- หน้าแรก
- เซียนห้าสำนัก
- บทที่ 1726 คนแรกที่ทำลายด่านได้
บทที่ 1726 คนแรกที่ทำลายด่านได้
บทที่ 1726 คนแรกที่ทำลายด่านได้
"หืม? รวดเร็วเพียงนี้มีคนทำสำเร็จแล้วหรือ?"
สภาวะจิตใจของหลี่เหยียนสั่นไหว การที่เขาทำเช่นนี้เพียงเพื่อควบแน่นยาเซียนเท่านั้น สิ่งที่เรียกว่าการปรุงยาแบบควบแน่นขึ้นมานี้ น่าจะนับว่ารวดเร็วมากแล้ว
แต่ในตอนที่เขายังขาดอีกเพียงก้าวสุดท้าย กลับมีคนรวดเร็วกว่าเขาถึงขั้นเดินออกจากห้องหินไปแล้ว อีกฝ่ายปรุงยาโดยต้องรับประกันระดับชั้นที่แท้จริง ไม่เหมือนเป้าหมายของเขาที่เป็นเพียงขีดจำกัดขั้นต่ำในการควบแน่นเม็ดยา
หลี่เหยียนรีบดึงสติกลับมาทันที ตอนนี้เขาต้องเปิดติ่งเก็บยาเซียนแล้ว ก้าวสุดท้ายนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่เกิดความผิดพลาดได้ง่ายที่สุด ซึ่งอาจทำให้ยาเซียนพังทลายลงในชั่วพริบตา
มือข้างหนึ่งของหลี่เหยียนร่ายเคล็ดวิชาควบคุมไฟต่อไป เพื่อรักษาสภาพเปลวเพลิงให้คงที่
มืออีกข้างชี้ไปข้างหน้า ฝาเตาปรุงยาลอยละลิ่วขึ้นไปตามทิศทางที่เขาชี้ และหยุดลอยตัวอยู่กลางอากาศ
และในชั่วพริบตาที่ฝาเตาปรุงยาเปิดออก แสงสีดำสายหนึ่งก็พวยพุ่งออกมาจากเตาราวกับแสงแรกของยามเช้า
ท่ามกลางแสงสีดำเจิดจ้า เม็ดยาสีดำเม็ดหนึ่งก็ลอยออกมา!
ยาเซียนเม็ดนั้นยังไม่ได้ควบแน่นเป็นรูปร่างอย่างสมบูรณ์ เวลานี้มันหดขยายสลับกันและสั่นสะท้านอย่างรุนแรงไม่หยุดหย่อน คล้ายกับหัวใจที่กำลังเต้นระรัว
แสงสีดำที่แผ่ออกมารอบตัวเม็ดยาสว่างสลับมืดเป็นระลอก คล้ายกับจะพังทลายลงได้ทุกเมื่อ
วิชาควบคุมไฟบนมือข้างหนึ่งของหลี่เหยียนยังคงควบคุมเปลวเพลิงเบื้องล่างติ่งผสานว่างเปล่าต่อไป พร้อมกับส่งเสียงตวาดเบาๆ ออกมา
"ควบแน่น!"
ขณะเดียวกันบนปลายนิ้วอีกข้างหนึ่ง ก็มีเส้นสีทองสายหนึ่งปรากฏขึ้น
ในชั่วพริบตาที่เส้นสีทองปรากฏขึ้น เขาชี้ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เส้นสีทองนั้นหลุดออกจากปลายนิ้ว พุ่งไปม้วนรัดเม็ดยาสีดำที่ลอยอยู่กลางอากาศ
ส่วนตรงตำแหน่งขอบด้านล่างของเตาปรุงยา กลับยังมีเม็ดยาอีกสองเม็ดกำลังสั่นสะท้านอย่างรุนแรงอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกโชน แต่พวกมันไม่ได้ลอยออกมาจากเตาปรุงยาแล้ว...
