- หน้าแรก
- กลับบ้านไปทำไร่ไถนา ฉันจะรวยทะลุฟ้าด้วยระบบสาวสวยรวยทรัพย์
- บทที่ 1 แม่จะไม่ทนแล้วโว้ย!
บทที่ 1 แม่จะไม่ทนแล้วโว้ย!
บทที่ 1 แม่จะไม่ทนแล้วโว้ย!
“คนอย่างฉันไม่ทำมันแล้วโว้ย!!!”
“หลี่โหย่วเทียน ฉันขอเตือนไว้ก่อนนะ ทางที่ดีคุณควรจ่ายค่าจ้างที่บริษัทค้างฉันไว้สามเดือน รวมกับเงินโบนัสอีกหนึ่งพันแปดร้อยหยวนที่หักฉันไปมั่วซั่วคืนมาให้หมดก่อนที่ฉันจะลาออกจะดีกว่า”
“ไม่อย่างนั้นก็เตรียมตัวไปเจอกันที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้เลย!”
หลังจากเขวี้ยงบัตรพนักงานกับจดหมายลาออกลงบนโต๊ะทำงานของหัวหน้า พร้อมกับตะโกนประโยคเหล่านั้นออกไปอย่างสุดเสียง หลินอันซูก็รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก
เธอเพิ่งเรียนจบและผ่านการคัดเลือกเข้าทำงานในบริษัทแห่งนี้ผ่านการรับสมัครนักศึกษาจบใหม่ในมหาวิทยาลัย พริบตาเดียวเธอก็กลายเป็น ‘มนุษย์เงินเดิน’ ที่ใช้ชีวิตเยี่ยงทาสบริษัทมานานถึงสองปีเต็ม
ตลอดสองปีที่ผ่านมา ถ้าเธอไม่ได้กำลังนั่งปั่นงานล่วงเวลา เธอก็คงกำลังอยู่ระหว่างเดินทางไปปั่นงานนั่นแหละ แต่ที่น่าเจ็บใจคือบริษัทกลับมองว่าการทำงานล่วงเวลาของพวกเธอเป็นเรื่องปกติที่ควรทำจนเป็นกิจวัตรไปเสียอย่างนั้น
ค่าโอทีหรอ? ฝันไปเถอะ
แม้แต่มื้อเย็นสำหรับคนทำงานล่วงเวลาก็ยังไม่มีให้เลยด้วยซ้ำ
แถมหัวหน้าจอมเจ้าเล่ห์ยังชอบมาประกาศในกลุ่มวีแชทตอนใกล้จะถึงเวลาเลิกงานว่า ‘ให้ทุกคนอยู่ประชุม’ อีกต่างหาก
จะเลิกงานตรงเวลาหรอ? หึหึ คนทั้งบริษัทเขายังนั่งทำงานงกๆ กันอยู่เลย มีแค่เธอคนเดียวที่จะเดินออกไปเนี่ยนะ?
อะไรกัน เธอคิดว่าตัวเองเจ๋งกว่าใครเขาหรือไง?
นี่ยังไม่รวมถึงช่วงเทศกาลที่หน่วยงานอื่นเขาแจกบัตรกำนัล อั่งเปา หรือคูปองของขวัญกันโครมๆ
แต่สิ่งที่พวกเธอได้รับคือ... อ้อ มีเพียง ‘ภาพวาดวิมานในอากาศ’ ที่หัวหน้าวาดไว้ให้ดูต่างหน้าเท่านั้น
แม้แต่ค่าแสตมป์ที่ต้องติดซองจดหมายส่งให้ลูกค้า หรือแม้แต่แก้วกระดาษเวลาลูกค้ามาติดต่อแล้วต้องการน้ำดื่ม เธอยังต้องควักกระเป๋าตัวเองจ่ายเลย
เอาเถอะ เรื่องพวกนั้นเธอก็ไม่ได้อยากจะบ่นอะไรนักหรอก
แต่ที่เกินไปกว่านั้นคือ ไอ้นิสัยชอบเบี้ยวค่าจ้างเนี่ยสิ!
ค้างค่าจ้างติดต่อกันสามเดือนเธอก็พอจะกล้ำกลืนฝืนทนได้อยู่ แต่บริษัทกลับไม่มีคำชี้แจงอะไรให้เลยสักนิด
พอมีคนทนไม่ไหวจนต้องเข้าไปถามในกลุ่มว่าเมื่อไหร่เงินจะออก
ผลปรากฏว่านอกจากจะโดนเตะออกจากกลุ่มทันทีแล้ว ยังถูกเรียกไปคุยเป็นการส่วนตัวอีกต่างหาก
หลังจากนั้นเพียงสามวัน บริษัทก็จู่ๆ ประกาศว่าจะแจกเงินโบนัสประจำปีให้ทุกคน
ให้ตายเถอะ เรื่องนี้ทำเอาทุกคนตื่นเต้นกันแทบตาย
ทว่าพอถึงคิวที่หลินอันซูต้องไปเซ็นรับใบโบนัส เธอกลับต้องเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาเมื่อเห็นตัวเลข -1876 ปรากฏเด่นหราอยู่บนนั้น
ถุย!!!
ไอ้ตัวเลขติดค้างบริษัทอยู่หนึ่งพันแปดร้อยเจ็ดสิบหกหยวนนี่มันเรื่องจริงหรอเนี่ย?
(╯‵□′)╯︵┻━┻
ในที่สุดคนซื่อๆ อย่างหลินอันซูก็หมดความอดทน!
ไอ้งานเฮงซวยแบบนี้ใครอยากทำก็ทำไป!
แต่คนอย่างเธอ! ไม่! ขอ! รับ! ใช้! อีก! ต่อ! ไป! แล้ว!
“ร้องเรียนกรมแรงงานหรอ? เสี่ยวหลินเอ๊ย เธอนี่นะยังเด็กจริงๆ”
“ถ้าเธออยากจะไปร้องเรียนล่ะก็ ได้เลยตามสบาย”
“เพียงแต่จะชนะหรือเปล่านั่นมันอีกเรื่องหนึ่งนะ”
“แล้วเธอรู้ใช่ไหม? ตอนที่เธอลาออกไป เธอต้องให้บริษัทออกใบรับรองการผ่านงานให้”
“เธอคิดว่าด้วยพฤติกรรมแบบนี้ของเธอ เธอจะได้รับอะไรไปล่ะ?”
หลี่โหย่วเทียนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หนังหมุนได้ประสานมือเข้าหากันวางไว้บนโต๊ะ เขาโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อยพลางส่งสายตาคมกริบจ้องมองมา
“พูดกันตามตรง ช่วงนี้บริษัทกำลังประสบปัญหาจริงๆ แต่พวกเราก็ต้องอดทนและก้าวข้ามมันไปด้วยกันสิ”
“คนหนุ่มสาวจะคิดถึงแต่เรื่องเงินอย่างเดียวไม่ได้นะ!”
“เธอต้องรู้จักเรียนรู้ที่จะค้นหาคุณค่าของชีวิตจากการทำงานบ้าง”
“ก่อนจะถามหาค่าจ้าง เธอควรจะถามตัวเองก่อนว่าได้สร้างประโยชน์อะไรให้กับบริษัทบ้าง? แล้วได้รับอะไรกลับไปเท่าไหร่?”
“บริษัทอุตส่าห์หยิบยื่นแพลตฟอร์มที่ดีขนาดนี้ให้ พวกเธอต้องรู้จักสำนึกบุญคุณสิ!”
พอได้ยินประโยคนี้ หลินอันซูก็เกือบจะหลุดหัวเราะออกมา
“สำนึกบุญคุณกับผีสิ! ไม่ต้องมาวาดฝันให้ฉันฟังเลย!”
“ฉันมาทำงานแลกเงิน คุณก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนมา นั่นมันเป็นสิ่งที่ควรทำอยู่แล้ว”
“ถ้าฉันทำงานแล้วไม่หวังเงิน แล้วจะให้ฉันหวังอะไร? หวังจะได้เห็นหน้าบานๆ ของคุณทุกวันหรือไง?”
