เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 660 เริ่มต้นสร้างธุรกิจ กลับเจออุปสรรคหนัก!

บทที่ 660 เริ่มต้นสร้างธุรกิจ กลับเจออุปสรรคหนัก!

บทที่ 660 เริ่มต้นสร้างธุรกิจ กลับเจออุปสรรคหนัก!


บทที่ 660 เริ่มต้นสร้างธุรกิจ กลับเจออุปสรรคหนัก!

"หืม?"

เฉินลู่หยางกระเด้งตัวขึ้นจากโซฟาทันที "อะไรเนี่ย?"

เขากระโดดสามก้าวรวดมาถึงหน้าโต๊ะทำงาน เปิดซองเอกสารออกดูโดยไม่เกรงใจ

แบบฟอร์มคำขออนุมัติโครงการอุตสาหกรรม, ใบกรอกข้อมูลพื้นฐานโครงการ, โครงร่างคำอธิบายความต้องการก่อสร้างโรงงานและการใช้ที่ดิน, ตารางคำนวณกำลังการผลิตและการจัดสรรอุปกรณ์—และยังมี "ตัวอย่าง" 《ประเด็นสำคัญในการเขียนคำอธิบายความเป็นไปได้ของโครงการอุตสาหกรรม》 อีกหนึ่งฉบับ!

เชี่ย!

นี่มันคัมภีร์วิทยายุทธ์ชัดๆ!

"ศิษย์พี่ ดูพี่สิ!"

เฉินลู่หยางหุบยิ้มไม่อยู่ แกล้งบ่นกระปอดกระแปด "พี่เตรียมไว้หมดแล้ว ทำไมไม่เอามาให้ผมดูแต่แรก"

"ปล่อยให้ผมร้อนใจจนเหงื่อตกอยู่ตั้งนาน"

พูดจบ เขาก็หยิบผลไม้ลูกเล็กที่เลขาฯ เพิ่งล้างเสร็จเข้าปากอย่างอารมณ์ดี เคี้ยวกร้วมๆ เสียงดังฟังชัด

เหลียงจ้งเหวยรำคาญไอ้เด็กนี่จริงๆ!

รำคาญสุดๆ!!!

"แกมีธุระอะไรอีกไหม?"

เฉินลู่หยางส่ายหัว "ไม่มีแล้วครับ"

พูดครบหมดแล้ว เล่นละครก็เล่นแล้ว บรรลุเป้าหมาย ใช้ลูกไม้ได้ผล~

มาคราวนี้ คุ้มสุดๆ

"ไม่มีอะไรก็ไปจัดการธุระของแกซะ อย่ามาเกะกะแถวนี้!" เหลียงจ้งเหวยไล่เสียงแข็ง

"งั้นผมไปก่อนนะครับ~"

เฉินลู่หยางรับคำอย่างว่าง่าย ลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าเบิกบาน แต่ยังไม่ทันก้าวขา เหลียงจ้งเหวยก็พูดเสียงเย็นชาขึ้นมาอีกประโยค "เอาของพวกนั้นไปด้วย"

เฉินลู่หยางชะงัก ก้มลงมอง ก็เห็นถุงผลไม้ลูกเล็กที่ล้างสะอาดแล้ววางอยู่บนโต๊ะ

ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้อง มือของเฉินลู่หยางก็ล้วงหยิบผลไม้ในถุงกินไม่หยุดปาก

เหลียงจ้งเหวยขี้เกียจจะแย่งของกินกับเด็ก เลยยกให้ทั้งหมดซะเลย

พอได้ยินแบบนั้น ตาของเฉินลู่หยางก็เป็นประกายวิบวับ ยิ่งกว่าตอนเห็นเอกสารซะอีก

"ศิษย์พี่ จะยกให้ผมหมดเลยเหรอครับ"

เขาหยิบผลไม้สองลูกออกจากกระเป๋าเสื้อ วางกลับคืนบนโต๊ะอย่างมีมารยาท "พี่เก็บไว้กินสองลูกนะ ที่เหลือผมเอาไปล่ะ~"

"ขอบคุณครับศิษย์พี่!"

ทันทีที่ประตูห้องทำงานปิดลง เหลียงจ้งเหวยก็เอนหลังพิงเก้าอี้ จ้องมองผลไม้สองลูกที่วางอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนโต๊ะ ผ่านไปพักใหญ่ก็อดด่าพึมพำไม่ได้ "—ไอ้เด็กแสบ"

แม้เฉินลู่หยางจะทำตัวกะล่อน ไร้สาระ ตอนอยู่ในห้องทำงานของเหลียงจ้งเหวย แต่พอขึ้นรถ เขาก็โยนถุงผลไม้ไว้ข้างๆ แล้วหยิบเอกสารออกจากซองมานั่งเปิดอ่านทีละหน้า

ทำเลสร้างโรงงานที่คณะกรรมการเศรษฐกิจเสนอมา ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง

แม้จะไม่ไกลจากตัวเมืองนัก แต่ก็เป็นเขตอุตสาหกรรมที่ชัดเจน มีทางรถไฟอยู่ไม่ไกล และล้อมรอบด้วยพื้นที่ว่างเปล่าขนาดใหญ่ที่ยังไม่ได้พัฒนา

ที่สำคัญคือ พื้นที่แถบนี้เคยวางผังระบบสาธารณูปโภคสำหรับอุตสาหกรรมไว้ตั้งแต่หลายปีก่อน ทั้งท่อน้ำ สายไฟ ท่อไอน้ำ และท่อระบายน้ำทิ้ง มีพร้อมหมดแล้ว

หากโรงงานสร้างเสร็จ ก็ไม่ต้องไปวุ่นวายประสานงาน ทะเลาะเบาะแว้งกับใคร เพื่อขอต่อน้ำต่อไฟให้ยุ่งยาก

และไม่ต้องคอยระแวงว่าจะมีใครมาหาเรื่อง เรื่องปล่อยน้ำเสีย เสียงดัง หรือเส้นทางขนส่ง

ยิ่งไปกว่านั้น ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง ยังอยู่ใกล้กับเขตอุตสาหกรรมเก่า โรงเรียนอาชีวะ หน่วยงานที่เคยร่วมงานด้วย และโรงงานผลิตชิ้นส่วนประกอบต่างๆ ล้วนอยู่ในรัศมีครอบคลุม

หาคนงานง่าย หางานง่าย มีปัญหาอะไร ก็มีคนพร้อมช่วยแก้ปัญหาได้ทันที

"ผมเริ่มจะเข้าใจความรู้สึกของเล่าปี่แล้วล่ะ"

เฉินลู่หยางวางเอกสารลง แล้วถอนหายใจยาว

การได้โรงงาน ก็เหมือนเล่าปี่ได้เกงจิ๋ว!

หลังจากดิ้นรนอยู่ในเมืองเปี้ยนเฉิงมาเกือบปี ในที่สุดเขาก็มีฐานที่มั่นทางอุตสาหกรรมที่มั่นคงสักที!

ขณะที่เขากำลังดีใจ เจียวหลงที่ขับรถอยู่ข้างหน้าก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังจนเกินเหตุ "พี่เฉิน พี่อย่าเพิ่งเครียดนะ"

เฉินลู่หยางงง "ฉันเครียดเรื่องอะไร?"

เจียวหลงกำพวงมาลัยแน่น สายตามุ่งมั่น "ตอนนี้พี่เป็นเหมือนพระปิตุลา(เล่าปี่)"

"แต่สักวัน พี่ต้องกลายเป็นซ่งเจียงแน่ๆ"

เชี่ย!

นี่มันหมายความว่าไงเนี่ย?

เฉินลู่หยางตกใจจนตัวสั่น

นี่แกคิดจะกบฏหรือจะทำอะไรวะ?

ยุคนี้เขาไม่ฮิตเป็นซ่งเจียงกันแล้วเว้ย!

ทำไมจู่ๆ ถึงมีความคิดแบบนี้ขึ้นมาได้ล่ะเนี่ย!

ใจเขากระตุกวูบ

ก่อนหน้านี้เขาคิดมาตลอดว่า โรงงานซ่อมเพิ่งเริ่มต้น กำลังอยู่ในช่วงสร้างเนื้อสร้างตัว เลยทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดไปกับงาน จนลืมเรื่องการปลูกฝังอุดมการณ์ การกำหนดทิศทาง และการสร้างขอบเขตให้กับทีมงานไปเลย—สงสัยจะหละหลวมไปหน่อย

สงสัยต้องเริ่มจับเรื่องทัศนคติของทีม วางแนวทาง และกำหนดขอบเขตให้ชัดเจนแล้วมั้ง?

กำลังคิดอยู่เพลินๆ เจียวหลงก็พูดต่อ น้ำเสียงร่าเริงขึ้น "แต่ต่อไป ทีมของเราต้องกลายเป็นหนึ่งร้อยแปดผู้กล้าเขาเหลียงซานแน่ๆ!"

"โรงงานซ่อมของเรา ต้องยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ชัวร์"

ภายในรถเงียบไปอึดใจหนึ่ง

เฉินลู่หยางชะงักไปนิด ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา

"ใช่"

"โรงงานซ่อมของเรา ต้องดีขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน!"

พอกลับถึงโรงงานซ่อม เฉินลู่หยางก็เก็บความดีใจไว้ไม่อยู่ รีบโทรไปรายงานข่าวดีกับอวี๋อั้นซานและหวังชิงโจวเรียงตัว!

พอได้ยินว่าโรงงานซ่อมพลิกวิกฤตเป็นโอกาส จนสามารถเปิดโรงงานได้อย่างเป็นทางการ หวังชิงโจวและอวี๋อั้นซานต่างก็ดีใจกันสุดๆ!

หวังชิงโจวถึงกับเอ่ยปากแซว "เยี่ยมไปเลย!"

"ต่อไปจะเรียกหัวหน้าเฉินน้อยไม่ได้แล้วนะ"

"ต้องเรียกว่า ผู้อำนวยการเฉินน้อยแล้ว"

โหยยยยยยย!!!

คำพูดนี้แทงใจดำเฉินลู่หยางเข้าอย่างจัง

เขาเก็บอาการตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่

แต่ปากก็ยังถ่อมตัว "โห ผมจะเป็นผู้อำนวยการได้ไงครับ!"

"ผมก็เป็นแค่ลูกน้องท่านตลอดไปแหละครับ!"

เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของหวังชิงโจวดังมาจากปลายสาย เฉินลู่หยางก็ยิ่งยิ้มกว้างขึ้นไปอีก

ดีจังเลยน้า—

ดีจริงๆ!

เฉินลู่หยางวางสาย แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง

แดดกำลังแรง นกกระจอกสองตัวเกาะอยู่บนสายไฟหน้าโรงงาน เอียงคอร้องจิ๊บๆ เสียงใสแจ๋วและดูคึกคัก

ราวกับมาช่วยเพิ่มความยินดีให้กับวันดีๆ แบบนี้

"ในที่สุดก็ตอบแทนความไว้ใจของโรงงานเครื่องกล และผู้อำนวยการหวังได้สักที—"

เฉินลู่หยางพึมพำเบาๆ

เขารู้ตัวดีว่าตัวเองโชคดี

ไม่เพียงแต่มีพ่อ แม่ และพี่เขยที่ดี แต่ยังมีผู้อำนวยการโรงงานที่ดีอีกด้วย

ตั้งแต่เข้าทำงานจนถึงตอนนี้ เขาเลื่อนขั้นจากผู้ช่วยช่างเทคนิคระดับสูง มาเป็นหัวหน้าเวิร์กช็อปและวิศวกรระดับสูงได้อย่างราบรื่น

เรื่องเกียรติยศและความเอ็นดูที่ได้รับระหว่างทาง ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

แม้แต่เรื่องสำคัญอย่างการสอบเข้ามหาวิทยาลัย โรงงานก็ยังยอมส่งเขาเรียนแบบฝากเรียน แถมยังเก็บตำแหน่งหัวหน้าเวิร์กช็อปไว้ให้อีก

ไม่ใช่เพื่ออะไร ก็เพื่อตอบแทนบุญคุณ เพื่อตอบแทนสิ่งดีๆ ที่โรงงานมอบให้ เฉินลู่หยางถึงต้องตั้งใจทำงานจากใจจริง

ก่อนหน้านี้เขาก็คิดมาตลอด ว่าจะมาบุกเบิก ขยายสาขาให้โรงงานที่เมืองเปี้ยนเฉิง!

ตอนนี้ เป้าหมายของเขาสำเร็จไปครึ่งนึงแล้ว!

เมื่อไหร่ที่โรงงานซ่อมสร้างเสร็จ เฉินลู่หยางไม่เพียงแต่จะทำให้หวังชิงโจวกลายเป็นผู้อำนวยการโรงงานที่ยิ่งใหญ่ มีสาขาข้ามมณฑลอย่างสง่างามเท่านั้น!

แต่ยังจะ—ไปขอพญาอินทรีสองตัวจากลุงหลู่ด้วย!!!

พอคิดถึงพญาอินทรี เฉินลู่หยางก็คันไม้คันมือขึ้นมาทันที!

ก่อนหน้านี้ เขาอยากจะตกแต่งโรงงานซ่อมให้ดูหรูหราอลังการ กะจะเอาสิงโตหินมาตั้งหน้าประตูสักสองตัวเพื่อเสริมบารมี

แต่พอไปวัดขนาดดู!

โอ้โห—

สิงโตหินตัวใหญ่กว่าประตูโรงงานซ่อมซะอีก

ถ้าเอามาตั้งหน้าประตูจริงๆ คนที่รู้ก็คงรู้ว่าเป็นโรงงานซ่อม แต่คนที่ไม่รู้คงนึกว่าเป็นกรงสิงโตในสวนสัตว์ คนจะเข้าไปได้หรือเปล่าไม่รู้ แต่สิงโตคงอยู่สบายแน่ๆ

แต่ว่า~~ ปัญหาพวกนี้กำลังจะหมดไป!!!

พอโรงงานใหม่สร้างเสร็จ เขาจะจัดค่ายกลแปดทิศที่มีทั้งช้าง สิงโต และพญาอินทรี ไว้หน้าประตูเลย!!

เอาสามปีศาจแห่งเขาซือถัวหลิ่งมาตั้งให้หมด!

ให้พระถังซัมจั๋งมาเห็นยังต้องขาสั่น!

ฟู่—

เฉินลู่หยางถอนหายใจยาวอย่างตื่นเต้น

มีความสุขจังว้อย!

ว่างๆ นั่งฝันกลางวันแบบนี้ มันมีความสุขจริงๆ!

"กริ๊งๆ~"

เสียงกระดิ่งลมดังขึ้น พร้อมกับประตูโรงงานซ่อมที่ถูกผลักเปิดออก

กระดิ่งลมนี้ ลู่จวี๋พาหลี่เหอ เจียวหลง และคนอื่นๆ ช่วยกันทำขึ้นมา

เอาเศษเหล็กแผ่นบางๆ มาตัดๆ ฝนๆ แล้วร้อยด้วยลวดเส้นเล็กๆ แขวนไว้หน้าประตู

พอดังกรุ๊งกริ๊งๆ เวลามีคนมาก็จะได้ยิน

จะได้ไม่มัวแต่ทำงานเสียงดัง จนละเลยแขก

คนที่มาคราวนี้ ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นหัวหน้าคิวรถของบริษัทแท็กซี่

หัวหน้าคิวรถเปิดประเด็นทันที "น้องชาย เรื่องอะไหล่ปลอม พวกเราสืบจนรู้เรื่องหมดแล้วนะ"

"เป็นผู้จัดการในบริษัทเราเองนี่แหละ ที่ไปรับของจากโรงงานผลิตชิ้นส่วนโลหะข้างนอก แล้วเอามาแอบอ้างว่าเป็นอะไหล่สารพัดประโยชน์ของพวกนาย"

"พวกลูกน้องไม่รู้เรื่อง ก็คิดว่าเป็นของพวกนายจริงๆ"

"พอมีปัญหา ก็เลยมาลงที่พวกนายหมด"

เฉินลู่หยางถามด้วยความอยากรู้ "ของจากโรงงานผลิตชิ้นส่วนโลหะเหรอครับ?"

หัวหน้าคิวรถพยักหน้า "ใช่ โรงงานผลิตชิ้นส่วนโลหะแถวชานเมืองฝั่งตะวันออกน่ะ"

"พวกนั้นเห็นอะไหล่สารพัดประโยชน์ของพวกนายขายดี ก็เลยรวมหัวช่างฝีมือเก่าๆ ไปเปิดโรงงานเล็กๆ แอบผลิตกันเอง"

เฉินลู่หยางไม่ได้รีบด่วนสรุป แต่ถามต่อว่า "ถ้าคุณพูดแบบนี้ แสดงว่าฝีมือช่างพวกนั้นก็ไม่เลวนะสิ"

หัวหน้าคิวรถชะงัก พยักหน้าเห็นด้วย "ฝีมือ—ก็ถือว่าใช้ได้เลยล่ะ"

การทำชิ้นส่วน ไม่เหมือนการลอกการบ้าน ที่แค่มองๆ ลอกๆ ก็ทำออกมาได้คล้ายๆ กัน

ถ้าไม่เห็นแบบแปลน ไม่รู้ค่าพารามิเตอร์การผลิต อาศัยแค่แกะแบบจากของจริง ถ้าไม่มีประสบการณ์และฝีมือที่สั่งสมมาหลายปี ก็แทบจะทำไม่ได้เลย

"แต่ครั้งนี้เรื่องมันแดงจนใหญ่โต"

"โรงงานผลิตชิ้นส่วนโลหะนั่น คงเปิดต่อไม่ได้แล้วล่ะ"

หัวหน้าหม่าพูดถึงตรงนี้ ก็มีท่าทีเกรงใจอย่างเห็นได้ชัด "เรื่องนี้ เป็นความบกพร่องในการบริหารจัดการของพวกเราเอง"

"จัดการคนผิดไปแล้ว มีหนังสือลงโทษออกมาแล้วด้วย"

"ที่ผ่านมาทำให้โรงงานซ่อมพวกคุณต้องเดือดร้อน ขอโทษด้วยจริงๆ"

เฉินลู่หยางหัวเราะร่วน "โธ่! เรื่องแค่นี้เองครับ~"

"เคลียร์กันเข้าใจแล้วก็จบ ต่อไปเราก็มาร่วมงานกัน แลกเปลี่ยนกันเหมือนเดิม"

"จะว่าไป โรงงานซ่อมเราต่างหากที่ต้องขอบคุณพวกคุณ!"

หัวหน้าคิวรถงง "ขอบคุณพวกเรา?"

"ก็ใช่น่ะสิครับ" เฉินลู่หยางยิ้มอย่างจริงใจ

"พวกคุณเป็นลูกค้าเก่าแก่ และเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ใช้อะไหล่ของเราเยอะที่สุด"

"ถ้าไม่มีพวกคุณคอยสนับสนุน เราจะมีวันนี้ได้ยังไงล่ะครับ!"

ได้ยินคำพูดของเฉินลู่หยาง หัวหน้าคิวรถก็โล่งใจ

ก่อนหน้านี้ การพูดคุยระหว่างเขากับเฉินลู่หยาง ไม่ค่อยราบรื่นเท่าไหร่

หัวหน้าคิวรถยังแอบกังวลว่า อีกฝ่ายจะชักสีหน้าใส่

ไม่คิดเลยว่า ผู้อำนวยการโรงงานซ่อมหนุ่มคนนี้ จะนิสัยดีขนาดนี้~!

นอกจากจะพูดจาเปิดเผยแล้ว ยังมองการณ์ไกลอีกต่างหาก!

"โอเค! งั้นผมไม่กวนแล้ว ผู้อำนวยการเฉินน้อย ไว้เรามาร่วมงานกันต่อนะ!"

หัวหน้าคิวรถพูดจบอย่างรวดเร็ว คุยทักทายกับเฉินลู่หยางอีกสองสามประโยค ก็หันหลังกลับไป

เฉินลู่หยางทบทวนสถานการณ์ตอนนี้:

อย่างแรก ต้องจัดการเอกสารและแบบฟอร์มของคณะกรรมการเศรษฐกิจให้เสร็จ

ซึ่งไม่เพียงแต่ต้องประเมินและตรวจสอบอุปกรณ์ ขั้นตอนการทำงาน บุคลากร และกำลังการผลิตจริงในปัจจุบันทีละรายการ แต่ยังต้องไปดูงานโรงงานประเภทเดียวกัน เพื่อศึกษาขนาด ผังโรงงาน และพื้นที่ขยายในอนาคต

อย่างที่สอง คือปัญหาเรื่องคน

เมื่อโรงงานได้รับการอนุมัติ ก็ต้องคิดเรื่องการจ้างงานคนงานประจำ และการจัดสรรนักเรียนอาชีวะที่จะเข้ามารับช่วงต่อ

เมื่อก่อน เขาไม่มีโรงงาน ไม่มีที่ดิน ไม่มีอุปกรณ์เป็นของตัวเอง ทำได้แค่ไปขอยืมคนจากโรงงานนู้นโรงงานนี้มาช่วย ผสมกับนักเรียนอาชีวะ ถอดๆ ประกอบๆ ถูๆ ไถๆ จนสามารถผลิตแม่แรงและอะไหล่สารพัดประโยชน์ออกมาได้

แต่ตอนนี้มันต่างออกไปแล้ว

ทันทีที่ได้โรงงาน ก็เท่ากับว่าเขามีหน่วยผลิตอย่างเป็นทางการ มีโควต้า มีตำแหน่งงาน สามารถตั้งโรงงาน รับสมัครคน และสร้างทีมงานของตัวเองได้—

กลายเป็น "การผลิตอย่างเป็นระบบ" ที่แท้จริง!!!

และถ้าเป็นไปได้ หลังจากนักเรียนอาชีวะเรียนจบ ก็สามารถบรรจุเข้าทำงานในโรงงานของเขาได้เลย เปลี่ยนจากการฝึกงานเป็นการทำงานจริง ทำให้เครือข่ายความร่วมมือที่เคยหลวมๆ กลายเป็นระบบบุคลากรและการผลิตที่มั่นคง

และที่สำคัญที่สุดคือ—

จางหนาน!!!

แววตาเฉินลู่หยางฉายแววเจ้าเล่ห์

ที่เขารีบเร่งขอที่ดิน รีบสร้างโรงงานขนาดนี้ ก็เพื่อจางหนานนี่แหละ!

เทอมหน้า จางหนานก็จะขึ้นปีสี่แล้ว

ถึงตอนนั้น เขาก็ต้องเผชิญกับเรื่องการจัดสรรงานหลังเรียนจบ

การปั้นวิศวกรขึ้นมาสักคน มันไม่ง่ายเลยนะ!

แล้วการจะรั้งวิศวกรไว้ ยิ่งยากกว่า!

จางหนานมีความสามารถ แต่ขาดความมั่นใจ

เฉินลู่หยางก็เลยปล่อยให้เขาจัดการเรื่องออกแบบทั้งหมด ให้จางหนานออกแบบชิ้นส่วนอเนกประสงค์ตามความคิดของตัวเองเต็มที่

เพื่อให้เขาสั่งสมประสบการณ์และสร้างความมั่นใจจากการออกแบบ

จางหนานไม่ค่อยมีประสบการณ์ทางสังคม ไม่ค่อยได้เห็นโลกกว้าง

เฉินลู่หยางก็พาเขาไปงานแสดงสินค้ารอบพรีวิว ไปงานกวางเจา เพื่อเปิดหูเปิดตา

อะไรที่ควรดู ควรฟัง ควรลอง ก็ไม่ให้พลาด

เขาทุ่มเทแรงกายแรงใจไปตั้งมากมาย อุตส่าห์ใช้ทั้งเวลาและเงินทอง ปั้นนักศึกษาปีๆ ให้กลายเป็นวิศวกรเต็มตัว แต่พอถึงเวลาเรียนจบ จางหนานกลับถูก "จัดสรรงาน" ให้ไปอยู่โรงงานอื่น หน่วยงานอื่นเนี่ยนะ???

จะเป็นไปได้ยังไง?

เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!!

ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ เขาก็ต้องรั้งจางหนานไว้ที่โรงงานซ่อมให้ได้

ดังนั้น ที่ดินผืนนี้ โรงงานแห่งนี้ โควต้าพวกนี้ เขาต้องจัดการให้เสร็จก่อนจางหนานเรียนจบ เพื่อเตรียมที่ทางไว้ให้จางหนาน!

ส่วนเรื่องสุดท้าย—ก็คือเรื่องเรียนของเขาเอง

และเป็นปัญหาที่หนักใจที่สุดด้วย

เทอมนี้เฉินลู่หยางขาดเรียนไปเยอะมาก—!

พูดได้เลยว่าครึ่งเทอมนี้ เขาแทบไม่ได้อยู่ที่มหาวิทยาลัยเลย

อีกแค่เดือนกว่าๆ ก็จะสอบปลายภาคแล้ว

เขายังไม่ได้เรียน ไม่ได้อ่านอะไรเลยสักอย่าง

ถึงแม้เขาจะใช้เอกสารโครงการมาแทนรายงานประจำชั้นปีได้ และมีบางวิชาที่มหาวิทยาลัยอาจจะให้ผ่านแบบไม่ต้องสอบ

แต่ว่า วิชาแคลคูลัสนี่สิ โคตรพ่อโคตรแม่เอ๊ย—!

เฉินลู่หยางกรีดร้องในใจอย่างบ้าคลั่ง

นี่กูจะตามทันได้ยังไงวะ!

พอคิดถึงแคลคูลัส เฉินลู่หยางก็ปวดหัวตึบๆ

ปีที่แล้ว เขาต้องอ้อนวอนให้หม่าเถี่ยลี่ช่วยเก็งข้อสอบให้ แถมยังต้องแอบลอกข้อสอบอีก ถึงจะสอบผ่าน

ปีนี้เผลอๆ เขาอาจจะต้องไปขอร้องให้เจ๊หม่าช่วยอีกรอบ!

หลังจากจัดการสามเรื่องหลักในอนาคตเรียบร้อย เฉินลู่หยางก็จัดตารางเวลาคร่าวๆ ให้ตัวเอง

จากนั้นก็ล้วงเงินในกระเป๋าออกมานับทีละใบ

50 กว่าหยวน—

พอซื้อของไปฝากหม่าเถี่ยลี่ได้สบายๆ

เฉินลู่หยางส่องกระจกดูผมตัวเอง แล้วบ่นอย่างกังวล "ไม่ได้การล่ะ ฉันต้องไปซื้อซุปงาดำมากินบำรุงสักหน่อยแล้ว"

กันไว้ดีกว่าแก้!

ตอนที่ผมยังดีอยู่ ก็ต้องรีบบำรุง!

ขืนปล่อยให้หัวล้านแล้วค่อยมาเสียใจ มันก็สายไปแล้ว

บอกลาลู่จวี๋เสร็จ เฉินลู่หยางก็หันหลังเดินออกจากโรงงาน มุ่งหน้าไปร้านขายของชำหน้าตรอก

ตอนนั้น ฟ้าเริ่มมืดแล้ว

ไฟถนนค่อยๆ สว่างขึ้นทีละดวง ส่องพื้นให้สว่างเป็นหย่อมๆ มืดเป็นหย่อมๆ

เฉินลู่หยางเอามือล้วงกระเป๋า เป่าปากผิวปาก เดินทอดน่องไปร้านขายของชำอย่างสบายใจ

เดินไปได้สักพัก เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากข้างหลัง

ทีแรก เขาไม่ได้สนใจอะไร

แถวนี้มีคนพลุกพล่านอยู่แล้ว ยิ่งตอนเลิกงานแบบนี้ ใครๆ ก็มีเสียงฝีเท้าตามหลังทั้งนั้น

แต่ไม่นาน เสียงนั้นก็เริ่มแปลกไป

มันใกล้เข้ามาเกินไป—

และไม่ได้เดินขนานไปกับเขา แต่ดูเหมือนจะพุ่งตรงมาที่เขาเลย

เสียงฝีเท้าเริ่มเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะได้ยินเสียงหอบหายใจ

เฉินลู่หยางใจคอไม่ดี หันหลังกลับไปมองตามสัญชาตญาณ

"ปั้ก!"

ของแข็งบางอย่าง กระแทกเข้าที่ท้ายทอยของเขาอย่างจัง

จบบทที่ บทที่ 660 เริ่มต้นสร้างธุรกิจ กลับเจออุปสรรคหนัก!

คัดลอกลิงก์แล้ว