เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 แม่จะไม่ทนแล้วโว้ย!

บทที่ 1 แม่จะไม่ทนแล้วโว้ย!

บทที่ 1 แม่จะไม่ทนแล้วโว้ย!


“คนอย่างฉันไม่ทำมันแล้วโว้ย!!!”

“หลี่โหย่วเทียน ฉันขอเตือนไว้ก่อนนะ ทางที่ดีคุณควรจ่ายค่าจ้างที่บริษัทค้างฉันไว้สามเดือน รวมกับเงินโบนัสอีกหนึ่งพันแปดร้อยหยวนที่หักฉันไปมั่วซั่วคืนมาให้หมดก่อนที่ฉันจะลาออกจะดีกว่า”

“ไม่อย่างนั้นก็เตรียมตัวไปเจอกันที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้เลย!”

หลังจากเขวี้ยงบัตรพนักงานกับจดหมายลาออกลงบนโต๊ะทำงานของหัวหน้า พร้อมกับตะโกนประโยคเหล่านั้นออกไปอย่างสุดเสียง หลินอันซูก็รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก

เธอเพิ่งเรียนจบและผ่านการคัดเลือกเข้าทำงานในบริษัทแห่งนี้ผ่านการรับสมัครนักศึกษาจบใหม่ในมหาวิทยาลัย พริบตาเดียวเธอก็กลายเป็น ‘มนุษย์เงินเดิน’ ที่ใช้ชีวิตเยี่ยงทาสบริษัทมานานถึงสองปีเต็ม

ตลอดสองปีที่ผ่านมา ถ้าเธอไม่ได้กำลังนั่งปั่นงานล่วงเวลา เธอก็คงกำลังอยู่ระหว่างเดินทางไปปั่นงานนั่นแหละ แต่ที่น่าเจ็บใจคือบริษัทกลับมองว่าการทำงานล่วงเวลาของพวกเธอเป็นเรื่องปกติที่ควรทำจนเป็นกิจวัตรไปเสียอย่างนั้น

ค่าโอทีหรอ? ฝันไปเถอะ

แม้แต่มื้อเย็นสำหรับคนทำงานล่วงเวลาก็ยังไม่มีให้เลยด้วยซ้ำ

แถมหัวหน้าจอมเจ้าเล่ห์ยังชอบมาประกาศในกลุ่มวีแชทตอนใกล้จะถึงเวลาเลิกงานว่า ‘ให้ทุกคนอยู่ประชุม’ อีกต่างหาก

จะเลิกงานตรงเวลาหรอ? หึหึ คนทั้งบริษัทเขายังนั่งทำงานงกๆ กันอยู่เลย มีแค่เธอคนเดียวที่จะเดินออกไปเนี่ยนะ?

อะไรกัน เธอคิดว่าตัวเองเจ๋งกว่าใครเขาหรือไง?

นี่ยังไม่รวมถึงช่วงเทศกาลที่หน่วยงานอื่นเขาแจกบัตรกำนัล อั่งเปา หรือคูปองของขวัญกันโครมๆ

แต่สิ่งที่พวกเธอได้รับคือ... อ้อ มีเพียง ‘ภาพวาดวิมานในอากาศ’ ที่หัวหน้าวาดไว้ให้ดูต่างหน้าเท่านั้น

แม้แต่ค่าแสตมป์ที่ต้องติดซองจดหมายส่งให้ลูกค้า หรือแม้แต่แก้วกระดาษเวลาลูกค้ามาติดต่อแล้วต้องการน้ำดื่ม เธอยังต้องควักกระเป๋าตัวเองจ่ายเลย

เอาเถอะ เรื่องพวกนั้นเธอก็ไม่ได้อยากจะบ่นอะไรนักหรอก

แต่ที่เกินไปกว่านั้นคือ ไอ้นิสัยชอบเบี้ยวค่าจ้างเนี่ยสิ!

