- หน้าแรก
- ทรานเซนดิ้ง วิชั่น อัจฉริยะเนตรทิพย์เหนือมนุษย์
- TXV - 743 มวยหย่งชุนปะทะวรยุทธตระกูลถัง
TXV - 743 มวยหย่งชุนปะทะวรยุทธตระกูลถัง
TXV - 743 มวยหย่งชุนปะทะวรยุทธตระกูลถัง
TXV - 743 มวยหย่งชุนปะทะวรยุทธตระกูลถัง
รถบ้าน ฟอร์ด E450 จอดลงข้างวัด เสียงเครื่องยนต์และแสงจากไฟหน้ารถปลุกสุนัขทิเบตัน มาสทิฟฟ์ ที่อยู่ตามบ้านเรือนละแวกนั้นให้ตื่นขึ้น พวกมันเห่ากรรโชกเสียงดังราวกับจะข่มขวัญผู้บุกรุก จนกระทั่งเซี่ยเหล่ยดับเครื่องและปิดไฟ พวกมันจึงค่อยๆ สงบลง
ภายในตัวเมืองไม่มีแสงไฟและเงียบสงัดจนให้ความรู้สึกเหมือนเมืองร้าง มีเพียงในวัดที่มีแสงสว่างรำไร แต่นั่นไม่ใช่แสงจากหลอดไฟฟ้า หากแต่เป็นตะเกียงน้ำมันที่จุดบูชาเทพเจ้าและประทีปอธิษฐานของเหล่าผู้ศรัทธา
“เป้าหมายอยู่ที่ไหน?” เซี่ยเหล่ยถาม
“ตามฉันมาสิ” ถังอวี่เยียนลุกขึ้นเดินไปยังส่วนพักผ่อนของรถ
เซี่ยเหล่ยลุกจากเบาะคนขับเดินตามเธอไป เขาคิดว่าเธอจะหยุดที่ห้องนั่งเล่น แต่ถังอวี่เยียนกลับเดินตรงเข้าไปในห้องนอนเล็กๆ แทน
เซี่ยเหล่ยชะงัก ลังเลอยู่ตรงหน้าประตูว่าควรจะตามเข้าไปดีหรือไม่
ถังอวี่เยียนโผล่หน้าออกมาจากประตู “เป็นอะไรไป? กลัวฉันจะกินคุณหรือไง? วางใจเถอะ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่จะยอมทอดกายให้ง่ายๆ เพียงเพื่อให้ได้อยู่กับคุณหรอกนะ”
เซี่ยเหล่ยยิ้มแห้งๆ แต่ยังคงนิ่งเฉย ประสบการณ์สอนเขาว่าคำพูดของถังอวี่เยียนสิบคำ เชื่อได้จริงแค่สองคำเท่านั้น
มุมปากของถังอวี่เยียนยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน “หรือกลัวจะห้ามใจตัวเองไม่ไหว? คุณคบกับผู้หญิงตั้งหลายคนพร้อมกันยังจัดการได้สบายๆ ความสามารถในการควบคุมตัวเองด้านนั้นคงสูงมาก แล้วคุณจะกังวลอะไรล่ะ?”
