เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 32 เจ้าเมืองหยุนจง

ตอนที่ 32 เจ้าเมืองหยุนจง

ตอนที่ 32 เจ้าเมืองหยุนจง


ตอนที่ 32 เจ้าเมืองหยุนจง

ด้วยการเข้าร่วมของศิษย์จำนวนมากจากสำนักจิ่วหยุน ตระกูลลู่จึงต้องขยายพื้นที่ออกไปอีกเล็กน้อย สิ่งนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ ลานของพวกเขาเล็กเกินไป ด้วยคนจำนวนมากที่พักที่เคยเพียงพอจึงกลายเป็นขาดแคลน

“นายน้อย ทำไมเราไม่ย้ายไปที่เมืองจิ่วหยุนล่ะ? มันใหญ่กว่าตระกูลลู่ในปัจจุบันมาก และเอื้อต่อการพัฒนาตระกูลเรามากกว่า” ผู้อาวุโสสองแนะนำโดยดูตื่นเต้นเล็กน้อย

“นั้นเป็นความคิดที่ดี แล้วพวกท่านล่ะคิดยังไง?” ลู่ซวนเหลือบมองผู้อาวุโสอีกสองคนแล้วถาม

“นายน้อย ท่านสามารถตัดสินใจในเรื่องนี้ได้ด้วยตัวเอง พวกเราทุกคนจะฟังท่าน” ผู้อาวุโสหนึ่งกล่าว

“ตระกูลลู่ต้องการแข็งแกร่งขึ้น และฟื้นคืนความรุ่งโรจน์ในอดีต แน่นอนว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่ที่นี่ตลอดไป เมืองจิ่วหยุนเป็นก้าวแรกสำหรับตระกูลลู่ของเราที่จะผงาดขึ้นอีกครั้ง!” ลู่ซวน ไม่ลังเลใจมากเกินไป และตัดสินใจก้าวไปข้างหน้า

ทุกคนไม่คัดค้านในเรื่องนี้ ท้ายที่สุดแล้ว ที่นี่ก็เป็นเพียงที่พำนักชั่วคราวหลังจากตระกูลลู่ถดถอยลง

“ถ้าอย่างนั้น ทุกคนก็เตรียมเก็บของ เราจะออกเดินทางในอีกสามวัน” ลู่ซวนกล่าว

“ขอรับนายน้อย!” ทุกคนโค้งคำนับพร้อมกัน

ทุกคนออกไป ยกเว้นลู่เหยาที่เม้มริมฝีปากเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเธอลังเลที่จะพูดบางอย่าง

“น้องสาว เจ้ามีอะไรงั้นเหรอ?” ลู่ซวนสังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติจากสีหน้าของเธอ เขาจึงรีบถาม

“พี่ชาย ข้าคิดถึงพ่อและแม่นิดหน่อย” ลู่เหยาดูเศร้าโศก และกระซิบเสียงเบา

พ่อแม่ของลู่เหยาไม่ได้ติดต่อกับมาหาพวกเขาตั้งแต่อีกฝ่ายหายตัวไปเมื่อหลายปีก่อน

ไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองไปที่ไหนหรือทำไมพวกเขาถึงจากไป

หลายคนในตระกูลพร่ำบ่นเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยคิดว่าพวกเขาเป็นคนบาป ดังนั้นสองพี่น้องจึงถูกดูถูกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

“ไม่ต้องห่วง ข้าหาทางพาพวกเขากลับมา” ลู่ซวนก้าวไปข้างหน้า ตบไหล่ลู่เหยาเบาๆ และปลอบโยนด้วยเสียงต่ำ

ดวงตาของลู่ซวนเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น และหมัดของเขาก็กำแน่น

"เมื่อข้าแข็งแกร่งขึ้น และเมื่อตระกูลลู่แข็งแกร่งขึ้น ข้าจะไปที่ภูเขาหมื่นยอด และพาพวกเขากลับมาหาเจ้า" หลังจากลู่เหยาออกไป ลู่ซวนพึมพำกับตัวเอง

สามวันต่อมา ตระกูลลู่ออกจากบ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่มานานหลายสิบปี และมุ่งหน้าไปยังเมืองจิ่วหยุน

เมืองจิ่วหยุนตั้งอยู่ในเขตหยุนจง แต่ถึงแม้จะถูกเรียกว่าเมือง แต่ก็ใหญ่กว่าหมู่บ้าน และเมืองบางแห่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

