- หน้าแรก
- วิชาเทพลิขิตสวรรค์ อาคมหยั่งรู้ชะตา
- บทที่ 296 สุนัขดำผู้กร่าง
บทที่ 296 สุนัขดำผู้กร่าง
บทที่ 296 สุนัขดำผู้กร่าง
บทที่ 296 สุนัขดำผู้กร่าง
“ไม่เพียงแค่นั้น ลูกชายของเขายังแข็งแรงและเป็นปกติมากกว่าเดิมเสียอีก ภรรยาของผมเคยบอกว่าเมื่อก่อนลูกชายของหัวหน้าเผ่าค่อนข้างจะปัญญาอ่อน แต่หลังจากที่ฟื้นจากความตายครั้งนั้น เขาก็กลับกลายเป็นคนปกติธรรมดา ตอนนี้เท่าที่เห็นก็ไม่ต่างอะไรจากคนทั่วไป ไม่เหลือเค้าของคนปัญญาอ่อนคนเดิมอีกเลย”
“เรื่องนี้ทำให้หัวหน้าเผ่าดีใจมาก หลังจากนั้นเขาก็อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้มาตลอด แถมยังสร้างบ้านอยู่ข้างๆ บ้านของหัวหน้าเผ่าอีกต่างหาก ลูกชายของหัวหน้าเผ่าถึงกับรับเขาเป็นพ่อบุญธรรม ส่วนเรื่องความสามารถของเขา คนในหมู่บ้านต่างก็รู้กันดีและให้ความเคารพเขาเป็นอย่างยิ่ง”
“ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ต่างก็เคารพเขาทั้งนั้น ผมเคยเจอเขาหลายครั้ง รู้สึกว่าเขาเป็นคนใจดี ท่าทางดูมีเมตตา ทำไมตอนนี้ถึงได้ดูแปลกไป”
“แล้วเขามาทำอะไรที่ถ้ำจอมอสูร? หรือว่าเขามาเพื่อจัดการกับผีในถ้ำจอมอสูรกันแน่?”
พอได้ฟังการคาดเดาของเขา ผมก็รู้สึกพูดอะไรไม่ออกกับหยางผิง
เจ้าหมอนี่ยังคงไร้เดียงสาเกินไป สถานการณ์มาถึงขั้นนี้แล้ว พอได้ยินคำพูดของคนพวกนั้น เขายังคิดไปในแง่ดีได้อีก ทำให้ผมรู้สึกจนปัญญาจริงๆ
แต่คำพูดของเขาเมื่อครู่กลับทำให้ผมสนใจ ตามที่เขาพูด ลูกชายของหัวหน้าเผ่าควรจะเป็นคนปัญญาอ่อน คล้ายกับผู้เฝ้าหมู่บ้าน
แต่หลังจากป่วยตายแล้วฟื้นขึ้นมา เขากลับกลายเป็นคนปกติ
เรื่องแบบนี้ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะคนที่เกิดมามีหุนหรือพั่วไม่ครบบริบูรณ์ เป็นเพราะพวกเขาต้องสูญเสียหุนหรือพั่วดวงนั้นไปเพื่อชดใช้กรรม
คนอย่างพวกเราไม่มีทางตามหาหุนหรือพั่วดวงนั้นกลับคืนมาให้พวกเขาได้ เพราะนี่คือร่างกายโดยกำเนิดของพวกเขา เราไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้
แม้จะใช้วิธีการยืมวิญญาณ ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะร่างกายของพวกเขาไม่มีที่ว่างสำหรับหุนหรือพั่วดวงอื่นอีกแล้ว
ส่วนคนที่สามารถกลายเป็นปกติได้นั้น ความเป็นไปได้มากที่สุดก็คือ เขาตายไปแล้วจริงๆ และมีวิญญาณดวงอื่นมาอาศัยร่างกายของเขาเพื่อฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เกรงว่าการคาดเดาของผมคงจะถูกต้อง
พวกเขากำลังใช้ร่างกายของคนอื่นเพื่อฟื้นคืนชีพให้วิญญาณอีกดวงหนึ่ง เพื่อบรรลุความลับในการคงความเยาว์วัยของใครบางคน
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หัวใจของผมก็เต้นระรัว!
แต่ผมไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงแค่มองหยางผิงแวบหนึ่ง ผมก็ยังคงตัดสินใจปล่อยให้เขาได้เห็นด้วยตาของตัวเอง
ในขณะนั้น คุณหลิวก็เดินมาถึงหน้าหยางคนบ้า เมื่อหยางคนบ้าเห็นเขา ก็มีท่าทีตื่นเต้นอย่างผิดปกติ ตะโกนใส่เขาเสียงดังพลางดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง ท่าทางเหมือนอยากจะพุ่งเข้าไปทำร้าย
แต่ชายฉกรรจ์สามคนที่อยู่ข้างๆ กลับใช้ท่อนไม้ทุบตีหยางคนบ้าอย่างแรง เสียงท่อนไม้กระทบร่างของเขาดังตุ้บตั้บจนผมฟังแล้วยังรู้สึกเจ็บแทน
ผมอยากจะเข้าไปช่วยหยางคนบ้า แต่โอกาสยังไม่มาถึง จึงต้องอดทนไว้ก่อน
หลังจากถูกทุบตีอย่างหนัก หยางคนบ้าก็หยุดดิ้นรน นอนหอบหายใจอยู่บนพื้น
คุณหลิวเห็นดังนั้นก็หัวเราะเยาะอย่างเย็นชา จากนั้นจึงเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าหยางคนบ้า มองเขาอย่างเลือดเย็นแล้วพูดว่า “แค่แกน่ะเหรอ? ยังคิดจะมาทำร้ายฉันอีก?”
เขาหันหน้ามาทางพวกเรา เราจึงเห็นใบหน้าที่บ้าคลั่งของคุณหลิวได้อย่างชัดเจน
ผมหันไปมองหยางผิงที่อยู่ข้างๆ บนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
“ถุย!” คุณหลิวถ่มน้ำลายใส่ร่างของหยางคนบ้า
จากนั้น เขาก็เงยหน้ามองไปรอบๆ แล้วพูดว่า “จัดการให้เรียบร้อย พยายามอย่าให้มีรอยมีดอะไรเหลือไว้ล่ะ แล้วก็ระวังหมาของมันด้วย หมาของมันน่ารำคาญมาก”
พูดจบ เขาก็หันหลังกลับ เตรียมจะเข้าไปในถ้ำจอมอสูรอีกครั้ง
ส่วนชายสามคนนั้นเมื่อได้รับคำสั่ง ก็สบตากัน จากนั้นใบหน้าก็ปรากฏไอสังหารขึ้นมา
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาจะฆ่าปิดปากจริงๆ
ครั้งนี้ ผมจะนิ่งดูดายไม่ได้แล้ว
ถ้าปล่อยให้หยางคนบ้าถูกตีตายอย่างนี้ เขาก็มาถึงที่นี่ได้เพราะคำพูดของผม ถ้าอย่างนั้นผมก็เท่ากับฆ่าคนทางอ้อม
ผมจึงเตรียมจะพุ่งออกไป แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจะยกท่อนไม้ขึ้นมาฟาดหยางคนบ้าให้ตาย ทันใดนั้น ไม่รู้ว่ามาจากไหนก็มีสุนัขดำตัวใหญ่หลายตัววิ่งออกมา
สุนัขดำตัวใหญ่เหล่านี้วิ่งออกมาแล้วก็กระโจนเข้าใส่ชายฉกรรจ์เหล่านั้นทันที เมื่อชายเหล่านั้นเห็นดังนั้น ก็เข้าต่อสู้กับฝูงสุนัขดำอยู่พักหนึ่ง
ผมถึงได้เห็นว่าสุนัขดำตัวใหญ่พวกนั้นดุร้ายเพียงใด พวกมันอ้าปากกว้างเข้าขย้ำฉีกทึ้งชายเหล่านั้นเป็นพัลวัน แม้จะถูกท่อนไม้ในมือของพวกเขาฟาดใส่ ก็ไม่ร้องออกมาสักแอะ
กลับเป็นชายเหล่านั้นที่ถูกสุนัขดำตัวใหญ่กัดจนร้องโหยหวน!
ตอนนี้แหละ! ผมไม่ลังเลอีกต่อไป ลุกขึ้นยืนทันที
แต่ผมก็ยังใจเย็นอยู่บ้าง หันไปมองหยางผิงแล้วพูดว่า “หยางผิง รีบกลับไปที่หมู่บ้าน เรียกคนมาที่นี่”
“แต่ว่า...”
“หยางผิง ช่วยฉันหน่อย!” ผมพูดอย่างจริงจัง หยางผิงพยักหน้าอย่างหนักแน่นแล้วหันหลังวิ่งลงเขาไป
ผมมองไปที่หยางคนบ้าที่นอนอยู่บนพื้น ศีรษะของเขาแตก เลือดไหลออกมาเปื้อนเส้นผมที่พันกันยุ่งเหยิงอยู่แล้วจนยิ่งดูสกปรกขึ้นไปอีก
ทั้งตัวของเขาดูเหมือนจะหายใจรวยริน ผมรีบเข้าไปพยุงเขาขึ้นมา แล้วถามว่า “คุณเป็นยังไงบ้าง? ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
ผมถึงได้เห็นใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน เขาอายุราวสามสิบสี่สิบปี ไม่ได้แก่เลย น่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นในตอนหนุ่มๆ ถึงได้ทำให้ตัวเองกลายเป็นแบบนี้
เขาหรี่ตามองผม บนใบหน้าพลันปรากฏรอยยิ้มที่ยากจะหยั่งถึงขึ้นมา จากนั้นก็สลบไป
ผมตรวจสอบร่างกายของเขาดูแล้ว แขนน่าจะหัก แต่อวัยวะภายในยังคงดีอยู่
ผมรีบเงยหน้าขึ้นมอง เห็นสุนัขดำกัดชายฉกรรจ์ที่ถือท่อนไม้ล้มลงกับพื้นแล้ว บนตัวของทุกคนต่างอาบไปด้วยเลือด ขณะนี้กำลังนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวด
สุนัขดำเหล่านั้นก็ได้รับบาดเจ็บไม่น้อย แต่พวกมันกลับไม่ยอมถอย ยังคงกัดชายเหล่านั้นไม่ยอมปล่อย
ผมไม่เคยเห็นสุนัขแบบนี้มาก่อน ทั้งบ้าคลั่งและกร่างอย่างยิ่ง!
ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันยังดูไม่ธรรมดาอีกด้วย
เฮือก!
เดี๋ยวก่อน!
ผมเหมือนจะพบอะไรบางอย่าง
สุนัขเหล่านี้หลังจากกัดชายเหล่านั้นจนนอนร้องโหยหวนอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวดแล้ว ก็พากันถอยออกมาเอง ไม่ได้โจมตีต่อ!
และตำแหน่งที่พวกมันถอยไปยืนนั้น กลับเป็นตำแหน่งตามค่ายกลธาตุทั้งห้าพอดี พวกมันยืนตามทิศของธาตุทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดิน และทิศทางที่พวกมันหันหน้าเข้าหาก็คือปากถ้ำ
นี่เป็นเรื่องบังเอิญ หรือว่าผมตาฝาดไป?
ผมยังไม่ทันได้คิดอะไร ชายชราที่ถูกเรียกว่าคุณหลิวก็เดินออกมาจากถ้ำอีกครั้ง
หลังจากที่เขาเดินออกมา ผมเห็นสุนัขทั้งห้าตัวนั้นถึงกับตกใจจนถอยหลังไปหลายก้าว แม้จะยังทำท่าเตรียมโจมตีอยู่ แต่เห็นได้ชัดว่าถูกแรงกดดันของคุณหลิวข่มขวัญจนอยู่หมัด
คุณหลิวเดินออกมา เมื่อเห็นพื้นดินที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน
จากนั้น เขาก็เงยหน้ามองมาที่ผมแล้วถามว่า “แกเป็นใคร?”