“ผมไม่ใช่พ่อปลาไหลอย่างที่คุณคิด และไม่ใช่พวกเห็นผู้หญิงสวยเป็นต้องเข้าใส่หรอกนะ” เซี่ยเหล่ยตัดสินใจเดินเข้าไป
สำหรับเขา ความสัมพันธ์กับหลงปิงคือความผูกพันที่ผ่านเป็นผ่านตายมาด้วยกัน ส่วนเจียงหรูอี้ เขากับเธอเล่นคลุกดินคลุกโคลนมาด้วยกันแต่เด็ก เธอรอเขามานานกว่ายี่สิบปี มันคือความผูกพันที่เติบโตมาพร้อมกัน
การที่ถังอวี่เยียนบอกว่าเขาแค่ "เล่นๆ" ทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยพอใจนัก ก็แค่เข้ามาอยู่ในห้องเดียวกัน ทำไมต้องพูดจาให้ดูแย่ขนาดนั้น เข้าก็เข้าสิ เธอจะกินเขาเข้าไปได้จริงๆ หรือไง
ถังอวี่เยียนเผยรอยยิ้มสมใจ เธอถอดรองเท้าแล้วคลานขึ้นไปบนเตียง ก่อนจะเปิดจอแอลซีดีที่ติดอยู่บนผนัง ซึ่งความจริงมันคือจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ เมื่อเครื่องถูกเปิดขึ้น ภาพจากกล้องวงจรปิดก็ปรากฏบนหน้าจอ
เซี่ยเหล่ยไม่ได้ขึ้นไปบนเตียง เขานั่งลงที่ขอบเตียงและจับจ้องไปที่หน้าจอ ภาพที่เห็นคืออาคารหลังเล็กทางทิศตะวันตกของเมือง กำแพงหิน หน้าต่างลวดลายวิจิตร และมี ธงมนต์ทิเบตแขวนอยู่บนหลังคา มันดูเหมือนบ้านพักอาศัยทั่วไปในทิเบต ประตูหน้าต่างปิดสนิท ไร้แสงไฟ และไม่มีวี่แววของคนข้างใน
“คุณให้ผมดูแค่นี้เหรอ?” เซี่ยเหล่ยดูไม่ออกว่ามีอะไรผิดปกติ
ถังอวี่เยียนคลานไปที่ใต้หน้าจอแล้วหยิบรีโมทขึ้นมา เธอคลิกปุ่มสีเขียวแล้วเอ่ยสั่งการ “แสดงตัวหน่อย”
ทันใดนั้น ในหน้าจอก็เริ่มมีความเคลื่อนไหว เซี่ยเหล่ยเห็นพลซุ่มยิงในชุดพรางตัวซ่อนอยู่บนเนินเขาหลังตัวอาคาร ในมือของเขาถือปืนซุ่มยิง XL2500 ของเรย์มาร์กรุ๊ป ดูเหมือนว่าอาวุธจากบริษัทของเขาจะกลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของสำนัก 101 ไปเสียแล้ว
ฝั่งตรงข้ามของพลซุ่มยิง ที่ข้างกำแพงบ้านทั้งสองด้าน มีเจ้าหน้าที่สองนายถือปืนกล Gust เตรียมพร้อมในลักษณะหน่วยจู่โจม นอกจากนี้ ในตรอกที่ตรงกับประตูหน้าบ้าน ยังมีเจ้าหน้าที่อีกสองนายพร้อมปืนกล Gust เช่นกัน
เจ้าหน้าที่ทั้งเจ็ดนายปิดล้อมอาคารหลังนั้นไว้ทุกทิศทาง ตัดทางหนีของพวกผู้ก่อการร้ายโดยสิ้นเชิง ด้วยอานุภาพของปืนซุ่มยิง XL2500 กระบอกหนึ่งกับปืนกล Gust อีกหกกระบอก อย่าว่าแต่ผู้ก่อการร้ายไม่กี่คนเลย ต่อให้เป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษระดับหัวกะทิก็คงต้องทิ้งร่างไว้ที่นี่
หลังจากแสดงตัวครู่เดียว ทั้งเจ็ดคนก็กลับเข้าประจำจุดซ่อนตัวตามเดิม พวกเขาทั้งหมดปฏิบัติตามคำสั่งของถังอวี่เยียน เพราะพวกเขาคือคนในบังคับบัญชาของเธอ
เซี่ยเหล่ยยิ้มเจื่อน “สถานที่นี้รวมถึงพวกผู้ก่อการร้ายข้างในถูกล็อคเป้าไว้หมดแล้ว แล้วจะให้ผมมาทำอะไร?”
ถังอวี่เยียนค่อยๆ คลานเข้ามาหาเซี่ยเหล่ย ระยะทางเพียงนิดเดียวแต่เธอจงใจขยับตัวอย่างช้าๆ บั้นท้ายอวบอิ่มภายใต้กางเกงยีนส์ขาสั้นดูแน่นขนัดและเย้ายวน ผิวขาวเนียนละเอียดเผยให้เห็นที่คอเสื้อยืด ร่องลึกระหว่างทรวงอกคู่สวยทอดตัวลงไปเป็นรูปตัว "Y" ชวนให้ใจสั่น
เซี่ยเหล่ยเริ่มวางสายตาไม่ถูก ท่าทางและสายตาของเธอในตอนนี้ทำให้เขาทั้งประหม่าและอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
“คุณจะทำอะไร?” เมื่อถังอวี่เยียนคลานมาจนถึงข้างกาย เซี่ยเหล่ยจึงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นพร้อมขยับตัวหนีไปด้านข้างเล็กน้อย
ถังอวี่เยียนยื่นรีโมทมาตรงหน้าเขา “รับไปสิ คุณอยากให้ภารกิจจบลงตอนไหนก็สั่งการได้เลย”
“งั้นจะรออะไรล่ะ?” เซี่ยเหล่ยเอื้อมมือจะไปรับรีโมท
แต่จู่ๆ มือของถังอวี่เยียนก็คลายออก รีโมทหลุดมือร่วงลงไปฟาดเข้าที่จุดยุทธศาสตร์ระหว่างขาของเซี่ยเหล่ยอย่างพอดิบพอดี
“อุ๊ย! ขอโทษที ฉันไม่ได้ตั้งใจ” ถังอวี่เยียนรีบยื่นมือไปหมายจะคว้าหาตัวรีโมท
มีหรือที่เซี่ยเหล่ยจะยอมตกหลุมพรางเดิมๆ เขาคว้ามือเธอไว้ได้ทันควัน พร้อมกับยกศอกขึ้นมาบล็อกท่าทางของเธอไว้ ทว่ามืออีกข้างของถังอวี่เยียนกลับพุ่งทะลุผ่านช่องว่างเข้ามาหมายจะคว้าคอเสื้อของเขา เซี่ยเหล่ยเบี่ยงตัวหลบแล้วคว้าข้อมือของเธอไว้ได้อีกข้าง
ถังอวี่เยียนบิดตัวหนีจากการจับกุม ขาเรียวยาวตวัดวาดขึ้นเตะเข้าที่ไหล่ของเซี่ยเหล่ย เขาต้องหงายหลังลงไปบนเตียงเพื่อหลบลูกเตะที่เฉียดใบหน้าไปเพียงนิดเดียว เขาไม่เพียงเห็นเท้าเปล่าเนียนสวยในระยะประชิด แต่ยังได้กลิ่นหอมจางๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของเธออีกด้วย
“หึ!” ถังอวี่เยียนใช้มือยันฟูกเตียงแล้วสปริงตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว โถมกายเข้าใส่เซี่ยเหล่ยในท่าอินทรีถลาเหยื่อ
เซี่ยเหล่ยสามารถใช้เท้าถีบสกัดไว้ได้ แต่นั่นใช่วิสัยที่ลูกผู้ชายควรทำกับผู้หญิงอย่างเธอหรือ? ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีที่เขาลังเล ร่างของถังอวี่เยียนก็ถาโถมทับลงบนตัวเขาสิ้นแล้ว ทั้งความนุ่มนวลและน้ำหนักที่กดทับ ทั้งความซาบซ่านและความเจ็บปวดเสียดสี ความรู้สึกในวินาทีนั้นมันซับซ้อนจนถึงขีดสุด
การประลองระหว่างมวยหย่งชุนกับวรยุทธตระกูลถังจบลงตรงนี้ แต่อารมณ์ภายในห้องนอนกลับกลายเป็นความเงียบงันที่แฝงไปด้วยความรุ่มร้อน ทั้งคู่ต่างจ้องตากันเนิ่นนานกว่าสามสิบวินาทีโดยไม่มีใครปริปาก
“เอ่อ... คุณต้องการอะไรกันแน่?” ในวินาทีที่สามสิบเอ็ด เซี่ยเหล่ยเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นก่อน
ถังอวี่เยียนเผยรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม “เรายังไม่เคยประลองกันจริงๆ จังๆ เลยสักครั้ง ลองสักตั้งดีไหมล่ะ?”
