- หน้าแรก
- คนตัดฟืน ผู้กลืนมิติ
- บทที่ 1500 - ความลับอันน่าตกตะลึง
บทที่ 1500 - ความลับอันน่าตกตะลึง
บทที่ 1500 - ความลับอันน่าตกตะลึง
บทที่ 1500 - ความลับอันน่าตกตะลึง
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ราชาภูตผีเสวียนเยี่ยนทำตามคำบอกใบ้ของจ้าวเจิน มันยื่นมือออกไปสะบัด พลังภูตผีอันบริสุทธิ์สายหนึ่งก็แหวกหยาดน้ำค้างหยกเหมันต์ในสระเล็กๆ แห่งนี้ให้แยกออกเป็นสองฝั่ง
เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป ก้นสระที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรพิเศษกลับมีพลังวิญญาณสั่นไหว ก้นสระที่ถูกแช่แข็งกลับปรากฏวังวนขึ้นมาอย่างกะทันหัน ราชาภูตผีเสวียนเยี่ยนและพรรคพวกสบตากัน ท้ายที่สุดสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่หนูมารเส้นเงิน
หนูมารเส้นเงินก้าวออกมาอย่างรู้ตัว ในบรรดาทั้งสี่คนที่อยู่ที่นี่ ระดับพลังของมันอยู่รั้งท้ายสุด งานสำรวจทางแบบนี้ย่อมต้องตกเป็นหน้าที่ของมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หนูมารเส้นเงินกระโดดผลุงเข้าไปในวังวน เมื่อไม่มีความผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น พวกราชาภูตผีเสวียนเยี่ยนจึงทยอยกันกระโดดตามเข้าไปในวังวน
"คิดไม่ถึงเลยว่าภายในถ้ำน้ำแข็งแห่งนี้จะมีเส้นทางอื่นซ่อนอยู่ ดูเหมือนว่าการวางแผนของคนเผ่าจ้าวในครั้งนี้จะถูกเตรียมการมาเป็นเวลานานแล้ว" ครู่ต่อมาลู่เสี่ยวเทียนและเซี่ยงชิงเฉิงก็ผ่านวังวนสระหยกเข้าไปเช่นกัน
เหนือทุ่งหิมะอันกว้างใหญ่ไพศาลที่มีระดับสูงต่ำไม่เท่ากัน กลุ่มของราชาภูตผีเสวียนเยี่ยนกำลังเหาะทะยานแหวกอากาศไป บนทุ่งหิมะอันกว้างใหญ่นี้มีสระน้ำสีดำแห่งหนึ่ง ภายในมีสายน้ำไหลเวียนอย่างเงียบสงบ มองเห็นเพียงม้าสีขาวตัวหนึ่งถูกแช่แข็งอยู่ในก้อนน้ำแข็ง ก้อนน้ำแข็งนั้นจมอยู่ก้นสระ
"ที่นี่แหละ" จ้าวเจินถูกพวกราราภูตผีเสวียนเยี่ยนควบคุมตัวเอาไว้ ใบหน้าของเขาดูอ่อนล้าเป็นอย่างยิ่ง
"น้ำกรดสวรรค์กุ่ยเฉวียน!" เมื่อพวกราชาภูตผีเสวียนเยี่ยนเห็นสระสีดำแห่งนี้ สีหน้าก็พลันเปลี่ยนไปทันที
"ถูกต้องแล้ว ม้าที่ถูกแช่แข็งซึ่งพวกเจ้าเห็นอยู่นั้นก็คือแก่นมังกร" จ้าวเจินกล่าว "เพียงแต่การจะนำแก่นมังกรนี้ออกมานั้นกลับต้องใช้สมองอย่างหนัก ไม่มีใครและไม่มีของวิเศษชิ้นใดที่สามารถผ่านน้ำกรดสวรรค์กุ่ยเฉวียนนี้เพื่อนำแก่นมังกรขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์แบบหรอก"
"ข้าว่าเจ้าคงจะเพี้ยนไปแล้วล่ะสิ แก่นมังกรมาจากสัตว์อสูรมังกรพิทักษ์ราชวงศ์ในยุคก่อนราชวงศ์ฉิน ต่อให้จะจำแลงร่าง มันก็ต้องกลายเป็นรูปลักษณ์ของกวางสิ ทว่าสิ่งที่ถูกแช่แข็งอยู่ด้านในกลับเป็นม้าสีขาว ยิ่งไปกว่านั้นพวกเรายังไม่สามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายใดๆ ของแก่นมังกรเลยด้วยซ้ำ" ซวิ่นหงเอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"เผ่าจ้าวของข้าและเผ่าฉินต่างก็ผงาดขึ้นมาในทวีปชื่อหยวนในยุคเดียวกัน และได้ทำสงครามกับอาณาจักรเซียนต้าฉินมานานนับหมื่นปี ความลับที่พวกเรารู้ย่อมมีมากกว่าสิ่งที่เผ่าภูตผีหรือเผ่ามารอย่างพวกเจ้าล่วงรู้เป็นธรรมดา พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดกวางมังกรซึ่งเป็นสัตว์อสูรพิทักษ์ราชวงศ์ในยุคก่อนราชวงศ์ฉินถึงได้หนีออกมา" บนใบหน้าของจ้าวเจินมีรอยยิ้มขื่นขมแฝงอยู่
"ทำไมล่ะ" ความอยากรู้อยากเห็นของเสวียนเยี่ยน ราชาภูตผีลิงโลหิต ซวิ่นหง และหนูมารเส้นเงินต่างก็ถูกกระตุ้นขึ้นมา
"จักรพรรดิฉินลิ่งหายสาบสูญไป ไม่มีใครสามารถปราบกวางมังกรได้ กวางมังกรเองก็ไม่ยอมสยบทำหน้าที่สะกดข่มชีพจรมังกรให้ยุคก่อนราชวงศ์ฉินอีกต่อไป ทว่าข้อห้ามที่จักรพรรดิฉินลิ่งทิ้งเอาไว้นั้นไม่ใช่สิ่งที่จะทำลายได้ง่ายๆ หากแยกตัวออกจากชีพจรมังกร พลังฝีมือของกวางมังกรก็จะถดถอยลงไปในระดับหนึ่ง หากไม่มีชีพจรมังกรคอยช่วยเหลือ กวางมังกรก็ไม่สามารถปิดบังสายตาของบรรดาผู้อาวุโสที่เคยร่วมก่อตั้งอาณาจักรเซียนต้าฉินมาพร้อมกับจักรพรรดิฉินลิ่งได้"
"ในอดีตตอนที่ก่อตั้งอาณาจักรเซียนต้าฉิน ได้อาศัยอานุภาพของหลุมยุบฝังกลบสังหารสายเลือดโดยตรงของเผ่าจ้าวไปกว่าสี่ล้านคน ความแค้นสายเลือดระหว่างเผ่าจ้าวกับคนเผ่าฉินนั้นลึกล้ำจนไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้ ต่อมา จ้าวฉางผู้นำเผ่าจ้าวของข้าได้ลอบจองจำผู้อาวุโสท่านหนึ่งของอาณาจักรเซียนต้าฉินเอาไว้ ผู้อาวุโสที่ถูกจองจำผู้นั้นมีนามว่า จ้าวเกา ท่านผู้นำจ้าวฉางคือผู้ที่รวบรวมวิชาภาพมายาของเผ่าจ้าวเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และยังเป็นเพียงคนเดียวที่รวบรวมกระจกวิถีมายาทั้งเจ็ดบานได้ครบถ้วน"
"ในอดีตท่านผู้นำจ้าวฉางอาศัยวิชาภาพมายาอันลึกล้ำจนถึงขั้นสูงสุดของตนเอง ชี้กวางเป็นม้า หลอกลวงสายตาของบรรดายอดฝีมือแห่งอาณาจักรเซียนต้าฉินได้สำเร็จ นับแต่นั้นมากวางมังกรจึงได้หลบหนีออกมา และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ที่เหล่ายอดฝีมือต่างพากันไล่ล่ากวางมังกรทั่วทั้งทวีปชื่อหยวนในเวลาต่อมา"
เมื่อกล่าวถึงผลงานอันยิ่งใหญ่ของท่านผู้นำจ้าวฉางในอดีต ใบหน้าของจ้าวเจินก็เต็มไปด้วยความเคารพเทิดทูน
"ดังนั้นม้าสีขาวที่ถูกแช่แข็งอยู่นี่ก็คือแก่นมังกรอย่างนั้นหรือ" บรรดายอดฝีมืออย่างราชาภูตผีเสวียนเยี่ยนและราชาภูตผีลิงโลหิตต่างก็ฟังอย่างใจจดใจจ่อ ไม่คิดเลยว่าระหว่างอาณาจักรเซียนต้าฉินกับเผ่าจ้าวจะยังมีความลับที่ถูกปิดซ่อนเอาไว้เช่นนี้อยู่ด้วย
"ถูกต้องแล้ว ในบรรดายอดฝีมือที่รุมล้อมกวางมังกรในอดีตก็มีบรรพชนของเผ่าจ้าวอยู่ด้วย เพียงแต่บรรพชนเผ่าจ้าวของข้าได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากกลับไปได้ไม่นานก็สิ้นใจตาย ด้วยเหตุนี้ข้าถึงได้รู้ที่ซ่อนของแก่นมังกรนี้ กวางมังกรในอดีตนั้นมีพลังฝีมือบรรลุถึงขั้นสร้างสรรค์ฟ้าดิน ว่ากันว่ามันได้บำเพ็ญเพียรจนเกิดแก่นมังกรขึ้นมาหลายส่วน ส่วนจะมีกี่ส่วนนั้นก็ไม่อาจล่วงรู้ได้ แก่นมังกรที่แตกสลายไปนอกจากที่อยู่ในน้ำกรดสวรรค์กุ่ยเฉวียนนี้แล้ว ในระหว่างการต่อสู้ของเหล่ายอดฝีมือ แก่นมังกรที่แตกสลายและกระจัดกระจายออกไปก็ยังน่าจะมีอีกสองถึงสามส่วน" จ้าวเจินพยักหน้าพร้อมกับกล่าว "และแก่นมังกรที่ยังคงรักษารูปลักษณ์ของม้าเอาไว้ตรงหน้านี้ ก็คือส่วนที่มีปริมาณมากที่สุด มันเพียงพอที่จะทำให้มหาเถระหลายคนทะลวงเข้าสู่ระดับเทพจุติได้ เพียงแต่การจะนำแก่นมังกรขึ้นมาจากน้ำกรดสวรรค์กุ่ยเฉวียนนี้กลับไม่ใช่เรื่องง่ายเลย"
"มิน่าล่ะเจ้าถึงได้บอกให้ข้าพาตัวราชาภูตผีฉิงเทียนมาด้วย หรือว่าแมงมุมหยกขาวในมือของราชาภูตผีฉิงเทียนจะสามารถดึงแก่นมังกรขึ้นมาจากน้ำกรดสวรรค์กุ่ยเฉวียนได้" ราชาภูตผีเสวียนเยี่ยนกระจ่างแจ้งในทันที มันเข้าใจเจตนาของจ้าวเจินแล้ว
"ตบะของแมงมุมหยกขาวในมือของราชาภูตผีฉิงเทียนยังอ่อนด้อยเกินไป ใยแมงมุมของมันยังไม่เพียงพอที่จะดึงแก่นมังกรขึ้นมาจากน้ำกรดสวรรค์กุ่ยเฉวียนนี้ได้" จ้าวเจินส่ายหน้า
"น้ำกรดสวรรค์กุ่ยเฉวียนนี้เป็นถึงของวิเศษธาตุหยินสุดขั้ว สหายพรตเสวียนเยี่ยนและสหายพรตลิงโลหิตต่างก็เป็นยอดฝีมือชั้นแนวหน้าของเผ่าภูตผี สหายพรตซวิ่นหงเองก็มีอิทธิฤทธิ์ร้ายกาจ บางทีพวกท่านอาจจะหาวิธีนำแก่นมังกรไปได้" จ้าวเจินกล่าว
"น้ำกรดสวรรค์กุ่ยเฉวียนเป็นของวิเศษที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายของวิถีภูตผีจริงๆ น้ำกรดสวรรค์กุ่ยเฉวียนที่มีจำนวนมหาศาลเช่นนี้ อย่าว่าแต่ราชาภูตผีขั้นปลายเลย ต่อให้เป็นเฒ่ามารระดับเทพจุติก็คงยากที่จะนำแก่นมังกรนี้ออกไปได้" เมื่อได้ฟังดังนั้น ราชาภูตผีเสวียนเยี่ยนและราชาภูตผีลิงโลหิตก็ต่างพากันส่ายหน้าด้วยความขมขื่น แก่นมังกรอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แถมยังไม่มีสัตว์อสูรระดับเทพจุติที่ร้ายกาจอย่างกวางอสูรคุกเหมันต์คอยขัดขวาง แต่พวกเขากลับอับจนหนทาง
"พวกเจ้าก็ไม่มีวิธีเหมือนกันหรือ" ใบหน้าของจ้าวเจินปรากฏแววตาแปลกประหลาด
"ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีเสียทีเดียว พี่ลิงโลหิต ได้ยินมาว่าท่านแอบหลอมสร้างยันต์คำสาปวิญญาณโลหิตขึ้นมาอย่างลับๆ คิดว่าคงจะได้ที่แล้ว หากนำมาใช้ร่วมกับสายโซ่กระดูกของข้า ก็อาจจะพอมีความหวังอยู่บ้าง" ราชาภูตผีเสวียนเยี่ยนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปกล่าวกับราชาภูตผีลิงโลหิตที่อยู่ด้านข้าง
"โอ้ สายโซ่กระดูกงั้นหรือ พี่เสวียนเยี่ยนช่างมีวิธีที่ยอดเยี่ยมจริงๆ เพียงแต่ยันต์คำสาปวิญญาณโลหิตในมือข้ายังหลอมสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ การจะใช้ยันต์คำสาปวิญญาณโลหิตนี้ จำเป็นต้องใช้เลือดบริสุทธิ์ระดับสูงเป็นสื่อนำ ยิ่งมากก็ยิ่งดี" ใบหน้าของราชาภูตผีลิงโลหิตปรากฏแววลำบากใจ
"พวกเจ้ามองข้าทำไม" เมื่อเห็นสายตาอันลึกล้ำของราชาภูตผีลิงโลหิตและราชาภูตผีเสวียนเยี่ยน หนูมารเส้นเงินก็ตกใจจนสะดุ้ง มันรีบถอยกรูดไปด้านหลังหลายสิบจั้งเพื่อรักษาระยะห่างจากราชาภูตผีขั้นปลายทั้งสองตนทันที
"ทั้งสองท่าน การจะนำแก่นมังกรออกมายังเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอนเลย จะรีบลงมือไปก็คงไม่เหมาะกระมัง" ซวิ่นหงขมวดคิ้วกล่าว
"สหายพรตซวิ่นหง น้ำกรดสวรรค์กุ่ยเฉวียนนี้ร้ายกาจเป็นอย่างยิ่ง ต่อให้ข้าจะมีสายโซ่กระดูกอยู่ในมือ การจะดึงแก่นมังกรขึ้นมาในรวดเดียวก็คงเป็นไปไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องใช้ยอดฝีมือระดับพวกเราสามคนผลัดกันออกแรงถึงจะบรรลุเป้าหมายได้ ด้วยความสามารถของน้องหนูมาร การจะควบคุมสายโซ่กระดูกนี้ยังถือว่าอ่อนด้อยเกินไป" ราชาภูตผีเสวียนเยี่ยนกระแอมไอเบาๆ แล้วกล่าว
"เลือดบริสุทธิ์ระดับสูงใช้สักสองถึงสามส่วนก็พอแล้ว ต่อให้รวมคนเผ่าจ้าวผู้นี้เข้าไปด้วย พวกเราก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ไม่มากนัก"
หนูมารเส้นเงินเห็นแววตาลังเลของซวิ่นหง ในใจก็เกิดความกังวลขึ้นมาทันที มันรีบพุ่งตัวกลับไปทางเดิมอย่างรวดเร็ว ราชาภูตผีลิงโลหิตแสยะยิ้มอำมหิต มันเตรียมพร้อมขวางทางหนีของหนูมารเส้นเงินเอาไว้แล้ว มันยื่นมือออกไปกางอากาศ ตาข่ายสีเลือดที่แฝงไปด้วยเสียงกรีดร้องแหลมปรี๊ดของภูตผีร้ายครอบลงมายังร่างของหนูมารเส้นเงิน
หนูมารเส้นเงินส่งเสียงร้องแหลม ร่างกายของมันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในฉับพลัน มันงอกแขนขาที่หนาและทรงพลังออกมา ยืนด้วยสองขา กรงเล็บด้านหน้าที่แหลมคมตะปบออกไปอย่างต่อเนื่อง ชั่วพริบตาก็ฉีกตาข่ายสีเลือดตรงหน้าจนขาดวิ่น
"ข้าขอเตือนให้เจ้าเก็บแรงเอาไว้เดินทางสู่ปรโลกจะดีกว่า" เมื่อตาข่ายสีเลือดถูกทำลาย ราชาภูตผีลิงโลหิตกลับไม่มีทีท่าประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย ร่างของมันสั่นไหวและฟาดฝ่ามือเข้าใส่หน้าหนูมารเส้นเงิน พลังภูตผีที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดพัดโหมกระหน่ำเข้ามา
[จบแล้ว]