ภายในห้องโถงใหญ่ด้านนอกห้องหิน ผู้อาวุโสหลิวและผู้ดูแลหลี่ทั้งสองคนกำลังสังเกตการณ์ม่านแสงกลางอากาศ
เวลานี้ ห้องหินทางด้านซ้ายของพวกเขาจู่ๆ ก็เปิดออก จากนั้นชายหนุ่มรูปงามที่มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับหยกผู้หนึ่ง ก็ถือขวดหยกไว้ในมือและเดินอมยิ้มเข้ามาหาพวกเขา
ภายในใจของเยี่ยนชิงเฉินผ่อนคลายเป็นอย่างมาก ตนเองคอยสังเกตด้านนอกมาตลอด เขาเป็นคนแรกที่เดินออกมา
"การแก้ไขยาเซียนรูปแบบนี้ไม่นับว่ายากเกินไปนัก น่าจะยกระดับชั้นของยาเซียนขึ้นไปเป็นระดับห้า ทำเช่นนั้นถึงจะสามารถทิ้งห่างจากคนอื่นได้มากยิ่งขึ้น..."
เยี่ยนชิงเฉินคิดอยู่ในใจ
ในขณะที่เขากำลังก้าวเท้าเดินไปทางฝั่งผู้อาวุโสหลิว ร่างที่กำลังก้าวเดินของเขาก็หยุดชะงักไปเล็กน้อย
เพราะที่ฝั่งตรงข้ามเฉียงออกไป ประตูใหญ่ของห้องหินอีกห้องก็เปิดออกกะทันหัน จากนั้นก็มีคนผู้หนึ่งเดินออกมาจากด้านในเช่นกัน
นั่นคือหญิงสาวที่มีรูปร่างอรชรได้สัดส่วนผู้หนึ่ง ตอนที่คนผู้นั้นเดินออกมา ก็หันมามองเยี่ยนชิงเฉินเช่นเดียวกัน
เมื่อเยี่ยนชิงเฉินมองเห็นอีกฝ่ายชัดเจน ด้วยระยะห่างของคนทั้งสอง ย่อมไม่สามารถใช้จิตสำนึกตรวจสอบคนอื่นได้ แต่เขากลับมองเห็นชื่อบนประตูหินของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน
ดังนั้นในห้วงความคิดของเขา จึงปรากฏข้อมูลสายหนึ่งขึ้นมาทันที
"หมิงฉีจากพี่น้องตระกูลหมิง เด็กรับใช้ปรุงยาที่ผู้อาวุโสซิงเมิ่งแห่งหอโอสถร่วงหล่นเพิ่งรับเข้ามาใหม่..."
เยี่ยนชิงเฉินดึงสายตากลับมา สีหน้ายังคงราบเรียบขณะเดินไปข้างหน้าต่อไป คนทั้งสองเดินมาถึงเบื้องหน้าของผู้อาวุโสหลิวและผู้ดูแลหลี่ในเวลาไล่เลี่ยกัน
"คารวะผู้อาวุโส!"
"คารวะผู้อาวุโส ผู้ดูแล!"
คนทั้งสองเอ่ยปากขึ้นมาไล่เลี่ยกัน
ผู้อาวุโสหลิวและผู้ดูแลหลี่มองคนทั้งสองแวบหนึ่ง คนทั้งสองไม่ได้อยู่ในกลุ่มเก้าคนนั้น แต่ในข้อมูลกลับระบุว่าความแข็งแกร่งในมรรคาการปรุงยาของทั้งคู่ นับเป็นตัวตนที่ค่อนข้างโดดเด่นในหมู่คนเหล่านี้
"เยี่ยนชิงเฉิน เจ้าส่งยาเซียนขึ้นมาก่อน!"
ผู้อาวุโสหลิวกล่าว เยี่ยนชิงเฉินออกมาเร็วกว่าหมิงฉีเล็กน้อย ย่อมได้รับสิทธิ์ก่อน
ส่วนเรื่องที่คนอื่นจำเป็นต้องรอคอยจนเสียเวลานั้น การตัดสินผลของคนผู้หนึ่งใช้เวลาประมาณสองร้อยอึดใจ ต่อให้สามสิบกว่าคนเข้ามาพร้อมกัน จะใช้เวลาไปสักเท่าไรเชียว?