“ได้สิ งั้นลงไปสู้กันข้างล่างรถ ปล่อยผมก่อน” เซี่ยเหล่ยตอบ
“ฝันไปเถอะ”
เซี่ยเหล่ย: “...”
“บอกมาสิ ยัยหลงปิงนั่นใช้วิธีไหนล่อลวงคุณ? แล้วคุณไปลงเอยบนเตียงกับเธอได้ยังไง?”
“ไร้สาระน่า พวกเราเป็นแค่เพื่อนและเพื่อนร่วมงานกัน”
“ถุย! เมื่อกี้คุณเพิ่งจะยอมรับออกมาเอง!”
“ผมยอมรับตอนไหน? มีหลักฐานไหมล่ะ เอามาเปิดให้ฟังหน่อยสิ”
“หน้าไม่อาย” ถังอวี่เยียนขบริมฝีปากบางเบา “งั้นฉันถามใหม่ เซินถูเทียนอินล่อลวงคุณยังไง? คุณกับยัยนั่นไปถึงไหนกันท่าไหน?”
“คุณท่าจะบ้าไปแล้วนะที่ถามเรื่องแบบนี้”
“บ้าเหรอ? งั้นเจอแบบนี้เป็นไง!” ถังอวี่เยียนจงใจบดเบียดร่างกายเข้าหาเซี่ยเหล่ยมากขึ้น
การที่เธอพันธนาการเขาไว้เช่นนี้ ทำให้การบดเบียดกลายเป็นการสัมผัสที่แนบชิดไปทุกสัดส่วน เมื่อเธอเพิ่มแรงกดดัน ลมหายใจของเซี่ยเหล่ยก็เริ่มติดขัด ทว่านอกจากความอึดอัดเล็กน้อย สิ่งที่เข้าจู่โจมมากกว่าคือความรุ่มร้อนที่ถูกปลุกเร้า โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง เขาซึมซับได้ถึงความอบอุ่นภายใต้กางเกงขาสั้นของเธอ ความร้อนนั้นจุดไฟในกายเขาให้ลุกโชนและเริ่มสร้างปฏิกิริยาเคมีที่ยากจะควบคุม
ถังอวี่เยียนดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงบางอย่าง เธอหน้าแดงระเรื่อแล้วค้อนให้วงหนึ่ง “ลามกจริงๆ ในหัวคุณกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย?”