แต่เมื่อเทียบกับที่อยู่อาศัยเดิมของตระกูลลู่ เมืองจิ่วหยุนนั้นใหญ่กว่าสิบเท่า

ลู่ซวนเข้ารับตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองคนใหม่ของเมืองจิ่วหยุน ในที่สุด คนในตระกูลก็จะได้มีที่อยู่กว้างขวางมากขึ้น พวกเขาไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่ธุรกิจดั้งเดิมของตระกูลลู่อีกต่อไป และเริ่มพัฒนาในเมืองจิ่วหยุน

เมืองจิ่วหยุนมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ดีมาก ตั้งอยู่ใจกลางเขตจงหยุน จังหวัดไป๋ฮัว มณฑลฮัวหยาง แต่ถึงแม้จะถูกว่าเขตหยุนจง แต่มันก็แค่ชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการ เพราะเป็นพี้นที่ๆ พลังวิญญาณเบาบางจึงไม่ค่อยได้รับความสนใจ

แม้แต่ผู้ปกครองเขตหยุนจงที่ถูกเรียกขานว่า ‘เจ้าเมืองหยุนจง’ ก็เป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญวิญญาณแรกเริ่มขั้นกลาง

ยิ่งไปกว่านั้น สำนักจิ่วหยุนยังให้ความเคารพเขามาโดยตลอด และไม่เคยมีเรื่องขัดใจระหว่างกัน ดังนั้นเขาจึงเมินเฉยต่อสิ่งที่สำนักจิ่วหยุนทำ และไม่เข้าไปยุ่มย่ามมากเกินไป

ในวันที่สาม หลังจากที่ตระกูลลู่เข้ายึดเมืองจิ่วหยุน ชายวัยกลางคนก็รีบมาที่เมืองจิ่วหยุนพร้อมกับผู้ติดตามจำนวนมาก

“ท่านคงจะเป็นเจ้าเมืองคนใหม่ของเมืองจิ่วหยุน ยังเด็ก และมีต้นกล้าที่ดีจริงๆ” เจ้าเมืองหยุนจงมาเยี่ยมเยียนด้วยตัวเอง เขายกย่องลู่ซวน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

เขาเคยได้ยินเกี่ยวกับตระกูลลู่มาก่อน แต่มันก็เป็นเพียงกองกำลังเล็กๆ ที่ไม่มีนัยสำคัญภายในเขตหยุนจงของเขา

แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงคือ ตระกูลลู่ที่ดูอ่อนแอ แต่จริงๆ แล้วเป็นเสือหมอบ มังกรซ่อน พวกเขาสามารถทำลายสำนักจิ่วหยุนได้อย่างง่ายดาย!

“เจ้าเมืองหยุน ข้าได้ยินชื่อเสียงของท่านมานานแล้ว” ลู่ซวนคำนับเจ้าเมืองหยุนจงเล็กน้อย ด้วยคำพูด และท่าทีของเขา ไม่ถ่อมตัวหรือหยิ่งผยอง

“เจ้าเมืองลู่ ท่านสุภาพมาก เมื่อเทียบกับท่านที่สามารถเป็นเจ้าเมืองได้ตั้งแต่อายุยังน้อย มันทำให้ข้าอับอายใจจริงๆ” เจ้าเมืองหยุนจงหัวเราะเบาๆ และเริ่มประเมินความแข็งแกร่งของตระกูลลู่

หลังจากมองดูไม่กี่ครั้ง เจ้าเมืองหยุนจงก็รู้สึกสะเทือนใจ

ทุกคนในตระกูลที่อยู่เบื้องหน้าเขา มีหลายคนที่เขาไม่สามารถมองผ่านได้ รวมถึงเจ้าเมืองคนใหม่ที่อยู่ตรงหน้าเขาด้วย

“ความแข็งแกร่งของตระกูลลู่ช่างน่ากลัวจริงๆ” เจ้าเมืองหยุนจงพึมพำกับตัวเอง

“เจ้าเมืองหยุน ท่านมีธุระสำคัญอะไรถึงต้องทำให้ท่านต้องมาเยือนเราถึงที่นี่” หลังจากที่ทั้งสองพูดคุยกันสักพัก ลู่ซวนก็เป็นคนแรกที่ถาม

“เจ้าเมืองลู่ เมืองจิ่วหยุนคือ เมืองที่ตั้งในเขตหยุนจงของข้า การที่อยู่ๆ ท่านยึดครองที่แห่งนี้มันจึงดูผิดกฏเล็กน้อย” หลังจากที่เจ้าเมืองหยุนจงครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง เขาก็พูดออกมา

“ท่านต้องการพูดอะไรกันแน่” ลู่ซวนหรี่ตาลงเล็กน้อย

ชายคนนี้มาที่นี่เพื่อสร้างปัญหาเหรอ?

