- หน้าแรก
- คนตัดฟืน ผู้กลืนมิติ
- บทที่ 1520 - เหตุพลิกผัน
บทที่ 1520 - เหตุพลิกผัน
บทที่ 1520 - เหตุพลิกผัน
บทที่ 1520 - เหตุพลิกผัน
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"ภายในถ้ำน้ำแข็งหนาวเหน็บอย่างหาเปรียบมิได้ ด้วยพลังตบะของเจ้าขาวน้อยตัวนี้ยังไม่เพียงพอที่จะต้านทานความหนาวเหน็บได้เป็นเวลานาน ผู้น้อยจึงต้องคอยอุ้มมันไว้เช่นนี้และใช้พลังเวทช่วยกำบังให้มันขอรับ" ลู่เสี่ยวเทียนกังวลว่าเจ้าขาวน้อยจะยังเข้าใจความหมายไม่ทะลุปรุโปร่ง จึงเตรียมจะเน้นย้ำกับมันอีกครั้งระหว่างทาง
"ไม่จำเป็นหรอก เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย" เซี่ยงฮว่าซินสะบัดมือวูบหนึ่ง ลำแสงสีเขียวสายหนึ่งพุ่งออกไปพันรอบตัวเจ้าขาวน้อยเอาไว้ ราวกับสวมเสื้อคลุมผ้าโปร่งสีเขียวทับให้มัน ช่วยสกัดกั้นไอเย็นทั้งหมดให้อยู่เพียงภายนอก
"ขอบพระคุณผู้อาวุโสที่เมตตาขอรับ" ลู่เสี่ยวเทียนลอบด่าอีกฝ่ายในใจว่าแส่ไม่เข้าเรื่อง ทว่าบนใบหน้ากลับต้องแสดงท่าทีนอบน้อม เคารพเชื่อฟัง และจำใจปล่อยเจ้าขาวน้อยลงพื้น
"โฮ่งๆ!" เจ้าขาวน้อยส่งเสียงเห่าเบาๆ สองสามครั้ง มันดมซ้ายดมขวา ก่อนจะพุ่งพรวดเข้าไปในภาพลวงตาสีดำสลับขาวตรงหน้า ลู่เสี่ยวเทียนกังวลว่าเจ้าขาวน้อยจะเจออันตรายอะไรเข้าจึงตามติดไปอย่างกระชั้นชิด แม้ว่าจะมีเฒ่าประหลาดระดับเทพจุติอย่างเซี่ยงฮว่าซินคอยคุ้มกันอยู่ ย่อมไม่มีทางเกิดอันตรายใดๆ ได้ ทว่าเจ้าขาวน้อยสำหรับเซี่ยงฮว่าซินแล้วก็เป็นเพียงแค่เครื่องมือชั่วคราวชิ้นหนึ่งเท่านั้น แต่สำหรับลู่เสี่ยวเทียนที่เลี้ยงดูมันมาหลายปีแล้ว เขาย่อมมีความผูกพันกับมันเป็นธรรมดา จึงไม่อยากให้เจ้าขาวน้อยต้องมาเป็นอะไรไป
ฟิ้ว ฟิ้ว
ลมหนาวพัดโหมกระหน่ำอยู่ภายในถ้ำน้ำแข็ง ทว่าภายในใจของลู่เสี่ยวเทียนกลับมีความยินดีเจืออยู่หลายส่วน หลงเชียนกู่ตายอยู่ที่ใดเขาย่อมรู้ดีกว่าใคร เดิมทีคำสั่งลับที่เขาให้เจ้าขาวน้อยไปก็คือให้ตามหากลิ่นอายแก่นมังกรไปจนเจอกับกวางอสูรแดนเหมันต์ ไม่ว่ากวางอสูรแดนเหมันต์จะปะทะกับเซี่ยงขวงจนสูสี หรือกวางอสูรแดนเหมันต์จะถูกอีกฝ่ายสังหารตาย สำหรับลู่เสี่ยวเทียนแล้วก็ล้วนไม่ใช่เรื่องแย่อะไรเลย
ตอนนี้ทิศทางที่เจ้าขาวน้อยกำลังมุ่งหน้าไปนั้นอยู่คนละทิศคนละทางกับจุดที่หลงเชียนกู่ตกตายอย่างสิ้นเชิง เห็นได้ชัดว่าเจ้าขาวน้อยเข้าใจเจตนาของเขาแล้ว
ลู่เสี่ยวเทียนลอบหัวเราะหึหึในใจ มีเซี่ยงฮว่าซินอยู่ด้วย ต่อให้ไปเจอกับกวางอสูรแดนเหมันต์ก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก
เมื่อเดินทางมาได้ครึ่งทาง กระแสความเย็นที่โหมกระหน่ำอยู่ภายในถ้ำน้ำแข็งก็พัดถาโถมเข้ามาดุจพายุหมุน สตรีวัยกลางคนหน้าตาสะสวยนางหนึ่งกำลังวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงด้วยความตื่นตระหนกตกใจ เมื่อลู่เสี่ยวเทียนเห็นสตรีผู้นี้ สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย สตรีนางนี้ก็คือหนึ่งในแปดผู้ฝึกตนเผ่าจ้าวที่อยู่ในค่ายกลผสานมังกรพยัคฆ์แปดทิศหยินหยาง ตอนนั้นลู่เสี่ยวเทียนมีเวลาสังหารไปได้เพียงไม่กี่คน ส่วนอีกสี่คนที่เหลือต่างก็แยกย้ายกันหลบหนีไป นึกไม่ถึงเลยว่าจะมาเจอกันที่นี่ พลังฝีมือของสตรีที่มีนามว่าจ้าวหรงผู้นี้เทียบเท่าได้กับยอดฝีมือระดับผู้นำตระกูลหมางเลยทีเดียว คนเผ่าจ้าวเชี่ยวชาญเรื่องภาพลวงตา ความสามารถในการเอาชีวิตรอดในสถานที่อันตรายเช่นนี้อาจไม่ได้ด้อยไปกว่ายอดฝีมือที่บรรลุสัจธรรมเลยด้วยซ้ำ
เพียงแต่คนผู้นี้ดันรู้เรื่องแก่นมังกรในสระน้ำสีดำน่ะสิ หากเรื่องนี้หลุดออกจากปากนาง แผนการของเขาก็ต้องสูญเปล่าราวกับใช้ตะกร้าไม้ไผ่ตักน้ำน่ะสิ เมื่อคิดได้ดังนั้นจิตสังหารของลู่เสี่ยวเทียนก็พุ่งทะยานขึ้นมาในทันที
"พี่ขวง คนพรรค์นี้ไม่ต้องรบกวนให้ผู้อาวุโสลงมือหรอกขอรับ พวกเราสองคนจัดการนางเสียเถอะ เวลาเป็นเงินเป็นทอง ใช้สัจธรรมแห่งธาตุดินของท่านเลย" ลู่เสี่ยวเทียนลดเสียงต่ำลงแล้วเอ่ยขึ้นโดยตรง
"ตกลง" แววตาของเซี่ยงขวงมีความประหลาดใจแฝงอยู่ พลังฝีมือของสตรีนางนี้ในหมู่มหาเถระก็ถือว่าพอใช้ได้เท่านั้น ลำพังแค่ลู่เสี่ยวเทียนคนเดียวก็สามารถจัดการนางได้อย่างง่ายดายแล้ว การที่พวกเขาสองคนต้องลงมือพร้อมกัน ดูจะเป็นการใช้มีดฆ่าโคมาเชือดไก่ไปสักหน่อย ทว่าแม้จะรู้สึกประหลาดใจ แต่การเคลื่อนไหวของเขาก็ไม่ได้หยุดชะงักเลยแม้แต่น้อย เขาแบมือออก กระบองเศียรมังกรห้าสีก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ
ทว่าในขณะที่กำลังจะลงมือ พายุน้ำแข็งที่บ้าคลั่งจนเสียการควบคุมก็ม้วนตัวพัดพามาจากแดนไกล ภายในนั้นยังมีกลิ่นอายเสียงคำรามของกวางอสูรปะปนอยู่ด้วย!
"กวางอสูรแดนเหมันต์!" ลู่เสี่ยวเทียนเบิกตากว้าง กลิ่นอายนี้ไม่มีทางผิดเพี้ยนไปได้อย่างแน่นอน เพียงแต่ดูจากพายุที่โหมกระหน่ำเช่นนี้ นี่กวางอสูรแดนเหมันต์กำลังปะทะกับใครอยู่หรือนี่!
"เฒ่าประหลาดวิญญาณเหมันต์ มิน่าล่ะถึงไม่อยากร่วมทางกับข้า ที่แท้ก็ชิงตัดหน้าเข้ามาในถ้ำน้ำแข็งแห่งนี้ก่อนแล้วนี่เอง" เซี่ยงฮว่าซินแค่นเสียงเย็นชา เขาสะบัดมือไปทางลู่เสี่ยวเทียนและเซี่ยงขวง "พวกเจ้าสองคนถอยไปก่อน การต่อสู้ตรงหน้าไม่ใช่สิ่งที่พวกเจ้าสองคนจะเข้าไปสอดสอดได้แล้ว"
ลู่เสี่ยวเทียนและเซี่ยงขวงแทบอยากจะไปให้พ้นหน้าเซี่ยงฮว่าซินเร็วๆ อยู่แล้ว ยังไม่ทันที่ทั้งสองคนจะทันได้ตอบสนอง เซี่ยงฮว่าซินก็กลายเป็นลำแสงสีเขียวหายลับไปจากสายตาของทั้งสองคนแล้วพุ่งทะยานเข้าสู่ใจกลางพายุน้ำแข็งด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
จ้าวหรงสตรีหน้าตาสะสวยผู้นั้น เมื่อเห็นสายตาเย็นชาของลู่เสี่ยวเทียนตวัดมองมา หัวใจของนางก็เต้นระรัวขึ้นมาในทันที ผู้ฝึกตนผมเงินตรงหน้านี้ไม่ใช่คนใจบุญสุนทานอะไรเลย เขาคือคนที่พร้อมจะปลิดชีพผู้คนได้ทุกเมื่อต่างหาก
"หากเจ้ากล้าฆ่าข้า ข้าจะป่าวประกาศเรื่องของเจ้าเดี๋ยวนี้แหละ..." สีหน้าของจ้าวหรงเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียม นางรู้ตัวดีว่าไม่ใช่คู่มือของลู่เสี่ยวเทียนอย่างแน่นอน จึงทำได้เพียงเอาเรื่องแก่นมังกรมาข่มขู่เขา
ทว่าจ้าวหรงเพิ่งจะเอ่ยปาก ร่างกายของนางก็พลันรู้สึกราวกับตกลงไปในบ่อโคลนจนไม่อาจถอนตัวขึ้นมาได้ จ้าวหรงก้มลงมองด้วยความตื่นตระหนก ก็พบว่าตัวเองถูกวงแหวนแสงสีเหลืองดินวงแล้ววงเล่าครอบเอาไว้ เป็นเซี่ยงขวงที่ใช้กระบองเศียรมังกรห้าสีปลดปล่อยสัจธรรมแห่งธาตุดินออกมาพันธนาการนางเอาไว้นั่นเอง
"นี่เจ้าบีบบังคับข้าเองนะ" ใบหน้าที่เคยสะสวยของจ้าวหรงบิดเบี้ยวด้วยความเหี้ยมเกรียม ต่อให้ต้องตาย นางก็จะไม่ยอมปล่อยให้ลู่เสี่ยวเทียนได้เสวยสุขอย่างแน่นอน ทว่านางเพิ่งจะอ้าปาก ร่างของลู่เสี่ยวเทียนตรงหน้าก็อันตรธานหายไปเสียแล้ว เมื่อได้สติกลับมาอีกครั้ง บริเวณลำคอก็พลันรู้สึกเจ็บแปลบ สติสัมปชัญญะเริ่มเลื่อนลอย
ลู่เสี่ยวเทียนดีดตาข่ายดักวิญญาณออกไปเก็บทารกวิญญาณของจ้าวหรงอย่างชำนาญ จากนั้นก็โยนศีรษะที่เด็ดมาด้วยมือเปล่าทิ้งไปอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะรีบเก็บเจ้าขาวน้อยกลับเข้าไปในถุงสัตว์เลี้ยงอย่างรวดเร็ว
"พริบตา..." ก่อนหน้านี้แม้ลู่เสี่ยวเทียนจะเคยใช้วิชานี้มาก่อน ทว่าตอนนั้นความสนใจของเซี่ยงขวงไม่ได้อยู่ที่ลู่เสี่ยวเทียนเลยแม้แต่น้อย ผนวกกับการจงใจปกปิดของลู่เสี่ยวเทียน เซี่ยงขวงจะไปรู้ได้อย่างไร ทว่าตอนนี้มีเพียงลู่เสี่ยวเทียนกับเขาสองคนเท่านั้น ต่อให้เซี่ยงขวงจะไม่ได้ตาบอด เขาก็มองออกถึงความผิดปกตินี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
"เงียบก่อน!" ลู่เสี่ยวเทียนตวาดเสียงต่ำ เขามองดูพายุน้ำแข็งที่บ้าคลั่งในระยะไกลม้วนตัวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ แล้วจึงเอ่ยขึ้น "บรรพชนระดับเทพจุติกำลังเปิดศึกกับกวางอสูรแดนเหมันต์แล้ว ที่นี่ไม่ใช่ที่คุยกัน ไม่ช้าก็เร็วจะต้องโดนลูกหลงไปด้วยแน่ รีบไปเร็วเข้า!"
เซี่ยงขวงพยักหน้า ก่อนจะพุ่งพรวดเข้าไปในอุโมงค์อีกเส้นหนึ่งของถ้ำน้ำแข็งพร้อมกับลู่เสี่ยวเทียนอย่างรวดเร็ว
"ไอ้หนู ซ่อนตัวได้มิดชิดนักนะ วิชาศักดิ์สิทธิ์ที่น่าทึ่งถึงเพียงนี้ แม้แต่บรรพชนระดับเทพจุติยังต้องน้ำลายสอ วันหลังห้ามใช้ออกมาสุ่มสี่สุ่มห้าอีกเด็ดขาด มิเช่นนั้นจะต้องมีคนมาแย่งชิงของวิเศษจากเจ้าไปแน่!" ตอนนี้เซี่ยงฮว่าซินจากไปแล้ว เซี่ยงขวงจึงแอบส่งสาส์นทางจิตบอกลู่เสี่ยวเทียน
"รู้แล้วน่า เมื่อครู่มันเป็นเหตุสุดวิสัยไม่ใช่หรือ สตรีนางนั้นเป็นคนเผ่าจ้าว นางรู้เรื่องแก่นมังกรในสระน้ำสีดำ หากปล่อยให้นางแฉออกมา นอกจากแก่นมังกรจะถูกเปิดเผยแล้ว พวกเราสองคนยังไปหลอกลวงบรรพชนราชวงศ์ของพวกท่านเอาไว้อีก หากเขาจับได้ พวกเราสองคนคงรับโทษไม่ไหวแน่ หากอีกฝ่ายบันดาลโทสะขึ้นมา พวกเราสองคนอาจจะทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เลยก็ได้"
มีบรรพชนระดับเทพจุติกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดอยู่ใกล้ๆ หากไม่ใช่เพราะจ้าวหรงสตรีนางนี้รู้เรื่องมากเกินไป ลู่เสี่ยวเทียนมีหรือจะลงมือสังหารอย่างไม่คิดหน้าคิดหลังเช่นนี้ ทว่าโชคดีที่เขากับเซี่ยงขวงร่วมมือกันได้อย่างเข้าขา ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้พูดอะไรออกมา ก็สามารถปลิดชีพนางได้สำเร็จ
"กวางอสูรแดนเหมันต์ตนนั้นไม่ได้ถูกดูดแก่นมังกรไปแล้วหรอกหรือ แล้วทำไมดูจากทิศทางนี้แล้ว อานุภาพของมันถึงได้เหนือกว่าตอนที่สู้กับพวกเราไปอีกขั้นหนึ่งล่ะเนี่ย" เซี่ยงขวงเมื่อได้ยินคำอธิบายของลู่เสี่ยวเทียนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกไปเปลาะหนึ่ง พวกเขาทั้งสองคนต่างก็นัดแนะปกปิดเรื่องแก่นมังกรเอาไว้โดยไม่ได้นัดหมาย ย่อมไม่อยากประเคนแก่นมังกรให้คนอื่นอยู่แล้ว เพียงแต่ตอนนี้เซี่ยงขวงเองก็รู้สึกเคลือบแคลงสงสัยเป็นอย่างมากเช่นกัน
"ใครจะไปรู้ล่ะ บางทีในมือกวางอสูรแดนเหมันต์ตนนั้นอาจจะมีแก่นมังกรอันอื่นอยู่อีกก็เป็นได้!" ลู่เสี่ยวเทียนดวงตาเป็นประกายวูบวาบเอ่ยขึ้น
"ยังมีแก่นมังกรอันอื่นอยู่อีกงั้นหรือ แก่นมังกรนี่ตกลงแล้วมันมีกี่ส่วนกันแน่เนี่ย" เซี่ยงขวงตกใจจนต้องเอ่ยถามออกมา
[จบแล้ว]