- หน้าแรก
- ทรานเซนดิ้ง วิชั่น อัจฉริยะเนตรทิพย์เหนือมนุษย์
- TXV - 634 สมมติฐานรีมันน์
TXV - 634 สมมติฐานรีมันน์
TXV - 634 สมมติฐานรีมันน์
TXV - 634 สมมติฐานรีมันน์
ไม่มีภาษาใดสามารถอธิบายหรือพรรณนากระบวนการนี้ได้ เพราะตัวกระบวนการนั้นคือปาฏิหาริย์ในตัวมันเอง
อย่างไรก็ตาม ซ่งไป่เฉิงมองไม่เห็นปาฏิหาริย์นี้ เขามองดูเซี่ยเหล่ยที่นั่งนิ่งไม่ไหวติง มุมปากของเขาปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยัน "คุณเซี่ย คำนวณไม่ได้เหรอ? ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องฝืนตัวเองหรอก ยังไงซะนี่ก็เป็นโจทย์คณิตศาสตร์ที่ยากระดับโลก"
ในตอนนั้นเอง เซี่ยเหล่ยเงยหน้าขึ้นและปรายตามองซ่งไป่เฉิง "อย่าเอาไอคิวของคุณมาวัดมาตรฐานผมเลย ขอบคุณ"
"คุณ..." ซ่งไป่เฉิงรู้สึกหงุดหงิด
ทันใดนั้น เซี่ยเหล่ยก็หยิบปากกาขึ้นมาแก้โจทย์ เขาทำมันด้วยความรวดเร็วอย่างยิ่ง
ดวงตาของซ่งไป่เฉิงเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ เขาอ้าปากค้างโดยไม่รู้ตัวและไม่สามารถหุบลงได้
ไม่ใช่เพราะความเร็วที่เซี่ยเหล่ยใช้แก้โจทย์ แต่เป็นเพราะตัวคำถามต่างหาก
โจทย์ข้อนี้คือหนึ่งในเจ็ดปัญหาคณิตศาสตร์ที่ยากที่สุดในโลก—สมมติฐานของรีมันน์ (The Riemann Hypothesis)!
ปัญหาคณิตศาสตร์นี้ถือเป็นจุดสูงสุดของวงการคณิตศาสตร์ในศตวรรษที่ 20 และถูกสถาบันคณิตศาสตร์เคลย์ (Clay Mathematics Institute) ยกให้เป็นหนึ่งในเจ็ดปัญหาแห่งสหัสวรรษ โจทย์นี้ถูกตั้งขึ้นในปี 1859 (ในนิยายระบุ 1869) แต่ผ่านไปกว่าศตวรรษก็ยังไม่มีใครแก้ได้สำเร็จ ความสำคัญและความยากของมันนั้นชัดเจนยิ่งนัก แต่ตอนนี้เซี่ยเหล่ยกลับกำลังแก้โจทย์ที่ยากแสนสาหัสนี้ราวกับกำลังบวกเลขหนึ่งบวกหนึ่ง!
ก่อนจะมาที่นี่ ซ่งไป่เฉิงยังสงสัยเรื่องไอคิว 298 ของเซี่ยเหล่ย แต่ตอนนี้เมื่อยืนอยู่ต่อหน้าเขา ซ่งไป่เฉิงรู้สึกราวกับตัวเองเป็นเพียงเด็กน้อยที่เพิ่งหัดนับเลข ถ้าเซี่ยเหล่ยคือต้นไม้ใหญ่ เขาก็เป็นเพียงวัชพืชใต้ต้นไม้นั้น
สิบนาทีผ่านไป เซี่ยเหล่ยส่งกระดาษ A4 ที่เขียนเต็มทั้งสองหน้าให้ซ่งไป่เฉิง
ซ่งไป่เฉิงยังคงตกอยู่ในอาการช็อก
"เอาล่ะ โจทย์ข้อนี้ค่อนข้างยากนิดหน่อย แต่มันก็ไม่ได้ยากเท่าที่ผมคาดไว้ ผมแก้เสร็จแล้วล่ะ แต่ผมไม่คิดว่าคุณจะอ่านรู้เรื่องหรอกนะ คุณควรเอาไปถามนักคณิตศาสตร์ให้เขาบอกคุณเองว่าผมคำนวณถูกหรือเปล่า" เซี่ยเหล่ยกล่าว
ในที่สุดซ่งไป่เฉิงก็ดึงสติกลับมาได้เขามองเซี่ยเหล่ยด้วยสายตาแปลกๆ "เอ่อ... คุณเซี่ย หรือว่าคุณไม่รู้ที่มาของโจทย์ข้อนี้?"
เซี่ยเหล่ยค้อนใส่เขา "ผมไม่ใช่นักคณิตศาสตร์ที่วันๆ นั่งวิจัยตัวเลขนะ ผมทำงานสายทหาร ถนัดเรื่องงานช่างเครื่องกลและวิศวกรรมไฟฟ้า คุณคิดว่าผมจะว่างงานจนเอาโจทย์คณิตศาสตร์มานั่งแก้เล่นเป็นงานอดิเรกหรือไง?"
ซ่งไป่เฉิงเม้มปาก อยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็เงียบไป
"เอาล่ะ ผมจะไปทำงานต่อแล้ว คุณเชิญออกไปได้" เซี่ยเหล่ยหันหลังเดินเข้าเวิร์กชอปไป
ประตูเวิร์กชอปปิดลงโดยอัตโนมัติ
ซ่งไป่เฉิงยืนเหม่ออยู่พักใหญ่ก่อนจะเดินจากไป ตอนนี้เขาไม่สงสัยอีกแล้วว่าเซี่ยเหล่ยคือคนที่ฉลาดที่สุดในโลก บทพิสูจน์สมมติฐานรีมันน์ในมือของเขาคือหลักฐานชิ้นสำคัญ ด้วยสิ่งนี้เขาจะสามารถปิดภารกิจของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ไม่นานนัก รถธงแดง (Hongqi) คันหนึ่งก็ขับออกจากโรงงานสรรพาวุธธันเดอร์ฮอร์ส มุ่งหน้าไปยังเขตจิงตู
"คุณ Z ครับ เขา..."
"เกิดอะไรขึ้น?"
"เขาแก้สมมติฐานรีมันน์ได้ครับ"
"สมมติฐานรีมันน์คืออะไร?" เสียงของคุณ Z ดังมาจากปลายสาย
"เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ... เพราะข้อมูลเรื่องไอคิวจากรายงานของฟ่านฟาน ผมเลยให้นักคณิตศาสตร์หาโจทย์ที่ยากที่สุดมาให้ โจทย์นี้ไม่มีใครแก้ได้มาเกือบสองร้อยปีแล้ว แต่เขา... เขาใช้เวลาแค่สิบนาทีแก้รวดเดียวจบเลยครับ" น้ำเสียงของซ่งไป่เฉิงราวกับคนกำลังละเมอ
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่คุณ Z จะพูดขึ้น "เธอแน่ใจนะว่าเขาแก้ถูก?"