“เจ้าเมืองลู่ ท่านไม่ต้องกังวลไป ข้าได้รายงานต่อราชสำนักแล้วเมื่อวานนี้ว่าท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองจิ่วหยุน ข้าเชื่อว่าอีกไม่นานราชสำนักจะตอบรับในเรื่องนี้” ท่าทีของเจ้าเมืองหยุนจงเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน จากนั้น เขาก็พูดด้วยรอยยิ้ม

“ถ้าอย่างนั้น ข้าก็ต้องขอขอบคุณ!” ดวงตาของลู่ซวนสว่างขึ้นเล็กน้อย แล้วเขาก็พูด

เขตหยุนจงเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิต้าเฉียน จักรวรรดินี้ทรงอำนาจมาก และครอบครองพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของดินแดนเป่ยหวง ซึ่งทัดเทียมกับจักรวรรดิถงหมิงอันทรงพลังที่สืบทอดมานับหมื่นปี

ต้าเฉียนแบ่งการปกครองเป็นสามระดับ เขต จังหวัด และมณฑล

สำหรับเจ้าเมืองระดับหนึ่ง (เขต) ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญวิญญาณแรกเริ่มขั้นสูงสุด เจ้าเมืองระดับสอง (จังหวัด) ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญหลอมวิญญาณขั้นสูงสุด ส่วนเจ้าเมืองระดับสาม (มณฑล) ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงสุด

แน่นอนว่าพลังยุทธ์เป็นเพียงด้านหนึ่งเท่านั้น และเป็นเพียงมาตรฐานขั้นต่ำ ไม่ได้หมายความว่าผู้เชี่ยวชาญศิกดิ์สิทธิ์ขั้นสูงสุดจะได้เป็นเจ้าเมืองระดับสามกันทุกคน

มีสิบสามมณฑลในจักรวรรดิต้าเฉียน ในหมู่พวกเขา เจ้าเมืองระดับสามที่แข็งแกร่งที่สุดเป็นองค์ชายคนหนึ่ง และความแข็งแกร่งของเขาเหนือกว่าขอบเขตศักดิ์สิทธิ์

สำหรับเจ้าเมืองหยุนจง ว่ากันว่าอำนาจที่อยู่เบื้องหลังเขาแข็งแกร่งมาก และเขตหยุนจงก็ถือเป็นพื้นที่ห่างไกล ดังนั้นถึงจะไม่มีความแข็งแกร่งพอ เขาก็ยังสามารถรับตำแหน่งนี้ได้

ในดินแดนแห่งนี้ อาจกล่าวได้ว่าเจ้าเมืองหยุนจงคือผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ซึ่งเป็นคนที่ตระกูลลู่ในอดีตทำได้เพียงเงยหน้าขึ้นมอง

วันนี้ เจ้าเมืองหยุนจงมาเยี่ยมตระกูลลู่เป็นการส่วนตัว ซึ่งเกินความคาดหมายของทุกคน

‘ตระกูลลู่นั้นเดิมทีอ่อนแอเป็นอย่างมาก แต่ตอนนี้กลับผงาดขึ้นอย่างรวดเร็ว และความแข็งแกร่งของพวกเขาก็น่าสะพรึงกลัวมาก เกรงว่าจะมีกองกำลังใหญ่แอบหนุนหลังพวกเขาอยู่’ เจ้าเมืองหยุนจงครุ่นคิด นี่คือจุดประสงค์ที่เขามาที่นี่นั้นก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าตนมีเจตนาดี

ลู่ซวนปฏิบัติต่อเจ้าเมืองหยุนจงเป็นอย่างดี และแอบมอบหินวิญญาณ และสมบัติมากมายให้กับอีกฝ่าย สิ่งนี้ทำให้เจ้าเมืองหยุนจงมีความสุขมาก และรู้สึกว่าตระกูลลู่พูดคุยกันได้ง่าย

“น้องลู่ หากมีอะไรในเขตหยุนจงที่เจ้าต้องการ เจ้าสามารถแจ้งให้ข้าทราบได้ ข้าจะพยายามช่วยอย่างเต็มที่!” หลังจากทานอาหาร และดื่มไวน์ดีๆ แล้ว เจ้าเมืองหยุนจงก็ตบไหล่ และพูดกับลู่ซวนอย่างเป็นกันแน่

“ขอบคุณมากพี่หยุน ตระกูลลู่ของข้าคงต้องฝากให้ท่านช่วยดูแลแล้ว” ลู่ซวนยิ้มเล็กน้อยและเห็นด้วย

จบบทที่ ตอนที่ 32 เจ้าเมืองหยุนจง

คัดลอกลิงก์แล้ว