เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 มารเฮยเย่

ตอนที่ 8 มารเฮยเย่

ตอนที่ 8 มารเฮยเย่


ตอนที่ 8 มารเฮยเย่

“บรรพบุรุษกำลังแสดงปาฏิหาริย์?”

ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์นั้น พวกเขากลั้นหายใจ และเพ่งสมาธิ ใบหน้าของพวกเขาตกตะลึงอย่างถึงขีดสุด

“หมิงซิน?” ลู่เหยาเห็นคำสองคำนี้สลักอยู่บนกระจก และคิดว่านี่ควรเป็นชื่อของกระจกสมบัติชิ้นนี้

“นี่คือวิญญาณของบรรพบุรุษของเราที่ลงมาจากสวรรค์ ท่านทนไม่ได้ที่จะเห็นตระกูลลู่ของเราตกต่ำลงไปกว่านี้!” ผู้อาวุโสสามหายใจเข้าลึกๆ และคุกเข่าลงที่หน้าป้ายวิญญาณของลู่ซุน

ในขณะนั้น จู่ๆ ศิษย์หนุ่มหลายคนก็เดินเข้ามาในห้องโถง

นอกจากนี้ ยังมีผู้เฒ่าผู้แก่หลายคนตามมาข้างหลังพวกเขามาด้วยสีหน้ากังวล

พวกเขาเปิดประตู และทุกคนก็คุกเข่าลงกับพื้น

“นี่พวกเจ้ากำลังทำอะไรกันอยู่” ลู่ซวนตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน และเขาก็พูดอย่างเร่งรีบ

“นายน้อย ข้ามีความผิด ข้าเคยได้เข้าไปในศาลาซิงหยู่เมื่อสามปีที่แล้ว และข้าเองที่เปิดเผยความแข็งแกร่งของตระกูลลู่ให้พวกเขาฟัง ถ้าไม่ใช่เพราะสิ่งนี้ ผู้อาวุโสสูงสุดคงไม่ตาย!” คนๆ หนึ่งพูดกับลู่ซวนพร้อมกับสายตาที่เต็มไปด้วยความเสียใจ

"นี่..." การแสดงออกของลู่ซวนเปลี่ยนไป แต่เขาก็ยังสับสนอยู่เล็กน้อย

“ฮ่าๆๆ พวกเจ้าเป็นเพียงคนโง่กลุ่มหนึ่ง พูดตามตรง ข้าไม่ได้มาจากตระกูลลู่ ข้าเป็นศิษย์หลักของสำนักจิ่วหยุน เหตุผลที่ข้ามาที่นี่ก็เพียงเพื่อขโมยมรดกของพวกเจ้า!” ศิษย์คนหนึ่งเอามือกอดอก เขาพูดด้วยท่าทีดูถูกเหยียดหยามต่อหน้าลู่ซวน และคนอื่นๆ และร่างกายของคนผู้นี้ก็เปล่งออร่าของผู้เชี่ยวชาญก่อตั้งรากฐานขั้นสูงสุดออกมาด้วย

“ศิษย์หลักของสำนักจิ่วหยุน? สายลับ?” ลู่ซวนยิ่งสับสนมากขึ้นกว่าเดิม

“นายน้อย ผู้อาวุโส ข้าขอบอกความจริงแก่พวกท่านว่า จริงๆ แล้วข้าไม่ใช่ศิษย์ของตระกูลลู่ เดิมทีข้าคือมารเฮยเย่แห่งสำนักมาร ข้าถูกปิดล้อมสังหารเมื่อสามพันปีก่อน ร่างของข้าถูกทำลาย เสี้ยววิญญาณของข้าจึงได้หลบหนีมาถึงที่นี่ และเกิดใหม่ในครรภ์ของสมาชิกตระกูลลู่คนหนึ่ง!” สิ่งที่ชายหนุ่มรูปงามพูดทำให้ทุกคนตกใจมากยิ่งขึ้น

“มาร... มารเฮยเย่?” ลู่ซวนตกตะลึงอย่างสิ้นเชิงคราวนี้ เขาสงสัยว่าวันนี้เขานอนไม่พอหรือเปล่า ดังนั้นเขาจึงอาจมีอาการประสาทหลอน

มารเฮยเย่ เป็นคนที่แข็งแกร่งที่รู้จักกันดีในสำนักมาร ฐานพลังยุทธ์ของเขานั้นน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง เขาทรงพลังมากในดินแดนตงหวงเมื่อหลายพันปีก่อน เขาคือ ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำที่ตระกูลลู่ต้องแหงนหน้ามอง

แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญวิญญาณแรกเริ่มก็ไม่ต่างจากมดเมื่ออยู่ต่อหน้ามารเฮยเย่

“อะแฮ่ม เดี๋ยวก่อน นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมข้ารู้สึกเหมือนกำลังฝันอยู่” ผู้อาวุโสหนึ่งเกือบจะสำลักน้ำลายของตัวเอง และเขาพูดด้วยความสับสน

