- หน้าแรก
- กะจะเทเกมให้ตายไวๆ ไหงกลายเป็นเทพซะได้
- บทที่ 265 สถานที่ซ่อนสมบัติ 35
บทที่ 265 สถานที่ซ่อนสมบัติ 35
บทที่ 265 สถานที่ซ่อนสมบัติ 35
บทที่ 265 สถานที่ซ่อนสมบัติ 35
ยิ่งลั่วเยว่เจี้ยนเข้าใกล้ตำแหน่งของแสงสว่างมากเท่าไหร่ กลิ่นหอมของเหล้าในอากาศก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น แค่สูดดมเข้าไปอึกเดียวก็ทำให้คนรู้สึกมึนงง ราวกับว่าได้ดื่มเหล้าดับทุกข์เข้าไปจริงๆ อย่างไรอย่างนั้น
ในที่สุดก็มาถึงสุดปลายทางเดิน สามารถมองเห็นได้ว่าเบื้องหน้าคือถ้ำหินทรงโค้ง ปากถ้ำไม่ได้ติดตั้งประตูอะไรเอาไว้ เปิดกว้างอยู่อย่างนั้น สามารถมองเห็นได้ว่าด้านในดูเหมือนจะมีแสงสว่าง
ลั่วเยว่เจี้ยนเดินเข้าไป เมื่อเข้าสู่ปากถ้ำ ถึงได้พบด้วยความประหลาดใจว่า ภายในพื้นที่ใต้ดินแห่งนี้ กลับมีพื้นที่ที่มีขนาดไม่เล็กเลย
รอบด้านเต็มไปด้วยลังอัญมณีและของล้ำค่าแปลกตาต่างๆ จอกศักดิ์สิทธิ์ทำจากทองคำประดับอัญมณี จอกเหล้าหลิวหลีงานประณีต แจกันคริสตัล และยังมีชุดเกราะประดับที่ตีขึ้นอย่างประณีตโดยช่างเหล็ก และรูปปั้นศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาขนาดเล็กที่แกะสลักด้วยมือจากงาช้างและไม้ตะโก...
แทบจะมองเพียงแวบเดียวก็ทำให้สายตาของผู้คนยากที่จะละไปได้ และแสงสว่างของที่นี่ ก็มาจากไข่มุกราตรีขนาดเล็กใหญ่จำนวนนับไม่ถ้วนที่อยู่รอบๆ หรือไม่ก็อัญมณีอื่นๆ ที่สามารถเรืองแสงได้
ทว่าในเวลานี้ จิตใจของลั่วเยว่เจี้ยนกลับไม่ได้ถูกดึงดูดโดยของล้ำค่าที่ละลานตาอยู่รอบด้านเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย
เป็นเพราะในขณะนี้ ความสนใจของเธอล้วนจดจ่ออยู่กับสระน้ำขนาดยักษ์ที่อยู่ตรงกลางพื้นที่แห่งนี้อย่างสมบูรณ์ สายตาจับจ้องไปที่นั่นอย่างแน่วแน่
สระน้ำแห่งนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณหกเมตรกว่า กินพื้นที่ไปหนึ่งในสามของพื้นที่ทั้งหมด ด้านบนตรงๆ ยังมีรูกลวงสีดำสนิทที่มองไม่เห็นจุดสิ้นสุดซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณครึ่งเมตรอยู่อีก
จะเรียกว่าสระน้ำความจริงก็ไม่ค่อยถูกต้องนัก เพราะเมื่อดูจากกลิ่นหอมของเหล้าที่เข้มข้นบริเวณรอบๆ แล้ว ที่นี่ดูเหมือนจะเป็นสระเหล้ามากกว่า
รอบสระเหล้ามีเสาสี่ต้นที่สูงตระหง่านค้ำฟ้าตั้งตระหง่านอยู่ การแกะสลักด้านบนงดงามไร้ที่ติ ดูแล้วให้ความรู้สึกเหมือนยุคเรอเนสซองส์ มีภาพนูนต่ำของบุคคลแกะสลักอยู่ ดูเหมือนว่าอาจจะเป็นการแกะสลักเรื่องราวเทพปกรณัมกรีกโบราณ
ยิ่งเข้าใกล้สระเหล้าแห่งนี้ สติสัมปชัญญะของลั่วเยว่เจี้ยนก็ยิ่งไม่แจ่มใสมากขึ้นเรื่อยๆ
อย่าเห็นว่าตอนนี้ภายนอกของลั่วเยว่เจี้ยนยังคงมีใบหน้าขาวผ่องดั่งหยก สีหน้ายังคงดูเย็นชา แม้แต่จังหวะก้าวเดินก็ยังคงมั่นคงและทรงพลัง ทว่าในความเป็นจริงแล้ว สมองของเธอเริ่มจะไม่แจ่มใสแล้วเล็กน้อย
ทั้งคนตกอยู่ในความรู้สึกที่ค่อนข้างล่องลอย มีความปรารถนาอย่างยิ่งต่อกลิ่นหอมของเหล้าสายนั้นในอากาศ ทั้งคนเริ่มขยับเข้าใกล้สระเหล้าตรงกลางอย่างไม่อาจควบคุมได้
