- หน้าแรก
- นักอ่านของฉันมาจากสามพันโลก
- บทที่ 305 ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน เด็กมัธยมปลาย
บทที่ 305 ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน เด็กมัธยมปลาย
บทที่ 305 ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน เด็กมัธยมปลาย
บทที่ 305 ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน เด็กมัธยมปลาย
หน้าจอโทรศัพท์มือถือดับมืดลง ทำให้เขามองเห็นใบหน้าอันไร้ประโยชน์ของตัวเองได้อย่างชัดเจน
หลิวซิงแขวนใบแจ้งขอลางานเป็นเวลาสามวันให้หลีเวินซูด้วยสีหน้าปลาตาย
เมื่อมองดูวันที่ขอลางานที่แสดงอยู่บนนั้น ภายในใจของเขาก็ปวดหนึบขึ้นมาเป็นระลอก
ไม่รู้ว่าควรจะเจ็บปวดที่ไม่มีตอนต่อไปตั้งสามวัน หรือควรจะตกตะลึงที่นักเขียนเป็นเด็กมัธยมปลายดี
แต่ไม่ว่าจะทางไหน คนที่ได้รับบาดแผลก็คือนักอ่านจำนวนมหาศาลอยู่ดี
หลิวซิงไม่เชื่อหรอกว่าคนพวกนี้จะยังนิ่งเฉยได้ถ้ารู้ว่านักเขียนเป็นเด็กมัธยมปลาย จะต้องมีคนที่แสดงอาการบ้าคลั่งยิ่งกว่าเขาแน่ๆ
[ใบแจ้งขอลางาน: วันที่ 7 มิถุนายน ถึง 9 มิถุนายน ฉันต้องเข้าร่วมการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เลยไม่มีเวลาอัปเดต]
พอใบแจ้งขอลางานถูกแขวนขึ้นไปได้ไม่นาน ก็มีนักอ่านสังเกตเห็นเข้าจนได้
[ดูสิ ฉันบอกแล้วว่ายุ่งเรื่องลูกสอบเข้ามหาวิทยาลัยจนปลีกตัวไม่ลง... เดี๋ยวก่อนนะ?]
[ลางานกี่วันนะ? สามวัน?! แม่เจ้าโว้ย สามวันฉันคงแห้งเหี่ยวกลายเป็นมัมมี่แน่ๆ]
[ขอร้องล่ะ มีเท่าไหร่ก็อัปเดตมาเท่านั้นเถอะ ฉันไม่ขอให้อัปเดตวันละหลายหมื่นคำแล้ว ขอข้าวให้ฉันกินหน่อยเถอะ ลางานตั้งสามวันจิตวิญญาณของฉันหิวโซจนแฟบไปหมดแล้ว]
[ลูกบ้านไหนสอบเข้ามหาวิทยาลัยถึงทำให้คุณยุ่งได้ตั้งสามวัน? โยนลูกมานี่เลย เดี๋ยวฉันช่วยดูแลให้ คุณแค่ปั่นต้นฉบับอย่างสบายใจก็พอ ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งการปั่นต้นฉบับของคุณได้หรอก ฟ้าดินยิ่งใหญ่แค่ไหนการปั่นต้นฉบับก็ยิ่งใหญ่ที่สุด เข้าใจไหม!]
[การสอบเข้ามหาวิทยาลัยทุกวันนี้คุณต้องไปมีส่วนร่วมด้วยทุกวันเลยหรือ ลูกรู้จักพึ่งพาตัวเองไม่ได้หรือไง]
[ลูกหัดรู้ความหน่อยไม่ได้หรือไง? ไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยเองมันจะเป็นอะไรไป?]
[เลื่อนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยออกไป ฉันจะไปรับไอ้ปีศาจซี่โครงหมูกลับมาอัปเดต]
[เดี๋ยวก่อน ปริมาณข้อมูลในใบแจ้งขอลางานนี้ดูเหมือนจะเยอะไปหน่อยนะ... คนในช่องคอมเมนต์เข้าใจความหมายผิดกันหมดแล้วหรือเปล่า "ฉันต้องเข้าร่วมการสอบเข้ามหาวิทยาลัย" เธอบอกตอนไหนว่าลูกต้องเข้าร่วมการสอบเข้ามหาวิทยาลัย? ความหมายของคำว่าฉันต้องเข้าร่วมการสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็คือ... ฉันต้อง... ฉัน? ใคร? ใครต้องเข้าร่วมการสอบเข้ามหาวิทยาลัย?]
[ฉันเหมือนจะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นคนปัญญาอ่อนเสียแล้ว ฉันลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าเดินออกจากบ้านไปโดนอะไรกระแทกหัวตอนไหน ทำไมประโยคที่มีแค่ไม่กี่คำแบบนี้ฉันถึงไม่เข้าใจความหมายของมันเลยล่ะ]
[ไม่ใช่ลูกต้องเข้าร่วมการสอบเข้ามหาวิทยาลัยนะ ใบแจ้งขอลางานไม่มีคำว่าลูกสักหน่อย ใครบอกว่าลางานเพราะลูกกัน? ในนั้นบอกว่าฉันต้องเข้าร่วมการสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ใช่หรือ? นั่นก็หมายความว่าตัวเองต้องเข้าร่วมการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเลยไม่มีเวลาอัปเดตไม่ใช่หรือ นั่นก็หมายความว่าไอ้ปีศาจซี่โครงหมูต้องเข้าร่วมการสอบเข้ามหาวิทยาลัย...?]
[ไอ้ปีศาจซี่โครงหมูเข้าร่วมการสอบเข้ามหาวิทยาลัย? การสอบเข้ามหาวิทยาลัยสำหรับผู้ใหญ่หรือ? การสอบเข้ามหาวิทยาลัยสำหรับผู้ใหญ่มันช่วงเวลานี้งั้นหรือ?]
[ต้องเป็นการสอบเข้ามหาวิทยาลัยสำหรับผู้ใหญ่แน่ๆ หรือว่าซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานจะเป็นเด็กมัธยมปลาย?]
[เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้อย่างเด็ดขาด]
[เชื่อว่าไอ้ปีศาจซี่โครงหมูเป็นเด็กมัธยมปลาย สู้เชื่อว่าฉันเป็นเง็กเซียนฮ่องเต้ยังจะดีกว่า]
[ขอจงทรงพระเจริญพ่ะย่ะค่ะเง็กเซียนฮ่องเต้]
[เล่นมุกปั่นสินะ ก็ไม่ได้หมายความว่าลางานเพราะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสมอไปหรอก ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นเพราะลูกสอบเข้ามหาวิทยาลัยเลยต้องยุ่งเรื่องของลูกก็ได้ อย่างไรเสียก็ไม่มีทางที่ตัวจริงจะเป็นเด็กมัธยมปลายหรอก ฉันว่าความจริงที่ว่าตัวจริงเป็นเด็กมัธยมปลายมันฟังดูปัญญาอ่อนยิ่งกว่าอีก]
[ไอ้ปีศาจซี่โครงหมูเป็นเด็กมัธยมปลายนี่ต่อให้เป็นเรื่องจริงก็ต้องให้เป็นเรื่องโกหกให้ได้ เรื่องนี้มันปวดตับยิ่งกว่านิยายของเธอเสียอีก]
[ก็เป็นไปได้นะ การมีปฏิสัมพันธ์ของเธอกับนักอ่านก็ดูไม่เหมือนคนมีอายุเลย พวกที่เดาว่าห้าหกสิบปีนั่นแหละที่ไร้สาระเกินไป ประเทศจีนมีคนตั้งเยอะแยะ จะมีอัจฉริยะโผล่มาสักคนก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร]
[ที่ทุกคนเดากันหมายความว่า ฉันอ่านนิยายที่เด็กมัธยมปลายเขียนแล้วร้องไห้เจียนตาย แถมยังเดาตอนต่อไปไม่ออกเลยแม้แต่นิดเดียวงั้นหรือ]
[ความหมายของคุณก็คือ จะให้ฉันยอมรับว่าไอคิวของตัวเองสู้เด็กมัธยมปลายไม่ได้งั้นหรือ]
[ความหมายของพวกคุณก็คือ จะให้ฉันยอมรับว่าตัวเองถูกเด็กมัธยมปลายปั่นหัวเล่นมาตั้งหลายครั้ง แถมยังถูกล่อหลอกจนหัวหมุนเป็นหมาทุกวันงั้นหรือ?]
[หมายความว่า ที่เธอปั่นหัวพวกเราเล่นทุกวัน รอดูพวกเราร้องไห้ ก็เพื่อระบายความเครียดจากการสอบเข้ามหาวิทยาลัยงั้นหรือ?]
[ถ้าเธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยตอนนี้ คำนวณตามระยะเวลาแล้ว ตอนเขียน «รถไฟสายมรณะ» ก็คืออยู่ม.5 งั้นหรือ? พวกคุณจะให้ฉันยอมรับความจริงที่ว่าตัวเองเกิดมาบนโลกใบนี้เพื่อมาเกิดให้ครบจำนวนประชากรแบบนี้งั้นหรือ]
[เป็นเด็กมัธยมปลายไม่ได้หรอก มัธยมปลายจะเอาเวลาที่ไหนมาอัปเดตเยอะแยะขนาดนั้นทุกวัน?]
[อาจจะไม่ได้ตั้งใจเรียนหรือเปล่า? ฉันไม่ค่อยใส่ใจเรื่องเรียนเท่าไหร่ ชีวิตช่วงมัธยมปลายก็เลยผ่านไปอย่างสบายๆ เลยนะ]
[เด็กเรียนแย่จะเขียน «รถไฟสายมรณะ» ออกมาได้หรือ? ล้อกันเล่นระดับชาติหรือไง]
[ฉันไม่เชื่อหรอก ฉันไม่เชื่อจริงๆ ด้วย ถ้าเชื่อมันจะกระทบกระเทือนความภาคภูมิใจในฐานะคุณป้าวัยสามสิบกว่าปีของฉันไปหน่อย]
[นักเขียนนิยายที่ฉันอดหลับอดนอนตามอ่านอายุอาจจะน้อยกว่าฉันรอบหนึ่งเชียวหรือ?]
[...]
เพราะใบแจ้งขอลางานแค่ใบเดียว โลกอินเทอร์เน็ตก็เดือดดาลเป็นไฟขึ้นมาอีกครั้ง
ความสนใจในช่วงแรกล้วนพุ่งเป้าไปที่เวลาลางานสามวัน นักอ่านนับไม่ถ้วนต่างพากันส่งเสียงกรีดร้องอย่างน่าเวทนา ไม่อยากจะเชื่อว่าเวลาลางานนี้จะเป็นเรื่องจริง
พากันเข้าไปสอบถามใต้เว็บไซต์ทางการของเว็บไซต์เชอร์รี่อย่างไม่ขาดสายว่าเวลาในใบแจ้งขอลางานนั้นพิมพ์ผิดหรือไม่ ความจริงแล้วก็แค่ลาวันเดียว หรืออย่างแย่ที่สุดก็สองวัน สรุปแล้วเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นสามวัน
นั่นมันตั้งสามวันเลยนะ! 72 ชั่วโมงเชียวนะ!
สามารถทำให้พวกเขารอจนแห้งเหี่ยวกลายเป็นมัมมี่โหลวหลานได้จริงๆ
อีกอย่างก่อนหน้านี้ไอ้ปีศาจซี่โครงหมูเคยลางานนานขนาดนั้นที่ไหนกัน!
เรื่องอะไรกันที่ทำให้คนที่ไม่เคยลางานเลยต้องลางานนานขนาดนั้น!
หลังจากนั้นความสนใจก็เปลี่ยนไปอยู่ที่เหตุผลในการลางาน
เหตุผลในการลางานที่สั้นเพียงสิบเอ็ดตัวอักษร ถูกนักอ่านนำมาขบคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลิ้มรสซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปฏิเสธความจริงซ้ำแล้วซ้ำเล่า และแต่งเติมความเข้าใจตามจินตนาการของตัวเองลงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า
อะไรที่ว่าลูกสอบเข้ามหาวิทยาลัยนั่นถือเป็นการคาดเดาขั้นพื้นฐานไปแล้ว
ที่หลุดโลกยิ่งกว่านั้นก็มีอย่าง "ถูกประเทศจับตัวไปทำงานวิจัยแล้ว"
"ถูกผีจับตัวไปปั่นต้นฉบับในปรโลกแล้ว"
"ไปกอบกู้โลกแล้ว"
พวกเขายอมเชื่อว่าเป็นผีที่มาอัปเดตนิยายให้พวกเขา ดีกว่ายอมเชื่อว่าหลีเวินซูก็คือเด็กมัธยมปลาย
เรื่องนี้ทำให้พวกเขาใจสลายยิ่งกว่าการไปกอบกู้โลกเสียอีก
เนื่องจากมีคนถกเถียงกันเป็นจำนวนมาก หัวข้อ [ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน เด็กมัธยมปลาย] ก็เลยติดเทรนด์คำค้นหายอดฮิตบนเวยป๋อด้วย
มีชาวเน็ตขาจรที่ท่องอินเทอร์เน็ตเห็นเทรนด์คำค้นหายอดฮิตแล้วเข้ามาร่วมวงด้วยอย่างไม่ขาดสาย แถมยังปะปนไปด้วยชาวเน็ตขาจรหน้าใหม่ใสซื่อที่ไม่เคยอ่านนิยายเลยแม้แต่น้อย
[เทรนด์คำค้นหายอดฮิตนี้หมายความว่าไง เด็กมัธยมปลายทำซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานก็ติดเทรนด์ได้ด้วยหรือ?]
[ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานคนนี้น่าจะเป็นนักเขียนนิยายนะ ฉันจำได้ว่าเคยเห็นในข่าวไหนสักข่าว ดูเหมือนจะเขียนนิยายที่เจ๋งมากๆ ออกมา]
[หมายความว่านักเขียนนิยายคนนี้เป็นเด็กมัธยมปลายงั้นหรือ? มันจะเป็นไปได้หรือ?]
ความสงสัยจากคนนอกวงการมีมากกว่าคนในวงการเสียอีก แถมยังมีพวกชอบหาเรื่องอีกไม่น้อย ถ้อยคำที่ใช้ก็ค่อนข้างจะระคายหู
แม้ว่านักอ่านภายในจะไม่ยอมเชื่อว่านักเขียนเป็นเด็กมัธยมปลาย แต่เรื่องที่พวกเธอไม่เชื่อก็ส่วนพวกเธอไม่เชื่อสิ พวกคนนอกที่ยังไม่เคยอ่านนิยายพวกนี้จะมาพล่ามหาอะไรกัน
[ทำไมจะไม่ได้ล่ะ? เรื่องที่คุณทำไม่ได้ก็เลยคิดว่าคนทั้งโลกก็จะทำไม่ได้ด้วยงั้นหรือ?]
[คุณสอบเข้ามหาวิทยาลัยจิงต้าไม่ได้ ก็เลยคิดว่าคนทั้งโลกก็จะสอบเข้าไม่ได้ด้วยงั้นหรือ? ตอนมัธยมปลายคุณเขียนนิยายไม่ได้ ก็เลยคิดว่าคนทั้งโลกจะไม่มีใครเขียนออกมาได้ด้วยงั้นหรือ?]
[มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าไอ้ปีศาจซี่โครงหมูเป็นพวกหัวกะทิอัจฉริยะที่มีความรอบรู้กว้างขวางในโรงเรียน ประเทศจีนมีประชากรตั้งเยอะแยะ จะมีอัจฉริยะโผล่มาสักคนมันแปลกตรงไหน?]
[ในข่าวยังบอกว่ามีอัจฉริยะขั้นเทพที่เข้ามหาวิทยาลัยตอนอายุสิบขวบเลย เด็กมัธยมปลายก็รู้จักตัวหนังสือกันหมดแล้วนี่ จะเขียนนิยายที่มีความยากระดับสูงหน่อยทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะ]
[คนที่เอาแต่พูดว่าเป็นไปไม่ได้ ความจริงก็คือตัวเองไร้ความสามารถจริงๆ แล้วก็ทนเห็นคนอื่นมีความสามารถไม่ได้ เพราะมันจะทำให้ตัวเองดูเป็นขยะ ก็เลยอิจฉาไง]
[คนยุคโบราณอายุสิบสี่สิบห้าก็ลงสนามรบบัญชาการบ้านเมืองกันแล้ว ทำไมถึงไม่ยอมรับว่าเป็นเพราะไอคิวของตัวเองถดถอยกันล่ะ]
[ตอนคุณสามสี่ขวบยังปั้นดินเล่นอยู่เลย แต่คนอื่นเขาอาจจะท่องบทกวีราชวงศ์ถังได้สามร้อยบทแล้วก็ได้]
[สู้เอาเวลามาหาเรื่องบนอินเทอร์เน็ตไปแบกอิฐในชีวิตจริงให้ได้เยอะๆ ยังจะดีกว่านะ]
[พี่น้องทั้งหลายลดคำพูดเหน็บแนมลงหน่อยเถอะ คำพูดพวกนั้นตกลงด่าคนอื่นหรือด่าตัวเองกันแน่ คนที่ฟังเข้าใจป่านนี้น้ำตานองหน้าไปแล้ว]
[ให้ตายสิ พลังการต่อสู้ของคนพวกนี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าแฟนคลับดาราเสียอีก ดุชะมัดเลย]
[ขอคอร์สสอนเป็นคนปากแจ๋วหน่อย อยากลองใช้ชีวิตแบบปากคอเราะรายแบบนี้ดูสักครั้งจัง]
[มัธยมปลายเขียนนิยายก็เป็นเรื่องปกติมากนะ ไม่เห็นจะรู้เลยว่ามีอะไรน่าติดเทรนด์คำค้นหายอดฮิต เทรนด์คำค้นหายอดฮิตนี่ใครๆ ก็ขึ้นได้หรือไง]
[ใช่เลย ตอนมัธยมต้นฉันก็เคยเขียนนิยายมาแล้ว การเขียนนิยายตอนเรียนมันเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจมากนักหรือ? เธอเขียนได้ดีมากงั้นหรือ]