“มันควรจะเป็นเพราะกระจกหมิงซิน นี่อาจเป็นความสามารถของสมบัติชิ้นนี้” ลู่เหยาคาดเดาบางอย่างอยู่ในใจ และเธอก็พึมพำกับตัวเอง

หลังจากนั้นไม่นาน มีคนอีกหลายคนเข้ามา และสารภาพตัวตนที่แท้จริงของพวกเขากับทุกคนที่อยู่ที่นี่โดยไม่มีข้อยกเว้น นั้นแสดงให้เห็นว่ามีสายลับอยู่มากมาย

"คาดไม่ถึงเลยว่าตระกูลลู่ของข้าจะถูกแทรกซึมถึงขนาดนี้!" ใบหน้าของลู่ซวนน่าเกลียดเล็กน้อย หากบรรพบุรุษของเขาไม่ปรากฏตัว เขาอาจจะไม่สามารถค้นหาผู้ทรยศเหล่านี้ในช่วงชีวิตนี้ได้

มีสายลับมากกว่าสิบคน สามคนมาจากศาลาซิงหยู่ สองคนมาจากสำนักจิ่วหยุน มีคนที่อ้างว่าเป็นมารเฮยเย่ และอีกหลายคนจากกองกำลังอื่นที่ได้แอบแทรกซึมเข้ามา

ลู่ซวนตั้งความหวังไว้สูงสำหรับศิษย์เหล่านี้บางคน โดยคิดว่าพวกเขามีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้อาวุโส และผู้พิทักษ์ของตระกูล แต่เขาคิดไม่ถึงว่าบางคนจะเป็นสายลับ!

“นายน้อย เราควรทำอย่างไรดี?” ใบหน้าของผู้อาวุโสสองดูซีดเซียวเล็กน้อย เขามองไปที่ลู่ซวนอย่างระมัดระวัง แล้วถามเสียงดัง

ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขาในตอนนี้ ไม่จำเป็นต้องกลัวศาลาซิงหยู่ และสำนักจิ่วหยุน แต่คนที่อ้างว่าเป็นมารเฮยเย่นั้นน่ากลัวจริงๆ

นั่นคือ ชายที่แข็งแกร่งมากซึ่งครั้งหนึ่งเคยพิชิตแดนมาร เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ มันก็ทำให้ผู้คนสั่นสะท้าน!

“มารเฮยเย่ ข้าอยากรู้ว่าเจ้ามีเจตนาร้ายต่อตระกูลลู่หรือไม่” ลู่ซวนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วถามชายที่อ้างว่าตัวเองเป็นมารเฮยเย่

“นายน้อย พ่อแม่ของข้าทั้งสองคนเสียชีวิตก่อนที่ข้าจะรู้ความเสียอีก ข้าถูกหมาป่าเลี้ยงดูในภูเขามาตั้งแต่เด็ก ข้าเข้าร่วมวิถีมารเมื่อเกิดมา ข้าไม่เคยรู้สึกได้ถึงความรักจากครอบครัวเลย แต่เมื่อข้าได้เกิดใหม่ พ่อแม่ของข้ารักข้ามาก และตระกูลลู่ก็ปฏิบัติต่อข้าเป็นอย่างดี ดังนั้นข้าย่อมจะไม่มีเจตนาที่จะทรยศตระกูลอย่างแน่นอน ถ้าข้าทำได้ ข้าจะช่วยเหลือตระกูลลู่อย่างเต็มที่” หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง มารเฮยเย่ก็ตอบกลับลู่ซวน

เมื่อมีแสงแห่งกระจกหมิงซินสาดส่องอยู่ ไม่มีใครกังวลว่าเขาจะโกหก

หากกระจกหมิงซินไม่ทรงพลังพอ เขาจะมาที่นี่ และอธิบายทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเองอย่างตรงไปตรงมาได้อย่างไร

สมบัติของบรรพบุรุษทรงพลังอย่างจนผู้เชี่ยวชาญชั้นนำเมื่อหลายพันปีก่อนอย่างมารเฮยเย่ก็ไม่สามารถต้านทานได้

"เฮ้อ..." หลังจากที่ลู่ซวนได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย เขาก็หายใจออกยาว หินก้อนใหญ่ในหัวใจของเขาค่อยๆ หายไป เขาดูกังวลน้อยลง และสบายใจมากขึ้น

โชคดีที่ตระกูลลู่ปฏิบัติต่อคนผู้นี้เป็นอย่างดี ดังนั้นเขาจึงไม่มีความคิดอื่นใด มิฉะนั้น ตระกูลลู่จะต้องตกอยู่ในอันตรายจริงๆ

เพราะนั่นเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่โหดเหี้ยมจากวิถีมาร ด้วยความแข็งแกร่งที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้ หากฐานพลังยุทธ์ของเขาหวนคืนดังเดิมอย่างสมบูณ์ เขาอาจจะสามารถทำลายตระกูลลู่ได้อย่างสมบูรณ์ด้วยการโบกมือ

