผู้อาวุโสสามโบกมืออย่างเร่งรีบ และอธิบายให้ผู้อาวุโสสองฟัง

“ก็ได้ ข้าจะให้เจ้าดูเป็นบุญตา” เขาหยิบไข่มุกออกจากในแขนเสื้อด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก

ทันใดนั้น ลมและเมฆก็เปลี่ยนสี เสียงฟ้าผ่า และฟ้าร้องดังก้อง และภาพที่น่าสะพรึงกลัวมากก็ปรากฏขึ้นในใจพวกเขา

ในภวังค์ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมองเห็นมังกรยักษ์ซึ่งทั้งตัวเป็นสีดำสนิทคำรามขึ้นไปบนท้องฟ้าจากในไข่มุก พร้อมด้วยเพลิงสวรรค์อันน่าสะพรึงกลัวที่คงลุกโชนอยู่ เปล่งออร่าอันน่าสะพรึงกลัวที่สามารถทำลายฟ้าดินได้

“อึก...” ทุกคนกลืนน้ำลายด้วยความตกใจบนใบหน้า

“ข้าเคยได้ยินมาว่าครั้งหนึ่งบรรพบุรุษเคยฆ่ามังกรดำที่นำหายนะมาสู่โลกในดินแดนเป่ยไห่ หรือนี่จะเป็นมุกมังกรของมังกรดำตัวนั้น” ลู่ซวนนึกถึงตำนานที่เขาเคยได้ยินมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความชื่นชม และโหยหา

สังหารมังกรด้วยดาบเดียว!

เมื่อไหร่จะเขาจะได้ครอบครองพลังเหมือนกับบรรพบุรุษ?

จบบทที่ ตอนที่ 35 สังหารมังกรด้วยดาบเดียว!

คัดลอกลิงก์แล้ว