เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 เส้นทางสู่ขอบเขตการก่อตั้งรากฐานของข้าขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว

บทที่ 25 เส้นทางสู่ขอบเขตการก่อตั้งรากฐานของข้าขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว

บทที่ 25 เส้นทางสู่ขอบเขตการก่อตั้งรากฐานของข้าขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว


บทที่ 25 เส้นทางสู่ขอบเขตการก่อตั้งรากฐานของข้าขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว

พวกเขาเห็นต้นไม้สูงใหญ่แตกเป็นเสี่ยงๆ พื้นผิวถูกไฟไหม้เป็นถ่าน พื้นดินเต็มไปด้วยเนื้อและขนของหมาป่ายักษ์ ชายทั้งสี่คนมีสีหน้าราวกับว่าเห็นผี

ฝูงหมาป่ายักษ์นั้นน่าเกรงขาม แม้แต่ทีมทหารหลินเจียงที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีก็ไม่สามารถต่อกรกับพวกมันได้

อย่างไรก็ตาม การสังหารหมู่ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณนี้ได้แสดงให้เห็นความรุนแรงของการต่อสู้ได้อย่างชัดเจน และมีซากและชิ้นส่วนอวัยวะของหมาป่ายักษ์อย่างน้อยห้าหรือหกตัวที่กระจัดกระจายอยู่

“เป็นไปไม่ได้ ใครกันที่ฆ่าพวกมันได้” จวงเฉียงพึมพำอย่างไม่เชื่อ

หวางกังเจี้ยนคิดสักครู่ “ลองค้นหาต่อรอบๆ บริเวณนี้ดีกว่า ถ้ามีหมาป่าตัวใดหลุดออกไป ก็น่าจะมีร่องรอย”

หวางหย่งและคนอื่นๆ พยักหน้าและออกค้นหาต่อ อย่างไรก็ตามแม้จะค้นหามานาน พวกเขาก็ไม่พบสัญญาณของหมาป่าตัวใดที่หลบหนีออกมาได้ ไม่มีต้นไม้ล้ม ไม่มีรอยเลือดแม้สักหยดเดียว..ไม่มีอะไรเลย

สิ่งนี้สามารถสื่อเป็นนัยยะได้อย่างชัดเจน

หวางหยงกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก "หมาป่ายักษ์พวกนั้นตายหมดแล้ว และร่างกายของพวกมันก็ถูกพาออกไปแล้ว"

แม้ว่าหวางกังเจี้ยนและซ่งต้าอี้จะไม่เชื่อ แต่พวกเขาก็พยักหน้าเห็นด้วยกับข้อสรุปของเขานี้

ซ่งต้าอี้กล่าวว่า "ดูเหมือนว่าเราจะเดินทางโดยเปล่าประโยชน์..แต่เป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว"

การไม่สู้รบก็หมายความว่าไม่มีการสูญเสียใดๆ ซึ่งนั่นย่อมดีกว่าทางเลือกอื่นๆ แม้ว่าพวกเขาจะเป็นยอดมนุษย์ระดับหนึ่ง แต่การบาดเจ็บใดๆ ก็อาจนำไปสู่การติดเชื้อได้ ตอนนี้เมื่อไม่มีแพทย์อยู่เคียงข้าง พวกเขาจึงทำได้เพียงพึ่งยารักษาตัวเองเท่านั้น ใครจะไปรู้ว่าพวกเขาจะโชคร้ายหรือไม่

หวางกังเจี้ยนยังคงเกาหัวของเขา

“พี่ใหญ่ คุณกังวลอะไรอยู่?” หวางหย่งถาม

หวางกังเจี้ยนยิ้มแห้งๆ “จวงเฉียงพูดว่าหัวหน้าฝูงหมาป่าเป็นสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติระดับสอง นอกจากนั้นยังมีสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติระดับหนึ่งอีกหลายตัวในฝูง มีคนที่มีความแข็งแกร่งถึงขนาดล้มฝูงหมาป่ายักษ์ได้ เขามีพลังประเภทไหนกัน เขาเป็นยอดมนุษย์ระดับสามหรือป่าว?”