สำหรับจุดนี้ พวกเขาละทิ้งความกังวลไปได้เลย
เมื่อเยี่ยนชิงเฉินได้ยินดังนั้น ก็รีบดันสิ่งของในมือไปข้างหน้าเบาๆ ขวดยาที่สว่างใสราวกับมรกตใบหนึ่งก็ลอยไปยังผู้อาวุโสหลิว
ผู้อาวุโสหลิวที่นั่งอยู่ตรงนั้นไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย รอจนกระทั่งขวดยาลอยมาถึง ก็ไม่เห็นนางเคลื่อนไหวอันใด ทว่าขวดยากลับหยุดลอยตัวอยู่เบื้องหน้านางในระยะห่างประมาณหนึ่งฉื่อ
จากนั้นนางกวักมือเบาๆ ทันทีที่ขวดยาลอยมาถึงเบื้องหน้า จุกขวดก็เปิดออกโดยอัตโนมัติ มีเม็ดยาสีแดงสามเม็ดลอยออกมาจากด้านใน เพียงแต่มีสีแดงคล้ำ
ผู้อาวุโสหลิวไม่ได้ใช้มือสัมผัสยาเซียน เพียงใช้จิตสำนึกกวาดผ่านยาเซียนไปทีละเม็ด นางไม่ได้ต้องการตรวจสอบสรรพคุณของยาเซียนเหล่านี้โดยตรง
ทว่าเป็นการยืนยันว่ายาเซียนเหล่านี้ เพิ่งจะถูกควบแน่นสำเร็จมาหมาดๆ หรือไม่ จุดนี้ต่างหากที่เป็นเรื่องสำคัญที่สุด
นางเพียงมองแวบเดียวก็มองออกว่ายาเซียนสามเม็ดนี้เพิ่งจะหลอมสร้างสำเร็จ ดูจากรูปลักษณ์และดมจากกลิ่นของมัน ระดับของมันไปถึงระดับสี่ขั้นกลางแล้ว
นี่เพิ่งจะผ่านไปเพียงเจ็ดชั่วยามกว่าเท่านั้น จากจุดนี้แสดงให้เห็นว่าศิษย์ที่ชื่อเยี่ยนชิงเฉินผู้นี้ มีศักยภาพที่จะพุ่งชนระดับปรมาจารย์แห่งมรรคาการปรุงยาได้เลยทีเดียว
สำหรับสถานการณ์เช่นนี้ ผู้อาวุโสหลิวและคนอื่นๆ ต่างรู้อยู่เต็มอก ศิษย์เหล่านี้เพียงกำลังรอคอยการคัดเลือกภายใน เพราะหมายมั่นจะก้าวเข้าสู่ตำแหน่งแกนกลางของสำนักอย่างแท้จริง
ดังนั้น พวกเขาจึงไม่ได้เข้ารับการทดสอบเลื่อนเป็นปรมาจารย์ระดับเหลือง
ในเวลาเดียวกัน จิตสำนึกของผู้ดูแลหลี่ก็กวาดมองไปในพริบตา ไม่นานเขาก็ยืนยันได้เช่นกันว่ายาเซียนสามเม็ดนี้เพิ่งถูกหลอมสร้างขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่ยาแก้พิษชนิดอื่นที่พกติดตัวเข้ามา
เมื่อผู้อาวุโสหลิวเห็นผู้ดูแลหลี่พยักหน้า นางก็สะบัดมืออีกครั้ง ยาเซียนสามเม็ดนั้นก็ลอยกลับเข้าไปในขวดยาตามเดิม
จากนั้น ขวดยากก็ลอยกลับไปหาเยี่ยนชิงเฉิน เขาคว้ามันกลับมาไว้ในมืออีกครั้ง
"เตรียมพร้อมแล้วก็เริ่มได้ หากผ่านไปหนึ่งร้อยอึดใจแล้วไม่อาจขจัดพิษในร่างกายของสัตว์อสูรได้ ถือว่าล้มเหลว!"