"เนื่องจากเจ้าได้เปิดเผยตัวตนกับตระกูลลู่แล้ว เจ้าก็จะถือเป็นสมาชิกของตระกูลลู่ของข้านับจากนี้เป็นต้นไป แบ่งปันเกียรติยศ และความอับอายไปพร้อมกับตระกูลลู่ของข้า เจ้าเต็มใจหรือไม่?" ลู่ซวนจ้องไปที่มารเฮยเย่อย่างหนักแน่ และถามออกไป

มารเฮยเย่ขมวดคิ้วครั้งแรกเมื่อเขาได้ยินสิ่งนี้ จากนั้นก็คิดอย่างรอบคอบสักพักหนึ่ง จากนั้นก็พยักหน้าอย่างช้าๆ

ตัวเขา และตระกูลลู่มีความผูกพันกันอยู่แล้ว และเป็นไปไม่ได้ที่จะละทิ้งพวกเขาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แทนที่จะปกป้องตระกูลลู่อย่างลับๆ เป็นการดีกว่าที่จะยืนหยัด และปกป้องพวกเขาอย่างเปิดเผย

“ดีมาก ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าจะเป็นผู้พิทักษ์ซ้ายของสำนักสวินเต๋าของข้า!” ลู่ซวนระงับความตื่นเต้นในใจ แล้วพูดอย่างเคร่งขรึม

“สำหรับสายลับทั้งหมดที่ส่งมาจากภายนอกจะถูกขังไว้ก่อน หลังจากงัดความลับออกจากปากพวกเขาแล้วค่อยสังหารทิ้ง ส่วนศิษย์ตระกูลลู่ที่ได้ทรยศ และเข้าร่วมกับกองกำลังอื่นจะถูกทำลายการบ่มเพาะ และถูกขับไล่ออกจากตระกูล!” หลังจากลู่ซวนคิดอยู่พักหนึ่ง เขาก็พูดตรงๆ ด้วยน้ำเสียงเศร้าหมองอย่างยิ่ง แต่คำสั่งนี้ก็ไม่ยอมให้มีการคัดค้านใดๆ

"ขอรับนายน้อย!"

หลังจากได้ยินสิ่งนี้ ผู้อาวุโสหลายคนก็พูดด้วยความเคารพ โดยไม่คัดค้านการตัดสินใจของลู่ซวนเลยแม้แต่น้อย

หากเป็นพวกเขา การลงโทษจะรุนแรงมากกว่านี้อีก นายน้อยยังเด็กเกินไป และหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เขาจะเป็นคนใจอ่อนเล็กน้อย

“นายน้อย มีบางอย่างที่ข้าต้องอธิบายให้ท่านฟังชัดเจนก่อน” หลังจากที่มารเฮยเย่ลังเลอยู่พักหนึ่ง เขาก็ตัดสินใจอธิบายอย่างตรงไปตรงมา และพูดกับลู่ซวน

“ตกลง เจ้าว่ามาเถอะ” ลู่ซวนพยักหน้า

“นายน้อย ท่านรู้ไหมว่าทำไมข้าถึงถูกเรียกว่า มารเฮยเย่? ( รัตติกาลทมิฬ )” เขาถามเสียงดัง

“ข้าได้ยินมาว่านั่นเป็นเพราะเจ้ามีนิสัยแปลกประหลาด และชอบฆ่าคนในเงามืดเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่าเป็นเพราะพลังปราณของเจ้านั้นเป็นสีดำ เวลาต่อสู้พลังปราณของเจ้าจะปกคลุมท้องฟ้า และดวงอาทิตย์ราวกับเวลากลางคืน นั่นคือ สาเหตุว่าทำไมเจ้าถึงถูกเรียกเช่นนี้” หลังจากลู่ซวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พูดขึ้นอย่างช้าๆ

“วิชาที่ข้าฝึกฝนนั้นค่อนข้างพิเศษจริงๆ แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นเพราะยังไม่สมบูรณ์พอ ข้าจึงสามารถปลดปล่อยพลังอย่างเต็มที่ได้เฉพาะในเวลากลางคืนเท่านั้น หากเป็นเวลากลางวัน ความแข็งแกร่งของข้าจะลดทอนลงไปหลายส่วน นั้นทำให้โดยปกติแล้ว ข้ามักจะปรากฏตัวในระหว่างค่ำคืนอันมืดมิด และเป็นสาเหตุที่ทำให้ได้รับฉายาเช่นนี้”

มารเฮยเย่พูดอย่างช้าๆ แต่คำพูดที่เขาพูดออกมาทำให้ทุกคนตกตะลึง

มารเฮยเย่เก่งกาจเฉพาะในยามราตรีเท่านั้น

ถ้าเป็นยามทิวา เขาจะอ่อนแอลงเป็นอย่างมาก!

จบบทที่ ตอนที่ 8 มารเฮยเย่

คัดลอกลิงก์แล้ว