- หน้าแรก
- กลับบ้านไปทำไร่ไถนา ฉันจะรวยทะลุฟ้าด้วยระบบสาวสวยรวยทรัพย์
- บทที่ 8 นี่คือค่าเหนื่อยของเธอนะ
บทที่ 8 นี่คือค่าเหนื่อยของเธอนะ
บทที่ 8 นี่คือค่าเหนื่อยของเธอนะ
“อื้อ ใช่แล้วฮะ กำละยี่สิบหยวนฮะ”
สวี่อี้ที่กำลังจ้องคิวอาร์โค้ดเขม็งรีบดึงสติกลับมา แล้วหันไปตอบคำถามลูกค้าด้วยท่าทางขึงขัง
“กระเทียมป่านี่ท่าทางไม่เลวเลยนะ ขอฉันกำนึงละกัน”
“นี่คุณซื้อไอ้เจ้านี่กลับไปทำอะไรกินน่ะ?” คุณตาคนหนึ่งที่เพิ่งเดินมาสมทบถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“โอ๊ย เมนูสารพัดจะทำเลยล่ะคุณตา จะเอาไปทอดใส่แป้งเป็นแผ่นๆ ผัดกับไข่ ผัดกับหมูรมควัน หรือจะเอาไปดองกินเปล่าๆ หรือเอาไปต้มซุปก็ยังได้”
“ถ้าเอาไปทอดใส่แป้งนะคุณตาเอ๊ย... หอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้านเลยล่ะ อร่อยสู้แป้งทอดใส่ใบฮวาเจียวได้สบายๆ เลย”
“ถ้าเอาไปผัดไข่หรือผัดหมูรมควันนะ หอมกว่าผัดกุยช่ายเป็นไหนๆ”
“ยิ่งถ้าเอาไปต้มซุปนะ... บอกเลยว่าเด็ดสุดๆ!”
พอได้ยินสรรพคุณขนาดนั้น คุณตาที่ยืนฟังอยู่ก็ถึงกับตาลุกวาว น้ำลายสอขึ้นมาทันที
ปกติแกก็ชอบกินแป้งทอดฝีมือเมียรักอยู่แล้ว ถ้าได้กระเทียมป่าพวกนี้ไปให้เมียทำให้กินล่ะก็... ซี้ดดด
“จัดมาเลยพ่อหนุ่ม ขอฉันกำนึง เอ๊ะ ไม่สิ ขอสองกำเลย!” คุณตายื่นแบงก์ห้าสิบหยวนมาให้อย่างไม่ลังเล
กำนึงดูแล้วได้ไม่เยอะเท่าไหร่ ซื้อไปสองกำเลยดีกว่า จะได้เอาไปทำแป้งทอดด้วย ทำซุปด้วย
ฮี่ๆ แค่คิดก็ฟินแล้ว
“ได้เลยครับ!” พ่อหลินที่เพิ่งวิ่งไปซื้อถุงพลาสติกจากในตลาดกลับมารีบเข้ามาช่วยรับช่วงต่อ
“ฉันขอกระเทียมป่ากำนึง แล้วก็มู่ซวีกำนึงนะ”
“มู่ซวีนี่หน้าตาดีจัง เอาไปทำข้าวอบผักน่าจะอร่อย”
“ได้เลยครับ คุณพี่เลือกตามสบายเลยครับ!”
“...”
หลังจากมีลูกค้าคนแรกและคนที่สองมาอุดหนุน บริเวณรอบๆ รถสามล้อของครอบครัวหลินอันซูก็เริ่มคึกคักขึ้นมาถนัดตา
บางทีเรื่องแบบนี้มันก็แปลกดีเหมือนกันนะ
ตอนที่ยังไม่มีคนซื้อ ต่อให้ตะโกนคอหอยแตกก็ไม่มีใครแวะมาดู
แต่พอมีคนมายืนมุงดูสักสองสามคนเท่านั้นแหละ คนที่เดินผ่านไปผ่านมาก็เกิดอาการ ‘จีนมุง’ พากันมามุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นซะงั้น
พอเห็นคนข้างหน้าแย่งกันซื้อรัวๆ คนที่มาทีหลังก็กลัวจะตกเทรนด์หรือกลัวของจะหมด เลยพลอยแย่งกันซื้อตามไปด้วย
ผลก็คือ ผักป่าที่บรรทุกมาเต็มท้ายรถสามล้อถูกเหมาเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง!
ขายหมดเกลี้ยงจริงๆ แบบไม่เหลือแม้แต่เศษซากสักกำเดียว
บางคนที่มาทีหลังถึงกับต้องกินแห้ว กลับไปมือเปล่าเพราะซื้อไม่ทัน
แต่หลินอันซูก็บอกพวกเขาไปแล้วว่าพรุ่งนี้จะมาตั้งแผงขายที่นี่อีก
พวกที่พลาดหวังก็เลยร้องอ้อ แล้วเดินจากไปอย่างเสียดาย
“พี่อันซูฮะ เมื่อกี้คนเยอะจังเลยนะฮะ!” สวี่อี้ที่ยืนช่วยบอกให้ลูกค้าสแกนจ่ายเงินอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“ใช่จ้ะ วันนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยล่ะ”
“พ่อคะ ขายหมดแล้ว พวกเรากลับฐานทัพกันเถอะ!” หลินอันซูโบกมือสั่งการด้วยท่าทางมาดมั่นประหนึ่งแม่ทัพหญิง
“อืม ปะ ลุย!” พ่อหลินเองก็อารมณ์ดีไม่แพ้กัน
เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยจริงๆ
ผักป่าที่ขึ้นเกลื่อนกลาดตามป่าตามเขา ใครๆ ก็ขุดได้แท้ๆ ทำไมถึงขายดีเป็นเทน้ำเทท่าขนาดนี้?
ของพวกนี้แทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลยด้วยซ้ำ
แต่พอลองมาคำนวณกำไรดูแล้ว...
จิ๊ๆ เอาไว้กลับไปนับที่บ้านดีกว่า
จะว่าไปก็แปลก ตอนที่เขาเข้ามาซื้อของในตัวอำเภอ ก็เคยเห็นคนอื่นมาตั้งแผงขายผักป่าอยู่บ่อยๆ
แต่ไม่เห็นแผงไหนจะมีคนรุมซื้อเยอะขนาดนี้เลยนี่นา?
คิดไปคิดมา พ่อหลินก็เหมาเอาเองว่าความสำเร็จครั้งนี้ต้องยกเครดิตให้หลินอันซูกับสวี่อี้ล้วนๆ
ต้องเป็นเพราะอันอันลูกสาวสุดที่รักของเขาขุดมาแต่ผักป่าคุณภาพระดับพรีเมียมแน่นอน
แถมยังมีเสียงตะโกนเรียกลูกค้าอันทรงพลังของสวี่อี้มาช่วยเสริมทัพอีก
อืม ต้องเป็นเพราะเหตุผลนี้แน่ๆ!
“มา สวี่อี้ นี่คือค่าเหนื่อยของเธอนะ”
ระหว่างทางนั่งรถสามล้อกลับบ้าน หลินอันซูก็หยิบแบงก์สิบหยวนจากกองเงินทอนส่งให้สวี่อี้
“อ๊ะ ผมไม่เอาๆๆ ผมมาช่วยเฉยๆ รับเงินไม่ได้หรอกฮะ”
สวี่อี้ที่นั่งวางมือประสานกันบนตักอย่างเรียบร้อยรีบส่ายหัวปฏิเสธเป็นพัลวัน แถมยังเอนตัวหลบเป็นจังหวะซิทคอมอีกต่างหาก
“อี้อี้ ในเมื่อพี่อันซูเขาตั้งใจให้ เธอก็รับไว้เถอะลูก” พ่อหลินช่วยพูด
“ไม่ได้หรอกฮะคุณอาหลิน ผมรับไว้ไม่ได้จริงๆ”
“นี่มันเงินหยาดเหงื่อแรงงานที่พี่อันซูหามาได้นะฮะ” สวี่อี้ยังคงยืนกรานส่ายหัวดิก
“สวี่อี้ ฉันจำได้ว่าเธอชอบกินลูกอมรูปกบไม่ใช่หรือ?”
“ถ้าเธอมีเงินก้อนนี้ เธอก็เอาไปซื้อลูกอมกบได้เลยนะ”
“แถมยังเอาไปซื้อการ์ดอุลตร้าแมนที่เธอชอบเล่นได้ด้วยนะ ไม่ต้องคอยขอเงินคุณแม่แล้วไง”
พอหลินอันซูพูดจบ สวี่อี้ก็เริ่มมีอาการลังเลทันที
ลูกอมกบ! การ์ดอุลตร้าแมน!