หลังจากเข้าใกล้สระเหล้า ลั่วเยว่เจี้ยนถึงเพิ่งจะสังเกตเห็นว่า ของเหลวที่อยู่ข้างในนั้นกลับเป็นสีดำสนิทอันเข้มข้น นิ่งสงบไร้ระลอกคลื่นดั่งบ่อน้ำโบราณ ราวกับเป็นหยกดำขนาดยักษ์ก้อนหนึ่ง
หากไม่ใช่เพราะสามารถได้กลิ่นหอมของเหล้าที่ทำให้ผู้คนรู้สึกล่องลอยดุจเทพเซียนลอยมาจากด้านบน มิฉะนั้นลั่วเยว่เจี้ยนคงจะคิดว่านี่คือหยกดำขนาดยักษ์ที่หาได้ยากจริงๆ
กลิ่นหอมของเหล้าในอากาศคอยยั่วยวนความตะกละของเธออย่างไม่หยุดหย่อน ลั่วเยว่เจี้ยนกลืนน้ำลาย ยื่นมือออกไป อยากจะกอบของเหลวสีดำขึ้นมาลองชิมรสชาติสักหน่อย
ทว่า ในตอนที่เธอยื่นมือออกไปนั่นเอง เนื่องจากกระเป๋าเสื้อที่ถูกยัดของจนเต็มแน่นจากการลูบคลำศพมาตลอดทางก่อนหน้านี้ จู่ๆ ก็ถูกเธอชนเข้า กล่องขนาดเล็กประณีตใบหนึ่งจึงร่วงหล่นลงมา
กล่องใบนี้ดูคุ้นตามาก ลั่วเยว่เจี้ยนจะต้องเคยหยิบมาเล่นก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน แต่เนื่องจากเดินผ่านห้องหินมายี่สิบกว่าห้องแล้ว ลูบคลำศพมามากเกินไป ดังนั้นเธอจึงจำไม่ค่อยได้แล้วว่าตกลงแล้วข้างในนี้บรรจุอะไรเอาไว้
มือของลั่วเยว่เจี้ยนที่เดิมทียื่นไปทางสระเหล้าชะงักไป หยิบกล่องใบเล็กนั้นขึ้นมาอย่างสะดวกมือด้วยความมึนงง และด้วยความเคยชินจากการลูบคลำโครงกระดูกมามากมายขนาดนั้นก่อนหน้านี้ จึงเปิดดูตามสัญชาตญาณ
พอเปิดกล่องใบเล็กนี้ออก กลิ่นฉุนของเครื่องเทศจำพวกพริกไทยเสฉวนและโป๊ยกั๊กก็พุ่งตรงขึ้นสมองทันที
ลั่วเยว่เจี้ยนสะดุ้งเฮือก ภายใต้การกระตุ้นเช่นนี้ก็สร่างขึ้นมาในชั่วพริบตา สภาพที่มึนงงราวกับเสียสติไปแล้วเมื่อครู่นี้ ก็หายวับไปในพริบตาในเวลานี้เช่นกัน
เธอกะพริบตา แววตาในดวงตากลับมาแจ่มใสอีกครั้ง แต่เพิ่งจะสร่างขึ้นมา เธอยังไม่ทันตั้งตัวเลยว่าตกลงแล้วเมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้น
ลั่วเยว่เจี้ยนมองดูรอบๆ อีกครั้ง แต่กลับพบว่าตัวเองมายืนอยู่ในสระน้ำที่เต็มไปด้วยของเหลวสีดำตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เมื่อดูจากการกระทำของตัวเอง ดูเหมือนว่ากำลังจะกระโดดลงไปในสระน้ำสีดำนี้อย่างไรอย่างนั้น
ลั่วเยว่เจี้ยนตกใจ เชี่ย เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?
ความทรงจำสุดท้ายของลั่วเยว่เจี้ยนยังคงหยุดอยู่ตอนที่ตัวเองอยู่ในทางเดิน และมองเห็นแสงสว่างปรากฏขึ้นที่สุดปลายทางเดินเบื้องหน้า
ทำไมจู่ๆ ถึงวาร์ปมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ...?
กลิ่นหอมของเหล้าในอากาศยังคงเข้มข้นมาก แต่ไม่สามารถส่งผลกระทบต่อลั่วเยว่เจี้ยนได้อีกต่อไปแล้วอย่างสมบูรณ์
แม้ว่าตัวลั่วเยว่เจี้ยนเองจะไม่ได้ฉลาดมากนัก แต่ในสถานการณ์ที่ชัดเจนขนาดนี้ เธอก็ยากที่จะเดาไม่ออกว่าปัญหาอยู่ที่ไหน
สายตาของเธอตกลงไปยังสระเหล้าสีดำนั้นอีกครั้ง ภายในใจก็เกิดความกระจ่างแจ้งขึ้นมาทันที
น้ำสีดำนี่มีปัญหาแน่ๆ!
หลังจากตระหนักได้ถึงจุดนี้ ภายในใจของลั่วเยว่เจี้ยนก็เกิดความรู้สึกหงุดหงิดเสียใจขึ้นมาทันที ทำไมเธอถึงได้สร่างขึ้นมาอย่างกะทันหันล่ะ?!
หากเมื่อครู่นี้เธอดื่มของเหลวสีดำในสระนี้ลงไปจริงๆ ล่ะก็ เธอต้องตายร้อยเปอร์เซ็นต์แน่ๆ!
สายตาของลั่วเยว่เจี้ยนจ้องเขม็งไปที่กล่องใบเล็กที่บรรจุเครื่องเทศจำพวกพริกไทยเสฉวนและโป๊ยกั๊กไว้เต็มกล่องในมือตัวเอง ภายในใจโมโหเป็นอย่างยิ่ง
พลางคิดในใจว่าแม่งเอ๊ย แกจะออกมาตอนไหนไม่ได้หรือไง? ก่อนหน้านี้ไม่มีความรู้สึกถึงการมีอยู่เลยแม้แต่น้อย ทำไมถึงต้องมาโผล่ออกมาอย่างกะทันหันในตอนที่เธอเกือบจะรนหาที่ตายสำเร็จพอดีด้วย?
นี่มันแกล้งกันชัดๆ!
เธอเกือบจะ อีกแค่นิดเดียวเธอก็สามารถฟื้นคืนชีพได้แล้ว!
ห่างจากความตายเพียงแค่เส้นยาแดงผ่าแปดแล้วก็ต้องคลาดกันไปอีกครั้ง ลั่วเยว่เจี้ยนโกรธจนกัดฟันกรอด แทบอยากจะโยนกล่องในมือทิ้งไปโดยตรง
แต่การทำแบบนี้ก็ไม่มีเหตุผลเลยแม้แต่น้อย ยังไงซะการถือของสิ่งนี้เอาไว้ก็ยังสามารถป้องกันไม่ให้กลิ่นเหล้าในอากาศรุกรานเข้าสู่สมองได้อีกครั้ง
การโยนกล่องใบเล็กนี้ทิ้งไปเฉยๆ แบบนี้ ไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด ระบบปล่อยจอยจะต้องเตือนเธอแน่ๆ
ลั่วเยว่เจี้ยนเงยหน้าขึ้น จ้องมองรูกลวงเหนือสระน้ำเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ของตัวเอง ผ่านไปพักใหญ่ เธอถึงได้ปิดกล่องในมือลงอย่างแรง ยัดกลับเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของตัวเองอีกครั้ง ตาไม่เห็นใจจะได้ไม่หงุดหงิด
แต่ครั้งนี้ เธอจงใจยัดกล่องใบเล็กนี้ลงไปไว้ที่ก้นกระเป๋าเสื้อ แบบนี้ต่อให้หลังจากนี้จะถูกชนอีก กล่องใบเล็กนี้ก็ยากที่จะร่วงหล่นออกมาได้
อันที่จริงลั่วเยว่เจี้ยนรู้สึกว่าตัวเองยังมีความหวังที่จะถูกน้ำสีดำนั่นทำให้ลุ่มหลงได้อีกครั้ง ยังไงซะกลิ่นหอมของเหล้านั่นก็ลอยอยู่ในอากาศมาโดยตลอด ส่วนการกระตุ้นจากเครื่องเทศจำพวกพริกไทยเสฉวนและโป๊ยกั๊กจะคงอยู่ได้นานแค่ไหนกัน?
ตอนนี้เธอได้เอากล่องใบเล็กที่บรรจุเครื่องเทศจำพวกพริกไทยเสฉวนและโป๊ยกั๊กนี้ไปไว้ก้นกระเป๋าอย่างสมบูรณ์แล้ว ไม่มีทางที่จะมีอะไรมาปลุกเธอให้ตื่นได้อีกแล้ว
รอจนกว่าครั้งหน้าที่เธอถูกทำให้ลุ่มหลง นั่นก็คือวันแห่งการฟื้นคืนชีพของเธอ!
ลั่วเยว่เจี้ยนตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะผลาญเวลาอยู่ในห้องนี้ จนกว่าจะผลาญไปจนถึงตอนที่สมองของตัวเองที่ถูกกระตุ้นด้วยเครื่องเทศกลับมาถูกกลิ่นหอมของเหล้าทำให้ลุ่มหลงอีกครั้ง จากนั้นก็ฉวยโอกาสรนหาที่ตาย
พอดีเลยพื้นที่แห่งนี้ดูเหมือนจะไม่มีทางออก เธอก็แค่แกล้งทำเป็นว่าตัวเองต้องการหาทางออกอีกทาง ก็จะสามารถถ่วงเวลาได้อย่างสมบูรณ์แบบ~
ลั่วเยว่เจี้ยนราวกับได้เห็นภาพฉากที่ตัวเองถูกล่อลวงให้ดื่มของเหลวสีดำลงไป แล้วก็ขาดใจตายในทันที
ชัยชนะกำลังกวักมือเรียกเธออยู่!
……