- หน้าแรก
- รักซ่อนเร้นของยัยรุ่นพี่ตัวร้ายกับนายนักเขียนอัจฉริยะ
- บทที่ 3: เสื้อแจ็กเกตผู้ชาย
บทที่ 3: เสื้อแจ็กเกตผู้ชาย
บทที่ 3: เสื้อแจ็กเกตผู้ชาย
ถึงกระนั้น ความหล่อเหลาระดับฟ้าประทานของเสิ่นเฉียวก็ยังดึงดูดความสนใจจากสาวๆ ได้มากมายอยู่ดี มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินหน้าแดงก่ำเข้ามาหาเขาแล้วถามด้วยความเขินอายว่า "เพื่อนคะ ขอวีแชตหน่อยได้ไหมคะ"
"ขอโทษนะครับ ผมมีแฟนแล้ว"
เสิ่นเฉียวปฏิเสธด้วยรอยยิ้ม เห็นได้ชัดว่าเขาชินกับสถานการณ์แบบนี้แล้ว
หญิงสาวเดินจากไปด้วยความเสียดาย
"โอ้โหแม่เจ้า"
หวังต้าชุยพูดด้วยความอิจฉา "ทำไมไม่เห็นมีสาวๆ มาขอวีแชตฉันบ้างเลยวะ"
"อยากให้สาวมาขอวีแชตเหรอ"
"งั้นนายก็ต้องออกกำลังกายสิ! ถ้ามีกล้ามสวยๆ รับรองว่าสาวตรึมแน่"
คนที่พูดประโยคนี้คือหลี่ฮ่าวหยาง
"จะว่าไป พี่เสิ่นเฉียวมีแฟนแล้วจริงๆ เหรอ"
หวังต้าชุยกลอกตาไปมาด้วยสายตามีเลศนัย ท่าทางดูหื่นกามสุดๆ แต่ก็ยังไม่ลืมหันไปถามเสิ่นเฉียว
"ฉันมีแฟนแล้ว"
เสิ่นเฉียวตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
น้ำเสียงของเขาหนักแน่น ไม่มีแววล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย
หลัวเย่ลอบมองเขาเงียบๆ โดยไม่พูดอะไร
หลังจากทานมื้อค่ำเสร็จ ทั้งกลุ่มก็เข้าสู่โหมดจับเข่าคุย
"พวกนายรู้การจัดอันดับสาวงามของ ม.เจียง เราไหม"
หวังต้าชุยเปิดประเด็นด้วยคำถามชวนติดตาม แต่เห็นได้ชัดว่านอกจากเขาแล้ว อีกสามคนดูจะไม่ได้สนใจเรื่องผู้หญิงเท่าไหร่นัก
"ไม่รู้สิ" หลัวเย่รับมุกสั้นๆ ง่ายๆ
ทันใดนั้น ดวงตาของหวังต้าชุยก็เป็นประกาย "ไอ้หนุ่ม นายรู้ใจฉันจริงๆ"
"ทุกคณะใน ม.เจียง ของเราจะมีดาวคณะ อย่างเช่นดาวคณะเศรษฐศาสตร์ฯ ก็คือรุ่นพี่ปีสามของพวกเรา ฉินอวี่เหวิน ซึ่งรั้งอันดับสี่ในทำเนียบสาวงามของ ม.เจียง เลยนะเว้ย"
ฉินอวี่เหวิน?
หลัวเย่ถามด้วยความสงสัย "ทำไมเธอถึงชื่ออวี่เหวิน (ภาษาและวรรณคดี) ล่ะ ทำไมไม่ชื่อคณิตศาสตร์ ชื่อนี้มันไม่ดูมักง่ายไปหน่อยเหรอ"
"มันก็แค่คำพ้องเสียงน่า นายจะจริงจังไปทำไมเนี่ย"
หวังต้าชุยกลอกตาใส่เขา
"มีรูปของรุ่นพี่ฉินอยู่ในบอร์ดของมหาวิทยาลัยด้วยนะ เธอสวยมากจริงๆ"
หวังต้าชุยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดรูปของฉินอวี่เหวินให้ดู
สิ่งแรกที่สะดุดตาคือเซตภาพถ่ายในมหาวิทยาลัย หญิงสาวคนนี้ดูบริสุทธิ์และน่ารักจริงๆ ดึงดูดสายตาได้แม้กระทั่งหลี่ฮ่าวหยางหนุ่มกล้ามโต
รูปภาพถูกปัดไปจนถึงรูปสุดท้าย ซึ่งเป็นภาพแอบถ่ายตอนที่ฉินอวี่เหวินกำลังเดินอยู่ในมหาวิทยาลัย
ทว่าในรูปนั้นกลับติดภาพของหญิงสาวอีกคนมาด้วยอย่างไม่คาดคิด
หญิงสาวคนนั้นเผยให้เห็นเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้าง แต่ความงามอันไร้ที่ติของเธอก็ยังคงเด่นชัด เธอมีรูปร่างสูงโปร่ง แม้แต่ชุดนักศึกษาแบบทางการก็ยังไม่อาจซ่อนทรวดทรงองค์เอวของเธอไว้ได้ เมื่อเทียบกับฉินอวี่เหวินที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้ว เธอก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเลยสักนิด เผลอๆ อาจจะสวยกว่าด้วยซ้ำ
ดูเหมือนจะเป็นรุ่นพี่เมื่อวานนี้เลยแฮะ
เมื่อเห็นหลัวเย่เบิกตากว้าง หวังต้าชุยก็รีบเก็บโทรศัพท์แล้วจ้องหน้าเขาด้วยท่าทางเหมือนลูกหมาหวงก้าง "น้องหลัวเย่ ขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่า รุ่นพี่ฉิน ดาวคณะคนนี้ของฉันเว้ย ห้ามแย่งเด็ดขาด"
"ชิ นายคู่ควรเหรอ"
"นายว่าไงนะ"
"พี่ต้าชุย กิ่งทองใบหยก เหมาะสมกันที่สุดเลยครับ"
หลัวเย่แสร้งทำเป็นเออออห่อหมก แต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้จึงถามขึ้นว่า "แล้วผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ รุ่นพี่ฉินในรูปสุดท้ายคือใครเหรอ"
พอได้ยินแบบนั้น
หวังต้าชุยก็มองหลัวเย่ด้วยสายตาเหยียดหยาม
"คนคนนั้นน่ะเป็นถึงดาวเด่นของ ม.เจียง เลยนะ เธอชื่อซูไป๋โจว แต่ฉันขอเตือนไว้ก่อนว่าอย่าไปสืบเรื่องของเธอให้มากนักเลย"
"เธอเป็นสาวเก่งแห่งคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ แค่รูปแอบถ่ายของเธอที่มีนับไม่ถ้วนก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เธอคว้าตำแหน่งดาวมหาวิทยาลัยเจียงเฉิงมาครองได้ ต่อให้เป็นฉินอวี่เหวินมายืนเทียบก็ยังต้องหมองจนกลายเป็นแค่ไม้ประดับไปเลยล่ะ"
"แถมเธอยังกวาดรางวัลมาแล้วนับไม่ถ้วนและเป็นคนพาคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ไปสู่จุดสูงสุดอย่างทุกวันนี้ ไม่เพียงแต่เธอจะได้เป็นประธานสภานักศึกษาของมหาวิทยาลัยเท่านั้นนะ แต่เธอยังได้โควตาเรียนต่อ ป.โท อีกด้วย"
"ได้ยินมาว่านิสัยของเธอเย็นชาสุดๆ พวกผู้กล้าที่เข้าไปสารภาพรักก็ยังไม่มีใครเข้าใกล้เธอได้เลยสักคน"
"เพราะงั้นเลิกคิดไปได้เลย พวกเราไม่คู่ควรกับผู้หญิงเก่งระดับนั้นหรอก"
เมื่อได้ยินดังนั้น ทั้งเสิ่นเฉียวและหลี่ฮ่าวหยางต่างก็มีสีหน้าประหลาดใจ
"รุ่นพี่คนนี้สุดยอดไปเลย"
"เก่งจริงๆ นั่นแหละ"
หลัวเย่ตกอยู่ในห้วงความคิด
รุ่นพี่ที่เขาเจอวันนั้นช่างเป็นคนที่โดดเด่นอะไรขนาดนี้
แต่เธอไม่มีแฟน...