เขาอยากได้สุดๆ ไปเลย!
แต่ใบหน้าของเขาก็ยังคงเต็มไปด้วยความรู้สึกลังเล
“แต่ว่า... คุณแม่บอกว่ากินลูกอมเยอะๆ แล้วฟันจะผุ คุณแม่ไม่ให้ผมกินเยอะหรอกฮะ”
“แถมคุณแม่ยังสอนด้วยว่า ห้ามรับของคนอื่นมาสุ่มสี่สุ่มห้า” สวี่อี้อธิบายความลำบากใจ
“นี่มันจะเรียกว่ารับมาสุ่มสี่สุ่มห้าได้ยังไงกัน? นี่มันคือค่าตอบแทนจากการทำงานของเธอต่างหากล่ะ!”
“ถ้าไม่ได้น้องสวี่อี้ช่วยตะโกนเรียกลูกค้า ลูกค้าก็คงไม่แห่มาอุดหนุนกันเยอะขนาดนี้หรอก”
“เงินสิบหยวนนี่แหละคือค่าเหนื่อยที่เธออุตส่าห์ตะโกนจนคอแห้งคอโป่ง ไม่ได้ให้ฟรีๆ ซะหน่อย”
“จ... จริงหรือฮะ?” สวี่อี้ทำหน้างงอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างจนแก้มปริ
“งั้นถ้าผมมีเงิน ผมก็เอาไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้คุณแม่ได้แล้วใช่ไหมฮะ?”
“ผมเห็นคุณแม่ใส่เสื้อตัวเดิมมาตั้งหลายปีแล้ว”
“ถ้าเธอเก็บหอมรอมริบเงินที่ได้มาเรื่อยๆ พอมีเงินก้อนใหญ่ เธอก็เอาไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้คุณแม่ได้แน่นอนจ้ะ” หลินอันซูมองเขาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
เด็กคนนี้ช่างมีหัวใจที่บริสุทธิ์และกตัญญูจริงๆ
“อื้อๆ งั้นผมจะเก็บเงินไว้ฮะ!”
“คุณอาหลินฮะ พี่อันซูฮะ พวกพี่อย่าเพิ่งเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณแม่นะฮะ ได้ไหมฮะ?”
“ตกลง!” พ่อหลินกับหลินอันซูพยักหน้ารับปากพร้อมกัน
สวี่อี้รับเงินสิบหยวนมาพิจารณาดูอย่างละเอียดลอออยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะค่อยๆ พับเก็บใส่กระเป๋ากางเกงอย่างทะนุถนอมราวกับเป็นของล้ำค่า
แต่ผ่านไปไม่นาน เขาก็ล้วงมันออกมาอีกครั้งแล้วถามว่า
“พี่อันซูฮะ ถ้าผมจะเอาเงินก้อนนี้ไปซื้อการ์ดอุลตร้าแมน มันจะพอซื้อได้ไหมฮะ?”
“แล้วผมจะเหลือเงินทอนอีกเท่าไหร่ฮะ?”
“เอ่อ... เรื่องนี้ฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน เดี๋ยวฉันลองค้นหาราคาให้ดูก่อนนะ”
พูดจบ หลินอันซูก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดแอปพินตัวตัวเพื่อค้นหาข้อมูล
ตั้งแต่รู้จักแอปพินตัวตัว เธอก็เลิกซื้อของกระจุกกระจิกพวกนี้จากเถาเป่าไปเลย
ก็ทำไงได้ล่ะ ของในพินตัวตัวมันถูกแสนถูกนี่นา
ถึงหลายคนจะบ่นว่าในพินตัวตัวมีแต่ของปลอม แต่เธอมีสิทธิ์เลือกที่จะไม่ซื้อก็ได้นี่
อย่างที่เขาว่ากันนั่นแหละ พินตัวตัวไม่เคยรังเกียจที่เธอจน แล้วเธอจะไปรังเกียจพินตัวตัวที่ขายของปลอมทำไมล่ะ?
แถมของกระจุกกระจิกในนี้มันก็คุ้มค่าคุ้มราคาสุดๆ!
“นี่ไง ดูสิ การ์ดแต่ละแบบราคาก็ไม่เท่ากันนะ”
“แพ็กเกจระดับตำนานนี่เจ็ดหยวนแปดเจี่ยว”
“แพ็กเกจทดลองเล่นนี่สามหยวนแปดเจี่ยว”
“ส่วนแพ็กเกจระดับเกียรติยศนี่สิบห้าหยวนแปดเจี่ยว”
“...”
“พี่อันซูฮะ ผมเอาอันนี้ๆ ผมจะซื้ออันที่ถูกที่สุดเลยฮะ เอาแพ็กเกจสามหยวนแปดเจี่ยวอันนี้แหละ!”
“เงินที่เหลือกับเงินที่ผมจะหาได้ในอนาคต ผมจะเก็บสะสมไว้หมดเลยฮะ” สวี่อี้ตบเข่าฉาดด้วยความตื่นเต้น
“งั้น... ให้ฉันกดสั่งซื้อให้เลยไหมล่ะ?” หลินอันซูลองหยั่งเชิง
“อื้อๆ ขอบคุณมากฮะพี่อันซู นี่เงินฮะ!”
สวี่อี้รีบยัดเงินสิบหยวนที่เพิ่งได้มาหมาดๆ และยังไม่ทันจะอุ่นดีใส่มือหลินอันซูทันที
“อันอัน ทำแบบนี้มันจะดีจริงๆ หรือลูก?” พ่อหลินเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
✨ ✨ ✨
ตัดภาพมาที่ตัวอำเภอ คุณตาหลิวที่เพิ่งซื้อกระเทียมป่าไปสองกำเดินเข้าบ้านมาปุ๊บก็ตะโกนลั่นบ้านทันที
“ยายเฒ่า ยายเฒ่า รีบออกมาดูเร็วเข้าตาซื้ออะไรมาฝาก!”
คุณยายหลิวเดินยิ้มร่าออกมาต้อนรับ แต่พอเห็นถุงพลาสติกกับผักใบเขียวๆ ในมือตาหลิว
“โธ่เอ๊ย ก็นึกว่าอะไร ที่แท้ก็แค่ไปจ่ายตลาดมานี่เอง”
รอยยิ้มบนใบหน้าของคุณยายหลิวหุบลงแทบจะในทันที
“นี่มันกระเทียมป่านะ สดๆ ร้อนๆ เลยนะเนี่ย!”
“ปกติฉันชอบกินแป้งทอดฝีมือเธอที่สุดเลย วันนี้เธอช่วยเอาไอ้นี่ไปทำแป้งทอดให้กินหน่อยสิ”
“ฮึ! ในครัวยังมีหมั่นโถวเหลืออยู่อีกตั้งสี่ห้าลูก จะมาทำป้งทำแป้งทอดอะไรกันอีกล่ะ”
“แล้วไอ้กระเทียมป่านี่ไปซื้อมาจากไหนเนี่ย? กำละเท่าไหร่?” คุณยายหลิวซักไซ้
“ก็ตรงหน้าตลาดสดใกล้ๆ บ้านเรานี่เองแหละ!”
“กำละยี่สิบหยวน ฉันสอยมาตั้งสองกำเลยนะ!”
“อะไรนะ?! ยี่สิบหยวนต่อกำ! นี่แกโดนปล้นมาหรือไงฮะ?!”
“ในตลาดสดก็มีขายเยอะแยะไป ถ้าต่อราคาดีๆ สิบห้าหยวนก็ซื้อได้แล้ว!”
“ตาเฒ่าล้างผลาญเอ๊ย แกจะทำให้ฉันอกแตกตายอยู่แล้วเนี่ย!” คุณยายหลิวแหวใส่เป็นชุด
“ซื้อมาแล้วก็แล้วไปเถอะน่า อย่ามัวแต่โมโหไปเลย! ยายเฒ่า มาดูนี่สิ นี่อะไรเอ่ย?”
“แต่น แตน แต๊น~”
คุณตาหลิววางผักที่ซื้อมาลงบนตู้ข้างๆ แล้วถกเสื้อแจ็กเกตขึ้น เผยให้เห็นนมเปรี้ยววอฮาฮาแพ็กใหญ่ที่ซ่อนอยู่ข้างใน