เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 เขาทำผิดเอง ย่อมสมควรได้รับผลนั้น

บทที่ 18 เขาทำผิดเอง ย่อมสมควรได้รับผลนั้น

บทที่ 18 เขาทำผิดเอง ย่อมสมควรได้รับผลนั้น


บทที่ 18 เขาทำผิดเอง ย่อมสมควรได้รับผลนั้น

จิตใจของฉินเฉามึนงงสับสนเล็กน้อย เขาฝืนทำหน้าที่ต้อนรับแขกเหรื่อร่วมกับพี่ชายรองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหาโอกาสปลีกตัวออกมา

ฉินเสียนไม่ได้ใส่ใจเขานัก เพราะอย่างไรเสีย การรั้งตัวเขาไว้ที่นี่ก็เพียงเพื่อจะพูดคุยเรื่องของจีเฟยเท่านั้น

อีกด้านหนึ่ง ฉู่ซินเยว่เริ่มรู้สึกชาชินกับการที่สามีภรรยาตระกูลฉู่เอาแต่ยกยอฉู่เสวี่ยฉีในวงสังคมของพวกเขาและเมินเฉยต่อเธออย่างสิ้นเชิงมานานแล้ว

ทว่า กลับมีสายตาที่ไม่น่าอภิรมย์คู่หนึ่งเฝ้ามองเธออยู่ตลอดเวลา

เธอเหลียวมองไปรอบๆ แต่เนื่องจากมีผู้คนหนาตาเกินไปจึงไม่ทราบว่าเป็นใคร เธอทำได้เพียงเดินเลี่ยงออกมาจากจุดนั้นเพื่อไปเข้าห้องน้ำเพื่อขอเวลาอยู่กับตัวเองสักพัก

ห้องน้ำที่ตระกูลฉินจัดเตรียมไว้สำหรับแขกเหรื่ออยู่สุดทางเดิน โดยแยกชายหญิงไว้อย่างชัดเจน

ขณะที่ฉู่ซินเยว่กำลังจะก้าวเข้าไปในห้องน้ำหญิง แรงมหาศาลจากด้านหลังก็ผลักเธอเข้าไปข้างในอย่างรุนแรง

"ว๊าย!" ฉู่ซินเยว่ตกใจจนอุทานออกมาสั้นๆ แต่ปากของเธอก็ถูกปิดไว้ทันควัน

หลังจากนั้นไม่นาน ฉู่ซินเยว่ก็ถูกชายคนหนึ่งกดร่างติดกับผนังห้องน้ำ

เมื่อนั้นเองที่ฉู่ซินเยว่เห็นใบหน้าอีกฝ่ายชัดเจน ดูเหมือนจะเป็นคุณชายจากตระกูลมั่งคั่งในแวดวงสังคมคนหนึ่ง เธอเคยเห็นหน้าเขาผ่านๆ สองสามครั้งแต่ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว

ฉู่ซินเยว่จ้องมองชายผู้นั้นด้วยความโกรธแค้น

ฝ่ายชายโมโหกับสายตานั้นและยื่นมือออกมาหมายจะฉีกชุดราตรีของเธอ

"อีตัวดี มึงกล้าเล่นตัวกับกูงั้นเหรอ?! วันนี้กูจะทำให้มึงรู้ว่าถ้ากล้าลองดีกับกู ต่อให้มึงจะเป็นคู่หมั้นของใคร กู ก็จะ..."

ฉู่ซินเยว่ได้ยินเสียงผ้าขาดดังแคว่ก เธอไม่คาดคิดเลยว่าจะต้องมาเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ สมองของเธอขาวโพลนไปหมด เธอไม่สามารถส่งเสียงร้องออกมาได้ ดวงตาแดงก่ำด้วยความตระหนก และทำได้เพียงดิ้นรนขัดขืนอย่างสุดกำลัง

เมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจของชายคนนั้นที่รดต้นคอ ฉู่ซินเยว่ก็เริ่มหลั่งน้ำตา

ในตอนที่เธอกำลังสิ้นหวัง เสียงบานประตูที่ถูกผลักออกอย่างแรงก็ดังปังขึ้น

"ไอ้ระยำ มึงอยากตายนักใช่ไหม?!"

ในชั่วพริบตา ฉู่ซินเยว่รู้สึกได้ว่าแรงกดทับบนร่างเลือนหายไป เธอก้าวพลาดจนล้มลงกับพื้นและเงยหน้าขึ้นมองอย่างไร้ทางสู้

เธเห็นฉินเฉากำลังขย้ำคอเสื้อชายคนนั้นไว้ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ เขาเหวี่ยงหมัดเข้าใส่จนชายคนนั้นหมุนคว้างไปตามแรง

เมื่อฉินเฉาหันมาสบตาฉู่ซินเยว่และเห็นว่าชายกระโปรงของเธอขาดรุ่งริ่งจนเผยให้เห็นต้นขาขาวเนียน เขาก็รีบเบือนหน้าหนีทันที "ไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อยซะ"

หลังจากพูดจบ เขาก็สะบัดเสื้อนอกส่งให้ฉู่ซินเยว่

จากนั้นเขาก็ลากคอชายคนนั้นออกไปจากห้องน้ำ

ฉินเฉาโกรธจัดจนหมัดสั่นและส่งเสียงกระดูกลั่น เพลิงโทสะที่ระบุที่มาไม่ได้พลุ่งพล่านอยู่ในอก

เขายังพอมีสติหลงเหลืออยู่บ้างจึงไม่อยากให้เกิดเรื่องวุ่นวายในงาน เขาจึงลากชายคนนั้นตรงไปยังสวนหลังบ้านที่ไร้ผู้คนแล้วเหวี่ยงลงพื้น ก่อนจะตามเข้าไปเตะซ้ำอีกหลายครั้ง

เมื่อชายคนนั้นเริ่มตั้งสติได้ ก็รีบตะโกนสวนขึ้นมา "ฉินเฉา แกเป็นบ้าอะไร? แกถึงกับออกตัวปกป้องมันเชียวเหรอ? แกไม่ได้กิ๊กกั๊กอยู่กับพี่สาวมันหรือไง? แกเองก็ไม่ยอมรับว่ายัยนี่เป็นคู่หมั้นนี่นา หรือที่โผล่มานี่กะจะมาจับชู้รึไง?"

ใบหน้าของฉินเฉามืดครึ้มลงทันที "ไม่ว่าเธอจะเป็นอะไรสำหรับฉัน เรื่องแบบนี้ก็ห้ามเกิดขึ้นในบ้านตระกูลฉินเด็ดขาด ในเมื่อเธอไม่ยินยอม แกยังกล้าฝืนใจเธออีกงั้นเหรอ?!"

"ปัดโธ่เว้ย แกจะไปรู้อะไร? นั่นมันเรื่องผัวเมียทะเลาะกัน เป็นเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งโว้ย!"

ฉินเฉาถึงกับชะงักงันและทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ

"แก... แกพูดว่าอะไรนะ?"

ชายคนนั้นตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้นพร้อมแสยะยิ้ม "ไม่ใช่ว่าฉันสวมเขาให้แกหรอกนะ นังร่านนี่ต่างหากที่ยั่วฉันขึ้นเตียงเอง แต่พอเราคบกันได้สามเดือนมันก็สลัดฉันทิ้ง ฉันจะมาทวงคำอธิบายหน่อยไม่ได้หรือไง?"

สีหน้าของฉินเฉาเปลี่ยนไปทันควัน เขาเอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อชายคนนั้นไว้ตามสัญชาตญาณ "พูดอีกทีซิ!"

ฝ่ายนั้นเองก็เริ่มเดือดดาลขึ้นมา "อะไรของแกวะ? ผู้หญิงที่แกไม่เอา คนอื่นก็ห้ามเอาด้วยงั้นเหรอ? จะมาเล่นบทหึงหวงใส่ฉันเพื่ออะไร?"

ฉินเฉาเบิกตากว้างด้วยความพิโรธ เตรียมจะลงมืออีกครั้ง แต่แล้วเขาก็ถูกขัดจังหวะด้วยการปรากฏตัวของพ่อบ้าน

"โถ่ คุณชายสามครับ จะไปตีแขกแบบนี้ได้ยังไง? มีอะไรค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันเถอะครับ"

พ่อบ้านรีบเข้ามาแยกทั้งคู่จากกัน และดูเหมือนจะรู้ว่าฉินเฉากำลังโกรธจัดจริงๆ จึงรีบกึ่งลากกึ่งดึงชายที่เป็นต้นเรื่องออกไปเสีย

"คุณชายสาม โปรดกลับไปรับแขกเถอะครับ แขกเหรื่อมากันครบแล้ว คุณชายรองกำลังตามหาตัวคุณชายอยู่ครับ"

ฉินเฉายืนนิ่งค้าง อารมณ์ในอกปั่นป่วนอย่างหนัก เมื่อเขาเริ่มได้สติและหันกลับไปมอง ก็เห็นฉู่ซินเยว่ที่ใบหน้าซีดเผือดและมีท่าทางเหม่อลอยกำลังกำเสื้อของเขาเอาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

ใบหน้าของฉินเฉาบึ้งตึง เขาตั้งท่าจะเดินผ่านเธอไปเพื่อออกจากตรงนั้น

ฉู่ซินเยว่พลันโพล่งขึ้นมา "ฉันไม่ได้ทำ!"

ฉินเฉาหันไปมอง และเห็นฉู่ซินเยว่ราวกับกำลังรวบรวมความกล้า เธอจ้องมองเขาด้วยแววตาที่ดูเหมือนจะยอมจำนนต่อโชคชะตาแล้วพูดว่า "เป็นฉู่เสวี่ยฉี ต้องเป็นฝีมือเธออีกแน่ๆ เป็นความผิดของเธออีกแล้ว..."

"ฉู่ซินเยว่!" ฉินเฉาคำรามลั่น

ฉู่ซินเยว่ชะงักงัน เมื่อเธอเห็นสายตาของฉินเฉา มันราวกับมีน้ำเย็นจัดถังหนึ่งราดลงมาบนตัวเธอจนเย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจ

ฉินเฉากล่าวอย่างเยาะหยัน "เรื่องก่อนหน้านี้ฉันจะไม่ขุดคุ้ย แต่กับเรื่องที่เหลวแหลกขนาดนี้ เธอยังคิดจะโยนความผิดให้เสวี่ยฉีอีกงั้นเหรอ!"

สีเลือดค่อยๆ จางหายไปจากใบหน้าของฉู่ซินเยว่ และแววตาของเธอก็ไร้ซึ่งประกายแห่งชีวิตอย่างช้าๆ เธออยากจะบอกว่าเรื่องราวก่อนหน้านี้ทั้งหมดเธอก็ไม่ได้เป็นคนทำเช่นกัน แต่... เธอพูดไม่ออก

ฉินเฉาแค่นยิ้ม "ช่างน่าเสียดายที่เสวี่ยฉีรู้สึกผิดต่อเธอมาตลอดเพราะเรื่องความสัมพันธ์ของเรา และเพราะเห็นแก่เรื่องการหมั้นหมาย เราสองคนจึงไม่เคยคบหากันอย่างเป็นทางการเสียที ตอนนี้ฉันรู้สึกว่ามันช่างไร้ค่าสิ้นดี"

"ฉู่ซินเยว่ ฉันไม่สนหรอกว่าเธอจะชอบฉันหรือไม่ แต่ตั้งแต่วันที่เสวี่ยฉีเสี่ยงชีวิตช่วยฉันไว้ตอนเด็ก หัวใจของฉันก็มีให้แค่เธอคนเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้น... เราถอนหมั้นกันเถอะ คนเดียวที่ฉันจะแต่งงานด้วยคือฉู่เสวี่ยฉี"

แสงสว่างในดวงตาของฉู่ซินเยว่ดับวูบลงอย่างสมบูรณ์ และเสื้อผ้าที่เธอกอดไว้ก็ร่วงหล่นลงสู่พื้น

แม้เธอจะรู้ดีอยู่แล้วว่าวันนี้ต้องมาถึง แต่มันก็ยังคงเจ็บปวดลึกไปถึงกระดูก

"ที่แท้คุณก็รู้มาตลอดว่าฉันชอบคุณ" ฉู่ซินเยว่กล่าวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

ฉินเฉาไม่แม้แต่จะมองหน้าฉู่ซินเยว่อีกต่อไป

ทว่าฉู่ซินเยว่กลับหัวเราะออกมาอย่างขมขื่นแล้วพูดว่า "ไม่ต้องห่วงหรอก มันจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีกแล้ว ฉันตกลงถอนหมั้นค่ะ"

แท้จริงแล้ว นอกจากคุณย่าแล้ว ก็ไม่มีใครในโลกนี้เลย ทั้งพ่อแม่ของเธอ หรือแม้แต่เด็กชายตัวน้อยที่เคยบอกว่าจะแต่งงานกับเธอและจะปกป้องเธอไปตลอดกาล ที่จะเชื่อใจเธอหรือเลือกเธอมากกว่าฉู่เสวี่ยฉี

เมื่อฉินเฉาได้ยินคำตอบของฉู่ซินเยว่ ความรู้สึกเจ็บจี๊ดแปลกๆ ก็ยังคงรัดตรึงหัวใจของเขาไว้ แต่เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะพูดว่า "ดีแล้วที่คุณยอมร่วมมือ ฉันขอเตือนไว้เลยนะ ถ้าคุณกล้าลงมือกับเสวี่ยฉีอีก ฉันจะไม่คำนึงถึง..."

"จุ๊ จุ๊ จุ๊ นี่มันจังหวะเข้าสู่ช่วงโบ้หอนชัดๆ!"

เสียงที่ดังขึ้นกะทันหันนั้นขัดจังหวะคำพูดของฉินเฉา

ฉินเฉายังไม่ชินกับการได้ยินเสียงในใจของจีเฟย เขาจึงหันไปมองตามทิศทางของเสียงโดยสัญชาตญาณ

เขาเห็นจีเฟยและฉินเสียนยืนอยู่ที่ระเบียงทางเดินด้านหลังฉู่ซินเยว่

ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะเดินมาด้วยกันเพื่อตามหาใครบางคน

ก่อนที่ฉินเฉาจะได้อ้าปากพูด

ฉินเสียนก็ขมวดคิ้วแล้วพูดขึ้นว่า "เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงมาทำตัววุ่นวายอยู่ที่นี่? เราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือว่าค่อยจัดการเรื่องนี้ทีหลัง?"

ฉินเสียนและจีเฟยมาถึงช้าไปหน่อยจึงได้ยินเพียงตอนที่ฉินเฉากำลังตวาดใส่ฉู่ซินเยว่เรื่องการถอนหมั้นด้วยความโมโห พวกเขาจึงไม่ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

ฉินเฉาขมวดคิ้วแต่ก็ยังไม่ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องน้ำ อย่างไรเสีย มันก็เป็นเรื่องที่ทำให้เสียชื่อเสียงเกินไป

"ไม่มีอะไร" ฉินเฉากล่าวอย่างบึ้งตึง

สายตาของฉินเสียนกวาดมองไปและสังเกตเห็นตามธรรมชาติว่าชุดราตรีของฉู่ซินเยว่ขาดวิ่น แม้จะไม่ได้โป๊เปลือยแต่มันก็ดูไม่งามนัก

เขาก้มหน้าลงและกระซิบกับจีเฟย "พาเธอขึ้นไปเปลี่ยนชุดข้างบน"

จีเฟยเองก็สังเกตเห็นเช่นกันและพยักหน้ารับ

เมื่อเธอเดินเข้าไปจะพาฉู่ซินเยว่ออกไป และได้เห็นสีหน้าที่ดูไร้ความรู้สึกของฉู่ซินเยว่ จีเฟยก็อดไม่ได้ที่จะค้อนใส่ฉินเฉาหนึ่งที

ฉินเฉารู้สึกเหมือนถูกท้าทายทันทีและอยากจะถามออกไปว่าเธอมองอะไร

แล้วเขาก็ได้ยินเสียงในใจว่า: "เขาเพิ่งจะพูดว่า ตั้งแต่ฉู่เสวี่ยฉีช่วยเขาไว้ เธอก็อยู่ในใจเขามาตลอด ฉันควรจะบอกเจ้าโง่นี่ดีไหมนะว่าเขาจำคนช่วยผิดตัวน่ะ? คนที่ช่วยเขาไว้น่ะคือฉู่ซินเยว่ต่างหาก ไม่ใช่ฉู่เสวี่ยฉีเสียหน่อย"

"เห็นท่าทางอวดดีของเขาแล้ว ฉันก็เริ่มจะไม่อยากบอกแล้วสิ เขาทำผิดเอง ย่อมสมควรได้รับผลนั้น"

เมื่อได้ยินดังนั้น สมองของฉินเฉาก็ว่างเปล่าไปชั่วขณะ จากนั้นเขาก็รู้สึกโกรธเคืองที่ความทรงจำอันแสนล้ำค่าของเขาถูกมองเป็นเรื่องน่าขัน เขาอ้าปากเตรียมจะคำรามใส่จีเฟย โดยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ไว้แล้ว

แต่แล้วเขาก็ได้ยินฉินเสียนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "ฉินเฉา หุบปาก"

ฉินเฉาชะงักค้าง มองไปทางฉินเสียนอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา

จีเฟยซึ่งไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ยังคงนำทางฉู่ซินเยว่ที่ดูจะเฉยเมยต่อทุกสิ่งรอบข้างให้เดินตามออกไป

หลังจากที่ทั้งสองคนลับตาไปแล้ว ในที่สุดฉินเฉาก็อดไม่ได้ที่จะชี้มือไปยังทิศทางที่จีเฟยเดินจากไปอย่างหัวเสียแล้วพูดว่า "พี่รอง! พี่ได้ยิน..."

ฉินเสียนขมวดคิ้ว "นายบอกว่านายอยากแต่งงานกับฉู่เสวี่ยฉี ถ้าคนที่ช่วยชีวิตนายไว้ตอนเด็กคือฉู่ซินเยว่ไม่ใช่ฉู่เสวี่ยฉี นายยังจะตัดสินใจเหมือนเดิมอยู่ไหม?"

ฉินเฉาเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เขาคิดว่าตัวเองคงหูฝาดไป แต่ต่อให้จะหูฝาด เขาก็ไม่ควรจะได้ยินเรื่องที่ไร้สาระขนาดนี้

"พี่รอง จีเฟยกำลังเป็นบ้า พี่จะบ้าตามเธอไปด้วยหรือไง?"

อย่างไรก็ตาม ฉินเสียนเพียงแค่มองเขาอย่างเงียบเชียบโดยไม่พูดอะไร

เมื่อเห็นว่าสีหน้าของฉินเสียนไม่ใช่เรื่องตลก ฉินเฉาก็ไม่สามารถรักษาความเยือกเย็นไว้ได้อีกต่อไป

"ผมเป็นคนในเหตุการณ์ ผมจะไม่รู้ได้ยังไงว่าใครเป็นคนช่วยผม? ทั้งสามีภรรยาตระกูลฉู่และเสวี่ยฉี อ้อ แม้แต่ฉู่ซินเยว่เองก็รู้กันหมดว่าตอนนั้นเสวี่ยฉีเป็นคนช่วยผมไว้! ขนาดฉู่ซินเยว่ยังไม่เคยคัดค้านเลยสักครั้ง! มันจะผิดไปได้ยังไงกัน?!" ฉินเฉารู้สึกว่าเรื่องนี้มันช่างน่าขันสิ้นดี

นั่นเป็นเพราะพวกเขารู้ดีว่าฉินเฉาจะพูดเช่นนี้ ตระกูลฉินจึงยังไม่ได้แจ้งเรื่องที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับผู้มีพระคุณให้ฉินเฉาทราบในทันที

คนในตระกูลฉินเชื่อคำพูดของจีเฟยอย่างหมดใจว่านั่นต้องเป็นความจริง

ทว่า เรื่องราวสืบเนื่องมานานเกินไปจนยากจะตรวจสอบ นอกจากว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจะกลับมาแก้ไขความจริงด้วยตัวเอง

ดังนั้น พวกเขาจึงวางแผนที่จะให้งานเลี้ยงวันนี้จบลงเสียก่อน แล้วจึงค่อยหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาคุยเมื่อฉินเฉาเอ่ยถึงเรื่องการหมั้น เพื่อให้ฉินเฉาตัดสินใจด้วยตัวเอง

ในมุมมองของฉินเสียน ไม่ว่าภาพลวงตานี้จะมีน้ำหนักในใจของน้องชายเขามากเพียงใด เขาก็ไม่ควรตัดสินใจเลือกคู่ชีวิตโดยอ้างอิงจากข้อมูลที่ผิดพลาด

เพียงแต่เรื่องนี้มันเกิดประทุขึ้นมาก่อนเวลาอันควรเท่านั้น

อารมณ์ของฉินเฉากำลังจะระเบิด เขาพลันพูดออกไปโดยไม่ทันยั้งคิด "หรือว่าจะเป็นฉู่ซินเยว่ที่ไม่ยอมอีกแล้ว และอยากจะอ้างสิทธิ์ว่าเป็นคนช่วยผมไว้ตอนนั้น! เพราะคิดว่าทำแบบนี้แล้วผมจะเลือกเธอรึไง? เหอะ ฝันไปเถอะ ไม่มีทาง!"

"อย่าสำคัญตัวผิดไปนักเลย นั่นมันเป็นแค่ความลับที่พี่สะใภ้ของนายล่วงรู้มา ส่วนเรื่องที่ว่าจะเป็นความผิดพลาดหรือไม่ เราค่อยไปถามกันต่อหน้าให้ชัดเจนอีกที แต่ที่นายต้องคิดให้ดีก็คือ หากผลออกมาว่ามันผิดตัวจริงๆ นายจะเลือกใคร?" ฉินเสียนกล่าวอย่างตรงไปตรงมา

"สิ่งที่ผมชอบคือความบริสุทธิ์ใจและความใจดีของเสวี่ยฉี ต่อให้ไม่มีเรื่องบุญคุณช่วยชีวิต ผมก็จะ... ผมก็จะยังเลือกเสวี่ยฉี!"

ฉินเสียนขมวดคิ้ว เขาอาจไม่ชัดเจนนักในนิสัยใจคอของฉู่ซินเยว่ แต่ฉู่เสวี่ยฉีนั้นไม่ใช่คนเมตตาปรานีอย่างแน่นอน

ความตาบอดของน้องชายเขามันน่ารำคาญเสียจริง! ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าสิ่งที่จีเฟยพูดนั้นสมเหตุสมผลยิ่งนัก: "เขาทำผิดเอง ย่อมสมควรได้รับผลนั้น"

จบบทที่ บทที่ 18 เขาทำผิดเอง ย่อมสมควรได้รับผลนั้น

คัดลอกลิงก์แล้ว