"ผมมั่นใจ 80% ครับ ตอนที่นักคณิตศาสตร์ส่งโจทย์ให้ผม เขาให้ข้อมูลการพิสูจน์ของคนอื่นๆ มาด้วย ผมสังเกตขั้นตอนที่เซี่ยเหล่ยทำ เนื้อหาบางส่วนมันตรงกันเป๊ะเลย แน่นอนว่าผลสรุปสุดท้ายต้องให้นักคณิตศาสตร์ตัดสินครับ"
"เอารายงานของฟ่านฟานกับผลเฉลยสมมติฐานรีมันน์มาให้ฉันดู"
"ผมกำลังไปครับคุณ Z เดี๋ยวเจอกันครับ" ซ่งไป่เฉิงวางหูแล้วเหยียบคันเร่งจมมิด รถธงแดงพุ่งทะยานไปบนถนน
ห่างออกไปหลายร้อยเมตร มีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับตามมาห่างๆ
คนที่ขี่มอเตอร์ไซค์คันนั้นก็คือคนที่เพิ่งแก้สมมติฐานรีมันน์ไป—เซี่ยเหลี่ยนั่นเอง
ซ่งไป่เฉิงจะไปที่ไหนหลังจากออกจากโรงงาน? นี่คือสิ่งที่เซี่ยเหล่ยต้องการรู้
แม้เขาจะรอดพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ แต่นั่นไม่ใช่จุดจบ ตราบใดที่สำนัก ZN ยังอยู่ มันจะเป็นภัยคุกคามเขาเสมอ เขาต้องเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสำนักนี้ให้มากขึ้น ต้องรู้ว่าฐานที่ตั้งอยู่ที่ไหนและมีใครอยู่ในนั้นบ้าง เขาจะเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ก็ต่อเมื่อเขารู้จักพวกมันดีพอ
มอเตอร์ไซค์แล่นไปตามทาง
ระยะห่างหลายร้อยเมตรถือเป็นระยะที่ปลอดภัยที่สุดในการสะกดรอยตาม ต่อให้ซ่งไป่เฉิงจะเจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าสุนัขจิ้งจอก หรือมีความสามารถในการต่อต้านการถูกสะกดรอยเหนือกว่าสายลับหน่วย 101 เขาก็ไม่มีทางรู้ตัวว่าถูกตาม
เซี่ยเหล่ยไม่เพียงแต่รักษาระยะห่าง แต่เขายังสวมหน้ากากซิลิโคนอำพรางตัวด้วย คู่ต่อสู้ของเขาไม่ใช่แค่ซ่งไป่เฉิง แต่คือสำนัก ZN ทั้งองค์กร เขาจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง...
จู่ๆ โทรศัพท์ของเซี่ยเหล่ยก็ดังขึ้นขณะที่เขากำลังเร่งความเร็ว
ใครโทรมาตอนนี้กัน?
เซี่ยเหล่ยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแล้วกดรับสาย
"พี่เหล่ย พี่ไปไหนเหรอ?" เป็นเสียงของฟ่านฟาน
"ออกมาทำธุระข้างนอกแป๊บน่ะ มีอะไรหรือเปล่า?" เซี่ยเหล่ยชะลอความเร็วรถ เขาคุมรถด้วยมือเดียวและใช้อีกมือคุยโทรศัพท์
"ฉันอยากคุยด้วยหน่อยน่ะค่ะ ไปหาที่เวิร์กชอปแล้วไม่เจอ"
"กลับไปแล้วค่อยคุยกันนะ ตอนนี้ผมกำลังขับรถอยู่" เซี่ยเหล่ยบอก
"โอเคค่ะ ฉันจะรอนะ" ฟ่านฟานวางสายไป
เซี่ยเหล่ยเก็บโทรศัพท์พลางคิดว่า ‘เธออยากจะคุยเรื่องอะไรตอนนี้กันนะ?’
ซ่งไป่เฉิงเจ้าเล่ห์จริงๆ แม้เขาจะไม่พบว่ามีคนตาม แต่เขาก็ยังระแวดระวังและใช้วิธีต่อต้านการถูกสะกดรอยด้วยการขับวนไปรอบๆ เขตจิงตู ก่อนจะขับรถเข้าไปในที่ทำการแห่งหนึ่งในที่สุด
เซี่ยเหล่ยจอดรถมอเตอร์ไซค์ห่างออกไปสามร้อยเมตร
ที่ทำการแห่งนั้นดูไม่มีอะไรพิเศษ มีทหารติดอาวุธยืนยามอยู่ที่ประตูหน้า ข้างหลังประตูเป็นตึกสำนักงานสามชั้นสภาพเก่าแก่ที่น่าจะสร้างมาตั้งแต่ยุค 50 หรือ 60 ผนังตึกถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์จนกลายเป็นสีเขียว ลานจอดรถไม่กว้างนักแต่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านปกคลุมอาคารราวกับร่มคันยักษ์
ด้วยเถาวัลย์และต้นไม้หนาทึบขนาดนี้ แม้แต่ดาวเทียมจารกรรมก็คงหาที่นี่ไม่เจอ
สายตาของเซี่ยเหล่ยเหลือบไปเห็นป้ายเหนือประตูใหญ่: “ศูนย์สังเกตการณ์อุตุนิยมวิทยาเมืองจิงตู”
ด้วยสภาพตึกและป้ายที่ดูถูกทิ้งขว้างแบบนี้ ต่อให้คนแถวนั้นเดินผ่านทุกวันก็คงไม่มีใครสนใจจะมองเป็นครั้งที่สอง หรือเดินเข้าไปถามเรื่องพยากรณ์อากาศแน่ๆ
ถ้าจะมีอะไรที่ดูผิดปกติ ก็คือทหารติดอาวุธที่ยืนคุมอยู่หน้าประตูนั่นแหละ
หรือที่นี่จะเป็นที่ตั้งของสำนัก ZN ผู้ลึกลับ?
เซี่ยเหล่ยลงจากรถแล้วค่อยๆ เข็นมอเตอร์ไซค์เดินไปข้างหน้า สายตาล็อกเป้าไปที่ตึกเก่าหลังนั้น เมื่อเขาขยับเข้าไปใกล้ประตูหน้า ดวงตาซ้ายของเขาก็กระตุกวับ ผนังตึกสำนักงานเริ่ม "ละลาย" หายไปเหมือนเกล็ดหิมะกลางแดด พื้นที่หลังกำแพงปรากฏชัดต่อสายตาของเขา
มันคือภาพสำนักงานที่มีเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ต่างๆ ทุกอย่างดูเงียบสงบและมีประสิทธิภาพ อุปกรณ์เหล่านั้นล้ำสมัยเกินกว่าที่บริษัททั่วไปจะมีได้
เซี่ยเหล่ยเริ่มกวาดตามองตั้งแต่ชั้นสาม ลงมาที่ชั้นสอง และสุดท้ายที่ชั้นแรก เขาใช้เวลาเพียงสามนาทีในการเอกซเรย์สำรวจตึกทั้งหลัง จนกระทั่งสายตาของเขาหยุดลงที่ห้องทำงานห้องหนึ่งที่ชั้นหนึ่ง ราวกับหัวของเขาถูกค้อนยักษ์ฟาดเข้าอย่างแรงในวินาทีนั้น
ซ่งไป่เฉิงอยู่ในห้องนั้น เขายืนตัวตรงแหน็บอยู่ต่อหน้าคนๆ หนึ่ง
และคนๆ นั้น เซี่ยเหล่ยไม่ได้รู้สึกแปลกหน้าเลย เขาเคยมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับคนๆ นั้นมาก
คนๆ นั้นก็คือ—หลิงหาน!
เมื่อใบหน้าของหลิงหานปรากฏในสายตา ข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับเขาก็ผุดขึ้นในใจเซี่ยเหล่ย
หลิงหานปรากฏตัวครั้งแรกในฐานะผู้ช่วยพิเศษจากสำนักงานที่หนึ่ง ในช่วงที่เขาต้องสู้กับมู่เจี้ยนเฟิงและเย่คุน หลิงหานเคยช่วยเหลือเขาไว้อย่างมาก ในตอนนั้นเขามองหลิงหานเป็นทั้งเพื่อนและพี่ชาย แต่ตอนนี้ ทุกอย่างพังทลายลงแล้ว
‘ตอนที่ผมเริ่มยุ่งเกี่ยวกับโลหะโบราณ พ่อเคยเตือนว่าจะมีคนกลุ่มหนึ่งจับตาดูผมอยู่ ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่าคนที่พ่อพูดถึงก็น่าจะเป็นหลิงหานนี่แหละ’ ในใจของเซี่ยเหล่ยเต็มไปด้วยความรู้สึกที่สับสน
ในโลกนี้เขาจะไว้ใจใครได้บ้าง?
ผู้ชายไม่สนใจความภักดีเพราะน้ำหนักของมันเบาเกินไป ผู้หญิงก็ไม่ภักดีและพึ่งพาไม่ได้เพราะความภักดีมันไม่มีเสน่ห์ดึงดูดใจพอ
คนส่วนใหญ่อาจจะรังเกียจและไม่เห็นด้วยกับประโยคนี้ แต่นี่แหละคือภาพสะท้อนที่แท้จริงของสังคม
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับความเจ็บปวดที่เหลียงซือเหยาและเซินถูเทียนอินเคยทิ้งไว้ให้ ความเจ็บปวดที่เขารู้สึกตอนนี้ถือว่าเล็กน้อยนัก
เซี่ยเหล่ยจับจ้องไปที่ริมฝีปากของหลิงหานและซ่งไป่เฉิง เขาอ่านปากเพื่อแกะรอยบทสนทนาขณะที่ค่อยๆ เข็นมอเตอร์ไซค์ไปข้างหน้าช้าๆ
"คุณ Z ครับ นี่คือรายงานการวิจัยและผลเฉลยสมมติฐานรีมันน์ของเซี่ยเหล่ยครับ" ซ่งไป่เฉิงส่งซองเอกสารให้หลิงหาน
หลิงหานเปิดมันออกและหยิบทุกอย่างข้างในมาดู เขาเริ่มจากผลเฉลยสมมติฐานรีมันน์ก่อน
"คุณ Z ครับ ระหว่างทางมาที่นี่ ผมถ่ายรูปผลเฉลยนี้ส่งไปให้นักคณิตศาสตร์ดูแล้วครับ เขาบอกว่า..."
"เขาว่ายังไง?"
"เขาบอกว่านี่คือปาฏิหาริย์ของโลกคณิตศาสตร์ครับ เซี่ยเหล่ยใช้วิธีที่ง่ายที่สุดในการแก้ปัญหาที่ไม่มีใครทำได้มาเกือบสองร้อยปี เขายังบอกอีกว่าเราควรประกาศเรื่องนี้ให้โลกรับรู้ มันจะทำให้วงการคณิตศาสตร์บ้านเราเชิดหน้าชูตาและได้รับเกียรติยศสูงสุดครับ"
"เขามันพวกสายตาสั้น สั่งให้เขาหุบปากซะ"
"ผมเตือนเขาแล้วครับ เขาจะไม่บอกใครถ้าเราไม่อนุญาต" ซ่งไป่เฉิงตอบ
"ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงทำความสำเร็จพวกนั้นได้ ไอคิว 298 งั้นเหรอ... แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าคำตอบมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นล่ะ? ปัญหามันอยู่ตรงไหนกันนะ?" หลิงหานทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างพลางถอนหายใจ
ในขณะเดียวกัน ทหารที่ถือปืนยืนเฝ้าประตูอยู่ก็ตะโกนใส่เซี่ยเหล่ยที่กำลังเข็นมอเตอร์ไซค์ผ่าน "นายทำอะไรน่ะ?!"
เซี่ยเหล่ยถอนสายตากลับมาและส่งยิ้มให้ "พี่ชาย ขอโทษทีครับ มอเตอร์ไซค์ผมมันดับกะทันหัน สงสัยหัวเทียนจะมีปัญหาน่ะครับ"
"เลิกมองนั่นมองนี่แล้วไปพ้นๆ ซะ!" ทหารสั่งเสียงเฉียบ
"ครับๆ ไปเดี๋ยวนี้แหละครับ" เซี่ยเหล่ยเร่งฝีเท้าเดินจากไป
แม้จะโดนทหารดุด่า แต่คราวนี้เขาได้รับข้อมูลมหาศาล
เขาพบฐานบัญชาการของสำนัก ZN แล้ว...
และเขาก็ได้รู้แล้วว่า "คุณ Z" ตัวจริงคือใคร!