“ปล่อยผมเถอะ ไม่อย่างนั้นคุณจะเสียใจ” เซี่ยเหล่ยเตือน ร่างกายที่ผ่านการวิวัฒนาการมาถึงตอนนี้ไม่ได้ทำให้ความยับยั้งชั่งใจของเขาเพิ่มขึ้นเลย ตรงกันข้ามมันกลับลดน้อยลงเสียด้วยซ้ำ
“ฉันไม่ปล่อย คุณจะทำอะไรฉันได้? กล้าทำอะไรฉันหรือเปล่าล่ะ?” ถังอวี่เยียนพูดท้าทาย
เซี่ยเหล่ยตัดสินใจยกขาขึ้นกระแทกเข้าที่สะโพกของเธอ ถังอวี่เยียนอุทานออกมาเบาๆ ขณะที่ร่างถลาไปข้างหน้า เมื่อพันธนาการคลายออก ร่างกายท่อนบนของเขาก็กลับมาเป็นอิสระ เขาใช้มือทั้งสองดันร่างของเธอออกไปจนล้มลงบนเตียง และในวินาทีนั้นเองเขาก็พลิกตัวขึ้นไปกดทับเธอไว้แทน
“อื้อ!” ถังอวี่เยียนครางอือในลำคอเมื่อต้องรับน้ำหนักตัวของเซี่ยเหล่ยไว้เต็มๆ
ทว่ายังไม่ทันที่เซี่ยเหล่ยจะทำอะไรต่อ เธอก็ใช้ขาเกี่ยวรอบเอวเขาไว้สกัดกั้นอีกครั้ง การสัมผัสที่แนบชิดยังคงอยู่ และครั้งนี้มันกระทบถูกจุดที่อ่อนไหวที่สุด ไฟในท้องของเขายิ่งลุกโชนขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
ทันใดนั้น ถังอวี่เยียนก็เชิดหน้าขึ้นแล้วประกบจูบลงบนริมฝีปากของเซี่ยเหล่ยทันที
ประดุจฟืนแห้งพบกับเปลวไฟ แถมยังถูกราดน้ำมันเตรียมไว้ก่อนแล้ว รสจูบที่ดื่มด่ำและเร่าร้อนนี้เปรียบเสมือนไม้ขีดไฟที่จุดติดกลางคลังน้ำมัน มันระเบิดอารมณ์ทุกอย่างออกมาในพริบตา เซี่ยเหล่ยลืมสิ้นทุกความกังวลเกี่ยวกับตระกูลถังหรือแผนการในอนาคต เขาเป็นเหมือนม้าป่าที่หิวกระหายมานานวัน และเพิ่งค้นพบทุ่งหญ้าอันอุดมสมบูรณ์ สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือการตักตวงและลิ้มรสอย่างไม่รู้จักพอ
ท่ามกลางการนัวเนียที่วุ่นวาย กางเกงยีนส์ขาสั้นของถังอวี่เยียนถูกปลดออก และเลื่อนลงไปกองอยู่ที่เข่าพร้อมกับอาภรณ์ชิ้นใน เซี่ยเหล่ยดวงตาแดงก่ำกำลังจะก้าวข้ามเส้นไป...
“แต่งงานกับฉันนะ” เสียงของถังอวี่เยียนกระซิบอย่างละเมอ “พวกเราแต่งงานกันเถอะ”
เซี่ยเหล่ยชะงักงันไปทันที แม้ร่างกายจะโหยหาความหอมหวานตรงหน้าเพียงใด แต่สติของเขากลับคืนมาอย่างรวดเร็ว หากเขาสนุกเพียงชั่วข้ามคืนนี้แล้วอนาคตล่ะ? ถังอวี่เยียนต้องการ "สามี" ไม่ใช่แค่ "ชู้รัก" ความจริงแล้ว สิ่งที่เธอไม่ได้พูดออกมาก็คือ เธอต้องการให้เขาเป็นเสาหลักให้ตระกูลถังด้วย
จะเอาแค่ความสุขชั่วคราว แล้วต้องใส่ตรวนไปตลอดชีวิตงั้นหรือ? หัวใจของเซี่ยเหล่ยกำลังเผชิญกับการต่อสู้อันแสนทรมาน
ถังอวี่เยียนเฝ้ามองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวัง เธอประหม่าจนแทบจะลืมหายใจ
ทว่าในวินาทีนั้นเอง จอมอนิเตอร์บนผนังกลับปรากฏร่างของชายในชุดจีวรพระขึ้น ชายคนนั้นตัวสูงและดูแข็งแรงมาก เขาซ่อนใบหน้าไว้ภายใต้หมวกของนักบวชที่ชายหมวกมีผ้าคลุมหน้าสีดำห้อยลงมาปิดบังไว้อย่างมิดชิดจนมองไม่เห็นใบหน้า
ทันใดนั้น เสียงจากเครื่องสื่อสารของเจ้าหน้าที่ก็ดังขึ้น “หัวหน้า พบเป้าหมายไม่ระบุฝ่าย พบเป้าหมายไม่ระบุ