“ถ้าคุณมีวิสัยทัศน์กว้างไกลและเป็นคนสูงส่งขนาดนั้น คุณก็บริจาคเงินเดือนของตัวเองไปสิ”
“ไม่จ่ายค่าจ้างแล้วฉันจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าเช่าบ้าน เอาที่ไหนไปซื้อข้าวกิน?”
“จะให้ฉันไปบอกเจ้าของหอพักหรอว่าให้เธอช่วยอดทนหน่อยน่ะ?” หลินอันซูอดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่
ถ้าเธอขืนพูดแบบนั้น เจ้าของหอคงได้โยนข้าวของของเธอออกมานอกห้องแน่ๆ
ถุย! ยุคไหนสมัยไหนแล้ว ยังจะมาใช้วิธีวาดฝันขายผ้าเอาหน้ารอดแบบนี้อีก!
“เสี่ยวหลิน เรื่องนี้เป็นเธอที่ผิดนะ เธอ...”
“พอเถอะ อย่ามาพล่ามไร้สาระ รีบเซ็นชื่อ โอนเงินมา แล้วฉันจะไปเอง”
“ไม่อย่างนั้นก็ไปเจอกันที่กรมแรงงาน!”
“เอกสารที่ต้องเตรียมฉันเตรียมไว้ครบหมดแล้ว”
“ถ้าคุณไม่เต็มใจล่ะก็ ฉันจะถ่ายรูปพวกนี้ลงโต่วอินตอนนี้เลย แล้วจะขอยืมเงินคนอื่นมาซื้อยอดวิวส่งให้ติดฮอตเสิร์ชด้วย”
“ถือโอกาสช่วยทำให้บริษัทของเราโด่งดังไปเลยเป็นไง”
“...”
หลังจากได้รับเงินที่เป็นสิทธิ์ของตัวเองมาแล้ว หลินอันซูเดินออกจากห้องไปด้วยความพึงพอใจ
“เหอะ หลินอันซู ด้วยท่าทางไม่ฟังความแบบนี้ ฉันอยากจะรู้นักว่าบริษัทไหนจะกล้ารับเธอเข้าทำงานอีก?”
“เรื่องนั้นไม่ต้องให้คุณมาลำบากใจหรอกค่ะ ผู้จัดการหลี่! อย่างมากฉันก็แค่กลับบ้านไปทำไร่ทำนา!”
หลินอันซูโบกมือลาเบื้องหลังของหัวหน้าอย่างสง่าผ่าเผยก่อนจะก้าวเดินจากมาด้วยท่าทางมาดมั่น
“ติ๊ง~!”
“คุณโฮสต์ที่รักการทำสวนทำไร่ ระบบทำฟาร์มฉบับสาวสวยรวยทรัพย์มาแล้วจ้ะ~”
“มิทราบว่าคุณโฮสต์ต้องการจะผูกมัดระบบเลยไหมจ๊ะ?”
จู่ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัวอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยจนหลินอันซูสะดุ้งโหยงแทบจะโชว์ท่าฉีกขาอยู่ตรงนั้น
ระ... ระบบหรอ?
ชีวิตยี่สิบสี่ปีที่แสนจะธรรมดาของเธอ จู่ๆ สวรรค์ก็เกิดเมตตาประทานตัวช่วยสุดเทพมาให้เธอแล้วหรอ?
“ผูกมัดเลย!” หลินอันซูไม่อยากจะรอแม้แต่วินาทีเดียว
“ติ๊ง ผูกมัดสำเร็จ!”
[ชื่อโฮสต์: หลินอันซู]
[อายุ: 24 ปี]
[รูปลักษณ์: 45]
[พละกำลัง: 2]
[ความสูง: 163 เซนติเมตร]
[น้ำหนัก: 67 กิโลกรัม (ค่อนข้างอวบ)]
[ทรัพย์สิน: 14,728 หยวน 6 เจี่ยว 4 เฟิน]
[สแกนเรียบร้อยแล้ว ผูกมัดสำเร็จ]
[ระบบ 888 ยินดีให้บริการอย่างเต็มความสามารถจ้ะ]
“โอ้... โอเค เสร็จแล้วหรอ?” หลินอันซูเอ่ยถามอย่างลังเล
“จ้ะคุณโฮสต์ มีข้อสงสัยอะไรอีกไหมจ๊ะ?” 888 ถามกลับ
“ในฐานะที่เป็นระบบ เธอไม่ส่งภารกิจมาให้ฉันทำหรอ?”
“888 เน้นใช้ชีวิตตามใจปรารถนาจ้ะ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความต้องการของโฮสต์เป็นหลัก ขอแค่คุณโฮสต์เดินตามเส้นทางการทำไร่ทำนา ภารกิจต่างๆ ก็จะถูกเปิดใช้งานขึ้นเองนะจ๊ะ~”
“...” หลินอันซู
สรุปว่าระบบที่เธอผูกมัดเนี่ยมันเป็นระบบสายชิลสินะ?
ใช่หรือเปล่าเนี่ย?
“ให้ตายเถอะ!” หลินอันซูอดไม่ได้ที่จะหลุดสบถออกมาคำหนึ่ง
“เป็นอะไรไป? นึกเสียใจแล้วหรอ? ถึงบริษัทของเราจะไม่ใช่บริษัทยักษ์ใหญ่ติดอันดับโลก แต่มันก็ไม่ได้เข้าทำงานกันได้ง่ายๆ นะ”
“ในเมื่อเธอทำเรื่องลาออกไปแล้ว ก็อย่าหวังว่าจะได้กลับมาอีก” ผู้จัดการหลี่ที่เดินตามออกมาปรายตามองหลินอันซูด้วยสายตาดูแคลน
“วางใจได้เลยค่ะ บริษัทแบบนี้ ต่อให้ตีให้ตายฉันก็ไม่กลับมาหรอก!”
“การสร้างบ้านเมืองที่สวยงาม สร้างสังคมที่สงบสุข และพัฒนาโครงการสร้างชนบทใหม่ ต้องเริ่มจากตัวฉันเอง”
“ลาก่อนนะคะคุณผู้จัดการ ฉันจะกลับบ้านไปทำไร่ทำนาแล้วค่ะ!” หลินอันซูเน้นย้ำทีละคำอย่างชัดเจน
“ฮ่าๆๆๆ ได้เลยๆ เด็กสาวสมัยนี้อายุน้อยแต่ความทะเยอทะยานไม่เล็กเลยนะ”
“เอาอย่างนี้สิ ถ้าวันข้างหน้าพืชพรรณธัญญาหารหรือผักที่เธอปลูกสุกจนเก็บเกี่ยวได้แล้ว จะเอามาเร่ขายที่บริษัทก็ได้นะ”
“เห็นแก่ที่เคยรู้จักกันมาก่อน ถ้าเธอเอ่ยปากมา ฉันยังพอจะคุยง่ายอยู่นะ”
“อ้อ” หลินอันซูตอบรับเพียงสั้นๆ ก่อนจะก้าวยาวๆ เดินจากไป
“เฮ้อ เด็กสาวสมัยนี้เนี่ยนะ ช่างหาเรื่องใส่ตัวจริงๆ!”
“เป็นพนักงานออฟฟิศดีๆ ไม่ชอบ ดันอยากจะวิ่งกลับไปทำนา”
“หลังขดหลังแข็งทำนาทั้งปีจะได้เงินสักกี่เจี่ยวกันเชียว”
“อีกอย่าง ตัวกะเปี๊ยกแค่นั้น จะไปทำนาเป็นได้ยังไง?”
“สุดท้ายก็คงหนีไม่พ้นต้องไปหางานทำในโรงงานเหมือนเดิมนั่นแหละ”
รปภ. ที่ยืนอยู่หน้าประตูรีบเอ่ยสมทบว่า “นั่นสิครับ คนในหมู่บ้านพวกผมเขาก็เลิกทำนากันไปนานแล้ว”
“พากันแห่เข้าเมืองมาหางานทำกันหมด”
“ทำนาทำไร่มันหาเงินไม่ได้หรอกครับ สู้มาเป็นลูกจ้างเขาไม่ได้”
“แต่ว่าท่านประธานครับ ไอ้เรื่องเข้าโรงงานที่ว่าเนี่ย ค่าแรงมันสักเท่าไหร่กันหรอครับ?”
“...”