ประโยคนี้ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของหลัวเย่ซ้ำไปซ้ำมา
"ในหมู่เด็กปีหนึ่งของเราก็มีคนสวยระดับตัวท็อปอยู่เหมือนกันนะ เขาว่ากันว่าเป็นดาวคณะปีหนึ่ง ชื่อถังเอินฉี ถึงจะไม่สวยเท่าซูไป๋โจว แต่ก็เป็นรองแค่สิวเจาะแหละน่า"
หวังต้าชุยพูดเจื้อยแจ้ว แต่พอสังเกตเห็นสีหน้าของหลัวเย่ที่ดูสลดลง ก็รีบเข้ามาปลอบใจทันที "น้องเย่ อย่าเพิ่งท้อสิวะ รอให้พี่พิชิตใจเทพธิดาพวกนี้ได้ทีละคนก่อน เดี๋ยวพี่จะแบ่งให้นายสักคน"
"ไสหัวไปเลย" หลัวเย่ด่ากลับอย่างเหลืออด
หลังจากทานข้าวเย็นเสร็จ ทั้งกลุ่มก็เดินเล่นรอบๆ มหาวิทยาลัย ก่อนจะกลับไปที่หอพัก
หลังจากได้รับชุดฝึกทหารในช่วงเย็น ทั้งกลุ่มก็นั่งเรียงกันอยู่ในห้องเรียน
คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ สาขาเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ห้อง 1
หลัวเย่และอีกสามคนเรียนสาขานี้เหมือนกันทั้งหมด
คนหน้าตาอ่อนเยาว์คนหนึ่งเดินขึ้นไปบนโพเดียม
"สวัสดีครับนักศึกษาทุกคน ผมเฉินสยงเจี้ยน จะมาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของพวกคุณตลอดสี่ปีนี้ครับ"
"ผมรู้ว่านี่เป็นครั้งแรกในชีวิตมหาวิทยาลัยของทุกคน และบังเอิญว่านี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาเหมือนกัน พวกคุณคือนักศึกษารุ่นแรกที่ผมดูแล"
"อาจารย์เพิ่งเรียนจบ ป.โท มาหมาดๆ ความสามารถก็ไม่ได้เก่งกาจอะไร แต่ก็จับพลัดจับผลูได้มาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของพวกคุณ ตลอดสี่ปีนับจากนี้ เรามาเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันนะครับ"
"วันนี้หลักๆ เราจะมาแนะนำตัวกันก่อน ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ทุกคนจะต้องเข้ารับการฝึกทหารเป็นเวลาครึ่งเดือน ใครที่มีปัญหาสุขภาพจนไม่สามารถเข้าร่วมได้ ให้มาแจ้งผมทีหลังเพื่อที่ผมจะได้รวบรวมรายชื่อ"
"นอกจากนี้ หลังจากการฝึกทหารเสร็จสิ้น จะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการห้องเรียน แต่ตอนนี้เราต้องเลือกหัวหน้าห้องชั่วคราวกันก่อน มีใครอาสาไหมครับ"
เหล่านักศึกษาต่างพากันซุบซิบปรึกษากัน
"นายไปสิ"
หลัวเย่เบิกตากว้าง มองหน้าพี่ต้าชุยอย่างไม่อยากจะเชื่อ
"นายอยากให้ฉันเป็นหัวหน้าห้องชั่วคราวเนี่ยนะ"
"พี่ต้าชุย ผมไม่คิดเลยนะว่าภายใต้หน้าตาหล่อๆ ของพี่จะซ่อนความร้ายกาจไว้ขนาดนี้"
ผ่านไปครึ่งนาที ก็ยังไม่มีใครในห้องยอมยกมือขึ้น
ต้องเข้าใจว่าหัวหน้าห้องชั่วคราวอาจจะไม่ได้เป็นหัวหน้าห้องตัวจริงในภายหลัง แถมยังต้องคอยจัดการเรื่องจุกจิกน่ารำคาญช่วงฝึกทหารอีก เป็นงานที่ทำดีเสมอตัว ทำชั่วโดนด่า จึงเป็นธรรมดาที่จะไม่มีใครอยากรับเผือกร้อนนี้
สายตาของเฉินสยงเจี้ยนกวาดมองไปรอบๆ และไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใด เขาจึงสะดุดตาเข้ากับหลี่ฮ่าวหยาง ชายหนุ่มร่างกำยำ ผิวคล้ำเล็กน้อย และตัดผมทรงสกินเฮดทันที
"นักศึกษาคนแรกฝั่งซ้ายแถวที่สี่น่ะ คุณเป็นทหารปลดประจำการใช่ไหม"
หลี่ฮ่าวหยางที่ถูกเรียกชื่อมีสีหน้างุนงง เขายืนขึ้น ท่ามกลางสายตาของคนทั้งห้องที่จับจ้องมาที่เขา
ว้าว! หนุ่มกล้ามโต!
"ไม่ใช่ครับ"
"อ้าว เห็นคุณดูแข็งแรงบึกบึน อาจารย์ก็นึกว่าเป็นทหารเกณฑ์ซะอีก"
"งั้นถ้าไม่มีปัญหาอะไร คุณก็รับหน้าที่เป็นหัวหน้าห้องชั่วคราวไปละกัน"
พูดจบ เฉินสยงเจี้ยนก็ไม่เปิดโอกาสให้หลี่ฮ่าวหยางได้ปฏิเสธ
"ทุกคนเห็นหน้าค่าตานักศึกษาคนนี้ชัดเจนแล้วนะ ระหว่างช่วงฝึกทหาร ไม่ว่าจะมีปัญหาเล็กหรือใหญ่ พวกคุณสามารถไปแจ้งเขาได้ก่อนเลย ถ้าเขาแก้ปัญหาไม่ได้ ค่อยมาหาผม"
"อ้อ ว่าแต่ คุณชื่ออะไรนะนักศึกษา"
"อาจารย์ครับ เขาชื่อหลี่ฮ่าวหยางครับ!"
หวังต้าชุยตะโกนตอบด้วยท่าทางตื่นเต้นสุดขีด ราวกับพร้อมจะบุกน้ำลุยไฟเพื่อพี่น้องของเขา
"ทุกคนสแกนคิวอาร์โค้ดเข้ากลุ่มห้องเรียนนะ แล้วถ้าไม่มีอะไรแล้วก็แยกย้ายกันกลับได้ หลี่ฮ่าวหยาง รบกวนช่วยรวบรวมรายชื่อคนที่ไม่สามารถเข้าร่วมฝึกทหารลงในกลุ่มห้องให้ทีนะ"
"ได้ครับ"
หลี่ฮ่าวหยางแสดงสีหน้าจนปัญญา ตลอดกระบวนการที่ผ่านมาเขาไม่มีโอกาสได้ปฏิเสธเลยด้วยซ้ำ
แน่นอนว่าเขาก็ไม่กล้าปฏิเสธอาจารย์ที่ปรึกษาต่อหน้าคนทั้งห้องเหมือนกัน
พูดได้คำเดียวว่าแผนของอาจารย์ที่ปรึกษานี่ร้ายกาจจริงๆ
"กลับหอเลยไหม"
"ไม่มีทาง ไปส่องสาวที่สนามกีฬากันดีกว่า"
ด้วยการคะยั้นคะยอของหวังต้าชุย ทั้งกลุ่มก็มุ่งหน้าไปยังสนามกีฬา
มีเพียงเสิ่นเฉียวที่ปฏิเสธ
เพราะหน้าตาที่หล่อระดับดาราของเขามันดึงดูดความสนใจมากเกินไป
ทันทีที่เขาปรากฏตัวที่สนามกีฬา เขาก็ตกเป็นเป้าสายตาของสาวๆ ทั้งสนามทันที
มีสาวๆ ดาหน้าเข้ามาขอคอนแท็กต์กันเป็นระลอก
"นี่มัน... จะเวอร์ไปหน่อยไหมเนี่ย"
หลังจากเดินวนรอบสนามกีฬาไปสองรอบ และหลังจากที่เสิ่นเฉียวปฏิเสธสาวๆ ที่เข้ามาขอช่องทางติดต่อไปกว่าสิบคน ในที่สุดหวังต้าชุยก็ทนไม่ไหว
"สาวๆ ในสนามกีฬามองไม่เห็นความหล่อเหลาเอาการของพี่ต้าชุยคนนี้เลยหรือไงเนี่ย"
ทั้งสามคนถึงกับพูดไม่ออก
"ไอดอลหนุ่มหลัวเย่กับโค้ชฟิตเนสของเรายังไม่ทันได้ปริปากพูดอะไรเลย นายเอาความมั่นใจมาจากไหนถึงกล้าเรียกตัวเองว่าหล่อเหลาเอาการห๊ะ"
เสิ่นเฉียวตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า
เมื่อได้ยินดังนั้น หวังต้าชุยก็หันขวับเตรียมจะสวนกลับทันที แต่พอเผชิญหน้ากับใบหน้าที่หล่อเหลาไร้ที่ติของเสิ่นเฉียว เขาก็ค่อยๆ ตกอยู่ในภวังค์
"เชี่ย สายตาแบบนั้นมันอะไรวะ ถอยไปไกลๆ เลยนะ"
เสิ่นเฉียวรู้สึกขนลุกซู่
"ฉันก็แค่ล้อเล่นน่า นายคงไม่ได้คิดว่าฉันชอบผู้ชายจริงๆ หรอกใช่ไหม"
รอยยิ้มของหวังต้าชุยดูเจ้าเล่ห์สุดๆ
ณ หอพักหญิง
ฉินอวี่เหวินกำลังมาสก์หน้าและไถโทรศัพท์เล่นไปพลางๆ
ทันใดนั้น เธอก็เห็นรูปถ่ายของชายหนุ่มคนหนึ่งบนเพจสารภาพรักของ ม.เจียง พร้อมแคปชั่นที่ว่า:
ผู้ชายที่ฉันเจอที่โรงอาหารที่สามวันนี้หล่อมากกกก
ฉินอวี่เหวินจ้องมองอย่างตั้งใจ เธอแตะหน้าจอสองครั้งเพื่อซูมดูรูปหนุ่มหล่อคนนั้น พิจารณาเขาอย่างละเอียดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนที่ดวงตาของเธอจะเป็นประกาย
"หล่อเป๊ะทุกองศา หล่อแบบไม่มีที่ติ เทพบุตรชัดๆ"
ในรูปนั้น แน่นอนว่าต้องเป็นดาราหนุ่มเสิ่นเฉียว
"ซูไป๋โจว มาดูนี่สิ โรงเรียนเรามีหนุ่มหล่อขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย"
หญิงสาวที่อยู่ข้างๆ เธอสวมชุดเดรสสายเดี่ยวและแว่นตากรอบดำอันใหญ่ กำลังนั่งอ่าน "คอลเลกชันยอดนักสืบโฮล์มส์"
ใบหน้าที่ดูเย็นชาและรูปร่างที่ดูเป็นผู้ใหญ่ เมื่อจับคู่กับแว่นตากรอบดำอันใหญ่สุดน่ารัก กลับสร้างความแตกต่างที่ดูลงตัวอย่างบอกไม่ถูก มีเสน่ห์ในแบบที่ไม่เหมือนใคร
ซูไป๋โจวไม่ได้สนใจฉินอวี่เหวิน เธอไม่ได้มีความสนใจในตัวผู้ชายเลยแม้แต่น้อย
"ซูไป๋โจว มาดูหน่อยสิ เขาหล่อมากจริงๆ นะ! เกิดเธอปิ๊งเขาขึ้นมาจะทำยังไง เราคงจะครองโสดไปตลอดชีวิตโดยไม่มีแฟนไม่ได้หรอกใช่ไหม"
ฉินอวี่เหวินยื่นโทรศัพท์ไปตรงหน้าซูไป๋โจว ซูไป๋โจวเหลือบมองแวบหนึ่งด้วยสายตาแกนๆ
ทันใดนั้น เธอก็ชะงักไป ดวงตาจับจ้องไปที่รูปของเสิ่นเฉียว
ทว่าสายตาของเธอไม่ได้จดจ่ออยู่ที่ตัวเสิ่นเฉียว
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ
ฉินอวี่เหวินราวกับเห็นเรื่องเหลือเชื่อ เธอมองซูไป๋โจวอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
ถึงแม้เธอจะมีความคิดอยากจะแบ่งปันผู้ชายดีๆ ให้เพื่อนสนิท แต่เธอก็ไม่เคยคิดเลยว่าซูไป๋โจวจะสนใจจริงๆ
ซูไป๋โจวเนี่ยนะ? กำลังมองผู้ชาย?
เป็นไปไม่ได้!
ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!
สายตาของซูไป๋โจววอกแวกเพียงครู่เดียวก่อนจะรีบหันกลับไปสนใจ "คอลเลกชันยอดนักสืบโฮล์มส์" ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ซูไป๋โจว! เลิกแกล้งทำเป็นไม่สนใจได้แล้วน่า!" ฉินอวี่เหวินคว้าแขนซูไป๋โจวแล้วพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "นี่เธอเริ่มสนใจผู้ชายแล้วใช่ไหม"
"เปล่า"
"แกล้งทำ แกล้งทำเข้าไป เมื่อกี้ไม่ใช่เธอหรือไงที่จ้องผู้ชายตาเป็นมัน"
ฉินอวี่เหวินทำหน้าราวกับเพิ่งค้นพบความลับอันน่าตกใจ
สาวงามภูเขาน้ำแข็งกำลังจะมีความรักแล้วงั้นเหรอ
"อะไร" ซูไป๋โจวถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ผู้ชายที่ไหน"
ฉินอวี่เหวิน "......"
เอาเถอะ อยากแกล้งทำก็ทำต่อไป
แต่หมอนั่นหล่อจริงๆ นะ
ฉินอวี่เหวินก้มลงมองรูปเสิ่นเฉียวในโทรศัพท์อีกครั้ง
ในรูป เสิ่นเฉียวกำลังกินข้าวโดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกแอบถ่าย
อาจจะเพราะเขารัศมีจับมากเกินไป หลายคนเลยไม่ทันสังเกตว่าหลัวเย่ที่นั่งอยู่ข้างๆ เสิ่นเฉียวในรูปนั้นก็หล่อเหลาไม่เบาเหมือนกัน
หลังจากมาสก์หน้าเสร็จ ฉินอวี่เหวินก็เดินไปล้างหน้า
ทันใดนั้น เธอก็พบเสื้อแจ็กเกตผู้ชายตัวหนึ่งอยู่ในตะกร้าซักผ้าข้างๆ
มีเสื้อแจ็กเกตผู้ชายโผล่มาในหอพักหญิง มันแปลกตรงไหน?
ไม่แปลกหรอก
แต่ที่ทำให้ฉินอวี่เหวินตกใจก็คือ
ตะกร้าใบนี้เป็นของซูไป๋โจวต่างหากล่ะ
ถึงแม้ซูไป๋โจวจะย้ายไปเช่าอพาร์ตเมนต์ข้างนอกแล้ว แต่ของหลายๆ อย่างก็ยังไม่ได้ขนย้ายไปไหน
"ซูไป๋โจว!!"
เสียงตะโกนที่ดังกว่าเดิมหลายเดซิเบลดังก้องออกมาจากห้องน้ำ
มือของซูไป๋โจวชะงักไปเล็กน้อย เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ซักเสื้อตัวนั้น...
แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรหรอก ฉินอวี่เหวินเป็นคนน่ารักซื่อๆ หลอกง่ายจะตาย
ฉินอวี่เหวินเดินหน้ามุ่ยออกมาพร้อมกับตั้งคำถาม
"ซูไป๋โจว เสื้อแจ็กเกตผู้ชายตัวนั้นของใคร"
"ทายสิ"
???
ความอยากรู้อยากเห็นของฉินอวี่เหวินพุ่งปรี๊ด แต่ท่าทีของซูไป๋โจวกลับทำให้เธอหงุดหงิดสุดๆ
"บอกมานะ!"
"ฉันซื้อมาเองแหละ"
"ฉันไม่เชื่อหรอก!"
"งั้นก็ตามใจ"
"อ๊ายยย!!"
ฉินอวี่เหวินแสดงอาการขัดใจสุดๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
อีกด้านหนึ่ง
หลัวเย่และเพื่อนๆ กลับมาถึงหอพักแล้ว
"มาดูฝีมือของลูกๆ ทั้งสามของพ่อกันหน่อยสิ"
หวังต้าชุยตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะเปิดตี้เล่นเกมเป็นครั้งแรกของหอพักนี้
ทั้งกลุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
กระต๊าก!
เสียงไก่ขันดังขึ้น
"น้องหลัวเย่ เหลือนายคนเดียวแล้วนะ เดี๋ยวฉันดึงเข้าตี้เอง"
กดเชิญ
หลัวเย่กดยอมรับ
วินาทีต่อมา แสงสีทองก็สว่างวาบออกมาจากหน้าจอโทรศัพท์ของทั้งสามคน ทำเอาแทบจะตาบอด
"เชี่ยเอ๊ย!"
"เชี่ยเอ๊ย!"
"เชี่ยเอ๊ย!"
หวังต้าชุย เสิ่นเฉียว และหลี่ฮ่าวหยาง มองหลัวเย่ด้วยความตกตะลึง
"นายเป็นผู้เล่นอันดับท็อปบนกระดานคิลเหรอเนี่ย? เทพสงครามไร้พ่าย หลัวเย่กุยเกิน?"
"อืม"
"ลูกพี่ ช่วยแบกพวกเราด้วยนะ"
"ฉันก็อยากขึ้นแรงก์เทพสงครามเหมือนกัน!"
"ลุยเลยสี่คนลงฐานทัพ จัดไป"
"แม่เจ้าเว้ย สกินรถทองระดับตำนาน!"
หวังต้าชุยน้ำลายไหลด้วยความอิจฉาเมื่อเห็นรถมาเซราติสีทองของหลัวเย่ในเกม
......
"ลุยเลยพี่เสิ่นเฉียว ไอ้คนป๊อด"
"นายจะไปรู้อะไร การเล่นเซฟมันช่วยพัฒนาฝีมือเว้ย เล่นเซฟไว้ก่อน พ่อสอนไว้"
"พี่ฮ่าวหยาง มัวทำอะไรอยู่วะ มาชุบฉันสิ! มาชุบฉัน!"
ในขณะเดียวกัน หลี่ฮ่าวหยางยังคงมัวแต่ฟาร์มของอยู่ ส่วนหวังต้าชุยก็คลานเข้าไปหาเขาแล้ว แต่เขากลับไม่ทันสังเกตเห็น
วินาทีต่อมา ระเบิดลูกหนึ่งก็ลอยละลิ่วเข้ามา ปลิดชีพทั้งเขาและหวังต้าชุยไปในคราวเดียว
หลัวเย่มองดูทั้งสามคนแล้วถึงกับพูดไม่ออก
"พวกนายนี่มันไม่มีไหวพริบเอาซะเลย ดูฉันเป็นตัวอย่างนะ"
ลีลาการเล่นของหลัวเย่ช่างดุดันราวกับเสือ ทั้งแอบยิง เล็งล่วงหน้า ปาระเบิดฉับพลัน นั่งยองๆ อย่างรวดเร็ว สารพัดเทคนิคแพรวพราวไหลลื่นไปหมด
และแล้ว เขาก็สามารถจัดการศัตรูได้ทั้งทีมอย่างสวยงาม
"เห็นไหมล่ะ น้องหลัวเย่ แบบนี้สิถึงเรียกว่าฝีมือของแท้"
หวังต้าชุยยืดอกอย่างภาคภูมิใจ ราวกับว่าเขาเป็นคนจัดการศัตรูทั้งทีมซะเอง
"เชี่ยเอ๊ย"
จู่ๆ หลัวเย่ก็สบถออกมา บนหน้าจอ มีใครบางคนที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตรใช้ปืน AK ยิงเข้าที่หัวเขาอย่างจัง
"โปรชัดๆ!"
ต่อให้เป็นผู้เล่นที่เก่งกาจแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับเทคโนโลยีอยู่ดี
ค่ำคืนอันแสนสนุกจบลงด้วยการเล่นเกมอย่างเมามันของทั้งกลุ่ม
กลางดึกคืนนั้น หลัวเย่เปิดคอมพิวเตอร์และเริ่มลงมือเขียนนิยายต่อไป