ค้างค่าจ้างติดต่อกันสามเดือนเธอก็พอจะกล้ำกลืนฝืนทนได้อยู่ แต่บริษัทกลับไม่มีคำชี้แจงอะไรให้เลยสักนิด

พอมีคนทนไม่ไหวจนต้องเข้าไปถามในกลุ่มว่าเมื่อไหร่เงินจะออก

ผลปรากฏว่านอกจากจะโดนเตะออกจากกลุ่มทันทีแล้ว ยังถูกเรียกไปคุยเป็นการส่วนตัวอีกต่างหาก

หลังจากนั้นเพียงสามวัน บริษัทก็จู่ๆ ประกาศว่าจะแจกเงินโบนัสประจำปีให้ทุกคน

ให้ตายเถอะ เรื่องนี้ทำเอาทุกคนตื่นเต้นกันแทบตาย

ทว่าพอถึงคิวที่หลินอันซูต้องไปเซ็นรับใบโบนัส เธอกลับต้องเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาเมื่อเห็นตัวเลข -1876 ปรากฏเด่นหราอยู่บนนั้น

ถุย!!!

ไอ้ตัวเลขติดค้างบริษัทอยู่หนึ่งพันแปดร้อยเจ็ดสิบหกหยวนนี่มันเรื่องจริงหรอเนี่ย?

(╯‵□′)╯︵┻━┻

ในที่สุดคนซื่อๆ อย่างหลินอันซูก็หมดความอดทน!

ไอ้งานเฮงซวยแบบนี้ใครอยากทำก็ทำไป!

แต่คนอย่างเธอ! ไม่! ขอ! รับ! ใช้! อีก! ต่อ! ไป! แล้ว!

“ร้องเรียนกรมแรงงานหรอ? เสี่ยวหลินเอ๊ย เธอนี่นะยังเด็กจริงๆ”

“ถ้าเธออยากจะไปร้องเรียนล่ะก็ ได้เลยตามสบาย”

“เพียงแต่จะชนะหรือเปล่านั่นมันอีกเรื่องหนึ่งนะ”

“แล้วเธอรู้ใช่ไหม? ตอนที่เธอลาออกไป เธอต้องให้บริษัทออกใบรับรองการผ่านงานให้”

“เธอคิดว่าด้วยพฤติกรรมแบบนี้ของเธอ เธอจะได้รับอะไรไปล่ะ?”

หลี่โหย่วเทียนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หนังหมุนได้ประสานมือเข้าหากันวางไว้บนโต๊ะ เขาโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อยพลางส่งสายตาคมกริบจ้องมองมา

“พูดกันตามตรง ช่วงนี้บริษัทกำลังประสบปัญหาจริงๆ แต่พวกเราก็ต้องอดทนและก้าวข้ามมันไปด้วยกันสิ”

“คนหนุ่มสาวจะคิดถึงแต่เรื่องเงินอย่างเดียวไม่ได้นะ!”

“เธอต้องรู้จักเรียนรู้ที่จะค้นหาคุณค่าของชีวิตจากการทำงานบ้าง”

“ก่อนจะถามหาค่าจ้าง เธอควรจะถามตัวเองก่อนว่าได้สร้างประโยชน์อะไรให้กับบริษัทบ้าง? แล้วได้รับอะไรกลับไปเท่าไหร่?”

“บริษัทอุตส่าห์หยิบยื่นแพลตฟอร์มที่ดีขนาดนี้ให้ พวกเธอต้องรู้จักสำนึกบุญคุณสิ!”

พอได้ยินประโยคนี้ หลินอันซูก็เกือบจะหลุดหัวเราะออกมา

“สำนึกบุญคุณกับผีสิ! ไม่ต้องมาวาดฝันให้ฉันฟังเลย!”

“ฉันมาทำงานแลกเงิน คุณก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนมา นั่นมันเป็นสิ่งที่ควรทำอยู่แล้ว”

“ถ้าฉันทำงานแล้วไม่หวังเงิน แล้วจะให้ฉันหวังอะไร? หวังจะได้เห็นหน้าบานๆ ของคุณทุกวันหรือไง?”

“ถ้าคุณมีวิสัยทัศน์กว้างไกลและเป็นคนสูงส่งขนาดนั้น คุณก็บริจาคเงินเดือนของตัวเองไปสิ”

“ไม่จ่ายค่าจ้างแล้วฉันจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าเช่าบ้าน เอาที่ไหนไปซื้อข้าวกิน?”

“จะให้ฉันไปบอกเจ้าของหอพักหรอว่าให้เธอช่วยอดทนหน่อยน่ะ?” หลินอันซูอดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่

ถ้าเธอขืนพูดแบบนั้น เจ้าของหอคงได้โยนข้าวของของเธอออกมานอกห้องแน่ๆ

ถุย! ยุคไหนสมัยไหนแล้ว ยังจะมาใช้วิธีวาดฝันขายผ้าเอาหน้ารอดแบบนี้อีก!

“เสี่ยวหลิน เรื่องนี้เป็นเธอที่ผิดนะ เธอ...”

“พอเถอะ อย่ามาพล่ามไร้สาระ รีบเซ็นชื่อ โอนเงินมา แล้วฉันจะไปเอง”

“ไม่อย่างนั้นก็ไปเจอกันที่กรมแรงงาน!”

“เอกสารที่ต้องเตรียมฉันเตรียมไว้ครบหมดแล้ว”

“ถ้าคุณไม่เต็มใจล่ะก็ ฉันจะถ่ายรูปพวกนี้ลงโต่วอินตอนนี้เลย แล้วจะขอยืมเงินคนอื่นมาซื้อยอดวิวส่งให้ติดฮอตเสิร์ชด้วย”

“ถือโอกาสช่วยทำให้บริษัทของเราโด่งดังไปเลยเป็นไง”

“...”

หลังจากได้รับเงินที่เป็นสิทธิ์ของตัวเองมาแล้ว หลินอันซูเดินออกจากห้องไปด้วยความพึงพอใจ

“เหอะ หลินอันซู ด้วยท่าทางไม่ฟังความแบบนี้ ฉันอยากจะรู้นักว่าบริษัทไหนจะกล้ารับเธอเข้าทำงานอีก?”

“เรื่องนั้นไม่ต้องให้คุณมาลำบากใจหรอกค่ะ ผู้จัดการหลี่! อย่างมากฉันก็แค่กลับบ้านไปทำไร่ทำนา!”

หลินอันซูโบกมือลาเบื้องหลังของหัวหน้าอย่างสง่าผ่าเผยก่อนจะก้าวเดินจากมาด้วยท่าทางมาดมั่น

“ติ๊ง~!”

“คุณโฮสต์ที่รักการทำสวนทำไร่ ระบบทำฟาร์มฉบับสาวสวยรวยทรัพย์มาแล้วจ้ะ~”

“มิทราบว่าคุณโฮสต์ต้องการจะผูกมัดระบบเลยไหมจ๊ะ?”

จู่ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัวอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยจนหลินอันซูสะดุ้งโหยงแทบจะโชว์ท่าฉีกขาอยู่ตรงนั้น

ระ... ระบบหรอ?

ชีวิตยี่สิบสี่ปีที่แสนจะธรรมดาของเธอ จู่ๆ สวรรค์ก็เกิดเมตตาประทานตัวช่วยสุดเทพมาให้เธอแล้วหรอ?

“ผูกมัดเลย!” หลินอันซูไม่อยากจะรอแม้แต่วินาทีเดียว

“ติ๊ง ผูกมัดสำเร็จ!”

[ชื่อโฮสต์: หลินอันซู]

[อายุ: 24 ปี]

[รูปลักษณ์: 45]

[พละกำลัง: 2]

[ความสูง: 163 เซนติเมตร]

[น้ำหนัก: 67 กิโลกรัม (ค่อนข้างอวบ)]

[ทรัพย์สิน: 14,728 หยวน 6 เจี่ยว 4 เฟิน]

[สแกนเรียบร้อยแล้ว ผูกมัดสำเร็จ]

[ระบบ 888 ยินดีให้บริการอย่างเต็มความสามารถจ้ะ]

“โอ้... โอเค เสร็จแล้วหรอ?” หลินอันซูเอ่ยถามอย่างลังเล

“จ้ะคุณโฮสต์ มีข้อสงสัยอะไรอีกไหมจ๊ะ?” 888 ถามกลับ

“ในฐานะที่เป็นระบบ เธอไม่ส่งภารกิจมาให้ฉันทำหรอ?”

“888 เน้นใช้ชีวิตตามใจปรารถนาจ้ะ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความต้องการของโฮสต์เป็นหลัก ขอแค่คุณโฮสต์เดินตามเส้นทางการทำไร่ทำนา ภารกิจต่างๆ ก็จะถูกเปิดใช้งานขึ้นเองนะจ๊ะ~”

“...” หลินอันซู

สรุปว่าระบบที่เธอผูกมัดเนี่ยมันเป็นระบบสายชิลสินะ?

ใช่หรือเปล่าเนี่ย?

“ให้ตายเถอะ!” หลินอันซูอดไม่ได้ที่จะหลุดสบถออกมาคำหนึ่ง

“เป็นอะไรไป? นึกเสียใจแล้วหรอ? ถึงบริษัทของเราจะไม่ใช่บริษัทยักษ์ใหญ่ติดอันดับโลก แต่มันก็ไม่ได้เข้าทำงานกันได้ง่ายๆ นะ”

“ในเมื่อเธอทำเรื่องลาออกไปแล้ว ก็อย่าหวังว่าจะได้กลับมาอีก” ผู้จัดการหลี่ที่เดินตามออกมาปรายตามองหลินอันซูด้วยสายตาดูแคลน

“วางใจได้เลยค่ะ บริษัทแบบนี้ ต่อให้ตีให้ตายฉันก็ไม่กลับมาหรอก!”

“การสร้างบ้านเมืองที่สวยงาม สร้างสังคมที่สงบสุข และพัฒนาโครงการสร้างชนบทใหม่ ต้องเริ่มจากตัวฉันเอง”

“ลาก่อนนะคะคุณผู้จัดการ ฉันจะกลับบ้านไปทำไร่ทำนาแล้วค่ะ!” หลินอันซูเน้นย้ำทีละคำอย่างชัดเจน

“ฮ่าๆๆๆ ได้เลยๆ เด็กสาวสมัยนี้อายุน้อยแต่ความทะเยอทะยานไม่เล็กเลยนะ”

“เอาอย่างนี้สิ ถ้าวันข้างหน้าพืชพรรณธัญญาหารหรือผักที่เธอปลูกสุกจนเก็บเกี่ยวได้แล้ว จะเอามาเร่ขายที่บริษัทก็ได้นะ”

“เห็นแก่ที่เคยรู้จักกันมาก่อน ถ้าเธอเอ่ยปากมา ฉันยังพอจะคุยง่ายอยู่นะ”

“อ้อ” หลินอันซูตอบรับเพียงสั้นๆ ก่อนจะก้าวยาวๆ เดินจากไป

“เฮ้อ เด็กสาวสมัยนี้เนี่ยนะ ช่างหาเรื่องใส่ตัวจริงๆ!”

“เป็นพนักงานออฟฟิศดีๆ ไม่ชอบ ดันอยากจะวิ่งกลับไปทำนา”

“หลังขดหลังแข็งทำนาทั้งปีจะได้เงินสักกี่เจี่ยวกันเชียว”

“อีกอย่าง ตัวกะเปี๊ยกแค่นั้น จะไปทำนาเป็นได้ยังไง?”

“สุดท้ายก็คงหนีไม่พ้นต้องไปหางานทำในโรงงานเหมือนเดิมนั่นแหละ”

รปภ. ที่ยืนอยู่หน้าประตูรีบเอ่ยสมทบว่า “นั่นสิครับ คนในหมู่บ้านพวกผมเขาก็เลิกทำนากันไปนานแล้ว”

“พากันแห่เข้าเมืองมาหางานทำกันหมด”

“ทำนาทำไร่มันหาเงินไม่ได้หรอกครับ สู้มาเป็นลูกจ้างเขาไม่ได้”

“แต่ว่าท่านประธานครับ ไอ้เรื่องเข้าโรงงานที่ว่าเนี่ย ค่าแรงมันสักเท่าไหร่กันหรอครับ?”

“...”

จบบทที่ บทที่ 1 แม่จะไม่ทนแล้วโว้ย!

คัดลอกลิงก์แล้ว