- หน้าแรก
- หลังจากที่ภรรยาของครอบครัวร่ำรวยคนหนึ่งถูกอ่านใจได้แล้ว ทุ่งแตงโมก็เต็มไปด้วยสัตว์ป่า
- บทที่ 30 ยี้! เจอของสกปรกเข้าให้แล้ว
บทที่ 30 ยี้! เจอของสกปรกเข้าให้แล้ว
บทที่ 30 ยี้! เจอของสกปรกเข้าให้แล้ว
บทที่ 30 ยี้! เจอของสกปรกเข้าให้แล้ว
"พอดีหน้าฉันเลอะนิดหน่อยน่ะค่ะ ตอนกลับมาก็เลยแวะไปจัดการตัวเองในห้องน้ำก่อน ก็เลย..." เฉาหยาอธิบายอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ ทว่าในใจยังคงไม่หายตกตะลึงที่ได้พบกับซูเปอร์สตาร์ระดับแถวหน้าที่นี่
อย่างไรก็ตาม ฉู่ซินเยว่กลับสังเกตเห็นรายละเอียดที่มากกว่านั้น ดวงตาของเฉาหยาแดงก่ำ เห็นชัดว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มา เมื่อนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านๆ มา เธอก็อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วง "เสี่ยวหยา บอกฉันมาตามตรงนะ ผู้ชายคนนั้นตามเธอมาที่นี่ใช่ไหม"
สิ้นคำถามนั้น นักวิจัยอีกสามคนที่นั่งอยู่ด้วยกันต่างพากันมองไปที่เฉาหยาด้วยความตึงเครียดและเป็นกังวล
โดยเฉพาะเพื่อนร่วมงานชายสองคนในกลุ่มที่ขมวดคิ้วมุ่นยิ่งกว่าใคร คล้ายกับกำลังนึกถึงประสบการณ์อันเลวร้ายบางอย่างขึ้นมาได้
เมื่อเฉาหยาได้ยินคำพูดของฉู่ซินเยว่ หัวใจของเธอก็สั่นไหว ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอันซับซ้อน "ซินเยว่ เธอ..."
"แหวะ! เจอของสกปรกเข้าให้แล้ว อยากจะอ้วกชะมัด"
ฉินเชาซึ่งเป็นเพียงคนเดียวที่ได้ยินเสียงในใจของจีเฟย พลันได้ยินประโยคที่โพล่งออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเช่นนั้นก็มองไปด้วยความงุนงง
ขณะที่ฉู่ซินเยว่และคนอื่นๆ เมื่อได้ยินเฉาหยาเอ่ยขึ้น สีหน้าของทุกคนก็แสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยในทันที
เพื่อนร่วมงานชายอีกสองคนนั้นยากที่จะเอ่ยปากพูดอะไรออกมาได้ เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาเคยถูกระแวงและโดนทำร้ายร่างกายมาแล้ว จึงไม่กล้าปริปากอีกคำด้วยเกรงว่าจะหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัว
ทว่าเพื่อนร่วมงานหญิงในกลุ่มกลับเป็นฝ่ายเอ่ยเตือนสติขึ้นมา "เสี่ยวหยา เขาตามเธอมาที่นี่แล้วแกล้งแสดงละครอะไรอีกหรือเปล่า อย่าโดนหลอกซ้ำสองนะ คนพรรค์นั้นเธอจะใจอ่อนด้วยไม่ได้เด็ดขาด"
"แต่ว่า..." เฉาหยาพึมพำพลางก้มหน้าลงต่ำ "พวกเราผูกพันกันมาหลายปี มันทำใจตัดขาดได้ยากจริงๆ บางทีครั้งนี้เขาอาจจะกลับตัวกลับใจแล้วก็ได้ ฉันเห็นแววตาของเขาดูเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนนะ"
ฉู่ซินเยว่ขมวดคิ้ว "เสี่ยวหยา เธอต้องรู้นะว่าอาการของเขามันเข้าข่ายพวกชอบใช้ความรุนแรงและระแวงจนเกินเหตุ ตอนแรกเขาก็ระรานคนนอกไปทั่ว แต่ต่อไปเขาอาจจะลงไม้ลงมือกับเธอก็ได้! ถ้าเธอจะทิ้งโอกาสไปเรียนต่อต่างประเทศเพื่อผู้ชายคนนั้นล่ะก็ มันจะ..."
ฉู่ซินเยว่ยังพูดไม่ทันจบ มือของเธอก็ถูกจีเฟยที่นั่งอยู่ข้างล่างกดไว้เป็นการปรามเสียก่อน
ฉู่ซินเยว่ชะงักไปชั่วครู่ ทว่าก่อนที่เธอจะได้หันไปมองจีเฟย เธอก็สัมผัสได้ถึงกระแสความไม่พอใจอย่างรุนแรงที่แผ่ออกมาจากเฉาหยาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
"ซินเยว่ ทำไมเธอถึงพูดถึงอาตื้อแบบนั้นล่ะ เธออยากให้ฉันมองเขาเป็นปีศาจหรือไง ฉันเป็นคนที่โตมากับเขา รู้จักเขาดีกว่าใครๆ สิ่งที่เธอกำลังพูดอยู่เนี่ย... มันไม่ดีเลยนะ"
แม้จะมีคนคอยเตือนสติถึงสองคน แต่เฉาหยากลับพุ่งเป้าไปที่ฉู่ซินเยว่เพียงคนเดียว หากไม่มีเสียงในใจของจีเฟยคอยบอก ฉินเชาก็คงรู้สึกรำคาญใจขึ้นมาทันที
"กล้าดียังไงถึงพูดแบบนั้น ซินเยว่เขาพูดด้วยความหวังดีนะ ถ้าเธอไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นของเขา อย่างน้อยก็ควรจะมีมารยาทพื้นฐานบ้าง"
คนตระกูลฉินล้วนมีนิสัยปกป้องคนของตัวเอง และตอนนี้ฉินเชาก็ยิ่งเป็นหนักกว่าเดิม เขาแทบจะยกฉู่ซินเยว่ไว้เหนือเกล้า ใครก็ตามที่กล้าพูดจาไม่ให้เกียรติเธอ นายท่านฉินคนนี้จะไม่มีวันไว้หน้าเด็ดขาด
รังสีอำมหิตจากคนที่เพิ่งจะพูดจาอ่อนหวานเมื่อครู่ที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมานั้นช่างน่ากลัวเสียจนคนที่ไม่รู้จักฉินเชาเลยอย่างเฉาหยาถึงกับสั่นสะท้านด้วยความกลัว และมองเขาด้วยความตกตะลึง
"เปล่านะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะว่าอะไรไม่ดี"
"งั้นซินเยว่เขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะว่าอะไรไม่ดีเหมือนกันนั่นแหละ!"
สีหน้าสับสนและวุ่นวายใจพาดผ่านใบหน้าของเฉาหยา ราวกับกำลังตัดพ้อในใจว่า ใครจะไปรู้ล่ะ
"คุณ... ทำไมคุณถึงต้องเข้าข้างเขาขนาดนั้นด้วย คุณไม่รู้เรื่องราวทั้งหมดเสียหน่อย" เฉาหยาเริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองถูกรังแก
ทว่าคำพูดของเธอกลับทำให้คนฟังรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก
ฉินเชาอยากจะสวนกลับไปใจจะขาดว่า ทำไมฉันจะเข้าข้างเขาไม่ได้ จะให้ฉันไปเข้าข้างเธอหรือไง ประสาทหรือเปล่า!
"ฉันอยากจะเข้าข้างเขาน่ะสิ เธอเนี่ยนะ..."
"ฉินเชา!"
ขณะที่ฉินเชากำลังจะโต้ตอบ เขาก็ถูกฉู่ซินเยว่ขัดจังหวะเสียก่อน แม้น้ำเสียงของเธอจะดูดุไปบ้าง แต่นี่ถือเป็นการเลื่อนสถานะจาก นายท่านฉิน มาเป็น ฉินเชา เลยทีเดียว
ฉินเชารู้สึกเหมือนกระดูกอ่อนเปลี้ยไปหมด ทั้งร่างราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน เขาอยากจะอ้อนวอนให้ฉู่ซินเยว่เรียกชื่อเขาแบบนี้อีกสักหลายๆ ครั้ง เพราะเขาไม่ได้ยินเธอเรียกชื่อเขามานานมากแล้ว
ฉินเชามองไปที่เธอด้วยสายตาเป็นประกาย ราวกับจะบอกว่า เธอเรียกเธอบอกอะไรฉันก็จะฟัง ฉันจะเป็นเด็กดี
ภาพที่เห็นทำให้จีเฟยซึ่งนั่งอยู่ตรงกลางถึงกับขนลุกซู่จนต้องหดคอหนี
ฉู่ซินเยว่เรียกเขาเพียงเพราะสถานการณ์คับขันเท่านั้น เพราะอย่างไรเสียเฉาหยาก็เป็นคนในทีมเดียวกัน การจะให้คนนอกอย่างฉินเชามาสั่งสอนมันดูจะไม่ค่อยดีนัก
"เสี่ยวหยา ทีมของพวกเรากำลังจะเดินทางไปต่างประเทศในเร็วๆ นี้แล้วนะ เรื่องส่วนตัวของเธอเองก็คิดทบทวนดูให้ดีๆ" ฉู่ซินเยว่เตือนเธอมานับครั้งไม่ถ้วนจนรู้สึกเหนื่อยหน่ายเต็มที หากไม่ใช่เพราะเกรงว่าจะมีอันตรายต่อสวัสดิภาพ และถ้าเฉาหยาไม่มัวแต่ทำตัวน่าสงสาร ร้องห่มร้องไห้มาหาเธออยู่บ่อยๆ ฉู่ซินเยว่ก็คงไม่เข้าไปก้าวก่ายตั้งแต่แรกแล้ว
ในเมื่อตอนนี้ถึงขั้นโดนเขม่นกลับมา เธอก็ยิ่งอยากจะปล่อยวางให้มากขึ้นไปอีก
ดวงตาของเฉาหยาไหววูบ สายตาที่มองฉู่ซินเยว่ยังคงแฝงไปด้วยความระแวง แม้ว่าฉู่ซินเยว่กำลังจะไปต่างประเทศก็ตาม
"ช่างเถอะค่ะ ไม่ต้องพูดเรื่องส่วนตัวของฉันแล้ว ฉันขอโทษด้วยที่ทำให้ทุกคนต้องอารมณ์เสียเพราะเรื่องของฉัน" เฉาหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย ทุกคนต่างพากันหาเรื่องอื่นมาคุยเพื่อเปลี่ยนหัวข้อ
ในตอนนั้นเองที่เฉาหยาเพิ่งจะกล้าถามออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น "ว่าแต่คุณฉินมาที่นี่เพื่อจะร่วมลงทุนหรือคะ ทำไมดาราดังถึงคิดอยากจะมาลงทุนด้านนี้ล่ะ..."
ฉินเชาไม่ได้สนใจผู้หญิงคนนี้เลยแม้แต่น้อย แต่เห็นแก่หน้าฉู่ซินเยว่ เขาจึงตั้งใจจะให้เหตุผลที่ดูดีและยิ่งใหญ่เสียหน่อย
ทว่าจีเฟยที่เงียบมาตลอดกลับโพล่งขึ้นมาว่า "อ๋อ เพราะเขาเป็นอดีตคู่หมั้นของซินเยว่น่ะค่ะ"
ประโยคเดียวสั้นๆ นี้ทำให้บรรยากาศในที่นั้นเงียบกริบจนน่าขนลุก
คนอื่นๆ ต่างพยายามหลีกเลี่ยงที่จะใช้คำเรียกเช่นนี้มาโดยตลอด ไม่นึกเลยว่าจีเฟยจะโพล่งออกมาอย่างไม่ไว้หน้าใครขนาดนี้
ฉู่ซินเยว่เองก็มองไปที่จีเฟยด้วยความตกตะลึง
ฉินเชาขมวดคิ้วมุ่น
อย่างแรกคือ เขาไม่ชอบคำว่า อดีต เลยสักนิด
อย่างที่สองคือ พี่สะใภ้รอง อย่าหาเรื่องใส่ตัวสิ! พูดออกมาแบบนี้ตอนนี้ซินเยว่ต้องไม่พอใจแน่ๆ
เขายังไม่เข้าใจว่าจีเฟยกำลังจะเล่นอะไร จึงกะว่าจะจ้างให้เธออยู่นิ่งๆ เสียหน่อย
ทว่าเขากลับได้ยินเสียงพร่ำเพ้อในใจอย่างผู้ชนะของจีเฟยตามมาว่า "เป็นไงล่ะ อึ้งไปเลยใช่ไหม อดีตคู่หมั้นของฉู่ซินเยว่ก็คือฉินเชาเชียวนะ รู้ไหมว่าระดับไหนน่ะ"
ฉินเชาเริ่มตระหนักได้ว่า จีเฟยกำลัง... พุ่งเป้าไปที่เฉาหยาอย่างนั้นหรือ
"อดีต? คู่หมั้น??! ของซินเยว่เหรอ!" เฉาหยาตกใจจนอ้าปากค้าง สมองมึนงงไปหมด
เพราะตอนที่เฉาหยาเข้ามาอยู่ในแวดวงสังคมของฉู่ซินเยว่นั้น ฉินเชาก็ตัดขาดการติดต่อกับฉู่ซินเยว่ไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว ส่วนเพื่อนร่วมงานวิจัยคนอื่นๆ ที่รู้เรื่องต่างก็พยายามไม่เอ่ยถึง ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเรื่องบังเอิญที่เฉาหยาไม่เคยรู้ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่มาก่อนเลย
ในวินาทีนี้ สายตาอันไม่อยากจะเชื่อของเฉาหยาจึงกวาดมองสลับไปมาระหว่างคนทั้งสอง เธอถึงกับเผลอปฏิเสธออกมาตามสัญชาตญาณ พลางชี้มือไปยังจีเฟยและฉินเชาอย่างเลื่อนลอย "พวกคุณสองคนไม่ได้เป็นแฟนกันหรอกหรือคะ"
ใบหน้าของฉินเชาแสดงอาการปฏิเสธอย่างชัดเจนทันที
จีเฟยกล่าวเสริม "ฉันเป็นอดีตว่าที่พี่สะใภ้ของซินเยว่ค่ะ เป็นพี่สะใภ้รองของเขา"
สีหน้าของเฉาหยาดูซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม ไม่ใช่แค่เป็นอดีตคู่หมั้น แต่ยังมีคนในครอบครัวตามมาหาฉู่ซินเยว่ด้วยกันอีก
นี่พวกเขามาเพื่อตามง้ออย่างนั้นหรือ
ฉู่ซินเยว่เอ่ยด้วยความอึดอัด "พวกเราไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกันแล้วค่ะ เขาแค่บังเอิญผ่านมา แล้วได้ยินบทสนทนาของพวกเราเข้าพอดี เลยอยากจะมาหารือเรื่องโครงการลงทุนน่ะค่ะ"
ฉินเชาส่งสายตาละห้อยไปทางฉู่ซินเยว่ แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรออกไปตรงๆ
จีเฟยจึงรีบพูดเสริมขึ้นมาอีก "ใช่แล้วๆ ฉันจะบอกให้นะ ฉินเชาเนี่ยรักษาใจของซินเยว่เอาไว้ไม่ได้เองก็เลยถูกทิ้งอย่างไม่ใยดี ทำได้แค่น่าสงสารคอยวางแผนหาทางสร้างสถานการณ์ให้ได้เจอกันโดยบังเอิญแบบนี้แหละ"
ทุกคนตกตะลึงอีกครั้งที่มองไปยังจีเฟย แม้สิ่งที่เธอพูดจะเป็นความจริง แต่มันก็ไม่ควรจะพูดออกมาตรงๆ ขนาดนี้ไหม!
ฉินเชารู้สึกว่า แม้เขาจะไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องน่าอายอะไร แต่พี่สะใภ้คนนี้เป็นอะไรไป ดูเหมือนเธอกำลังตั้งใจจะโอ้อวดอะไรบางอย่างอยู่
จีเฟยเมินเฉยต่อใบหน้าของเฉาหยาที่เริ่มซีดเผือดลงเรื่อยๆ ก่อนจะหันไปยิ้มให้ฉู่ซินเยว่ที่ยังคงยืนอึ้ง "อื้ม นักวิจัยสาวผู้เก่งกาจ แถมยังสวยขนาดนี้ ในอนาคตผู้ชายที่ยอดเยี่ยมขนาดไหนกันนะถึงจะเข้าตาเธอได้ เขาต้องหล่อกว่าฉินเชา รวยกว่าฉินเชา เก่งกว่าฉินเชา และมีภูมิหลังที่มั่นคงกว่าฉินเชาแน่ๆ เลยใช่ไหมล่ะ"
ฉินเชารู้สึกเหมือนถูกศรหลายดอกปักกลางอกอย่างไร้สาเหตุ
เฮ้ๆๆ นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย
ทว่านักวิจัยทั้งสามคนกลับหลุดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่ได้
"ซินเยว่เก่งจริงๆ นั่นแหละครับ มีคนตามจีบเธอเยอะแยะไปหมด แต่ซินเยว่ไม่เคยชายตามองใครเลย"
ฉินเชาเริ่มกระวนกระวายใจขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น
ส่วนฉู่ซินเยว่มองไปที่จีเฟยด้วยความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างความจนปัญญาและความงุนงง
แต่แล้วจีเฟยก็หันกลับไปมองเฉาหยาที่ตอนนีหน้าเปลี่ยนสีสลับไปมาระหว่างเขียวกับแดง ราวกับอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเสียตรงนั้น พร้อมกับทิ้งท้ายว่า "เพราะฉะนั้น สิ่งที่อดีตแฟนของเธอพูดเมื่อกี้ต้องเข้าใจผิดแน่ๆ เลย ซินเยว่ขนาดดาราดังอย่างน้องชายสามีฉันเขายังไม่เห็นอยู่ในสายตาเลย แล้วเขาจะแอบไปหลงรักแฟนของเธอได้ยังไงกัน"
ประโยคนี้เปรียบเสมือนอัสนีบาตที่ฟาดลงมากลางวง ทำให้ทุกคนถึงกับยืนแข็งทื่อไปตามๆ กัน และถึงขั้นสงสัยว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า
"ฮะ?" นักวิจัยทั้งสามคนอุทานออกมาพร้อมกัน
ใครกันที่ระแวงว่าใครแอบชอบใครนะ
ตอนนี้เฉาหยาตัวสั่นเทิ้มด้วยความอับอาย ดวงตาแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ
ฉู่ซินเยว่มองเฉาหยาด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ
ขณะที่ใบหน้าของฉินเชานั้นเคร่งขรึมและทะมึนถึงขีดสุด
"ด้วยแฟนห่วยๆ พรรค์นั้นของเธอ แค่เอาเขามาอยู่ในเฟรมเดียวกับซินเยว่ก็ทำลายองค์ประกอบภาพจนพินาศหมดแล้ว เขายังกล้าเพ้อฝันว่าฉู่ซินเยว่แอบชอบตัวเองอีกเหรอ แล้วเธอก็ดันมีสมองหมูๆ ที่เกือบจะหลงเชื่อ จนย้อนกลับมาสงสัยในความหวังดีที่ซินเยว่มีให้เธอตั้งแต่แรก นี่มันยัยโง่คลั่งรักชัดๆ ต่อให้เป็นซอมบี้ก็ยังไม่อยากจะกินสมองเธอเลย"