- หน้าแรก
- สั่งให้เปิดบ้านผีสิง ไม่ใช่ให้เอาผีจริงมาปล่อย
- บทที่ 7 เทพสายฟ้า ผอ. หยาง!
บทที่ 7 เทพสายฟ้า ผอ. หยาง!
บทที่ 7 เทพสายฟ้า ผอ. หยาง!
บทที่ 7 เทพสายฟ้า ผอ. หยาง!
“วางใจเถอะครับผู้ปกครอง ขอแค่ได้เข้ามาอยู่ในสถาบันของเรา...”
บนหน้าจอ ผอ. หยางที่สวมแว่นกรอบทองคนนั้นยิ้มออกมาอย่างสุภาพอ่อนโยน
“ผมเนี่ย ถนัดที่สุดคือการซ่อมแซม... เอ้อ ไม่ใช่สิ การรักษาเด็กที่นิสัยไม่ดีน่ะครับ”
“ไม่ว่าเด็กจะดื้อรั้นแค่ไหนถ้าส่งมาที่นี่ ขอแค่จบคอร์สเดียว ผมรับรองว่าจะทำให้เขากลายเป็นเด็กที่เชื่อฟังและเป็นเด็กดีได้แน่นอน!”
หน้าโทรทัศน์ หวงเหมาและเอ้อร์โก่วรู้สึกขนหัวลุกซู่ทันที
ฉากแบบนี้...
บทพูดแบบนี้...
ทำไมมันถึงได้คุ้นหูขนาดนี้วะ?!
ยังไม่ทันที่พวกเขาจะตั้งตัวได้ ภาพก็ตัดไป
เด็กหนุ่มที่ชื่อเสี่ยวเหวินถูกมัดติดไว้กับเตียงรักษาที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ แขนขาทั้งสี่ถูกขึงแยกออกจากกันเป็นรูปตัว "ใหญ่" (大)
ที่ปากถูกมัดด้วยผ้าขาวหนาๆ ไว้แน่น มีเพียงเสียงครางอย่างสิ้นหวังเล็ดลอดออกมาเท่านั้น
ผู้อำนวยการที่ชื่อ “หยางหยง” เดินยิ้มเข้ามา ป้ายชื่อบนเสื้อกาวน์สีขาวเห็นได้ชัดเจน
เขาหยิบขั้วโลหะสองอันที่มีสายไฟต่ออยู่ขึ้นมาอย่างช้าๆ แล้วยิ้มพลางแปะมันลงที่ขมับของเด็กหนุ่ม
“เปรี๊ยะ—!!!”
ทันทีที่กระแสไฟฟ้าถูกปล่อยออกมา!
ร่างกายของเด็กหนุ่มก็โก่งงอขึ้นมาทันที และเริ่มชักกระตุกอย่างรุนแรงไปทั่วทั้งร่าง!
“อื้อ! อื้อๆๆ—!!”
ภายใต้ผ้าขาวที่หนาเตอะ เสียงโหยหวนที่กรีดแทงหัวใจฟังดูอู้อี้และเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
เขาพยายามดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อจะหนีให้พ้น แต่ชายฉกรรจ์ในชุดฝึกสีดำที่อยู่ข้างๆ ก็โถมเข้าไปกดแขนและขาของเขาไว้แน่น
“เชี่ย...”
เอ้อร์โก่วฟันกระทบกันกึกๆ ดวงตาแทบจะถลนออกมานอกเบ้า
“นี่... นี่มันคือไอ้... ไอ้ ‘เทพสายฟ้า’ คนนั้นไม่ใช่เหรอ?!”
จู่ๆ หวงเหมาก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ ขนลุกไปทั้งตัว!
เขานึกออกแล้ว!
เมื่อไม่นานมานี้เขาเคยเลื่อนเจอในโต่วอิน เรื่องราวที่โด่งดังไปทั่วอย่าง “สถาบันอวี้จาง”!
มีคนบอกว่า สถานที่แห่งนี้อ้างว่าใช้ “วิชาความรู้เพื่อบำบัดอาการติดเกม” แต่ที่จริงแล้วมันคือขุมนรกที่ใช้การช็อตไฟฟ้า การขังลืม และการลงโทษเพื่อทรมานเด็กๆ!
