- หน้าแรก
- รักซ่อนเร้นของยัยรุ่นพี่ตัวร้ายกับนายนักเขียนอัจฉริยะ
- บทที่ 7: คำพูดชวนอึ้งของพี่ต้าชุย
บทที่ 7: คำพูดชวนอึ้งของพี่ต้าชุย
บทที่ 7: คำพูดชวนอึ้งของพี่ต้าชุย
การแสดงชุดสุดท้ายช่างน่าตื่นตาตื่นใจเสียเหลือเกิน สาวๆ ปีสองหลายคนออกมาเต้นโชว์ลีลาสุดเร่าร้อน ทำเอาหวังต้าชุยถึงกับเลือดกำเดาแทบพุ่ง
หลังจากนั้น งานเลี้ยงต้อนรับน้องใหม่ก็จบลงอย่างสวยงาม หลายคนเตรียมตัวแยกย้ายกันกลับ แต่พิธีกรกลับยังไม่ยอมกล่าวปิดงานเสียที
"น้องๆ ปีหนึ่งคะ กรุณารอสักครู่นะคะ"
ทุกคนที่กำลังลุกขึ้นยืนต่างมองไปที่พิธีกรด้วยความงุนงง
การแสดงก็จบไปแล้ว ยังจะต้องรออะไรอีก? อย่าบอกนะว่าคิดว่าพวกเราอยากจะอยู่ฟังคุณกล่าวปิดงานจริงๆ น่ะ?
พิธีกรส่งยิ้มอย่างมีเลศนัย
"ความจริงแล้ว งานเลี้ยงต้อนรับน้องใหม่ของเรายังมีการแสดงที่ถูกปิดเป็นความลับ ซ่อนเอาไว้เป็นโชว์ปิดท้ายด้วยค่ะ ซึ่งนี่ก็เป็นความตั้งใจของชมรมศิลปะการแสดงมหาวิทยาลัยที่อยากจะเก็บเซอร์ไพรส์นี้ไว้ตอนท้ายสุด จึงไม่ได้ใส่ไว้ในกำหนดการ ในนามของชมรมศิลปะการแสดง ฉันต้องขออภัยด้วยนะคะ และหวังว่าทุกคนจะชอบเซอร์ไพรส์ที่เราเตรียมไว้ให้"
"ถ้าพูดถึง ม.เจียง สิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงก็คงหนีไม่พ้นคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ และถ้าพูดถึงคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ เราก็จะนึกถึงเธอคนนี้ค่ะ"
"ส่วนเธอจะเป็นใครนั้น ขออนุญาตอุบไว้ก่อน ให้ทุกคนลองทายกันดูเล่นๆ นะคะ"
"ลำดับต่อไป ขอเชิญพบกับแขกรับเชิญสุดพิเศษของเรา ที่จะมาร้องเพลง 'เธอจากอีกฟากฝั่ง' เพื่อเป็นการส่งท้ายงานเลี้ยงต้อนรับน้องใหม่ในค่ำคืนนี้ค่ะ"
ผู้ชมด้านล่างถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน
เด็กปีหนึ่งบางคนเหมือนจะเดาอะไรออก จึงยอมกลับไปนั่งที่เดิมอย่างว่าง่าย ส่วนคนอื่นๆ แม้จะยังงงๆ แต่พอเห็นคนอื่นนั่งลง ก็เลยพากันนั่งลงตาม
เมื่อหลัวเย่ได้ยินดังนั้น เขาก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ หัวใจของเขาพองโตด้วยความคาดหวัง
หวังต้าชุยถามด้วยความสงสัย "ไม่มีทางน่า ถ้าพูดถึงคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ คนแรกที่นึกถึงก็ต้องเป็นเทพธิดาภูเขาน้ำแข็งซูไป๋โจวอยู่แล้ว แต่เขาว่ากันว่าเทพธิดาภูเขาน้ำแข็งซูไป๋โจวเนี่ยนิสัยเย็นชาหยิ่งยโสจะตาย เธอจะยอมมาขึ้นเวทีงานรับน้องแบบนี้ได้ยังไง"
"แต่ในคณะวิทย์คอม นอกจากเทพธิดาภูเขาน้ำแข็งซูไป๋โจวแล้ว ยังมีคนดังคนอื่นอีกเหรอวะ หรือว่าจะเป็นหลี่เมิ่งจากสาขาปัญญาประดิษฐ์"
หวังต้าชุยตกอยู่ในภวังค์ความคิด แน่นอนว่าเขาก็หวังให้แขกรับเชิญพิเศษคนนั้นเป็นซูไป๋โจวเหมือนกัน
ถึงแม้ซูไป๋โจวจะถูกขนานนามว่าเป็นเทพธิดาภูเขาน้ำแข็งและเข้าถึงตัวได้ยาก แต่ความสวยของเธอนั้นคือของจริง
ด้วยรูปร่างที่สง่างามราวกับราชินี ผิวพรรณขาวผ่อง ความงามที่สะกดทุกสายตา เรียวขาคู่สวยที่ทั้งยาวและได้สัดส่วน ประกอบกับใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติแต่แฝงไปด้วยความเย็นชา และออร่าที่แผ่ซ่านออกมาว่าสามารถชื่นชมได้แต่อยู่ห่างๆ ห้ามแตะต้อง การปรากฏตัวของเธอในงานเลี้ยงต้อนรับน้องใหม่จะต้องกลายเป็นข่าวใหญ่ระดับทอล์กออฟเดอะทาวน์ของ ม.เจียง อย่างแน่นอน
พิธีกรเดินถอยกลับเข้าไปหลังเวที ไม่นานนัก ไฟก็ดับลง
สถานที่จัดงานเลี้ยงต้อนรับน้องใหม่ตกอยู่ในความมืดมิด
ทันใดนั้น เสียงดังกริ๊กก็ดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณงานที่เงียบสงัด
เสียงรองเท้าส้นสูง ผู้หญิงงั้นเหรอ?
ไม่รู้ทำไม หลัวเย่ถึงนึกไปถึงภาพของรุ่นพี่นางฟ้าในชุดราตรีสีฟ้าคริสตัลและรองเท้าส้นสูงเมื่อคืนนี้ขึ้นมาทันที
หรือว่าจะเป็นรุ่นพี่นางฟ้าจริงๆ?
ไม่นาน เสียงรองเท้าส้นสูงก็หยุดลง ร่างที่อยู่บนเวทีหยุดยืนอยู่ตรงกลาง สถานที่จัดงานตกอยู่ในความเงียบกริบ
ลูกไม้ของชมรมศิลปะการแสดงคราวนี้เรียกความตื่นเต้นจากผู้ชมได้อยู่หมัด ทุกคนต่างจับจ้องไปที่เวทีอย่างใจจดใจจ่อ
จากนั้น เสียงดนตรีบรรเลงอันไพเราะก็ดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟสปอตไลต์ที่สาดส่องไปตรงกลางเวที
กลางเวทีนั้น มีหญิงสาวที่งดงามราวกับนางฟ้ายืนถือไมโครโฟนอยู่
เส้นผมยาวสลวยของหญิงสาวพลิ้วไหว เธอสวมชุดราตรีสีฟ้าคริสตัลสุดหรูหรา ชุดราตรีรัดรูปเน้นให้เห็นส่วนโค้งเว้าอันเย้ายวน ขับเน้นความงามของเธอให้ดูโดดเด่นสะดุดตา
"นั่นซูไป๋โจวจากคณะวิทย์คอมจริงๆ ด้วย"
"แค่ตอนไม่แต่งหน้า ซูไป๋โจวก็สวยจนหาตัวจับยากอยู่แล้ว พอยิ่งแต่งหน้าจัดเต็มแบบนี้ เธอคือตัวเต็งอันดับหนึ่งที่จะคว้าตำแหน่งดาวมหาวิทยาลัยเจียงเฉิงไปครองแบบไม่ต้องสงสัยเลย"
เมื่อได้ยินดังนั้น คนรอบข้างก็พากันพยักหน้าเห็นด้วยอย่างพร้อมเพรียง ไม่มีใครปฏิเสธคำกล่าวอ้างนี้เลย เพราะซูไป๋โจวที่ยืนอยู่บนเวทีในตอนนี้ สวยงามเกินบรรยายจริงๆ ราวกับนางฟ้าที่ลงมาจุติบนโลกมนุษย์ แผ่ซ่านออร่าความบริสุทธิ์และสูงส่ง
เสียงปรบมือดังกึกก้องยาวนานไม่มีทีท่าว่าจะหยุด จนแทบจะกลบเสียงดนตรีประกอบไปเสียสิ้น
เมื่อมองไปที่รุ่นพี่นางฟ้าบนเวที ซึ่งถูกห้อมล้อมไปด้วยผู้คนราวกับดวงดาวที่ล้อมรอบดวงจันทร์ หลัวเย่ก็รู้สึกประหลาดใจไม่แพ้กัน
แต่ทว่า...
ความรู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูกก็ตีตื้นขึ้นมาในอก
เขารู้สึกไม่ยินดีเลยสักนิด
จนถึงตอนนี้ เขาเพิ่งจะตระหนักได้ว่ารุ่นพี่นางฟ้าของเขานั้นโด่งดังในมหาวิทยาลัยแห่งนี้มากแค่ไหน
คนระดับนี้ไม่ใช่คนที่เด็กปีหนึ่งอย่างเขาจะเอื้อมถึงได้เลย แค่การได้บังเอิญพูดคุยกับเธอถึงสองครั้ง ก็ถือเป็นบุญวาสนาที่คนอื่นทำบุญมาแปดชาติก็ยังหาไม่ได้แล้ว
เขาเดาว่าเสื้อแจ็กเกตที่รุ่นพี่นางฟ้าทิ้งไว้ให้ ก็คงเป็นแค่การตอบแทนที่เขาเคยช่วยเหลือเธอไว้ก่อนหน้านี้เท่านั้นแหละ เพราะด้วยนิสัยของเธอแล้ว เธอคงไม่อยากติดหนี้บุญคุณใครแน่ๆ
"น้องเย่! ซูไป๋โจวนี่นา! ซูไป๋โจวที่สวยกว่าเทพธิดาฉินของฉันอีก!"
หวังต้าชุยตะโกนด้วยความตื่นเต้น แต่กลับพบว่าหลัวเย่ที่นั่งอยู่ข้างๆ เอาแต่นั่งซึมเศร้าไม่พูดไม่จา
"เป็นอะไรไปวะ น้องเย่"
หวังต้าชุยเริ่มงง ทันใดนั้น เขาก็เหมือนจะนึกอะไรออก เขามองหลัวเย่ด้วยสายตาแปลกๆ แล้วกระซิบถาม "น้องเย่ ทำไมนายทำหน้าเหมือนเพิ่งกินขี้มาแบบนั้นวะ อกหักเหรอ"
"ไสหัวไปเลย" หลัวเย่ด่ากลับด้วยสีหน้าดำทะมึน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หวังต้าชุยเดานั้นใกล้เคียงกับความจริงมาก เพียงแต่เรื่องราวของหลัวเย่มันจบลงตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มด้วยซ้ำ
สำหรับคนอย่างซูไป๋โจว เขาถูกลิขิตมาให้ทำได้แค่เฝ้ามองความเจิดจรัสของเธออยู่ห่างๆ เท่านั้น
เสียงพูดคุยในหมู่ผู้ชมค่อยๆ เงียบลง เพราะซูไป๋โจวเริ่มร้องเพลงแล้ว
น้ำเสียงอันไพเราะของเธอดังกังวานไปทั่วทุกมุมห้อง ผู้ชมต่างเงียบกริบ สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ร่างอันงดงามราวกับนางฟ้าบนเวที
เธอไม่ได้มีดีแค่หน้าตาที่สวยราวกับเทพธิดาเท่านั้น...
แต่น้ำเสียงของเธอก็ยังไพเราะและมีมนตร์ขลัง ชวนให้เคลิบเคลิ้มหลงใหล
บางทีหลังจากคืนนี้ไป ตำแหน่งดาวมหาวิทยาลัยเจียงเฉิงคงจะตกเป็นของเธออย่างเป็นเอกฉันท์โดยไม่มีใครกล้าคัดค้าน
จะดาวคณะปีหนึ่ง หรือเทพธิดาเอกภาษาจีนอะไรนั่น...
ผู้ชมในงานต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า ในวินาทีนี้ ไม่มีใครสามารถเทียบเคียงกับรัศมีและความงามของซูไป๋โจวได้เลย
เธอสวยเกินไป สวยจนไม่น่าจะใช่คนบนโลกใบนี้
บางคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปซูไป๋โจวบนเวที รูปภาพของเธอถูกส่งต่ออย่างบ้าคลั่งบนแพลตฟอร์มต่างๆ ทั้งเถี่ยปาและโต่วอิน
ในขณะเดียวกันนั้นเอง ยอดผู้ติดตามบัญชีส่วนตัวของซูไป๋โจวก็พุ่งกระฉูดขึ้นหลักร้อย และตัวเลขก็ยังคงเพิ่มขึ้นทุกนาทีทุกวินาที ทั้งๆ ที่เนื้อหาในบัญชีของเธอมีแต่เรื่องเจาะลึกเกี่ยวกับวิทยาการคอมพิวเตอร์เท่านั้น
การจะกลายเป็นเน็ตไอดอลหรือไม่นั้น มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเธอจะเลือกทางไหน
ยิ่งเธอเปล่งประกายเจิดจรัสมากเท่าไหร่ หลัวเย่ก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงระยะห่างระหว่างเขากับเธอได้ชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น
ทว่า...
หลัวเย่เองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขารู้สึกยังไงกับรุ่นพี่นางฟ้าคนนี้กันแน่
ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันตอนหลบฝน เขาก็เริ่มรู้สึกดีกับเธอ จนกระทั่งได้กลับมาเจอกันอีกครั้งเมื่อคืนนี้
รุ่นพี่นางฟ้าเปรียบเสมือนแสงจันทร์สีขาวบริสุทธิ์ในใจของหลัวเย่
แต่หลัวเย่ก็ไม่แน่ใจว่านี่คือความรักหรือเปล่า
การจะรักใครสักคนอาจจะเป็นเรื่องยากแสนยาก หรืออาจจะเป็นเรื่องง่ายแสนง่ายก็ได้
บางทีความรู้สึกบางอย่างในเสี้ยววินาทีหนึ่งอาจจะฝังรากลึกลงไปในใจโดยที่เราไม่รู้ตัว และท้ายที่สุด หัวใจดวงนี้ก็ถูกกำหนดให้เป็นของเธอคนนั้น
เหมือนกับผู้หญิงที่เขาแอบชอบมาตลอดสามปี เขาก็ตกหลุมรักเธอไปโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน
แต่ความรักที่ไม่ได้เกิดจากการใช้เวลาร่วมกัน มันเรียกว่าความรักได้จริงๆ เหรอ?
มันก็แค่การรักเขาข้างเดียวเท่านั้นแหละ
เมื่อนึกถึงความงามอันไร้ที่ติของรุ่นพี่นางฟ้า หลัวเย่ก็ทำได้เพียงเฝ้ามองซูไป๋โจวบนเวทีอย่างเงียบๆ
เธอช่างงดงามเหลือเกิน
เขาทำได้เพียงชื่นชมความงามของเธอเงียบๆ จากมุมหนึ่งในฝูงชน
เช่นเดียวกับคนอื่นๆ เขาทำได้เพียงเฝ้ามองนางฟ้าองค์นั้นอยู่ห่างๆ
บางทีนี่อาจจะเป็นการรักเขาข้างเดียวจริงๆ
หวังต้าชุยสังเกตเห็นสีหน้าที่ผิดปกติของหลัวเย่ ก่อนจะหันกลับไปมองที่เวที
หลังจากเพลงจบ ซูไป๋โจวก็หันหลังเตรียมจะเดินลงจากเวที พิธีกรจึงเดินขึ้นมาบนเวทีและรับไมโครโฟนคืนจากมือของเธอ
ในวินาทีนั้นเอง!
ท่ามกลางกลุ่มผู้ชม...
เสียงแปลกๆ ก็ดังแทรกขึ้นมา
"เทพธิดาภูเขาน้ำแข็งซูไป๋โจว!"
หลัวเย่เบิกตากว้าง หันขวับไปมองหวังต้าชุยที่อยู่ข้างๆ การกระทำของหมอนี่ทำเอาเขาช็อกสุดๆ
ทำไมจู่ๆ หมอนี่ถึงลุกพรวดขึ้นมาวะเนี่ย?
คิดจะทำบ้าอะไรกันแน่?
หวังต้าชุยส่งยิ้มกริ่มชวนขนลุกให้หลัวเย่
รอยยิ้มนั้นมันเหมือนรอยยิ้มของคุณพ่อแก่ๆ ที่พยายามส่งสายตาให้กำลังใจลูกชายที่ไม่เอาถ่านของตัวเองไม่มีผิด
จากนั้น หวังต้าชุยก็ตะโกนลั่นไปทางเวทีว่า "รุ่นพี่ครับ! รุ่นพี่คิดยังไงกับเพลง 'วันฝนพรำ' ที่เด็กปีหนึ่งร้องเมื่อสองวันก่อนบ้างครับ"
พิธีกรถึงกับเหวอ นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย? ไม่มีในสคริปต์นี่นา!
ซูไป๋โจวมองมาทางหวังต้าชุย และแทบจะในทันที เธอก็สังเกตเห็นหลัวเย่ที่นั่งอยู่ข้างๆ เขา
เธอเอื้อมมือไปคว้าไมโครโฟนคืนจากมือพิธีกรอย่างเงียบๆ
"ก็เพราะดีนะ"
คำพูดสั้นๆ แค่ไม่กี่คำ แต่นี่คือคำชมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เธอสามารถมอบให้หลัวเย่ได้ในเวลานี้
หวังต้าชุยยิ้มกว้าง ตะโกนเสียงดังกว่าเดิม "เขานั่งอยู่ข้างๆ ผมนี่แหละครับ!"
"พวกเราอยากเห็นรุ่นพี่ร้องเพลงคู่กับเขาครับ!"