- หน้าแรก
- ทรานเซนดิ้ง วิชั่น อัจฉริยะเนตรทิพย์เหนือมนุษย์
- TXV - 740 สายโทรศัพท์ลึกลับ
TXV - 740 สายโทรศัพท์ลึกลับ
TXV - 740 สายโทรศัพท์ลึกลับ
TXV - 740 สายโทรศัพท์ลึกลับ
หัวหน้าแผนกหญิงทั้งสามคนกลับไปแล้ว ส่วนซิลเวียและอันนีน่าก็เข้านอนแล้วเช่นกัน โลกที่ปราศจากผู้หญิงช่างเงียบสงบ เซี่ยเหล่ยสะพายเป้เดินมายังบ้านพักตากอากาศภายในเขตโรงงาน สถานที่แห่งนี้ถูกคุ้มกันโดยอู่เสี้ยวกั๋วและผู้ใต้บังคับบัญชามาโดยตลอด หลังจากซิลเวียและอานีน่าย้ายออกไปก็ไม่มีใครอาศัยอยู่ที่นี่อีก ภายใต้ความมืดมิดโดยไร้แสงไฟ มันดูราวกับบ้านผีสิง
ทหารหน่วยรบพิเศษสองนายที่เฝ้าประตูหน้าทำความเคารพเซี่ยเหล่ย เขาพยักหน้าตอบรับก่อนจะเดินเข้าบ้านไปอย่างสะดวกโยธิน
เมื่อมาถึงห้องทดลองใต้ดิน เซี่ยเหล่ยเปิดเป้ออกแล้วหยิบของข้างในออกมา สมุดบันทึกที่มีเนื้อหาเพียงหน้าเดียว แผ่นโลหะสีเงิน และผืนผ้าใบโบราณที่เคยมีภาพวาดแต่สุดท้ายกลับเลือนหายไปจนหมดสิ้น ของเหล่านี้คือสิ่งที่เขาหยิบติดมือมาจากเขาวงกต ดา วินชี ในเมืองบ็อบบิโอ ประเทศอิตาลี ยังมีของอย่างอื่นอีก เช่น ต้นฉบับลายมือและภาพเขียนสีน้ำมันของ ดา วินชี แต่เขาไม่ได้นำพวกมันมาที่นี่ด้วย
ห้องทดลองตกอยู่ในความเงียบงัน เซี่ยเหล่ยจ้องมองของทั้งสามสิ่งจนเหม่อลอย
โลหะผสมโบราณ, AE, องค์หญิงหยงเม่ย, ดา วินชี, โลหะสีเงิน, คัมภีร์ทองสัมฤทธิ์, เข็มทิศ... บุคคลและเหตุการณ์เหล่านี้ผุดขึ้นมาในหัวของเขาทีละอย่าง เขารู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้ต้องมีความเกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอน แต่เขายังหา "เส้นด้าย" ที่จะมาร้อยเรียงพวกมันเข้าด้วยกันไม่เจอ
หลังจากนิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง เซี่ยเหล่ยก็หยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมา เขาเปิดออก หน้าแรกยังคงเป็นเนื้อหาภาษาอิตาลีท่อนเดิม…
‘เมื่อเจ้าได้เห็นข้อความนี้ นั่นหมายความว่าเจ้ามาถึงแล้ว ในที่สุดข้าก็ได้ทำภารกิจที่เธอมอบหมายให้สำเร็จลุล่วงเสียที ข้าอดไม่ได้ที่จะจินตนาการถึงภาพในตอนนี้ มันทำให้ข้าตื่นเต้นยิ่งนัก หวังว่าเจ้าจะคลายปริศนาของกล่องได้ ข้าจะรอฟังข่าวดีของเจ้าอยู่ที่สรวงสวรรค์ นอกจากนี้ เธอยังมอบโลหะชิ้นหนึ่งให้ข้า ข้าเคยพยายามตรวจสอบดูแล้วแต่ก็ไม่เข้าใจโครงสร้างของมัน บางทีเจ้าอาจจะทำได้ ทางออกอยู่ตรงหน้าเจ้าแล้ว โจรสลัดไวกิ้งเข้าประตูบ้านได้อย่างไร?’
เซี่ยเหล่ยไปที่บ็อบบิโอ ประเทศอิตาลี ก็เพราะภาพวาดของหนิงจิ้ง และคำพูดที่เธอหลุดออกมาในสภาวะ "เข้าภวังค์" จากข้อความที่ทิ้งไว้ของ ดา วินชี ภารกิจหลักในการลงไปในเขาวงกตใต้ดินคือการ "ปลุกคนคนหนึ่ง" ส่วนโลหะสีเงินนั้นเป็นเรื่องรอง
“คนของกลุ่มอัศวินฮอสพิทัลเลอร์เรียกโลหะสีเงินชิ้นนี้ว่า ‘โลหะของพระเจ้า’ และถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกลุ่ม มันไม่มีทางที่จะไม่มีที่มาที่ไปหรือไร้ค่าหรอก ตอนอยู่ในเขาวงกตใต้ดิน ผมทดสอบความแข็งแกร่งของมันแล้ว มันไม่ใช่โลหะธรรมดา ดา วินชี เคยศึกษามัน แต่กลับไม่ทิ้งข้อมูลการวิจัยไว้เลย...” เซี่ยเหล่ยพลิกหน้าแรกผ่านไป จากนั้นชูหน้ากระดาษว่างเปล่าถัดจากหน้าแรกขึ้นเหนือหัว อาศัยแสงไฟจากเพดานส่องผ่านกระดาษที่ไร้ร่องรอย
กระดาษดูสะอาดสะอ้าน ภายใต้แสงที่ส่องผ่านด้วยพลังการมองเห็นระดับไมโคร เขาได้เห็นเนื้อหาที่ต่างออกไป ร่องรอยการเขียนบางส่วนไม่ตรงกับข้อความในหน้าแรก สิ่งนี้พิสูจน์ว่า ดา วินชี ได้เขียนเนื้อหาอื่นซ่อนไว้!
เซี่ยเหล่ยเตรียมสารละลายกรด-ด่างอย่างรวดเร็ว บรรจงหยดลงบนกระดาษว่างทีละน้อย จนปรากฏตัวอักษรภาษาอิตาลีขึ้นมา
“ฮ่าๆ!” เซี่ยเหล่ยเผลอหัวเราะออกมาอย่างดีใจ “ดา วินชี เอ๋ย ดา วินชี คุณนี่มันฉลาดที่สุดในโลกจริงๆ ในยุคสมัยนั้นคุณผลิตหมึกล่องหนได้แล้วเหรอเนี่ย”
เนื้อหาที่สมบูรณ์เริ่มปรากฏขึ้น…
‘ข้าเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในโลกจริงหรือ? ไม่หรอก ถ้าข้าฉลาดที่สุดจริง ข้าคงไขความลับของโลหะของพระเจ้าได้แล้ว สำหรับข้า มันดูลึกลับพอๆ กับเธอ และไม่ได้เป็นของโลกใบนี้ เมื่อสามสิบปีก่อน เธอปรากฏตัวต่อหน้าข้า และทำให้ข้ากลายเป็นคนที่แตกต่างออกไป สามสิบปีผ่านไป การสำรวจของข้ากลับไร้ผล ข้าแก่แล้ว และคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน แต่เธอกลับยังดูอ่อนเยาว์ ไม่มีความแก่ชราปรากฏให้เห็นเลยแม้แต่น้อย ข้าเชื่อว่าเธอคือทูตสวรรค์ และมันคือส่วนหนึ่งของดาบแห่งทูตสวรรค์ เธอคือทูตสวรรค์ที่ตกลงมายังโลกมนุษย์ และดาบของเธอก็ถูกทำลายลงด้วย เธอกำลังตามหาร่องรอยของพระเจ้า และต่อสู้กับปีศาจ แต่นี่คือเส้นทางที่เต็มไปด้วยขวากหนามอย่างแน่นอน...’
เซี่ยเหล่ยหยดสารละลายต่อไป เนื้อหาใหม่ปรากฏขึ้นอีก…
‘เธอมักจะกลับมาพร้อมบาดแผล และทุกครั้งจะนำผงแร่บางอย่างกลับมาด้วยเพื่อนำมาทาลงบนผืนผ้าใบ ข้าเคยถามเธอว่าผงแร่นั่นคืออะไร แต่เธอไม่เคยบอกข้าเลย ข้ายยังเคยถามเธอว่าทำไมต้องวาดภาพที่แปลกประหลาดขนาดนี้ เธอบอกว่าถ้าเธอตาย วันหนึ่งจะมีคนมาที่นี่เพื่อปลุกเธอให้ตื่นขึ้น ข้าไม่สามารถเข้าใจเรื่องแบบนี้ได้เลย เหมือนกับที่ข้าไม่เข้าใจโลกของพระเจ้านั่นแหละ...’
หน้าแผ่นที่สองจบลง เซี่ยเหล่ยยืนอึ้งค้างนิ่งราวกับรูปปั้น เนื้อหาที่ ดา วินชี เขียนด้วยหมึกล่องหนได้ไขปริศนาบางอย่างที่ค้างคาใจเขามานาน แต่ในขณะเดียวกันมันก็สร้างความตกตะลึงให้เขาอย่างมหาศาล เขาสงสัยว่าจุดเปลี่ยนในชีวิตของ ดา วินชี เป็นเพราะ "เธอ" มอบแคปซูล AE ให้ด้วยหรือเปล่า?
เซี่ยเหล่ยพลิกมายังหน้าที่สาม สารละลายซึมลงไปทำให้เนื้อหาปรากฏขึ้น…
‘เธอชอบนั่งอยู่กลางแดดจัดๆ โดยไม่ทำอะไรเลย เพียงแค่มองดูดวงอาทิตย์ ข้าเคยลองทำตามดูบ้าง แต่ทนไม่ได้แม้แต่หนึ่งนาที ในขณะที่เธอสามารถนั่งแบบนั้นได้ทั้งวันจนกว่าดวงอาทิตย์จะตกดิน เธอบอกว่าสิ่งนี้จะทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้น ข้าไม่เข้าใจหลักการของมันเลย ข้ายังสังเกตเห็นว่าเธอไม่มีวันผิวคล้ำขึ้น ผิวของเธอยังคงความอ่อนเยาว์ ขาวผ่องนวลเนียนอยู่เสมอ สิ่งนี้สร้างแรงบันดาลใจให้ข้า ข้าพยายามวิเคราะห์โลหะของพระเจ้าจากมุมมองของแสงและความร้อน แต่สุดท้ายก็ยังไม่พบอะไรเลย...’
หน้าที่สี่ปรากฏข้อความสุดท้าย…
‘เธอไม่เคยบอกข้าว่าเธอต่อสู้เพื่ออะไร และไม่บอกว่าศัตรูของเธอคือใคร เธอออกจากเขาวงกตไปครั้งแล้วครั้งเล่า และทุกครั้งจะกลับมาพร้อมบาดแผล เธอไม่เคยยอมแพ้ แต่ข้ากลับช่วยอะไรเธอไม่ได้เลย ครั้งสุดท้ายที่เธอกลับมาคือในคืนที่ไร้แสงจันทร์และดวงดาว ครั้งนี้เธอเจ็บหนักเป็นพิเศษ เธอสูญเสียร่างกายของเธอไป ข้าไม่เข้าใจว่าเธอยังดำรงอยู่ได้อย่างไร แต่นี่แหละคือวิถีของพระเจ้า เธอบอกข้าว่าเธอกำลังจะตาย และฝากฝังให้ข้าทำบางอย่างให้เธอ หลังจากเธอจากไปข้าได้ปิดตายเขาวงกต และทำตามสิ่งที่เธอสั่งเสียไว้ทีละอย่างจนครบถ้วน ข้าไม่อาจล่วงรู้อนาคตได้ ข้าทิ้งเนื้อหาเหล่านี้ไว้โดยไม่ได้หวังว่าเจ้าจะมองเห็นมัน นี่เป็นเพียงการพูดกับตัวเองของคนแก่คนหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าเจ้าเห็นมัน และเจ้าได้ปลุกเธอให้ตื่นขึ้นแล้ว โปรดบอกเธอด้วยว่า ข้ารักเธอ — เลโอนาร์โด ดิ ปีเอโร ดา วินชี’
เซี่ยเหล่ยมั่นใจเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า "เธอ" ที่ ดา วินชี พบคือองค์หญิงหยงเม่ยในสภาพที่สมบูรณ์ แต่สิ่งที่เขายังสงสัยคือ ภารกิจที่เธอให้ ดา วินชี ทำนั้น มีเรื่องที่เกี่ยวกับแคปซูล AE รวมอยู่ด้วยหรือไม่!
ตื้ดดด... ตื้ดดด...
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นกะทันหันภายในห้องทดลองใต้ดิน เซี่ยเหล่ยล้วงโทรศัพท์ออกมา แต่บนหน้าจอไม่มีหมายเลขใดๆ ปรากฏขึ้นเลย เขาตัดสินใจรับสาย
“ใคร?”
“ฮ่า... ฮู...”
หัวใจของเซี่ยเหล่ยเต้นโครมคราม เป็นเธอ! ผู้หญิงที่โทรศัพท์มาบอกให้เขาหนีไปตอนอยู่ที่ปารีส!
“คุณเป็นใคร?”
“หน้ากากออกซิเจนนี้อึดอัดจริงๆ เลย” เสียงเด็กสาวพูดภาษาอิตาลีดังมาจากโทรศัพท์ น้ำเสียงดูเด็กมาก ให้ความรู้สึกว่าเธออายุยังไม่ถึงสิบแปดปีด้วยซ้ำ
“คุณเป็นใครกันแน่?”
“เอาล่ะ ฉันพร้อมแล้ว คุณพร้อมหรือยัง?” เสียงเด็กสาวถาม
“ผม... พร้อมเรื่องอะไร?”
“ช่างเถอะ เดี๋ยวฉันไปหาคุณเอง”
ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด... สายถูกตัดไปแล้ว แต่เซี่ยเหล่ยยังคงกำโทรศัพท์แน่น ยืนนิ่งแข็งทื่ออยู่ตรงนั้นราวกับตอไม้ ไม่ขยับเขยื้อนอยู่นานแสนนาน