เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 ธาตุ 'ศักดิ์สิทธิ์' (2)

บทที่ 24 ธาตุ 'ศักดิ์สิทธิ์' (2)

บทที่ 24 ธาตุ 'ศักดิ์สิทธิ์' (2)


บริเวณหน้าสำนักงานบริหารจัดการผู้ได้รับการปลุกพลัง ย่านฮันนัมดง กรุงโซล

สถานการณ์เบื้องหน้ามันช่างวุ่นวายและโกลาหลสุดๆ ราวกับว่ากองทัพนักข่าวจากทุกสำนักในประเทศเกาหลีใต้พากันมาแห่ขบวนประท้วงรวมตัวกันอยู่ที่นี่

ถึงแม้จะมีกองกำลังตำรวจคอยตั้งแถวสกัดกั้นเอาไว้ แต่ทันทีที่มีรถยนต์หรือใครสักคนทำท่าจะโผล่หัวเข้าไปหรือเดินออกมาจากประตูรั้วของศูนย์ควบคุม ฝูงนักข่าวก็จะพุ่งตัวเข้าใส่ราวกับฝูงไฮยีน่าที่หิวโซ

เข้าใจแล้วล่ะ ว่าทำไมหัวหน้าทีมจอนกวังอิลถึงได้อ้างว่าปลีกตัวออกไปไหนไม่ได้ ทันทีที่รถยนต์ของบงจูฮยอกเคลื่อนตัวเข้าใกล้ประตูรั้วของศูนย์ควบคุม ฝูงนักข่าวก็กรูเข้ามารุมล้อมจนแทบจะมองไม่เห็นทาง

"ทางศูนย์ควบคุมมีแผนจะรับมือกับวิกฤติครั้งนี้ยังไงบ้างครับ!"

"มีข่าวลือหนาหูว่าท่านอธิบดีพัคคยองซูกำลังจะถูกสั่งปลดออกจากตำแหน่ง เรื่องจริงหรือเปล่าคะ!"

"ขอสัมภาษณ์หน่อยครับ! ตอบคำถามหน่อยครับ!"

ผมจะไปรู้ได้ยังไงเล่าวะ โว้ย!

โชคดีที่ฟิล์มติดกระจกรถมันดำมืดสนิทจนมองจากข้างนอกไม่เห็น ไม่งั้นคงได้วุ่นวายกว่านี้แน่

พอรถแล่นลงมาจอดสนิทที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน เขาก็รีบกดลิฟต์ขึ้นไปที่ชั้นบนทันที

บรรยากาศภายในศูนย์ควบคุมมันช่างอึมครึมและหดหู่จนน่าใจหาย พนักงานทุกคนที่เดินสวนทางกันล้วนแต่มีสีหน้าหมองคล้ำและเคร่งเครียดราวกับแบกโลกไว้ทั้งใบ

สภาพแบบนี้... ไอ้การประชุมด่วนที่นัดไว้มันจะรอดไหมเนี่ย

ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาในห้องทำงานอันเงียบเชียบ และพบกับจอนกวังอิลที่กำลังนั่งรออยู่

"ขออภัยด้วยนะครับ ที่ต้องรบกวนให้คุณถ่อมาหาถึงที่ในเวลาที่ยุ่งวุ่นวายแบบนี้"

"ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจสถานการณ์ดีครับ ผมเพิ่งดูข่าวจบเมื่อกี้เอง... พวกคุณคงจะช็อกกันน่าดูเลยสินะครับ"

"...ขอบคุณที่เข้าใจครับ"

พอคุ้นหน้าคุ้นตากันแล้ว บทสนทนามันก็ลื่นไหลไปเองอย่างเป็นธรรมชาติ

"เหตุผลที่ผมต้องขอร้องให้เพลเยอร์บงมาพบในวันนี้ ก็เพราะเรื่องนั้นแหละครับ..." จอนกวังอิลมีท่าทีอึกอักอ้ำอึ้ง คล้ายกับว่าคำพูดมันจุกอยู่ที่คอหอย ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อกใหญ่ แล้วเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

"คะ... คือว่า... ถ้าเพลเยอร์บงจะตะลุยขึ้นไปถึงชั้นที่หกสิบกว่าๆ... อะ... อาจะใช้เวลาประมาณเท่าไหร่ครับ"

ว่าแล้วเชียว! ต้องมามุกนี้แน่ๆ

ตอนนี้เขาเพิ่งจะอยู่แค่ชั้นที่ยี่สิบเก้า ถ้าสมมติว่าเขาสามารถทะลวงด่านที่ยังไม่มีใครพิชิตได้วันละหนึ่งชั้นเป๊ะๆ ก็จะต้องใช้เวลาอีกสามสิบเอ็ดวัน ถึงจะไปแตะชั้นที่หกสิบ และอีกสามสิบเจ็ดวัน ถึงจะไปถึงชั้นที่หกสิบหก

เมื่อเอาไปเทียบกับเวลาเคานต์ดาวน์ก่อนหอคอยถล่มที่เหลืออยู่ประมาณแปดสิบวัน ถ้าคิดแบบผิวเผิน มันก็ดูเหมือนจะมีเวลาเหลือเฟือสบายๆ

แต่เขาต้องแสดงจุดยืนให้ชัดเจน! ห้ามใจอ่อนเด็ดขาด!

ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะดัดเสียงให้ทุ้มต่ำและจริงจัง

"ภายในแปดสิบวัน... เป็นไปไม่ได้หรอกครับ ปกติถ้าผมเจอด่านไหนที่ตึงมือ ผมก็ต้องวนฟาร์มภารกิจซ้ำอย่างน้อยๆ ก็สิบวัน เพื่อเตรียมความพร้อมให้ชัวร์ร้อยเปอร์เซ็นต์ก่อนจะก้าวขึ้นไปชั้นต่อไปน่ะครับ"

"...เข้าใจแล้วครับ"

และตอกฝาโลงปิดท้ายไปอีกดอก

"แล้วในสัญญาก็ระบุไว้ชัดเจนแล้วนี่ครับ ว่าสิทธิ์ในการตัดสินใจว่าจะปีนหอคอยต่อหรือไม่ มันขึ้นอยู่กับผมคนเดียว"

"ต้องขออภัยจริงๆ ครับ ผมละอายใจเหลือเกินที่ต้องมาเซ้าซี้คุณแบบนี้ ทั้งๆ ที่เราเพิ่งจะเซ็นสัญญากันไปได้ไม่นาน... แต่ในสถานการณ์ที่มืดแปดด้านแบบนี้ ผมก็ต้องคว้าทุกโอกาสที่พอจะมีความหวังไว้ก่อน..."

โธ่เอ๊ย... พอเห็นสีหน้าอมทุกข์และแววตาเว้าวอนแบบนั้น มันก็อดที่จะรู้สึกสงสารไม่ได้

อยากจะพูดปลอบใจไปเหลือเกินว่า 'ไม่ต้องห่วงนะครับ! ผมจะรับหน้าเสื่อทะลวงไปให้ถึงชั้นที่หกสิบหกเอง!'

แต่... ในเมื่อมันเป็นไปไม่ได้ ก็ต้องยอมรับความจริง

ถึงตอนนี้มันจะดูชิลๆ เพราะยังอยู่แค่ช่วงชั้นที่ยี่สิบกว่าๆ ทำให้สามารถปีนป่ายขึ้นไปได้ทุกวันก็เถอะ แต่พอลุยไปถึงชั้นที่สามสิบ... สี่สิบ... หรือห้าสิบล่ะ มันจะยังง่ายดายแบบนี้อยู่อีกเหรอ?

เว้นเสียแต่ว่าดวงกาชาของเขาจะพุ่งกระฉูด สุ่มได้ผู้ถูกอัญเชิญสายฮีลเลอร์ระดับ LSSR อย่างสตรีศักดิ์สิทธิ์หรือพระสันตะปาปาออกมาช่วยชีวิต นั่นก็เป็นอีกเรื่องนึง

"ผมได้ยินมาว่าในทีมหัวกะทิ นอกจากยูชอลมินแล้ว ก็ยังมีเพลเยอร์อีกคนที่ไปถึงชั้นที่หกสิบกว่าๆ แล้วไม่ใช่เหรอครับ"

"หมายถึงเพลเยอร์นัมกาอึนสินะครับ... แต่เธอติดแหง็กอยู่ที่ชั้นหกสิบสองมาเป็นร้อยวันแล้วล่ะครับ"

"...ติดอยู่นานเอาเรื่องเลยนะครับนั่น"

"ทางเราเองก็กำลังวิ่งเต้นตามหาไอเทมธาตุแสงมาสนับสนุนเพลเยอร์นัมกาอึนอย่างสุดความสามารถเลยล่ะครับ แต่ไอ้สารเลวยูชอลมินนั่น! มันกวาดไอเทมที่เราหามาได้ทั้งหมดหนีไปหน้าตาเฉยเลยครับ! ถ้าเรามีไอเทมพวกนั้นอยู่ในมือล่ะก็ ป่านนี้อาจจะ..."

ไอ้เลวชาติหมาเอ๊ย... เลวได้โล่จริงๆ

เอาล่ะ... ได้จังหวะโยนหินถามทางแล้ว

"พอดีเลยครับ พูดถึงเรื่องไอเทม ผมก็กะว่าจะเอาไอเทมที่ผมมีไปปล่อยขายที่ร้านค้าเพลเยอร์อยู่พอดีเลยครับ"

"หืม? วะ... ว่าไงนะครับ! ละ... แล้วไอเทมที่คุณจะขาย มันคือไอเทมธาตุแสงหรือเปล่าครับ!"

"ไม่ใช่ธาตุแสงหรอกครับ"

"...อ่า ครับผม"

จอนกวังอิลห่อไหล่ลงด้วยความผิดหวัง

ต่อให้เป็นเพลเยอร์บงจูฮยอกที่เก่งกาจแค่ไหน แต่มาเสนอขายไอเทมที่ไม่ใช่ธาตุแสงในเวลาที่หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้เนี่ยนะ คนเขากำลังปวดหัวเรื่องอันเดดกันแทบเป็นแทบตายอยู่แล้ว!

"ถ้าคุณต้องการจะขายไอเทม ก็สามารถติดต่อพนักงานที่ร้านค้าเพลเยอร์ได้เลยครับ..."

ทว่าในจังหวะนั้นเอง!

ปัง!

บานประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงสาวคนหนึ่ง

"หัวหน้าทีมคะ!"

"อ้าว! เพลเยอร์นัมกาอึน"

"อยู่นี่เอง ฉันตามหาตั้งนาน! ตกลงทางอเมริกายอมให้เรายืมไอเทมธาตุแสงหรือยังคะ ฉันใจคอไม่ดีเลยมาถามให้รู้เรื่องน่ะค่ะ"

"เอ่อ... คือว่าทางฝั่งนั้นเขายังไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนเลยครับ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะครับ"

"หัวหน้าทีมจะมาขอโทษฉันทำไมล่ะคะ! ฉันรู้ดีว่าพวกคุณทำงานกันหนักแค่ไหน แทบจะไม่ได้หลับไม่ได้นอน วิ่งเต้นหาของมาให้พวกเราตลอด"

นัมกาอึนกำหมัดแน่น ก่อนจะตวาดลั่นใส่จอนกวังอิล

"พวกเรามาสู้ไปด้วยกันเถอะค่ะ! ขืนเรามานั่งซึมเศร้าหดหู่กันแบบนี้ ไอ้เวรยูชอลมินมันคงหัวเราะเยาะสะใจแย่เลย! ฮึบ! สู้โว้ย! อ้อ... แล้วนับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป รบกวนเรียกฉันว่า 'แผน A' ด้วยนะคะ! ฉันจะเป็นทัพหน้าพังด่านพวกมันเองค่ะ!"

หญิงสาวประกาศกร้าวด้วยความมุ่งมั่น ก่อนจะหันมามองทางบงจูฮยอก

"แล้วนี่... ใครเหรอคะ"

เฮือก!

สีหน้าของจอนกวังอิลเปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันที

จะแถยังไงดีวะเนี่ย!

ความลับที่ว่าหมอนี่คือเจ้าของสถิติ S++ จะต้องถูกปิดตายเป็นความลับสุดยอด!

เขาจึงรีบแต่งเรื่องสดๆ ร้อนๆ ขึ้นมา

"...เอ่อ เขาแวะมาติดต่อเรื่องขายไอเทมน่ะครับ น่าจะเป็นไอเทมรางวัลที่ดรอปได้จากการเคลียร์หอคอย..."

"โอ๊ะ! ด้รอปไอเทมได้ด้วยเหรอคะเนี่ย! ดวงดีสุดๆ ไปเลย! ดีใจด้วยนะคะ! คุณสามารถเอาไปฝากขายที่ร้านค้าเพลเยอร์ได้เลยค่ะ... อ๊ะ! สงสัยคุณคงจะไม่รู้ทางไปร้านค้าเพลเยอร์สินะคะถึงได้มาโผล่ที่นี่ เอาล่ะ! ตามฉันมาเลยค่ะ เดี๋ยวฉันจะเป็นไกด์พาไปเอง!"

หมับ!

นัมกาอึนคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของบงจูฮยอกโดยไม่ทันตั้งตัว

เฮ้ย!?

"อะ... เอ่อ... ดะ... เดี๋ยวสิครับ ปะ... ปล่อยมือผมก่อน"

"ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ! ตามมาเลยค่ะ! คุณเพลเยอร์ก็สู้ๆ นะคะ! ฮึบ!"

อันตราย! ผู้หญิงคนนี้อันตรายสุดๆ!

ทำไมถึงได้เป็นคนที่ร่าเริงเกินเบอร์และถึงเนื้อถึงตัวเก่งขนาดนี้วะเนี่ย!

จับมือถือแขนคนแปลกหน้าหน้าตาเฉยเลย!

เดี๋ยวนะ!

ยังไงซะ ถ้าเขาอยากจะโก่งราคาขายไอเทมชิ้นนี้ให้ได้ราคางามๆ เขาก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อนว่ามันใช้งานได้ผลจริงๆ และคนที่เหมาะสมที่สุดในการทดสอบประสิทธิภาพของดาบเล่มนี้ ก็คงหนีไม่พ้นนัมกาอึนนี่แหละ

"จะ... จะ... ช่วยปล่อยมือผมก่อนได้ไหมครับ"

"อุ๊ย! ขอโทษทีค่ะ ฉันเผลอตัวไปหน่อย พอดีเป็นคนมือไวน่ะค่ะ"

"...ไม่เป็นไรครับ เออ... คือว่า... ผมมีไอเทมชิ้นนึงอยากจะให้คุณลองยืมไปใช้ดูหน่อยน่ะครับ"

นัมกาอึนเอียงคอด้วยความงุนงงกับข้อเสนอของชายหนุ่ม

"คะ? ให้ฉันยืมไอเทมไปใช้เนี่ยนะคะ? ขอดูหน่อยสิคะว่าเป็นไอเทมอะไร..."

ฟรึ่บ!

บงจูฮยอกดึงเอาดาบศักดิ์สิทธิ์ออกมาจากช่องเก็บของเฉพาะหอคอยอย่างรวดเร็ว ก่อนจะร่ายสรรพคุณรัวๆ ราวกับแรปเปอร์ ต้องรีบพูดให้จบๆ จะได้ไม่สะดุดกึกกัก!

"ถึงสภาพภายนอกมันจะดูเก่ากึกไปหน่อย แต่มันคือไอเทมธาตุศักดิ์สิทธิ์ครับ! ชื่อของมันคือ ดาบศักดิ์สิทธิ์ของอัศวินพาราดินแห่งอาณาจักรโรลองด์เฉพาะหอคอย เอฟเฟกต์คือเพิ่มพลังโจมตีมหาศาลเมื่อใช้ฟาดฟันกับพวกอันเดด มีสกิลเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ ช่วยเสริมสร้างจิตใจอันแน่วแน่ แถมยังบัฟอัตราคริติคอลให้พุ่งปรี๊ดอีกต่างหาก..."

คำอธิบายที่รัวเป็นปืนกลทำเอานัมกาอึนถึงกับอึ้งกิมกี่ไปชั่วขณะ

"ดะ... เดี๋ยวสิคะ ขอเวลานอกแป๊บ! รบกวนช่วยทวนชื่อไอเทมให้ฟังอีกรอบได้ไหมคะ"

"ดาบศักดิ์สิทธิ์ของอัศวินพาราดินแห่งอาณาจักรโรลองด์เฉพาะหอคอยครับ"

"...ดาบศักดิ์สิทธิ์? แถมยังเป็นธาตุศักดิ์สิทธิ์อีกต่างหาก?"

"เยสเซอร์!"

นัมกาอึนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

ไอเทมธาตุแสงน่ะ เธอเคยได้ยินกิตติศัพท์ของมันมาจนเบื่อแล้ว แต่ไอเทมธาตุศักดิ์สิทธิ์นี่สิ... ของแรร์ยิ่งกว่าแรร์!

แถมยังเป็นดาบของอัศวินพาราดินอีกด้วย?

อัศวินศักดิ์สิทธิ์เลยนะโว้ย!

จอนกวังอิลเองก็ช็อกไม่แพ้กัน

นี่เหรอไอเทมที่หมอนี่กะจะเอามาปล่อยขาย?

ถ้ามันเป็นดาบศักดิ์สิทธิ์ของแท้ล่ะก็...

"เห็นในคำอธิบายบอกไว้ว่า มันจะแผ่ประกายแสงจางๆ ออกมาคุ้มครองผู้ใช้น่ะครับ ผมคิดว่ามันน่าจะพอล้างบางพวกออร่าแห่งความมืดได้อยู่นะครับ เผลอๆ อาจจะช่วยให้คุณทะลวงฝ่าไปจนถึงชั้นที่หกสิบเจ็ดได้สบายๆ เลยล่ะครับ... ฮะฮะฮะ ถ้าผู้ใช้มีฝีมือมากพอน่ะนะครับ"

ล้างบางออร่าแห่งความมืดเนี่ยนะ! บ้าไปแล้ว! มันจะมีไอเทมโกงขนาดนั้นอยู่บนโลกด้วยเหรอ!

นัมกาอึนเอ่ยปากขออนุญาตด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ฉะ... ฉันขออนุญาตตรวจสอบหน้าต่างข้อมูลของไอเทมชิ้นนี้หน่อยได้ไหมคะ"

"ตามสบายเลยครับ"

นัมกาอึนรับดาบเล่มนั้นมาจากมือของบงจูฮยอกอย่างทะนุถนอม

จอนกวังอิลจ้องมองด้วยความลุ้นระทึกราวกับคนกำลังจะขาดใจตาย "ตะ... ตรวจสอบแล้วเป็นยังไงบ้างครับ! ชะ... ใช่ดาบศักดิ์สิทธิ์ของแท้ไหมครับ!"

หญิงสาวพยักหน้ารัวๆ

"ของแท้แน่นอนค่ะ! หน้าต่างข้อมูลระบุชัดเจนเลยว่าเป็นดาบศักดิ์สิทธิ์! แถมเอฟเฟกต์กับคุณลักษณะพิเศษก็ตรงเป๊ะตามที่คุณผู้ชายคนนี้อธิบายมาทุกประการเลยค่ะ!"

"โอ้โหหหห!"

ก่อนที่เธอจะหันขวับกลับมาจ้องหน้าบงจูฮยอกตาเขม็ง

"คะ... คุณจะให้ฉันยืมเจ้านี่ไปทดลองใช้จริงๆ เหรอคะ!"

"ใช่ครับ ลองเอาไปแกว่งๆ ดูสิครับ แล้วมาเล่าให้ผมฟังหน่อยว่าฟีลลิงมันเป็นยังไงบ้าง... เอ่อ คุณยังไม่ได้เคลียร์ด่านชั้นที่หกสิบสองใช่ไหมครับ"

"...ยังไม่ผ่านเลยค่ะ"

"งั้นก็เอาไปใช้บวกกับพวกมันเลยสิครับ ตอนนี้เลย"

ก็ต้องให้ลองเอาไปใช้จริงนั่นแหละ ถึงจะรู้ว่ามันมีน้ำยาแค่ไหน

ในเมื่อเขาไม่สามารถมุดเข้าไปในด่านชั้นที่หกสิบสองได้ด้วยตัวเอง

และในเมื่อคุณจอห์น โกซัคการันตีมาแล้วว่ามันเจ๋งกว่าธาตุแสงเป็นไหนๆ แถมยังแบกไปได้ไกลถึงชั้นที่หกสิบเจ็ด แค่ด่านชั้นที่หกสิบสองคงไม่ใช่ปัญหาอะไรหรอกมั้ง

ลองเอาไปฟาดฟันดู แล้วกลับมารีวิวให้ฟังหน่อยก็แล้วกัน

เขาจะได้เอาไปอัปราคาขายให้มันหูฉี่ไปเลย!

"ฉันจะไปลุยเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!"

……

วิ้งงง!

นัมกาอึนร่ายสกิลวาร์ปตัวเองเข้าสู่หอคอยทมิฬทันที

<เข้าสู่หอคอยทมิฬ (เกาหลี) ชั้นที่ 62>

<สมรรถภาพทางกายได้รับการยกระดับให้สอดคล้องกับเลเวล>

<สามารถใช้งานคุณลักษณะเฉพาะและสกิลต่อสู้ได้ตามปกติ>

หน้าต่างภารกิจก็เด้งขึ้นมาตามระเบียบ

<ภารกิจชั้นที่ 62: กำจัดซอมบี้แห่งความมืดจำนวน 20 ตัว>

<ระยะเวลาที่กำหนด: ภายใน 15 ชั่วโมง>

<เงื่อนไขความสำเร็จ: ซอมบี้แห่งความมืด 0/20>

<เงื่อนไขความล้มเหลว: เสียชีวิต หรือ ยกเลิกภารกิจ>

อันเดด...

สิ่งมีชีวิตวิปริตที่ฝืนกฎแห่งธรรมชาติ

ฝูงซอมบี้แห่งความมืดเริ่มปรากฏกายให้เห็น

พวกมันไม่ได้พกพาอาวุธใดๆ มีเพียงกรงเล็บแหลมคมยาวเหยียดและเขี้ยวอันน่าขยะแขยงที่พร้อมจะฉีกกระชากเนื้อสดๆ พวกมันพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วที่ขัดกับสภาพร่างกายอันเน่าเปื่อยหลุดลุ่ย

ไอ้ดาบเล่มนี้มันจะใช้งานได้ผลจริงๆ หรือเปล่านะ

แต่ดูจากคำอธิบายไอเทมแล้ว มันก็น่าจะเวิร์กอยู่นะ

เห็นได้ชัดเจนเลยว่า ตอนนี้มีแสงสีขาวนวลตาแผ่กระจายออกมาคลุมรอบตัวเธอและใบดาบเอาไว้บางๆ

ทว่า... ไอ้แสงริบหรี่แค่นี้ มันจะเอาชนะไอ้ออร่าแห่งความมืดอันตรายนั่นได้จริงๆ เหรอ ขนาดไอเทมธาตุแสงที่สว่างโร่จนแสบตา ยังโดนออร่าความมืดกลืนกินจนแทบจะหมดสภาพเลยนี่นา

'มีแต่ต้องลองเอาไปฟาดดูเท่านั้นแหละ'

นัมกาอึนรวบรวมสมาธิให้แน่วแน่ กระชับด้ามดาบศักดิ์สิทธิ์เก่ากึกไว้ในมือแน่น

'เธอทำได้น่า กาอึน! ลุยเลย!'

แต่เรื่องประหลาดก็เกิดขึ้น ทันทีที่แสงศักดิ์สิทธิ์ปกคลุมร่างกาย ความรู้สึกหวาดหวั่นต่อออร่าแห่งความมืดที่เคยมีก็มลายหายไปจนหมดสิ้น

'หรือว่านี่จะเป็นเอฟเฟกต์ จิตใจอันแน่วแน่ ที่ว่านั่น? มันคือแบบนี้เองเหรอ?'

หญิงสาวก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

"ก๊าซซซ!"

ซอมบี้แห่งความมืดคำรามลั่นในลำคอด้วยความเกรี้ยวกราดเมื่อเห็นศัตรูขยับตัว

นัมกาอึนเปิดฉากโจมตีทันที!

ฟึ่บ!

เธอร่ายสกิลเคลื่อนที่พริบตา ซึ่งเป็นสกิลไม้ตายของสายนักดาบ พุ่งประชิดตัวซอมบี้ในชั่วพริบตา ก่อนจะเงื้อดาบศักดิ์สิทธิ์ขึ้นสุดแขน แล้วตวัดฟันลงมาสุดแรงเกิด!

ฉัวะะะะะ!

วินาทีที่คมดาบสัมผัสกับเป้าหมาย เธอรับรู้ได้ทันทีถึงความรุนแรงของมัน

ติดคริติคอล! ดาเมจทะลุหลอด!

ดาบศักดิ์สิทธิ์ผ่าออร่าแห่งความมืดขาดสะบั้นราวกับผ่าเต้าหู้ กรงเล็บที่ซอมบี้ชูขึ้นมาป้องกันตัว ถูกฟันขาดกระเด็นในดาบเดียว รวมไปถึงกะโหลกหนาเตอะของมันด้วย

พรึ่บ!

ซากศพไร้วิญญาณที่ล้มตึงลงกับพื้น จู่ๆ ก็มีเปลวเพลิงลุกพรึ่บขึ้นมาเผาไหม้ แม้แต่เศษซากแห่งความตายก็ถูกแผดเผาจนสูญสลายไปในพริบตา

<กำจัดซอมบี้แห่งความมืด 1/20>

"..."

ตัวเลขเป้าหมายขยับขึ้นแล้ว

เธอปลิดชีพมันได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว

'นี่ฉันทำได้จริงๆ เหรอเนี่ย'

หญิงสาวแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ที่ผ่านมา กว่าเธอจะปราบไอ้ซอมบี้เวรนี่ได้สักตัว ต้องลากเลือดแทบตาย

'ไอ้ดาบเล่มนี้... ของโคตรดีเลยนี่หว่า'

ดาบซอมซ่อที่ชายแปลกหน้าท่าทางขี้ขลาดคนนั้นยื่นมาให้เธอลองใช้ สารภาพตามตรงว่าตอนแรกที่เห็นข้อมูลไอเทม เธอยังแอบคิดว่าเป็นเรื่องหลอกเด็กด้วยซ้ำ

นี่มันไม่ใช่ไอเทมที่จะเอามาตีราคาขายเป็นเงินได้เลยสักนิด เผลอๆ อาจจะประเมินค่าไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!

เพราะนี่มันคือสุดยอดไอเทมแห่งความหวัง... ไอเทมที่จะมากอบกู้โลกใบนี้จากการถูกหอคอยกลืนกินยังไงล่ะ!

จบบทที่ บทที่ 24 ธาตุ 'ศักดิ์สิทธิ์' (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว