เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 139 แมลงทมิฬกัดกินปีศาจ

บทที่ 139 แมลงทมิฬกัดกินปีศาจ

บทที่ 139 แมลงทมิฬกัดกินปีศาจ


บทที่ 139 แมลงทมิฬกัดกินปีศาจ

ยกเว้นประสาทการมองเห็นแล้ว ประสาทสัมผัสอื่นๆ ของอู๋เซี่ยนล้วนบอกเขาว่า ข้างหน้ามีแม่น้ำโลหิตที่เต็มไปด้วยวิญญาณอาฆาตร้ายแรง

แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้อู๋เซี่ยนไม่คิดเชื่อง่ายๆ และก็ไม่คิดปฏิเสธอย่างง่ายดายเช่นกัน

เขาย่อตัวลงเล็กน้อย ยกมือขึ้นวางลอยเหนือพื้นห่างออกไปราวสามสิบเซนติเมตร ร่างกายเริ่มสั่นเล็กน้อยจากการยืนขาข้างเดียวเป็นเวลานาน โชคดีที่การทรงตัวของเขาดีกว่าคนทั่วไปอยู่บ้าง

คาถาหนามดิน!

นิ้วมือของอู๋เซี่ยนสะบัดเบาๆ ปลดปล่อยคาถาออกมา แต่กลับไม่มีอะไรสัมผัสอยู่เบื้องล่าง ทำให้สีหน้าเขาแปรเปลี่ยนทันที เท้าที่กำลังจะก้าวไปจึงหยุดค้างไว้กลางอากาศ

คาถาหนามดินนี้เป็นคาถาระดับล้ำค่า

ผลลัพธ์คือการปลดปล่อยหนามหนึ่งหนามที่มีขนาดหนึ่งลูกบาศก์เมตร รูปทรงสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามใจผู้ใช้ หนามที่อู๋เซี่ยนปลดปล่อยออกไปเมื่อครู่คือหนามเตี้ยหนาเตอะสูงเพียงสามสิบเซนติเมตรที่ผุดขึ้นมาใต้ฝ่ามือเขา

ถ้าพื้นข้างล่างเป็นพื้นเรียบ หนามควรจะชนกับฝ่ามือของเขาพอดี

สามสิบเซนติเมตรแม้จะดูสิ้นเปลือง แต่ก็เป็นความสูงที่ดีที่สุด เพราะหากต่ำกว่านี้ อู๋เซี่ยนจะทรงตัวได้ยาก และหากสูงกว่านี้ หนามจะกีดขวางทางเดิน ทำให้อู๋เซี่ยนเดินต่อไปลำบาก

แต่ทว่าหนามกลับไม่ปรากฏขึ้น

นี่แสดงว่าเบื้องล่างใต้เท้าเขามีแม่น้ำลึกที่ไม่ทราบระดับจริงๆ เด็กหญิงหาได้หลอกเขาไม่!

“ลงมาเถอะ!”

“มาอยู่กับพวกเราสิ!”

“ทุกคนล้วนอยู่ในสายโลหิต มาสิ มาอยู่กับเราด้วย”

กลิ่นคาวโลหิตฉุนเฉียวคละคลุ้งขึ้นมา วิญญาณอาฆาตเบื้องล่างไม่หยุดเรียกหาอู๋เซี่ยน ร่างของพวกมันกระแทกกับบ่อโลหิตเบื้องล่าง ไม่หยุดหย่อน มีร่างหนึ่งโผล่ขึ้นมา ก็ถูกอีกตนหนึ่งผลักลงไปอีก เหมือนปลาคาร์ปแย่งอาหารในสระ…

เสียงเหล่านี้ทำให้ในหัวของอู๋เซี่ยนฉายภาพอันน่าหวาดผวา เขารู้สึกโล่งใจที่ยังหลับตาอยู่ ไม่ต้องเห็นภาพน่าสะพรึงเบื้องหน้า

ครู่หนึ่ง กลิ่นคาวเลือดก็พลันหายไป

เด็กหญิงส่งเสียงยินดีบอกอู๋เซี่ยน “แม่น้ำไน่หายไปแล้ว พี่ชายใหญ่เดินต่อไปได้แล้ว”

อู๋เซี่ยนชะงักไปเล็กน้อย

หายไปแล้วหรือ?

ทันใดนั้น อู๋เซี่ยนก็หวนนึกถึงคำพูดของยมทูตที่ว่า ทางหวงเฉวียนนี้ผันแปรไม่หยุด ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทุกขณะ คำพูดของพวกมันอาจไม่ใช่แค่เรื่องโกหกเสียทีเดียว บางคำพูดอาจจะจริงอยู่บ้าง

การโกหกเก้าทีผสมความจริงหนึ่ง จึงจะหลอกคนได้อย่างแนบเนียนที่สุด

อู๋เซี่ยนใช้เกราะหนามทดสอบ เมื่อยืนยันว่าพื้นเบื้องหน้าเป็นพื้นแข็งจึงก้าวเดินไป

ยิ่งเดินไปข้างหน้า

การเดินก็ยิ่งลำบากขึ้น

แม่น้ำไน่สาขาเล็กที่เต็มไปด้วยวิญญาณอาฆาตและโลหิต กองทัพมดผีที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง ใบมีดขนาดหนาที่ฟันคนขาดสะพาย แลหุบเหวลึกที่ไม่มีทางปีนขึ้นมาได้…

ทุกก้าวเต็มไปด้วยอันตราย

โชคดีที่เด็กหญิงคอยเตือนและช่วยอู๋เซี่ยนผ่านไปได้อย่างปลอดภัย ทำให้เขาแทบไม่มีบาดแผลแม้เพียงรอยขีดข่วน

ปู่ของเด็กหญิงคนนั้นตักเตือนหลานสาวให้รักษาระยะห่างจากคนเป็นอย่างอู๋เซี่ยนอยู่ตลอด แต่เด็กหญิงยังคงดื้อรั้นช่วยเหลือเขา ทำให้อู๋เซี่ยนเริ่มวางใจเธอเพียงเล็กน้อย

ไม่ทราบว่าตั้งแต่เมื่อใด แต่ดูเหมือนชายชราจะยอมแพ้ เสียงของเขาหายไปเหมือนกับนักพรตและนักบวช ไม่ปรากฏให้ได้ยินอีกเลย

เมื่อจำนวนก้าวลดน้อยลง

อู๋เซี่ยนเริ่มสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในร่างกาย ผิวของเขาเย็นลงมาก อุณหภูมิร่างกายเกือบจะเท่ากับอุณหภูมิรอบๆ กลิ่นของมนุษย์ค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยกลิ่นซากศพจางๆ ผิวของเขาเริ่มแข็งทื่อและซีดเหมือนคนตาย

ดูราวกับว่าเขากำลังเปลี่ยนสภาพไปเป็นผู้ตาย

แต่กระนั้น อู๋เซี่ยนรู้สึกได้

มีเพียงรูปลักษณ์ภายนอกของเขาเท่านั้นที่กำลังแปรเปลี่ยนจากผู้เป็นไปสู่ผู้ตาย

เกราะเกล็ดดำและหนังสไตล์ล้ำแฟชั่นของเขา แปรเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าสำหรับศพที่เยือกเย็น ปกปิดความอบอุ่นแห่งชีวิตของเขาไว้ภายใน

เมื่อเดินถึงก้าวที่ยี่สิบสี่ สถานการณ์ที่อู๋เซี่ยนไม่อยากพบเจอที่สุดก็เกิดขึ้น!

“พี่ชายใหญ่ ระวังตัว…เขามาแล้ว…อยู่ข้างหลังท่าน!”

“ชู่ เงียบเสียสิ เด็กน้อย เจ้าอย่าเพิ่งพูดอะไร!”

ครั้งนี้ เสียงนั้นเป็นเสียงแหบแห้งของชายผู้หนึ่ง

ขณะเดินผ่านก้าวเมื่อครู่ อู๋เซี่ยนได้พูดคุยกับเด็กหญิง ซึ่งทำให้อู๋เซี่ยนได้มองเห็นสภาพรอบตัวผ่านสายตาของเธอ นอกจากนี้ยังทำให้เขารู้ว่ามีบางอย่างที่บัณฑิตไม่ได้โกหก

สิ่งนั้นก็คือ มีผีตนหนึ่งกำลังเฝ้ามองเขาอยู่ห่างๆ!

ผีตนนั้นสวมชุดขาว ผมยาวรุงรัง มีรอยเลือดไหลจากหน้าอกจนถึงปลายเท้า ใบหน้าขาวซีดไร้ชีวิต ดวงตาแฝงด้วยความอาฆาตที่ทำให้คนหวาดผวา

เมื่ออู๋เซี่ยนเดินมาถึงก้าวที่ยี่สิบห้า

ผีชุดขาวตนนั้นก็เริ่มเคลื่อนไหว

เพียะ!

ผีชุดขาวฟาดลงบนบ่าอู๋เซี่ยน

อู๋เซี่ยนไม่หันหลังกลับ แต่สะบัดโล่ไปยังด้านหลังทันที

ฟึ่บ!

โล่ฟาดลงไปอย่างไร้เป้าหมาย

แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ความว่างเปล่าที่ไร้ตัวตน อู๋เซี่ยนสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างพุ่งผ่านไปใกล้ๆ ร่างกายของเขา มันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง เสียงแหวกอากาศชวนขนลุก

“ฟู่…”

หนังตาซ้ายของอู๋เซี่ยนกระตุกขึ้นทันใด เมื่อครู่เขารู้สึกได้ถึงลมหายใจเย็นเยียบปนกลิ่นคาวศพที่พัดมาใกล้ถึงหนังตาซ้าย ทำให้เขาสะดุ้งเล็กน้อย เกือบจะลืมตาขึ้นมอง แต่ก็ยังฝืนอดกลั้นไว้ได้

เมื่อเห็นว่าอู๋เซี่ยนยังอดทน ผีชุดขาวก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น มันใช้ปลายนิ้วเย็นเฉียบแนบลงบนหนังตาของอู๋เซี่ยน และค่อยๆ กดลง เหมือนต้องการจะควักดวงตาของเขาออกมา!

ฟึ่บ!

อู๋เซี่ยนปล่อยเกราะหนาม หนามแหลมพุ่งขึ้นจากใบหน้าของเขา บังคับให้มือผีชุดขาวผละออกไป แต่ก็แค่หยุดการโจมตีของมันได้ชั่วคราว

เขายังต้องหลับตาอยู่ ไม่อาจรับรู้สิ่งรอบตัวได้

หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป สิ่งที่รอเขาอยู่ก็มีแต่ความตาย

เขาเหมือนกับสัตว์ร้ายที่กำลังตื่นตระหนกจากการถูกล่า รู้ตัวว่ามีภัยร้ายอยู่ใกล้ๆ แต่ไม่รู้ตำแหน่งที่แน่นอนของนักล่า เมื่อใดที่นักล่าลั่นไก เขาก็ต้องร่วงลงทันที

ผีชุดขาวตนนั้นไม่จำเป็นต้องฆ่าเขาด้วยซ้ำ เพียงแค่ทำให้อู๋เซี่ยนลืมตาหรือเปลี่ยนท่าที ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

แววตาอู๋เซี่ยนฉายแววเด็ดเดี่ยว

แม้แต่นักล่าเองก็อาจถูกสัตว์ร้ายตลบหลังได้เช่นกัน!

“ในเมื่อข้าไม่อาจมองเห็นได้…ก็จะใช้สิ่งที่มองเห็นได้แโจมตีทนข้าแล้วกัน!”

“คาถาแมลงกัดกิน!”

แซ่กแซ่ก ครืดคราด…

ทันใดนั้นมือของอู๋เซี่ยนก็มีแมลงขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า จากสัมผัสที่ได้รับ อู๋เซี่ยนรู้ว่าแมลงพวกนี้แต่ละตัวใหญ่โตพอๆ กับด้วงเขี้ยวเล็ก น้ำหนักเยอะ และทั้งขาและกระดองเต็มไปด้วยหนามแหลมคม

หากไม่ได้มีผิวหนาแต่กำเนิด เพียงแค่แมลงเหล่านี้ไต่อยู่บนมือก็คงทำให้อู๋เซี่ยนบาดเจ็บได้แล้ว

มีแมลงทมิฬแห่งสายน้ำทั้งสิ้นยี่สิบตัวส่งเสียงหึ่งๆ ติดตามผีชุดขาวไปอย่างไม่หยุดยั้ง ในที่สุดผีชุดขาวที่คอยล้อเล่นกับอู๋เซี่ยนก็ถูกห้อมล้อมด้วยแมลงทมิฬเหล่านี้

ผีชุดขาวร้องออกมาอย่างตกใจ “นี่มันตัวอะไร…”

ฉึบ ฉึบ!

เสียงบดขยี้ดังขึ้นหลายครั้ง แมลงทมิฬบางส่วนถูกเหยียบจนแหลกสลายไป แมลงเหล่านี้ช่างเปราะบางเสียจริง

แต่ผีชุดขาวก็เริ่มกรีดร้องด้วยเสียงอันแหลมคม เนื้อของมันถูกแมลงทมิฬกัดแทะ แมลงเหล่านั้นบางตัวแม้กระทั่งเจาะเข้าสู่ผิวหนังของมันและกัดกินอวัยวะภายใน!

ถึงอวัยวะภายในจะไม่ได้จำเป็นต่อการมีชีวิตของผีร้ายเหล่านี้ แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของร่างวิญญาณ และการกัดกินอวัยวะภายในก็ทำให้พวกมันเจ็บปวดได้เช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อแมลงเจาะเข้าสู่ภายในแล้ว ก็ไม่อาจจะนำออกมาได้ง่ายๆ!

จบบทที่ บทที่ 139 แมลงทมิฬกัดกินปีศาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว