- หน้าแรก
- นิติเวชขวัญใจมหาชน
- ตอนที่ 1280: การคัดกรอง
ตอนที่ 1280: การคัดกรอง
ตอนที่ 1280: การคัดกรอง
"กาแฟรสชาติไม่เลวนะ" หลิวจิ่งฮุ่ยหยิบกาแฟมาอีกแก้ว ดื่มรวดเดียวจนหมด ก่อนจะหันกลับไปตรวจสอบไทม์ไลน์ต่อ
เว่ยซือค่านมองดูท่าทางของเขาที่เหมือนไม่สนใจโลกภายนอกเลยสักนิด แล้วหันไปมองเจียงหยวนที่กำลังใช้สมาธิอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ จากนั้นเขาก็เริ่มลงมือหมุนเครื่องบดกาแฟเพื่อทำกาแฟดริปต่อ
"ซือค่าน" จู่ๆ เจียงหยวนก็เงยหน้าขึ้นเรียก
"ครับ! อาจารย์" เว่ยซือค่านรีบก้าวเข้าไปหาทันที
เจียงหยวนมองเว่ยซือค่านอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "ผมดูแบบฝึกหัดที่คุณทำช่วงนี้แล้วนะ พัฒนาขึ้นเยอะทีเดียว"
"เอ่อ... เป็นเพราะอาจารย์สอนดีครับ" เว่ยซือค่านนึกขอบคุณตัวเองและรุ่นพี่ที่ร่วมอดตาหลับขับตานอนมาด้วยกันในใจ
"ขั้นตอนการปรับความคมชัดของภาพที่ผมทำเมื่อกี้ ดูทันไหม?" เจียงหยวนถามต่อ
"ยังขาดอีกนิดครับ" เว่ยซือค่านหัวเราะแห้งๆ "ขั้นตอนมันค่อนข้างซับซ้อน ผมคงต้องเรียนรู้อีกสักพัก"
"ลองทำดูสิ" เจียงหยวนพยักหน้าให้เว่ยซือค่านมานั่งลงข้างๆ
พนักงานเทคนิคท้องถิ่นที่รู้ความรีบยกคอมพิวเตอร์และจอภาพอีกชุดมาวางข้างเว่ยซือค่านทันที
เว่ยซือค่านยังไม่ทันจะได้ปฏิเสธ หน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้าก็สว่างพรึ่บขึ้นมาแล้ว
เขาหันไปมองเจียงหยวนที่อยู่ด้านซ้าย แล้วมองกลับมาที่หน้าจอตรงหน้า รู้สึกเหมือนกำลังนั่งสอบอยู่ข้างๆ ครูคุมสอบไม่มีผิด
"ถ้าทำต่อไปไม่ได้ก็บอก ลองเลือกทำหลายๆ ทิศทางดู ไม่ต้องดันทุรังไปทิศทางเดียวจนสุดทาง" เจียงหยวนพูดพลางเช็กซอฟต์แวร์ในเครื่อง แล้วส่งไฟล์วิดีโอหลายไฟล์ให้เขา
เว่ยซือค่านพูดอึกอัก "คณิตศาสตร์ของผมก็ยังไม่ก้าวหน้าเท่าไหร่..."
"ใช้ซอฟต์แวร์เป็นก็เริ่มงานได้แล้ว ส่วนจะอัปเกรดฝีมือได้ไหมค่อยไปดูพรสวรรค์หลังจากนี้" เจียงหยวนโบกมือ เป็นสัญญาณให้เว่ยซือค่านลงสนาม
เว่ยซือค่านพยักหน้าอย่างยากลำบาก เขาเหมือนลิงแสนรู้ที่ระมัดระวัง ค่อยๆ เปิดไฟล์วิดีโอต้นฉบับ ทำการสำรองข้อมูล และตรวจสอบค่า ‘Hash Value’
จากนั้น เมื่อระบุรูปแบบวิดีโอได้แล้ว เว่ยซือค่านก็เริ่มกระบวนการเตรียมข้อมูล โดยใช้ Neat-Video เพื่อลดสัญญาณรบกวน พยายามกำจัดสัญญาณรบกวนแบบ Grain Noise หรือร่องรอยจากการบีบอัดไฟล์
ต่อด้วยการทำ Multi-frame averaging เพื่อลดสัญญาณรบกวนเชิงเวลา และใช้ Gaussian filter กับ Median filter เพื่อลดสัญญาณรบกวนเชิงพื้นที่ ในระหว่างนี้ แม้ว่าซอฟต์แวร์จะเป็นตัวลงมือทำงาน แต่ลำพังแค่การกรอกค่าตัวเลขต่างๆ ก็ทำเอาสมองของเว่ยซือค่านแทบจะโอเวอร์โหลดแล้ว
เขาแอบชำเลืองมองเจียงหยวน เห็นอีกฝ่ายกวาดสายตาดูวิดีโอวงจรปิดอย่างรวดเร็ว เมื่อเจอจุดที่เป็นปัญหาก็เรียกซอฟต์แวร์ขึ้นมาปรับแก้พริบตาเดียว ค่าตัวเลขต่างๆ ถูกแก้ไขด้วยความเร็วแสง
คนนอกอาจมองว่าเจียงหยวนคือ "แรงงานฝีมือที่ช่ำชอง" แต่มีเพียงเว่ยซือค่านที่รู้ว่า นี่คือสภาวะของการ "คำนวณที่เชี่ยวชาญ"
เหมือนคนทั่วไปที่รู้ว่า sin 45° ≈ 0.707 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของ Gaussian Noise ในกล้องวงจรปิดที่มีแสงน้อยมักจะอยู่ที่ 1.5 ถึง 2.0 แต่ถ้าต้องการรักษาขอบภาพไว้ก็อาจจะใช้ค่า 1.0 หรือเปลี่ยนไปใช้ Bilateral filter แทน แต่ในหลายๆ กรณีก็จำเป็นต้องยืมฟังก์ชัน GaussianBlur มาคำนวณตามขนาดของ Kernel...
เทียบกับเมื่อก่อน เว่ยซือค่านเข้าใจหลักการขึ้นมากแล้ว แต่ Gaussian Noise เป็นเพียงขั้นตอนย่อยเล็กๆ ในขั้นตอนเตรียมการเท่านั้นเอง...
--
เวลาหลายชั่วโมงผ่านไปในพริบตา
เมื่อถึงช่วงพัก เจียงหยวนถึงเพิ่งนึกถึงเว่ยซือค่านขึ้นมาได้ เขาเดินทอดน่องเข้าไปหาเหมือนคุณครูในโรงเรียน แล้วก็พบว่าตรงหน้าเว่ยซือค่านมีหน้าจอคอมพิวเตอร์สองจอ จอเปิดสว่าง เคอร์เซอร์กะพริบปริบๆ และดวงตาของเว่ยซือค่านก็เบิกกว้างอยู่... แค่นั้นแหละ
"เจอทางตันเหรอ?" เจียงหยวนถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
ในเมื่อรับภารกิจปั้น "รุ่นที่สอง" มาแล้ว ก็ต้องทำต่อให้จบ
เว่ยซือค่านเงยหน้ามองเจียงหยวนอย่างเหม่อลอย ก่อนจะสะดุ้งสุดตัว "ตันหลายจุดเลยครับ"
"ทำถึงไหนแล้ว..." เจียงหยวนไม่รีบร้อน ตัวเขาเองเป็นพวกมี "สูตรโกง" ย่อมรู้ดีว่าการสืบสวนจากภาพนั้นยากแค่ไหน สิ่งนี้จัดว่าเป็นเทคโนโลยีที่คนปกติแตะแล้วจะกลายเป็นคนไม่ปกติได้ง่ายๆ ดีที่เว่ยซือค่านเองก็ไม่ได้ปกติมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
เว่ยซือค่านเงยหน้าขึ้นอย่างอายๆ "ผมอยากลบ Motion Blur เลยลองใช้ Wiener filter แต่ทำแล้วเละเทะไปหมดเลยครับ..."
"งั้นก็ใช้ Blind Deconvolution แทน ลองใช้ Focus-magic ดู เดี๋ยวผมสอนปรับ" เจียงหยวนยืนซ้อนหลังเว่ยซือค่าน ค่อยๆ สอนเขาทีละจุด
พนักงานเทคนิคชาวมาเลเซียหลายคนมายืนอออยู่ตรงหน้าจ้องมองตาไม่กะพริบ จงเหรินหลงเองก็พยายามแปลอย่างสุดความสามารถ แต่เมื่อต้องเผชิญกับศัพท์เฉพาะทางและตัวเลขที่ยาวเหยียด เสียงของเขาก็เริ่มเบาลงเรื่อยๆ
#
"ด้านผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว" หลิวจิ่งฮุ่ยเดินเข้ามาด้วยดวงตาที่แดงก่ำจากการดื่มกาแฟมากเกินไป
"ระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้ไหม?" เจียงหยวนละมือจากเว่ยซือค่าน
"เท่าที่ดูตอนนี้ มี 4 คนที่ไม่มีหลักฐานที่อยู่ หรือจะบอกว่าหลักฐานที่อยู่ไม่สมบูรณ์ก็ได้ แน่นอนว่าผมตั้งเกณฑ์ไว้ค่อนข้างเข้มงวด" หลิวจิ่งฮุ่ยชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะมองเจียงหยวน "ข้อมูลพวกนี้อ้างอิงจากเวลาการตายของเหยื่อทั้งสามราย โดยบีบระยะเวลาให้แคบลงเหลือภายใน 4 ชั่วโมง"
"ภายใน 4 ชั่วโมงไม่มีปัญหา" เจียงหยวนพยักหน้า
เจียงหยวนใช้ทักษะระดับ 7 ในการประเมินเวลาตาย (ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากทักษะชั่วคราว +1) เพื่อกำหนดไทม์ไลน์การตาย... ในทางทฤษฎี ช่วงเวลานี้สามารถบีบให้แคบลงได้อีก แต่ถ้าจะใช้สิ่งนี้เป็นฐานในการตัดสินผู้ต้องสงสัย เจียงหยวนยังคงเผื่อใจไว้กว้างๆ เพื่อไม่ให้หลุดรอด
หลิวจิ่งฮุ่ยพยักหน้า "แม้ว่าจะมีคดีฆาตกรรมสามคดี แต่เวลาลงมือของคนร้ายล้วนอยู่ในช่วงเวลาพักผ่อน สองคดีเกิดขึ้นตอนกลางวัน อีกหนึ่งคดีตอนกลางคืน คดีตอนกลางคืนนั้นพื้นที่ในการคัดกรองค่อนข้างน้อย แต่อีกสองคดีตอนกลางวันช่วยคัดคนออกไปได้เกือบทั้งหมด"
หลิวจิ่งฮุ่ยนำเสนอผลงานผ่านไฟล์ PPT ที่เขากับหวังชวนซิงช่วยกันทำขึ้นบนหน้าจอโปรเจกเตอร์
หลังจากการเปิดตัวที่อลังการ รายชื่อแต่ละชื่อก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับไทม์ไลน์ของพวกเขาตามหลังมา
ในคดีทั้งสาม โดยเฉพาะสองคดีแรก ไทม์ไลน์ของแต่ละคนในวันเกิดเหตุ โดยเฉพาะช่วง 4 ชั่วโมงรอบๆ เวลาตายของเหยื่อ ถูกจัดระเบียบไว้อย่างละเอียดถี่ถ้วนเป็นพิเศษ
หลิวจิ่งฮุ่ยใช้เลเซอร์พอยเตอร์ชี้ไปที่หน้าจอ "ดูจากไทม์ไลน์แล้ว คนร้ายมีการพัฒนาฝีมือขึ้นในการฆ่าทั้งสามครั้ง อย่างในคดีที่สาม เวลาและสถานที่ที่คนร้ายเลือกนั้น กล้องวงจรปิดแทบจะไร้ประโยชน์เลย"
หลิวจิ่งฮุ่ยพูดต่อ "สุดท้ายผมคัดออกมาได้ 4 คน ซึ่งความจริงแล้วมันมากกว่าที่คาดไว้ ตอนแรกผมนึกว่าจาก 23 คน พอคัดกรองคร่าวๆ แม้เราจะตั้งเงื่อนไขไว้หลวมหน่อย แต่คนที่สามารถมีเวลาลงมือตรงกันทั้งสามคดีน่าจะมีแค่คนเดียวหรือสองคน ผมถึงขนาดเตรียมใจไว้แล้วว่าอาจจะไม่เจอใครเลย ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น เราคงต้องพิจารณาความเป็นไปได้ที่คนนอกจะเป็นคนลงมือ"
"แต่จากผลลัพธ์ที่ได้ จริงๆ แล้วคนประมาณครึ่งหนึ่ง—ซึ่งส่วนใหญ่เป็นช่างเทคนิค พวกเขามักจะทำงานแยกกันเป็นอิสระและไม่อยู่ในสายตากล้องวงจรปิด เช่น พวกที่ไปติดตั้งตาข่ายกันแดด ช่างซ่อมบำรุง หรือพวกที่คอยตัดแต่งกิ่งและปลูกต้นไม้ พวกเขาไม่เพียงแต่ทำงานข้างนอกเกือบตลอดเวลา แม้แต่มื้อเที่ยงก็ยังไม่กลับมากินข้าวข้างใน ซึ่งนี่กลายเป็นช่องโหว่ให้คนร้ายลงมือได้"
"สรุปสั้นๆ สี่คนที่เหลือคือ หลี่ว่านจง—ผู้จัดการฝ่ายผลิต, จางฟานกับเหอจวิน—ช่างซ่อมเครื่องกล และ เหอเฉิง—พนักงานทั่วไป"
หวังชวนซิงเปิดตารางข้อมูลของทั้งสี่คนตามคำพูดของเขา
หลิวจิ่งฮุ่ยกระแอมไอสองครั้ง "ในบรรดานี้ หลี่ว่านจงเป็นพนักงานที่ทำงานในสวนยางนานที่สุด และตอนนี้ก็มีอายุมากที่สุดด้วย ในฐานะหนึ่งในผู้รับผิดชอบสวนยาง หลี่ว่านจงมีภาระงานต่อวันไม่น้อย และต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในโซนออฟฟิศ แต่ในช่วงที่เกิดคดีฆาตกรรมสองคดี หลี่ว่านจงกลับไม่มีหลักฐานที่อยู่—ซึ่งเป็นปัจจัยที่น่าสงสัย..."
"เดี๋ยวก่อน!" นิซาร์เหลือบมองโทรศัพท์มือถือแล้วโพล่งขัดจังหวะหลิวจิ่งฮุ่ยขึ้นมาทันที
ทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียว
นิซาร์หันหน้าจอโทรศัพท์ให้ดู: "หลี่ว่านจงฆ่าตัวตายในห้องพักแล้ว"
----------
(จบบทที่ 1280)