แต่กลับมีผู้ปกครองจำนวนนับไม่ถ้วนที่หลงเชื่อ และยังรู้สึกซาบซึ้งบุญคุณของผู้อำนวยการที่ชื่อหยางคนนั้น!
บทพูดของ “ผอ. หยาง” ในหน้าจอ ฉากการรักษา หรือแม้แต่ชุดฝึกของชายฉกรรจ์พวกนั้น...
มันเหมือนกับในรายงานข่าวเป๊ะเลย!
ในวินาทีนี้ ปราการทางจิตใจของเอ้อร์โก่วพังทลายลงโดยสิ้นเชิง
เขานึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ทันที รีบก้มลงมองแฟ้มประวัติในมือด้วยความลนลาน
【ชื่อ: หวังเอ้อร์โก่ว】
【การวินิจฉัย: โรคชอบลักเล็กขโมยน้อย, โรคพูดโกหกเป็นไฟ】
เมื่อเอามาเชื่อมโยงกับไอ้ “รปภ.” สยองขวัญที่ไล่ล่าพวกเขาอยู่...
“พะ... พวกเขาเห็นพวกเราเป็น... เป็นเด็กมีปัญหาที่คิดจะหนีงั้นเหรอ?”
เอ้อร์โก่วสะอึกสะอื้น น้ำเสียงสั่นเครือจนไม่เป็นภาษามนุษย์
“ถ้าถูกจับกลับไป... จะถูกช็อตตายแน่! ต้องถูกช็อตตายแน่ๆ!!”
“ผมไม่เล่นแล้ว!!!”
เขากรีดร้องออกมาอย่างเสียสติ แล้วรีบกดปุ่มขอความช่วยเหลือสีแดงสดบนสายรัดข้อมืออย่างรนราน
“ผมอยากออกไป! ผมอยากกลับบ้าน!!”
เงินหนึ่งหมื่นหยวนเหรอ?
ไปตายซะเถอะเงินหมื่น! ให้แสนนึงก็ไม่อยู่แล้ว!
“ติ๊ง—!”
เขาไม่ลังเลเลยสักนิด กดปุ่มขอความช่วยเหลืออย่างรุนแรง!
……
ในเวลาเดียวกัน ห้องผู้ป่วยหมายเลข 7
“ตึง!”
“ตึง!”
“ตึง!”
เฮียเฉียงโขกหัวลงกับพื้นอย่างบ้าคลั่ง หน้าผากของเขาอาบไปด้วยเลือดสีแดงสด
น้ำตา น้ำมูก และเหงื่อไหลปนกันไปหมดตามแก้มที่อวบอ้วนของเขา
ที่แย่ที่สุดคือ ของเหลวสีเหลืองที่นองอยู่บนพื้นยังคงขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ กลิ่นคาวฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งห้อง
“คุณย่าหัวหน้าพยาบาลครับ ผมผิดไปแล้ว... ผมผิดไปแล้วจริงๆ...”
“อย่าฉีดยาผมเลย... ผมเป็นเอดส์ ผมเป็นหูด ผมเป็นซิฟิลิส แถมยังมีเนื้องอกด้วย... ฉีดผมแล้วเชื้อจะติดคุณย่านะครับ... ได้โปรดปล่อยเนื้อเน่าๆ ของผมไปเถอะ!”
“ผมขอร้องล่ะครับคุณย่าหัวหน้าพยาบาล!”
เขาละล่ำละลักขอความเมตตา สติสัมปชัญญะดูเหมือนจะบินหนีไปไกลแล้ว
ในตอนนั้นเอง
“แปะ!”
เสียงสวิตช์ไฟดังขึ้นอย่างชัดเจน
ภายในห้องผู้ป่วย รวมถึงทางเดิน สว่างจ้าขึ้นมาทันที!
