- หน้าแรก
- ยอดนักสะสมผู้หวนคืน
- บทที่ 17 ข่าวการกลับมาของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย!
บทที่ 17 ข่าวการกลับมาของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย!
บทที่ 17 ข่าวการกลับมาของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย!
บทที่ 17 ข่าวการกลับมาของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย!
“ชุนหมิงเอ๊ย นายนี่มันไม่จริงใจเลย มีของดีอย่างกล่องใส่เทียบเชิญนั่นแล้วไม่ยอมบอกฉันสักคำ”
หน้าประตูโรงพยาบาล จางเจิ้งบิดขี้เกียจพลางหาวแล้วพูดกับหานชุนหมิง
“นายยังมีหน้ามาว่าฉันอีก ตอนที่นายเจอของดีๆ ก็ไม่เห็นจะนึกถึงฉันเหมือนกัน”
หานชุนหมิงหัวเราะเยาะ ต่างฝ่ายต่างก็รู้ไส้รู้พุงกันดีอยู่แล้ว สองคนนี้เวลาเจอของเก่าดีๆ ก็เหมือนหมาป่าหิวโซเจอแกะอ้วนพี ต่างคนต่างก็อยากจะครอบครองไว้เอง ไม่มีใครยอมใคร
จางเจิ้งได้ยินดังนั้นก็ทุบไปที่อกของเขาหนึ่งทีแล้วหัวเราะพลางพูดว่า
“เอาน่าๆ เราก็พอกันนั่นแหละ วันนี้ดึกมากแล้ว ตอนนี้ฉันง่วงจะตายอยู่แล้ว ขอตัวก่อนนะ”
“อย่าลืมไปสั่งของเข้าร้านขายของชำของพวกเราด้วยล่ะ!”
หานชุนหมิงมองจางเจิ้งที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ พลันนึกอะไรขึ้นได้จึงตะโกนเสียงดังไล่หลังเขาไป
จางเจิ้งยกมือขึ้นโดยไม่หันกลับมา แล้วเดินต่อไปบนเส้นทางกลับบ้านอย่างช้าๆ
…
ระหว่างทางกลับบ้านที่ซื่อเหอย่วน เดิมทีจางเจิ้งตั้งใจว่าจะกลับถึงบ้านแล้วจะนอนทันที แต่เมื่อเขาเข้ามาในห้อง กลับเห็นเงาของคนที่คุ้นเคยคนหนึ่งโดยไม่คาดคิด
หญิงสาวคนนั้นน่าจะกำลังรอจางเจิ้งกลับมา แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นจางเจิ้งกลับมาเสียที จึงฟุบหลับไปบนโต๊ะ
เมื่อมองหญิงสาวที่ฟุบหลับอยู่บนโต๊ะ จางเจิ้งก็ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ แล้วย่องออกไปนอกประตูอย่างเงียบๆ คว้าต้นหญ้าจากในลานบ้านมาหนึ่งก้าน
เขาเดินเข้าไปหาหญิงสาวอย่างแผ่วเบา แล้วค่อยๆ ยื่นก้านหญ้าเข้าไปจี้ที่รูจมูกของหล่อน
“อืม~” ปีกจมูกของหญิงสาวขยับเล็กน้อย จากนั้นก็พึมพำออกมาว่า “อย่าแกล้งน่า”
จากนั้น ดูเหมือนหล่อนจะรู้สึกถึงความผิดปกติที่จมูก จึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น
หญิงสาวที่เพิ่งลืมตามีใบหน้างัวเงีย เมื่อหล่อนมองเห็นคนตรงหน้าชัดเจน ก็พูดกับจางเจิ้งที่ยังคงแกล้งหล่อนไม่เลิกด้วยน้ำเสียงเจือความงอนว่า
“พี่เจิ้งจื่อนี่! เอาแต่แกล้งฉันอยู่เรื่อยเลย!”
หญิงสาวที่พูดนั้นมีชื่อว่าสวีจิ้งผิง เป็นลูกสาวของน้าสวีฮุ่ยเจินเพื่อนบ้านของเขา และยังเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็กของจางเจิ้งอีกด้วย
เมื่อเห็นท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูของคนตรงหน้า จางเจิ้งก็หยุดมือที่กำลังแกล้งหล่อนอยู่ กางมือทั้งสองข้างออกแล้วแสร้งทำหน้าจนปัญญา
“ก็ช่วยไม่ได้นี่จิ้งผิง ใครใช้ให้เธอหลับลึกขนาดนี้ล่ะ ฉันเรียกตั้งนานก็ไม่ตื่น เลยต้องใช้วิธีไม้ตายแบบนี้แหละ”
“เหอะ ไม่เชื่อหรอก พี่ต้องตั้งใจแกล้งฉันแน่ๆ ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อยที่พี่แกล้งฉันแบบนี้!”
สวีจิ้งผิงขยับจมูกเล็กๆ น่ารักของหล่อน หันหน้าหนีไป ทำท่าเหมือนไม่อยากจะสนใจจางเจิ้ง
“เอาล่ะๆ ไม่งอนน่า เดี๋ยวอีกไม่นานฉันจะพาเธอไปเดินเล่นเป็นการไถ่โทษ ดีไหม”
จางเจิ้งรู้จักสวีจิ้งผิงดี เขารู้ว่าหล่อนก็แค่แกล้งงอนไปอย่างนั้นเอง ง้อนิดง้อหน่อยเดี๋ยวก็หาย
เป็นไปตามคาด พอสวีจิ้งผิงได้ยินคำพูดของเขา ก็รีบหันกลับมาทันที ดวงตาทั้งสองข้างเป็นประกายจ้องมองจางเจิ้ง
“จริงๆ นะคะ พี่อย่าหลอกฉันนะ”
“ฉันสาบานเลย!” จางเจิ้งชูสามนิ้วขึ้นมา กล่าวอย่างหนักแน่น
แต่เมื่อเห็นแววตาไม่เชื่อของสวีจิ้งผิง เขาก็รีบเปลี่ยนเรื่องทันที
“จริงสิ ดึกขนาดนี้แล้ว เธอมาหาฉันมีธุระอะไรหรือเปล่า”
“อุ๊ย เกือบลืมเรื่องสำคัญไปเลย” สวีจิ้งผิงตบหน้าผากตัวเอง เหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ “พี่เจิ้งจื่อ พี่ได้ยินข่าวรึยังคะ เดือนตุลาคมนี้จะกลับมาจัดสอบเข้ามหาวิทยาลัยทั่วประเทศแล้วนะ!”
“สอบเข้ามหาวิทยาลัย?”
พอได้ยินคำนี้ จางเจิ้งก็อดสะท้านในใจขึ้นมาไม่ได้ ในชาติก่อนเขาเคยผ่านการสอบเข้ามหาวิทยาลัยมาแล้วครั้งหนึ่ง ไม่อยากจะเจอเป็นครั้งที่สองอีกแล้ว
เมื่อนึกถึงชีวิตช่วงมัธยมปลายปีสุดท้าย ที่ต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าเพื่ออ่านหนังสือและทำข้อสอบซ้ำไปซ้ำมาจนถึงสามทุ่ม ท่องจำเนื้อหาทั้งวันทั้งคืน เรียกได้ว่าสู้ตายถวายชีวิตเพื่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัยโดยแท้
แม้เขาจะรู้ว่านี่เป็นไปเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของตัวเอง แต่ประสบการณ์แบบนี้ เชื่อว่าทุกคนที่เคยผ่านมันมา คงไม่มีใครอยากจะกลับไปเจออีกครั้ง
ปกติทุกคนมักจะพูดว่าคิดถึงช่วงเวลาที่มุ่งมั่นตั้งใจเรียนตอนมัธยมปลาย แต่ก็เป็นเพียงลมปากเท่านั้น
ถ้าให้พวกเขากลับไปเจออีกครั้งจริงๆ คาดว่าคงมีไม่กี่คนที่จะยอมกลับไปเผชิญหน้ากับมันอีกครั้ง
“พี่เจิ้งจื่อ เป็นอะไรไปคะ หรือว่าพี่ไม่ดีใจที่ได้ยินว่าจะมีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้ง”
สวีจิ้งผิงมองจางเจิ้งที่กำลังเหม่อลอย โบกมือไปมาตรงหน้าเขา ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงไม่มีสีหน้าตื่นเต้นเลยแม้แต่น้อย
“หา ดีใจสิ ฉันดีใจมากเลย” จางเจิ้งตื่นจากภวังค์ แล้วพูดออกไปอย่างไม่ตรงกับใจ
“แต่ฉันไม่เห็นว่าพี่จะดีใจตรงไหนเลยนะคะ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยกลับมาจัดอีกครั้งแล้ว พวกเราก็จะมีโอกาสได้เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ไปทำงานในชนบทมาสามปี พี่ไม่อยากเข้ามหาวิทยาลัยเหรอคะ”
เมื่อพูดถึงมหาวิทยาลัย ดวงตาของสวีจิ้งผิงก็เป็นประกายเจิดจ้า ความปรารถนาฉายชัดออกมาจากสีหน้า
ใช่สิ ตอนนี้คือปี 1977 การสอบเข้ามหาวิทยาลัยคงไม่ยากเท่ากับยุคหลัง เขาเกือบลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท!
ปีนี้เป็นปีแรกที่การสอบเข้ามหาวิทยาลัยกลับมาจัดอีกครั้ง ถ้าเขาจำไม่ผิด ความยากของข้อสอบในครั้งนี้ต่ำมาก น่าจะเทียบเท่ากับระดับการสอบเข้ามัธยมปลายในยุคหลัง
เมื่อคุ้นชินกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับนรกในยุคหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาที่มาจากมณฑลตงซาน ยิ่งผ่านสนามสอบมานับไม่ถ้วน เมื่อเทียบกันแล้ว การสอบเข้ามหาวิทยาลัยในตอนนี้ก็เหมือนสวรรค์โปรดชัดๆ!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ จางเจิ้งก็อดที่จะตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้ ไม่แน่ว่าในยุคนี้ เขาอาจจะได้เป็นที่หนึ่งของประเทศเลยก็ได้นะ!
สวีจิ้งผิงที่อยู่ข้างๆ มองจางเจิ้งที่จู่ๆ ก็ดูกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา รู้สึกว่าอารมณ์ของเขาช่างเปลี่ยนแปลงรวดเร็วจนตามไม่ทัน เมื่อครู่ยังเหม่อลอยอยู่เลย พริบตาเดียวก็กลับมาร่าเริงเสียแล้ว
“จิ้งผิง ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีนี้!”
ในตอนนี้ จางเจิ้งเปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจและประกาศออกมา
“จริงเหรอคะ งั้นฉันก็จะสอบด้วย ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันก็ได้นะ!”
สวีจิ้งผิงไม่ได้คิดให้ลึกซึ้งว่าทำไมอารมณ์ของจางเจิ้งถึงเปลี่ยนไปเร็วขนาดนี้ เมื่อได้ยินว่าเขาจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย และได้คำตอบที่ตัวเองต้องการแล้ว ในใจก็พลันดีใจจนเนื้อเต้น
“งั้นพี่เจิ้งจื่อ เราตกลงกันแล้วนะคะว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยกันในเดือนตุลาคมนี้ ดึกแล้ว ฉันกลับก่อนนะคะ”
พูดจบ สวีจิ้งผิงก็ไม่รอให้จางเจิ้งตอบ หมุนตัวเดินกลับบ้านของตัวเองไป
จางเจิ้งง่วงจนทนไม่ไหวแล้ว หลังจากหล่อนกลับไป เขาก็ล้างหน้าล้างตาอย่างลวกๆ แล้วเข้าสู่ห้วงนิทราในไม่ช้า
[จบตอน]