- หน้าแรก
- หลังจากที่ภรรยาของครอบครัวร่ำรวยคนหนึ่งถูกอ่านใจได้แล้ว ทุ่งแตงโมก็เต็มไปด้วยสัตว์ป่า
- บทที่ 4 ฉินเซี่ยน คุณยังคิดจะปกป้องจีเฟยอีกหรือ
บทที่ 4 ฉินเซี่ยน คุณยังคิดจะปกป้องจีเฟยอีกหรือ
บทที่ 4 ฉินเซี่ยน คุณยังคิดจะปกป้องจีเฟยอีกหรือ
บทที่ 4 ฉินเซี่ยน คุณยังคิดจะปกป้องจีเฟยอีกหรือ
เลขาจินไม่คาดคิดมาก่อนว่าฉินเซี่ยนจะฉีกหน้าเธอต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ ใบหน้าของเธอแปรเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ ริมฝีปากเม้มแน่น แสดงสีหน้าตัดพ้อระคนน้อยใจอย่างถึงที่สุด เธอมองไปยังฉินเซี่ยนด้วยสายตาตัดพ้อราวกับว่าเขาเป็นชายใจดำอำมหิตที่ทอดทิ้งเธอ
ทางด้านถังจวิ้น ยิ่งเกิดโทสะแรงกล้าเพื่อปกป้องหญิงงาม "นายจะทำรุนแรงเกินไปแล้วนะ นี่มันเป็นการดูหมิ่นเกียรติยศของเลขาจินชัดๆ!"
ทว่าเมื่อต้องเผชิญกับกลิ่นอายอันเย็นเยือกและสายตาที่ประดุจนํ้าแข็งของฉินเซี่ยน หลังจากถังจวิ้นระเบิดอารมณ์โกรธออกมาในตอนแรก เขาก็ทำได้เพียงกล่าวอ้อมแอ้มว่า "ถ้าหากนายหาหลักฐานอะไรไม่ได้ นายจะต้องกล่าวขอโทษเลขาจิน"
แม้คนอื่นๆ จะไม่ได้เอ่ยปาก แต่สีหน้าของทุกคนต่างก็เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
ความวุ่นวายนี้ดึงดูดความสนใจของคนทั้งกลุ่ม จนบรรดาผู้บริหารระดับสูงหลายคนต่างพากันมาดูเหตุการณ์
อย่างไรเสีย บุคลากรที่มีความสามารถระดับสูงอย่างเลขาจินก็ยังถือว่ามีความสำคัญมาก
พวกเขายังคิดว่าฉินเซี่ยนคงเสียสติไปแล้ว เพราะทุกคนในวงสังคมต่างรู้ดีว่าฉินเซี่ยนสามารถขาดจีเฟย ผู้เป็นคุณนายฉินที่เอาแต่สร้างเรื่องและไม่มีค่าอันใดได้ แต่เขาจะขาดเลขาจินที่อยู่เคียงข้างเขามาตลอดไม่ได้อย่างเด็ดขาด
อย่างไรก็ตาม จีเฟยสงสัยว่าที่คนพวกนี้มารวมตัวกัน ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะอยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้านมากกว่า
ดูจากแววตาที่เปล่งประกายด้วยความอยากรู้อยากเห็นเหล่านั้นสิ
นั่นเพราะคนหนึ่งคือภรรยาตามนิตินัยของฉินเซี่ยน ส่วนอีกคนคือเลขาจินที่อยู่ข้างกายฉินเซี่ยนมาเนิ่นนานและใกล้ชิดกันมาก ทั้งที่ฉินเซี่ยนขึ้นชื่อเรื่องการไม่เข้าใกล้สตรีหน้าไหน
ผู้คนเหล่านี้น่าจะแอบวางเดิมพันกันด้วยซ้ำว่าศึกครั้งนี้ใครจะเป็นฝ่ายชนะ
จีเฟยที่ปกติมักจะสนุกกับการฟังเรื่องซุบซิบของผู้อื่น ไม่นึกเลยว่าวันหนึ่งตนเองจะกลายเป็นหัวข้อสนทนาเสียเอง
ฉันนี่แหละคือตัวตลกตัวจริง!
จีเฟยทำได้เพียงส่งสายตาอาฆาตแค้นไปยังแผ่นหลังของฉินเซี่ยนอย่างแรง
ทว่าฉินเซี่ยนกลับแสดงเพียงแผ่นหลังที่ตั้งตรงราวกับต้นสน รับการโจมตีทางสายตาที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองของจีเฟยเอาไว้
แม้ว่าภายในหูของเขากำลังจะบ้าตายเพราะเสียงบ่นพึมพำในใจของจีเฟยที่ไม่ยอมหยุดหย่อนก็ตาม
ปกติผู้หญิงคนนี้เป็นคนแบบนี้หรอกหรือ?
ไม่นานนัก ผลการตรวจสอบก็ปรากฏออกมา
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าไม่มีจุดใดที่น่าสงสัยในตัวเลขาจินเลยแม้แต่น้อย
ถังจวิ้นยืดอกขึ้นทันทีพลางเอ่ยว่า "ฉินเซี่ยน นายยังคิดจะปกป้องจีเฟยอยู่อีกไหม?"
ฉินเซี่ยนรู้สึกได้ถึงสายตาจากด้านหลังที่แทบจะเผาไหม้ร่างของเขาได้อยู่แล้ว
"ท่านประธานฉิน ตอนนี้ท่านคงเชื่อฉันแล้วใช่ไหมคะ?" แววตาของเลขาจินเริ่มมีนํ้าตาคลอเบ้า ราวกับว่าเธอจะปล่อยโฮออกมาได้ทุกวินาที
ฉินเซี่ยนก้มลงมองโทรศัพท์มือถือครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเลขาจิน
เพียงพริบตาเดียว สายตาที่เมินเฉยของเขาก็ทำให้เลขาจินเกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีอย่างบอกไม่ถูก
ในขณะที่ทุกคนคิดว่าเรื่องราวคงจบลงเพียงเท่านี้ แต่แล้วพวกเขากลับเห็นฉินเซี่ยนเลิกต่อความยาวสาวความยืดกับเลขาจิน และหันไปมองยังหน้าจอขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลังแทน
ทุกคนมองตามด้วยความฉงน แล้วก็ได้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดปรากฏขึ้นบนหน้าจออย่างกะทันหัน
ทันทีที่ภาพปรากฏขึ้น หลายคนจำได้ว่านั่นคือบริเวณหน้าห้องทำงานของถังจวิ้น และภาพบนจอแสดงให้เห็นเลขาจินกำลังเดินเข้าไปในห้องทำงานของเขา
ทุกคนต่างมึนงง เหตุใดเรื่องราวถึงหักมุมเช่นนี้?
มีเพียงเลขาจินเท่านั้นที่ใบหน้าถอดสีอย่างรุนแรง ร่างกายเริ่มเย็นเฉียบ และนัยน์ตาสั่นระริกราวกับเกิดแผ่นดินไหวอยู่ภายใน
ถังจวิ้นชี้ไปที่หน้าจอพลางตะโกนด้วยความโกรธ "ฉินเซี่ยน นายเล่นตลกอะไรกัน? เลขาจินแค่มาส่งเอกสาร นี่ยังถึงขั้นต้องตรวจสอบกล้องวงจรปิดเช็คประวัติเธอกันเลยหรือ?"
ฉินเซี่ยนเมินเฉยต่อคำพูดนั้น เพียงแต่จ้องมองหน้าจอด้วยสายตาเย็นชา
ในขณะนี้ ผู้อำนวยการถังผู้เจนโลกและเจ้าเล่ห์ เริ่มมีสีหน้าเปลี่ยนไปเมื่อเห็นตัวเลขเวลาที่ระบุในกล้องวงจรปิด
เมื่อเขาเห็นลูกชายของตนเองเดินออกจากห้องทำงานไปเพียงลำพัง ทิ้งให้เลขาจินอยู่ในห้องตามลำพัง ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดลงทันที
หลังจากนั้นไม่นาน เลขาจินก็เดินออกมา และถังจวิ้นก็เดินกลับมาพร้อมจานผลไม้อย่างอารมณ์ดี ก่อนจะพบว่าไม่มีใครอยู่แล้วจึงเริ่มโวยวาย
ทุกคนยังคงงุนงง จนกระทั่งมีภาพการบันทึกหน้าจอการทำงานของคอมพิวเตอร์ปรากฏขึ้นมา
ภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นแท้จริงแล้วคือรูปถ่ายที่สวยงามของเลขาจิน
สายตาของทุกคนที่มองไปยังถังจวิ้นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความหมายแฝงบางอย่าง จนผู้อำนวยการถังรู้สึกอยากจะกระอักเลือดออกมาเดี๋ยวนั้น
ถังจวิ้นที่ทั้งโกรธและอับอายกระทืบเท้าพลางตะโกนก้อง "ฉินเซี่ยน นายถึงขั้นส่งคนมาแอบใช้คอมพิวเตอร์ของฉันเลยเหรอ!"
เป็นความจริงที่ช่างเทคนิคได้เจาะรหัสผ่านคอมพิวเตอร์ของถังจวิ้น เพื่อกู้คืนบันทึกการโต้ตอบทางอีเมลที่ถูกลบไปทั้งหมด
ถังจวิ้นเพิ่งจะตะโกนจบ เขาก็รู้สึกได้ว่าเลขาจินที่อยู่ข้างกายเหมือนจะทรงตัวไม่อยู่
ถังจวิ้นรีบเข้าไปประคองหญิงงามทันที โดยที่ยังไม่ตระหนักถึงต้นตอของปัญหาที่แท้จริง
โทสะของผู้อำวยการถังแทบจะควบคุมไม่อยู่แล้ว
ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์หลายคนเริ่มตระหนักถึงความเป็นไปได้บางอย่าง บรรยากาศภายในห้องจึงแข็งค้างลงทันที เงียบสงัดจนถึงขั้นได้ยินเสียงเข็มตก และดูเหมือนจะได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของแต่ละคน
จนกระทั่งอีเมลที่บรรจุเอกสารลับถูกกู้คืนมาได้ หน้าจอการทำงานได้ขยายเวลาที่ส่งอีเมลให้เห็นชัดเจน
เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับเวลาในบันทึกของกล้องวงจรปิด
จะมีใครบ้างที่มองไม่ออกว่าความจริงคืออะไร?
มันมีคนบงการอยู่จริงๆ!
ถังจวิ้นจ้องมองหน้าจอ นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มด่าทอฉินเซี่ยนด้วยความโมโห "นายมันบ้าไปแล้ว! เพื่อจะปกป้องจีเฟย นายถึงกับส่งคนมาสร้างวิดีโอปลอมพวกนี้เพื่อใส่ร้าย..."
ยังไม่ทันที่เขาจะพ่นคำด่าออกมาจนจบ เขาก็ถูกบิดาของตนเองตบเข้าที่ด้านหลังศีรษะอย่างแรง
ถังจวิ้นล้มคะมำลงกับพื้น
"พ่อ!"
"แกหุบปากไปเลย!" ผู้อำนวยการถังกล่าวจบ ก็รีบหันไปพูดกับฉินเซี่ยนและผู้บริหารคนอื่นๆ ทันที "พวกท่านเห็นไหม ลูกชายของผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย เขาถูกหลอกใช้! เขาเป็นแค่ไอ้ทึ่มคนหนึ่งเท่านั้น!"
มาถึงจุดนี้ เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับว่าลูกชายตัวเองโง่เขลา
หากเขาไม่รีบตัดตอน และถ้าหากถูกสงสัยว่าถังจวิ้นกับเลขาจินสมรู้ร่วมคิดกัน ต่อให้เขามีปากเป็นร้อยปากก็คงอธิบายไม่ได้
"เลขาจิน จิตใจเธอช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก! กล้าใช้ลูกชายของฉันมาใส่ร้ายคุณนายฉิน! ท่านประธานฉินทำผิดต่อเธอตรงไหน เธอถึงกล้าหักหลังเขาแบบนี้!"
ผู้อำนวยการถังแทบอยากจะขุดคุ้ยเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับความรักความแค้นขึ้นมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของทุกคน
ในเวลานี้ สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปที่เลขาจิน
มีทั้งความตกตะลึง ความไม่เชื่อ และความโกรธแค้นอย่างรุนแรง
โดยเฉพาะเหล่าผู้ช่วยในห้องทำงานของประธานบริหาร แต่ละคนต่างสั่นสะท้านด้วยความโกรธจนตาแดงก่ำ เมื่อไม่นานมานี้พวกเขาเพิ่งจะออกตัวปกป้องเลขาจินและกล่าวหาคุณนายฉินอย่างมั่นใจ
ตอนนี้พวกเขาอับอายและโกรธจัดจนแทบอยากจะมุดแผ่นดินหนี
ด้วยนิสัยของท่านประธานฉิน เขาคงจะไล่พวกเราออกทั้งหมดแน่ๆ พวกเราพังพินาศเพราะเลขาจินแท้ๆ!
แต่ตอนนี้พวกเขาไม่กล้าปริปากแม้แต่คำเดียว ทำได้เพียงพยายามทำตัวให้ไร้ตัวตนที่สุด
ในขณะนี้ ใบหน้าของเลขาจินซีดเผือดอย่างไร้สีเลือด ลมหายใจถี่กระชั้น และร่างกายสั่นเทา
เธอมองฉินเซี่ยนด้วยความสิ้นหวัง แต่ยังไม่ยอมแพ้และคิดจะดิ้นรนสู้จนตัวตาย
"ฉินเซี่ยน ฉันไม่ได้..."
"ตัวแทนเวยคือญาติผู้น้องของคุณ คุณสมรู้ร่วมคิดกับเธอเพื่อใส่ร้ายจีเฟยใช่ไหม?"
คำพูดเพียงประโยคเดียวของฉินเซี่ยนเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เลขาจินพังทลาย
คนทั้งห้องเกิดความโกลาหลขึ้นมาทันที
"คุณรู้ได้ยังไง... นี่คุณรู้มาตลอดเลยเหรอ..." จิตวิญญาณของเลขาจินแหลกสลายไปโดยสิ้นเชิง
ทุกคนต่างก็มองไปที่ฉินเซี่ยนด้วยความประหลาดใจ เพราะไม่มีใครคาดคิดเลยว่าเรื่องราวจะกลับกลายเป็นเช่นนี้ไปได้
สมองของจีเฟยว่างเปล่าไปตั้งแต่ตอนที่วิดีโอเริ่มปรากฏครั้งแรก
การที่เธอเห็นความจริงทั้งหมดด้วยตนเองก็เรื่องหนึ่ง แต่ฉินเซี่ยนไปรู้อะไรที่น่าทึ่งขนาดนี้ได้อย่างไร?
จนกระทั่งมีการกล่าวถึงตัวแทนของเธอ จีเฟยจึงเริ่มได้สติ
"หรือว่าฉินเซี่ยนจะรู้ตัวตนของพี่เวยมาตั้งนานแล้ว เขาถึงได้สงสัยเลขาจิน? แต่เขาคิดไปถึงเรื่องถังจวิ้นได้อย่างไรกัน?"
ผู้อำนวยการถังเองก็หดหู่ใจอย่างยิ่ง เหตุใดการตรวจสอบถึงลามมาถึงลูกชายของเขาได้
ฉินเซี่ยนชำเลืองมองจีเฟยที่กำลังยืนงง เขาไม่สามารถบอกต่อหน้าสาธารณชนได้ว่าความจริงทั้งหมดมาจากเสียงในใจของจีเฟย
"ไม่ว่าเรื่องตัวแทนจะเป็นอย่างไรในตอนนี้ เมื่อคุณตกเป็นผู้ต้องสงสัย ย่อมเป็นธรรมดาที่กล้องวงจรปิดทุกตัวที่บันทึกการเคลื่อนไหวของคุณตอนอยู่ลำพังจะต้องถูกนำมาตรวจสอบ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกเครื่องที่คุณอาจจะเคยสัมผัสก็ต้องถูกตรวจสอบด้วยเช่นกัน"
เลขาจินไม่ได้ลบภาพจากกล้องวงจรปิดที่อาจกลายเป็นหลักฐานได้ และนี่ก็คือช่องโหว่ที่จีเฟยเคยพูดถึงนั่นเอง