จวงเฉียงส่ายหัวทันที "เป็นไปไม่ได้ ยอดมนุษย์ระดับสามนั้นหายากมาก โดยปกติแล้วพวกเขาล้วนเป็นผู้นำและผู้ปกป้ององค์กรต่างๆ พวกเขามังจะมุ่งเป้าไปที่การก้าวไปสู่ระดับที่สี่ และต้องการกำลังคนจำนวนมากเพื่อรวบรวมแกนพลังจิต ดังนั้นไม่น่าเป็นไปได้ที่ยอดมนุษย์ระดับสามจะออกมาเดินเตร่อยู่ข้างนอกคนเดียวใช่ไหมล่ะ?"

หวางกังเจี้ยน หวางหย่ง และซ่งต้ายี่คิดเรื่องนี้ดู มันก็สมเหตุสมผล

ไม่มียอดมนุษย์ระดับสามคนไหนที่จะวิ่งเล่นไปมาอย่างไม่ใส่ใจเช่นนี้ พวกเขาเกือบทั้งหมดอยู่ในอาณาเขตของตนเองและใช้ทุกวิถีทางเพื่อยกระดับตนเองไปสู่ระดับสี่ให้ได้

จวงเฉียงครุ่นคิดสักครู่ก่อนจะพูดขึ้น “บางทีมันอาจเป็นแค่ยอดมนุษย์ระดับสองแต่มีพรสวรรค์ที่ทรงพลังเป็นพิเศษ เพราะท้ายที่สุดแล้วพรสวรรค์นั้นมีความหลากหลาย ผู้ที่มีพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษบางคนสามารถต่อสู้ในระดับที่สูงกว่าตัวเองได้”

หวางกังเจี้ยนถอนหายใจเบาๆ "ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามเราก็ต้องระมัดระวัง โรงแรมฮั่วไทก็ถูกซอมบี้ระดับสูงสองตัวยึดครองไปแล้ว และตอนนี้มียอดมนุษย์ระดับสองที่ลึกลับปรากฏตัวขึ้นมาอีก... วันเวลาที่ยากลำบากของดาบทมิฬของเราใกล้เข้ามาแล้ว"

ชายทั้งสี่คนขึ้นรถตู้อีกครั้งและออกเดินทางด้วยความเร็วสูงเพราะใกล้จะถึงเวลาพลบค่ำแล้ว

ณ โรงแรมฮั่วไท่

ชู่ซวนเดินกลับมาที่นี่อย่างสบายๆ ระหว่างทางเขาได้กำจัดซอมบี้จำนวนหนึ่งและกลั่นไข่มุกโลหิตได้จำนวนหนึ่ง นอกจากนี้เขายังเดินดูสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้ามากมายเพื่อหาอาหารมารับประทาน การกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทุกวันเริ่มน่าเบื่อ และการเปลี่ยนอาหารการกินบ้างก็เป็นสิ่งที่น่ายินดีอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามชู่ซวนหาได้เพียงช็อกโกแลตเท่านั้น เขาได้เรียนรู้ว่าวิกฤตซอมบี้บนโลกสีน้ำเงินแห่งนี้ได้แพร่ระบาดมานานกว่าห้าปีแล้ว และอาหารเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้นที่สามารถเก็บไว้ได้นานถึงห้าปี

“ดูเหมือนว่าหากข้าอยากเพลิดเพลินกับมื้ออาหารแสนอร่อยที่นี่ ข้าอาจต้องเริ่มปลูกผักกินเอง” ชู่ซวนครุ่นคิด