ผู้อาวุโสหลิวไม่รอช้า เมื่อเห็นอีกฝ่ายรับขวดยาไปแล้ว นางก็สะบัดแขนเสื้อทันที เบื้องหน้าพลันปรากฏกรงขนาดประมาณหนึ่งฉื่อกว่าขึ้นมา
กรงนั้นประกอบขึ้นจากเสาคริสตัลเรียงราย เวลานี้ภายในกรงมีสัตว์อสูรขนาดประมาณสองฉื่อนอนอยู่ตัวหนึ่ง
บนร่างของสัตว์อสูรแผ่ประกายแสงสีครามลึกล้ำ บนผิวหนังคล้ายมีเปลวเพลิงเต้นเร่าไม่หยุดหย่อน รูปร่างของมันคล้ายกิ้งก่า ดวงตาสามเหลี่ยมคู่หนึ่งสาดประกายดุร้าย จับจ้องคนด้านนอกกรงอย่างเอาเป็นเอาตาย
"นี่คือมังกรปฐพีเพลิงครามระดับสี่ขั้นสูง หลังจากเจ้าป้อนยาแก้พิษให้มันแล้ว ก็ถอยออกมาได้ พวกเราจะให้มันกินเม็ดยาสีแดงลงไปและปลดผนึกออกพร้อมกัน
หากภายในหนึ่งร้อยอึดใจ มันสามารถฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติได้ ก็ถือว่าสอบผ่านด่านนี้!"
ผู้อาวุโสหลิวกล่าวเสริมทันที
"ศิษย์เข้าใจแล้วขอรับ!"
เยี่ยนชิงเฉินโค้งกายคารวะ ท่าทางสง่างามพลิ้วไหว
แต่ในชั่วพริบตาที่เงยหน้าขึ้น เขาก็เคลื่อนไหวแล้ว ร่างของเขาสว่างวาบเพียงครั้งเดียว ก็ไปปรากฏอยู่เบื้องหน้ามังกรปฐพีเพลิงครามตัวนั้น
แม้การขจัดพิษได้ภายในหนึ่งร้อยอึดใจจะถือว่าสำเร็จ แต่หากถอนพิษได้ในเวลาที่เท่ากัน ก็จะตัดสินจากระยะเวลาสั้นยาวที่ใช้ควบแน่นเม็ดยา
ที่นี่ตนเองเป็นคนแรกที่ปรากฏตัวอย่างไม่ต้องสงสัย แน่นอนว่าเขาต้องการผ่านด่านนี้ให้เร็วที่สุด ยิ่งใช้เวลาน้อยเท่าไรก็ยิ่งดี เพราะมันจะสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับผู้เข้าร่วมทดสอบคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านหลัง
การทำเช่นนี้จะทำให้คนเหล่านั้นเกิดความกดดันที่มองไม่เห็นในการทดสอบอีกสองด่านที่เหลือ ซึ่งย่อมเป็นผลดีต่อฝั่งของเขามากกว่า
ตอนที่เยี่ยนชิงเฉินมาถึงเบื้องหน้าของมังกรปฐพีเพลิงครามตัวนั้น ขวดยาในมือก็ถูกเปิดออกเตรียมพร้อมไว้แล้ว
ยาเซียนเตานี้ของเขาหลอมสำเร็จถึงสามเม็ด แน่นอนว่าย่อมเทียบไม่ได้กับผลงานของหลี่เหยียนที่เน้นแค่ควบแน่นให้เป็นรูปร่างโดยไม่สนใจระดับชั้นของยา
ขณะที่พลังปราณของเยี่ยนชิงเฉินพวยพุ่ง เขาใช้พลังปราณส่งเม็ดยาทั้งสามเม็ดรวดเดียว เข้าไปในปากของมังกรปฐพีเพลิงครามที่กำลังยืนแข็งทื่ออยู่โดยตรง
ในชั่วพริบตาที่ยาแก้พิษทั้งสามเม็ดของเขาถูกส่งเข้าปากมังกรปฐพีเพลิงคราม เม็ดยาสีแดงเม็ดหนึ่งก็พุ่งทะยานตามมาติดๆ
มันสว่างวาบก่อนจะหายเข้าไปในปากของมังกรปฐพีเพลิงคราม ซึ่งนั่นคือยาพิษที่ผู้ดูแลหลี่ดีดออกมา
ขณะเดียวกัน พละกำลังที่แฝงมากับเม็ดยาสีแดงนั้น ก็ทำลายเขตผนึกบนผิวของมังกรปฐพีเพลิงครามไปในชั่วพริบตา
ตอนที่ผู้ดูแลหลี่ดีดยาเซียนออกไป เขาก็มองเยี่ยนชิงเฉินแวบหนึ่งเช่นกัน เขามองเจตนาของอีกฝ่ายออกทะลุปรุโปร่ง
เนื่องจากพวกเขาไม่ได้เอ่ยปากกำชับเป็นพิเศษ อีกฝ่ายจึงเลือกใช้วิถีทางที่ค่อนข้างดุดันและเด็ดขาด
เยี่ยนชิงเฉินยืนอยู่หน้ากรงคริสตัล จับจ้องมังกรปฐพีเพลิงครามตัวนั้นอย่างตาไม่กะพริบ เวลานี้ผนึกบนผิวของสัตว์อสูรตัวนี้แตกสลายไปจนหมดสิ้นแล้ว
ทว่ามังกรปฐพีเพลิงครามตัวนั้นกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง ประกายแสงดุร้ายในดวงตาของมันเลือนหายไปทันทีหลังจากยาเซียนหลายเม็ดเข้าปาก
กลับกลายเป็นแววตาเหม่อลอยเลื่อนลอย ยิ่งไปกว่านั้นบนใบหน้าที่ค่อนข้างอัปลักษณ์ของมัน กลับค่อยๆ เผยสีหน้าเคลิบเคลิ้มลุ่มหลงออกมา...
เยี่ยนชิงเฉินไม่ได้เผยสีหน้าร้อนรน เขารู้ว่าสรรพคุณทางยาของทั้งสองฝ่ายกำลังออกฤทธิ์ เพียงแต่สรรพคุณของเม็ดยาสีแดงนั้นแข็งแกร่งกว่า
ในช่วงแรก ยาพิษมายาสามารถสะกดข่มสรรพคุณของยาเซียนทั้งสามเม็ดของเขาเอาไว้ได้
"อีกสิบอึดใจ สรรพคุณทางยาของข้าจะไปถึงจุดสูงสุด สรรพคุณของยาเซียนทั้งสามเม็ด น่าจะขจัดพิษมายาได้ภายในสิบถึงยี่สิบอึดใจ!"
เขาคิดด้วยความมั่นใจเปี่ยมล้น
หมิงฉียืนอยู่ด้านข้างพลางมองดูการทดสอบของเยี่ยนชิงเฉินอย่างเงียบๆ บนใบหน้างดงามของนางไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงใด นางมีความมั่นใจในยาเซียนของตนเองเต็มเปี่ยมเช่นกัน
แต่การที่เยี่ยนชิงเฉินหลอมยาเซียนแก้พิษออกมาได้ก่อนหนึ่งก้าว ทำให้นางให้ความสนใจคนผู้นี้มาก โดยเฉพาะในเวลาอันสั้นเพียงนั้น อีกฝ่ายกลับหลอมยาเซียนออกมาได้ถึงสามเม็ด
หากไม่พูดถึงเรื่องอื่น อัตราความสำเร็จในการหลอมเม็ดยาของอีกฝ่ายก็ก้าวข้ามตัวนางไปแล้ว...
เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว จู่ๆ เบื้องหน้าก็มีเสียงคำรามดังกึกก้องด้วยความเกรี้ยวกราดดังขึ้น
"สิบสองอึดใจ!"
เยี่ยนชิงเฉินที่ยืนอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาในวินาทีนี้เผยความดีใจอย่างเหลือล้นออกมา
ยาเซียนของเขามีสรรพคุณตามคาด แดนมายาของสัตว์อสูรตัวนั้นถูกทำลายลงแล้ว เวลานี้ดวงตาของมันกลับมาฉายแววแจ่มใสอีกครั้ง...