บรรยากาศที่วังเวงหายวับไปในพริบตา
“พอแล้วครับ เลิกโขกหัวได้แล้ว”
เสียงของหลินเฟิงลอยเด่นมาจากหน้าประตู
ท่าทางโขกหัวของเฮียเฉียงหยุดชะงักลง
“พื้นจะพังเพราะหัวพี่อยู่แล้วนะนั่น แบบนั้นต้องจ่ายค่าชดเชยนะครับ”
หลินเฟิงเข็นรถเข็นคันหนึ่งมาพิงไว้ที่กรอบประตู
เขามองเฮียเฉียงที่มุมห้องด้วยสีหน้าเหมือนกำลังดูละครตลก
“สมกับเป็นเฮียเฉียงจริงๆ คนในวงการนี่ใส่ใจรายละเอียดดีจัง คนอื่นเขากลัวก็กดปุ่มขอความช่วยเหลือกัน แต่พี่ดันมาโขกหัวให้หัวหน้าพยาบาลตั้งชั่วโมงนึงแน่ะ”
“ความจริงใจนี่สุดยอดเลยนะครับ แต่ประวัติโรคนี่... ดูจะเยอะไปหน่อยนะ”
ดวงตาของเฮียเฉียงเริ่มกลับมาโฟกัสได้อีกครั้ง และมองเห็นหลินเฟิงที่อยู่ตรงประตู
หลินเฟิงไม่ได้สนใจเขาอีก เขาเดินตรงเข้าไป แล้วใช้มือเดียวหิ้วเสี่ยวลี่ที่สลบอยู่บนพื้นขึ้นมาเหมือนหิ้วลูกเจี๊ยบ ก่อนจะวางเธอลงบนรถเข็นอย่างลวกๆ
“ไปกันเถอะครับเฮียเฉียง”
“เกมจบแล้ว หรือว่า...”
หลินเฟิงเว้นจังหวะพลางยิ้มอย่างอ่อนโยน
“พี่อยากจะต่อเวลาไหมครับ? เดี๋ยวผมให้คนจัดเซตช็อตไฟฟ้าให้เป็นพิเศษ?”
“อย่า... อย่าครับ!!”
เฮียเฉียงสะดุ้งสุดตัว รีบลุกขึ้นจากพื้นแล้วคลานตามหลังหลินเฟิงออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวว่าถ้าช้ากว่านี้ก้าวเดียวจะถูกทิ้งไว้รับการบำบัดด้วยไฟฟ้า
ไม่กี่นาทีต่อมา
เมื่อหลินเฟิงเข็นรถเข็นที่มีคนสลบอยู่ โดยมีเฮียเฉียงที่ดูขวัญเสียเดินตามหลังออกมาจากประตูเหล็กของมิชชันลับ
โลกภายนอกก็แทบระเบิด
ห้องโถงที่เคยว่างเปล่า ในตอนนี้กลับเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่เบียดเสียดกันอยู่!
“ออกมาแล้ว! ออกมาแล้ว!”
ดวงตานับสิบคู่จ้องมองมาที่พวกเขาเป็นตาเดียว
ยังไม่ทันที่ทุกคนจะได้เห็นอะไรชัดๆ กลิ่นฉี่ที่รุนแรงและฉุนกะทิก็พุ่งออกมาจากตัวเฮียเฉียงนำหน้ามาเสียก่อน
พวกมุงแถวหน้าถึงกับหน้าเขียวไปตามๆ กัน รีบเอามือปิดจมูกแล้วถอยหลังไปสามก้าวทันที
“เชี่ย! กลิ่นนี่มัน... รุนแรงเกินไปแล้ว!”
“นี่คือตกใจจนเยี่ยวราดเหรอ? เยี่ยวราดจริงๆ ด้วยว่ะ!”
“ราดจริงๆ เหรอเนี่ย? นึกว่าแค่บทละคร ที่ไหนได้มันคือสารคดีชีวิตจริง!”
“สุดยอดไปเลย! เข้าไปห้าคน สภาพดีแค่ขาเข้า แต่ขาออกนี่เปียกโชกไปทั้งตัว! ดาเมจทางกายไม่เท่าไหร่ แต่ดาเมจทางใจนี่รุนแรงเหลือเกิน!”
ตรงมุมห้อง หวงเหมาและเอ้อร์โก่วที่อยู่ในสภาพสะบักสะบอมไม่แพ้กัน กำลังช่วยพยุงเสี่ยวหย่าที่เพิ่งจะฟื้นขึ้นมา
เมื่อพวกเขาเห็นสภาพลูกพี่ตัวเองที่ดูแย่ยิ่งกว่าขอทานพวกเขาก็อึ้งไปทันที
นี่มันไม่ใช่ลูกพี่แล้ว แต่มันคือหมาตกน้ำชัดๆ!
ทั้งห้าคนมารวมตัวกันที่กลางห้องโถงอย่างเป็นประวัติการณ์
พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าหลินเฟิงสักแวบเดียว
ทั้งหมดรีบวิ่งหนีออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว
“เชี่ยยย!!”
“จริงหรือเปล่าเนี่ย? ไอ้พี่เบิ้มคนนั้นตกใจจนเยี่ยวราดเลยเหรอ?”
“เถ้าแก่คนนี้คบได้แฮะ มีเยี่ยวแกให้ราดจริงๆ ว่ะ!”
ฝูงชนระเบิดเสียงคุยกันดังลั่น!
ในตอนนั้นเอง
ชายหนุ่มที่ถือไม้เซลฟี่คนหนึ่งเบียดตัวเข้ามาข้างหน้าด้วยความตื่นเต้น แล้วตะโกนใส่หน้าจอมือถือ:
“ทุกคนครับ! ทุกคนเห็นหรือยังครับ! เรื่องจริงครับ! เรื่องจริงแน่นอน!”
“ผู้ท้าทายกลุ่มที่แล้ว ห้าคน! ตกใจจนเยี่ยวราดและถูกหามออกมาเลยครับ!”
“นี่ไม่ใช่บทละครครับ! นี่คือของจริงล้วนๆ!”
เขาหันขวับมาทางหลินเฟิงทันที
“เถ้าแก่ครับ! ขอถามคำถามสำคัญหน่อย!”
“เมื่อกี้พวกเขากลุ่มนั้น ทำภารกิจไปได้กี่เปอร์เซ็นต์แล้วครับ?”
คำถามนี้ทำให้ทุกคนเงียบกริบเพื่อรอฟังคำตอบ
หลินเฟิงเหลือบมองข้อความบนหน้าจอมือถือที่เลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว แล้วชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว
“ความคืบหน้าเหรอ?”
“ก็น่าจะ... ไม่ถึง 30% มั้งครับ”
ช่องคอมเมนต์ในไลฟ์สดระเบิดทันที!
【เชี่ย! ไม่ถึง 30% ก็เยี่ยวราดไปคน สลบไปสองแล้วเหรอ?】
【นี่มันมิชชันลับหรือขุมนรกชั้นที่สิบแปดกันแน่วะเนี่ย?】
【ฉันไม่เชื่อ! เถ้าแก่ต้องขี้ฮกแน่นอน! นี่มันการโฆษณาชวนเชื่อชัดๆ!】
【สตรีมเมอร์รีบเข้าไปเลย! อย่าป๊อด! ให้พวกเราดูหน่อยว่า 30% ที่ว่ามันมีอะไร!】
【พนันด้วยเครื่องบินหนึ่งลำ สตรีมเมอร์อยู่ได้ไม่ถึงสิบนาทีหรอก!】
สตรีมเมอร์คนนั้นก็ดูจะอึ้งกับข้อมูลนี้เหมือนกัน
แต่เมื่อเห็นยอดคนดูที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เขาก็ตัดสินใจกัดฟันสู้
“ได้! ในเมื่อทุกคนไม่เชื่อ ผมจะไปบุกเบิกให้ทุกคนเองครับ!”
“เถ้าแก่!”
สตรีมเมอร์หันไปมองหลินเฟิงแล้วตะโกนลั่น
“ทีมของผมมีหกคน จะเข้าไปเดี๋ยวนี้เลย!”
“ไลฟ์สดตลอดทาง! ขอดูหน่อยว่ามิชชันลับของคุณมันจะมีดีแค่ไหน!”
(จบตอน)