นี่ไม่ใช่ภารกิจที่ยากสำหรับเขา สิ่งที่จำเป็นที่เขาต้องทำคือการจัดตั้งค่ายกลรวบรวมพลังวิญญาณเพื่อดึงพลังวิญญาณจากบริเวณโดยรอบ มันจะทำให้แม้แต่ดินที่แห้งแล้งที่สุดก็สามารถเปลี่ยนเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ได้ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว ดินแดนแห่งนี้จึงมักจะถูกเรียกกันว่าเป็นทุ่งวิญญาณ

พืชผลที่ปลูกในทุ่งวิญญาณจะเติบโตเร็วอย่างผิดปกติ และผลผลิตที่ได้ก็อร่อยเป็นพิเศษ สำหรับงานไถพรวน กำจัดวัชพืช กำจัดศัตรูพืชและเก็บเกี่ยว ก็สามารถมอบหมายให้หุ่นศพทำแทนได้ทั้งหมด แม้ว่าหุ่นศพจะโง่เง่า แต่เมื่อได้รับคำสั่งอย่างถูกต้องแล้ว มันก็เหมาะสมกับงานที่ซ้ำซากจำเจและน่าเบื่อหน่ายมากกว่ามนุษย์เสียอีก

พูดแล้วก็ลงมือทำเลยดีกว่า

ด้านหลังของโรงแรมฮั่วไท่มีสวนอยู่ และชู่ซวนสั่งให้หุ่นศพไปถอนดอกไม้และต้นไม้ทั้งหมดออกและพรวนดิน

จากนั้นเขาจึงเริ่มจัดเตรียมค่ายกลรวบรวมพลังวิญญาณ พลังจิตวิญญาณบนโลกสีน้ำเงินนี้อ่อนแอมาก ไม่สามารถเทียบได้กับพลังจิตวิญญาณบนอาณาจักรลึกลับ แต่พลังวิญญาณที่ปรากฎแม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถถูกดึงดูดได้โดยค่ายกลรวบรวมพลังวิญญาณ หากจำเป็นสามารถวางหินจิตวิญญาณภายในค่ายกลเพื่อสกัดเป็นพลังวิญญาณและใช้บำรุงดินได้

เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน ชู่ซวนก็เตรียมทุ่งวิญญาณเรียบร้อยแล้ว ทุ่งวิญญาณกว้าง 40 เมตร ยาว 30 เมตร แบ่งออกเป็นหลายส่วน โดยแต่ละส่วนจะปลูกพืชวิญญาณที่แตกต่างกันออกไป

“ข้าวลายทอง คล้ายข้าวทั่วไปแต่รสชาติดีกว่ามาก ข้าวสาลีรุ่งอรุณคล้ายข้าวสาลีแต่สามารถรับประทานได้ในระยะยาว จะทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นและคล่องตัวมากขึ้น”

ชู่ซวนเลือกพืชวิญญาณต่างๆ จากถุงเพาะชำของเขาแล้วส่งให้หุ่นศพปลูก ในตอนแรกศพเหล่านี้ดูเก้กัง แต่ไม่นานก็กลายเป็นศพที่ชำนาญภายใต้การดูแลอย่างอดทนของเขา

“ไม่เลวเลย” ชู่ซวนพยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นเขาก็ขึ้นไปบนดาดฟ้าพร้อมดาบของเขา

ราชาหมาป่าและหมาป่ายักษ์ทั้งสี่ตัวถูกมัดไว้อย่างแน่นหนา ขณะที่หมาป่าทั้งสี่ตัวยังคงหมดสติแต่ราชาหมาป่ากลับตื่นขึ้นมาแล้ว

ดวงตาของมันทอประกายแสงที่โหดร้าย ราวกับว่ามันปรารถนาที่จะฉีกฉู่ซวนออกเป็นชิ้นๆ พันครั้งหมื่นครั้ง

ชู่ซวนไม่สนใจสายตาที่จ้องมองนั้นเลย เขาหยิบมีดเล็กๆ ออกมาและเริ่มกรีดร่างของราชาหมาป่าเช่นเคย เขาเริ่มจากข้อต่อแขนขาจากนั้นก็ท้อง และสุดท้ายก็กระหม่อม เนื้อจากสามบริเวณนี้แตกต่างกัน ทำให้เหมาะสำหรับการปลูกพืชจิตวิญญาณที่แตกต่างกัน

ชู่ซวนใส่เมล็ดของใบบำรุงวิญญาณและผลเลือดแดงลงในข้อต่อแขนขาและช่องท้อง ส่วนบริเวณใกล้กับสมองมากที่สุดนั้นเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเมล็ดดอกไม้แห่งชีวิตและวิญญาณ

ดอกไม้แห่งชีวิตและวิญญาณเป็นส่วนผสมหลักของเม็ดยาโลหิตสร้างรากฐาน ในขณะที่ใบบำรุงวิญญาณและผลเลือดสีแดงเป็นวัตถุดิบเสริมที่หายาก

เมื่อมีสมุนไพรจิตวิญญาณทั้งสามประเภทนี้ได้แล้ว สมุนไพรที่จำเป็นอื่นๆ เกือบทั้งหมดก็สามารถซื้อได้จากตลาดที่มีชื่อเสียงโดยใช้หินวิญญาณ ดังนั้นแปลว่าเม็ดยาโลหิตสร้างรากฐานของเขาแทบจะอยู่ในมือแล้ว

“เส้นทางสู่ขอบเขตการก่อตั้งรากฐานของข้าขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว” ชู่ซวนลูบหัวราชาหมาป่าและหัวเราะออกมาเบาๆ

ราชาหมาป่ารู้สึกได้ว่าพลังชีวิตของมันถูกพืชประหลาดนี้ดูดกลืนไป แต่มันก็ไม่มีพลังอะไรที่จะขัดขืนเลย ทำได้เพียงมองดูพลังชีวิตของมันเองที่ค่อยๆ ลดหายไป

สำหรับหมาป่ายักษ์ทั้งสี่ตัว ชู่ซวนก็ใช้วิธีเดียวกันโดยปลูกพืชวิญญาณไว้ในตัวพวกมัน อย่างไรก็ตามเนื่องจากพวกมันเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติระดับหนึ่ง เขาจึงไม่ได้ใช้พืชหายากอะไรเป็นพิเศษ

หลังจากทำภารกิจเหล่านี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ชู่ซวนก็กลับไปที่ชั้นล่างของโรงแรมฮั่วไท่เพื่อตั้งค่าค่ายกลเพิ่มเติม ก่อนอื่นเขาติดตั้งค่ายกลหมอกลึกลับ

นี่คือค่ายกลขอบเขตการกลั่นพลังปราณระดับกลาง หน้าที่ของมันนั้นเรียบง่าย มันจะสร้างหมอกภายในและภายนอกค่ายกล ครอบคลุมพื้นที่วงกลมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณหนึ่งร้อยจ่าง (ประมาณ 330 เมตร)

ระยะนี้เพียงพอที่จะครอบคลุมไม่เพียงแค่โรงแรมฮั่วไท่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงที่อยู่อาศัยและร้านค้าใกล้เคียงอีกด้วย

ใครก็ตามที่หลงเข้ามาในค่ายกลหมอกลึกลับจะพบว่าตัวเองสับสน เดินเตร่ไปอย่างไร้จุดหมาย ก่อนจะถูกส่งกลับออกไปที่ทางเข้า โดยไม่สามารถเจาะลึกเข้าไปในค่ายกลได้อีกต่อไป

จากนั้นเขาได้เริ่มตั้งค่ายกลรวบรวมพลังวิญญาณแห่งความชั่วร้ายขึ้นมา….

………………….

จบบทที่ บทที่ 25 เส้นทางสู่ขอบเขตการก่อตั้งรากฐานของข้าขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว