เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 : ถ้าข้าบอกว่าไม่ล่ะ

บทที่ 26 : ถ้าข้าบอกว่าไม่ล่ะ

บทที่ 26 : ถ้าข้าบอกว่าไม่ล่ะ


บทที่ 26 : ถ้าข้าบอกว่าไม่ล่ะ​

คฤหาสน์ราชาลู่

ด้านนอกเกาะสวรรค์รุ่งโรจน์ ผู้อาวุโสสามคนจากนิกายหลางหยาเทียนจงกำลังยืนอยู่ในความว่างเปล่า

ผู้นำคือ ฉงหมิง ผู้อาวุโสสองที่มาถึงขั้นที่เจ็ดของอาณาจักรวังวิญญาณ

ตามมาด้วย ถังชิว ผู้อาวุโสสี่ และ เยียนเหว่ยซาน ผู้อาวุโสห้า

เสียงที่ดังขึ้นเมื่อครู่ก็เป็นเสียงของฉงหมิงเช่นกัน

หลังจากไล่ตามมาตลอดทาง พวกเขาก็ล้มเหลวในการหยุดลู่เทียนหมิง

หลังจากเจรจาหารือกันแล้ว พวกเขาจึงจำต้องมาเยี่ยมคฤหาสน์ราชาลู่ด้วยตนเอง

ชั่วขณะนั้นเองลู่ชิงซวนและลู่เทียนหมิงก็ปรากฏตัวขึ้นด้านนอกเกาะสวรรค์รุ่งโรจน์

วูบ!

วูบ!

แทบจะในเวลาเดียวกัน ผู้อาวุโสใหญ่ และสมาชิกตระกูลอีกหลายคนก็รีบพุ่งออกมายืนอยู่ด้านหลังลู่ชิงซวน

ฉงหมิงกวาดสายตามองคนจากคฤหาสน์ราชาลู่ และเมื่อเขาเห็นร่างของลู่เทียนหมิง ดวงตาของเขาก็ฉายแววเจตนาฆ่าอย่างไม่ปิดบัง

จากนั้นเขาก็กวาดสายตาไปหยุดที่ลู่ชิงซวน ก่อนที่จะเลิกคิ้วเล็กน้อย

"ผู้​นำตระกูล​ลู่ ลู่เทียนหมิงเป็นคนทรยศของนิกายเรา เขาไม่เพียงแต่พูดโกหกมดเท็จ แต่ยังสังหารผู้อาวุโสของเราอีกด้วย”

“ข้าหวังว่าท่านจะมอบเขาให้นิกายหลางหยาเทียนจงของเราแต่โดยดี...หวังว่าท่านจะรู้จักแยกแยะถูกผิด!”

เมื่อพูดถึงประโยคสุดท้าย ฉงหมิงไม่ลืมที่จะเน้นเสียงเล็กน้อย

ความหมายก็คือสิ่งที่ลู่เทียนหมิงพูด…ท่านอย่าไปเชื่อเลยจะดีกว่า

แม้ว่านิกายหลางหยาเทียนจงจะไม่กลัวคฤหาสน์ราชาลู่ แต่พวกเขาก็ยังคงเกรงกลัวราชวงศ์เทียนหยุนมากอยู่ดี

คฤหาสน์ราชาลู่ ในฐานะคฤหาสน์ของอ๋องต่างแซ่ของราชวงศ์เทียนหยุน…แม้แต่นิกายหลางหยาเทียนจง ก็ต้องสุภาพกับอีกฝ่าย

อย่างไร​ก็ตาม, ลู่ชิงซวนเอามือไพล่หลังและพูดอย่างใจเย็น

"แล้วถ้าข้าบอกว่าไม่ล่ะ"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของฉงหมิงก็ฉายแววเย็นชา ก่อนที่จะเยาะเย้ยว่า

"ผู้​นำตระกูล​ลู่ ข้าไว้หน้าท่านสามส่วนเพราะเห็นแก่ราชวงศ์เทียนหยุน ข้าหวังว่าท่านจะรู้จักประมาณตน!"

ฉงหมิงไม่พอใจคำตอบของลู่ชิงซวนมาก

เด็กน้อยคนนี้กล้าทำวางมาดต่อหน้าเขา, เขาจึงขอพูดตรงๆให้อีกฝ่ายได้สติสักที

เเละเมื่อได้ยินเช่นนี้ สมาชิกตระกูลลู่ทุกคนก็แสดงความโกรธออกมาบนใบหน้า

ชายชราคนนี้กล้ามาเห่าหอนอยู่ถึงปากทางเข้าประตูบ้านพวกเขา…นี่มันกำลังหาที่ตายหรือไง!

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ลู่ชิงซวนจะได้พูดอะไร ผู้อาวุโสใหญ่ลู่ฉางเฟิงก็ยืนขึ้นและตอบกลับอย่างเย็นชา

"ฮึ่ม นิกายหลางหยาเทียนจงของเจ้าช่างยิ่งใหญ่นัก ถึงกับส่งผู้อาวุโสสามคนมาไล่ล่าคนในตระกูลของเราอย่างหน้าด้านๆ"

"คฤหาสน์ราชาลู่ของข้ายังไม่ได้กล่าวโทษนิกายหลางหยาเทียนจงของเจ้า แต่เจ้ายังกล้ามาที่คฤหาสน์ราชาลู่ของข้าเพื่อทวงคน งั้นวันนี้ข้าขอประลองกับพวกเจ้าสักหน่อยแล้วกัน!"

แน่นอนว่า ผู้อาวุโสใหญ่ก็โกรธกับถ้อยคำของฉงหมิงมากเช่นกัน

ดังนั้น​โดยไม่จำเป็นต้องลังเล เขาจึงเป็นคนแรกที่ลุกขึ้นเผชิญหน้า

ตั้งแต่ที่กายาสมบัติทองคำโบราณตื่นขึ้น เขาก็ยังไม่ได้ทำอะไรมากนัก

ในยามนี้ เขาจึงอยากจะทดสอบความแข็งแกร่งของตนกับคนพวกนี้

เเละเมื่อเห็นเช่นนั้น ลู่ชิงซวนก็ไม่ได้พูดอะไรมากให้มากความ

ความแข็งแกร่งของผู้อาวุโสใหญ่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว หากผู้อาวุโส​ใหญ่​ต้องการหาคนทดสอบ, เขาก็ไม่คิดขัดจังหวะ

ตราบใดที่เขาอยู่ที่นี่ ผู้อาวุโสทั้งสามของนิกายหลางหยาเทียนจงก็ไม่สามารถก่อปัญหาอะไร​ได้

…..

"ฮ่าฮ่า... ถ้าเจ้ากล้าเช่นนี้ งั้นข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นว่าความแข็งแกร่งที่เจ้าภูมิใจนักหนา มันอ่อน​เเอแค่ไหนยามเมื่อเผชิญหน้ากับพวกเรา"

เมื่อพูดจบ ฉงหมิงก็หันไปมองเยียนเหว่ยซานที่อยู่ข้างๆ

“ผู้อาวุโสห้า ลงมือเถิด ให้พวกมันรู้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่กล้าต่อกรกับนิกายหลางหยาเทียนจงของเรา”

เยียนเหว่ยซานไม่ได้ตอบ แต่ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว และลงมือโจมตีลู่ฉางเฟิงทันที​

ลู่ฉางเฟิงเองก็ไม่ได้​เกรงกลัว

ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยแสงอันล้ำค่าขณะเผชิญหน้ากับการโจมตีของอีกฝ่าย

ตูม!

ตูม!

ในชั่วพริบตา คนทั้งสองก็แลกเปลี่ยนกระบวนท่ากันมากกว่าสิบครั้งในความว่างเปล่า

แม้ว่าระดับการฝึกฝนของเยียนเหว่ยซานจะสูงกว่าลู่ฉางเฟิงสองขั้นเล็กๆ แต่ลู่ฉางเฟิงก็ไม่ได้เพลี่ยงพล้ำแต่อย่างใด

เมื่อเวลาผ่านไป ลู่ฉางเฟิงก็ค่อยๆได้เปรียบ เเละสามารถ​บีบให้เยียนเหว่ยซานจนมีใบหน้าซีดเซียว

จากระยะไกล

ฉงหมิงที่สงบนิ่ง ก็ค่อยๆแปลี่ยนเป็นเย็นเยือก

เขาไม่คาดเลยว่าผลลัพธ์ของการต่อสู้จะอยู่เหนือความคาดหมายของเขาโดยสิ้นเชิง

ผู้อาวุโสห้า, ผู้อยู่ในอาณาจักรวังวิญญาณขั้นที่สาม กลับพ่ายแพ้ให้กับคนจากอาณาจักรวังวิญญาณขั้นที่หนึ่ง

แคร้ง!

แคร้ง!

ในตอนท้ายของการต่อสู้ แม้ว่าทั้งสองคนจะใช้อาวุธ แต่ลู่ฉางเฟิงก็ยังคงได้เปรียบ

ร่างกายของเขาถูกล้อมรอบด้วยแสงแห่งสมบัติที่เบ่งบาน ยิ่งสู้เขาก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น

ในด้านตรงข้าม เยียนเหว่ยซานกลับมีสีหน้าหม่นหมอง และเขาก็กำลังตกอยู่ในอันตรายจากการถูกกดขี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ตูม!

เเละในขณะนี้ ลู่ฉางเฟิงได้ฉวยโอกาสฟาดดาบออกไป

หอกของเยียนเหว่ยซานถูกสะบัดจนหลุดลอยไป จากนั้นดาบก็ฟาดผ่านเอวของเยียนเหว่ยซานโดยตรง

ตูมมมมม!

ร่างของเยียนเหว่ยซานทั้งร่างลอยละลิ่วก่อนที่จะล้มลงกับพื้น หากเขาไม่ได้รับการปกป้องจากชุดเกราะ เอวคงถูกตัดขาดที่ไปแล้ว

วูบ!

ร่างของลู่ฉางเฟิงลอยตามไปบนท้องฟ้า

เขาไม่จำเป็นต้องเมตตา, ฉวยโอกาสที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัวเพื่อสังหาร

ไม่นานมานี้ เขารู้จากผู้อาวุโสสองว่าในตอนที่​คฤหาสน์ราชาลู่ไปต่างเเดนเพื่อแข่งขันหาโอกาส…สมาชิกตระกูลกลุ่มหนึ่งถูกสังหารโดยนิกายหลางหยาเทียนจง

นิกายหลางหยาเทียนจงกล้าสังหารสมาชิกตระกูลลู่ของพวกเขาลับหลัง , ตอนนี้ลู่ฉางเฟิงจึงไม่จำเป็นต้อง​แสดงความเมตตา และกำลังจะสังหารอีกฝ่าย

คนที่กล้าฆ่าคนจากตระกูลลู่, จะต้องถูกตอบโต้ด้วยวิธีเดียวกัน

อย่างไร​ก็ตาม, เมื่อเห็นลู่ฉางเฟิงที่กำลังจะ​สังหารเยียนเหว่ยซาน

ดวงตาของฉงหมิงก็ฉายแววเจตนาฆ่าทันที​

"ฮึ่ม!"

ตามมาด้วยเสียงเย้ยหยันอันเย็นชา…ฉงหมิงก็ลงมืออย่างรวดเร็ว​

เขายื่นมือออกไป และมือปีศาจขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นในความว่างเปล่า พุ่งเข้าหาลู่ฉางเฟิงอย่างรุนแรง​

เมื่อสัมผัสได้ว่ามือของฉงหมิงพุ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า

ลู่ฉางเฟิงกลับไม่กลัวเลย เเต่ขณะที่เขากำลังจะฟาดฟันออกไปสุดกำลัง

ฝ่ามือ​ที่เร็วกว่าก็ได้มาช่วยเค้าไว้เสียก่อน

เเละบุคคลที่ลงมือก็คือลู่ชิงซวน

เมื่อลู่ชิงซวนเห็นฉงหมิงลงมือ เขาจะเพิกเฉยเเละไม่ช่วยลู่ฉางเฟิงได้อย่างไร

ตูม!

ฝ่ามืออันน่าสะพรึงกลัวของฉงหมิงถูกบดขยี้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยภายใต้ฝ่ามือ​ของลู่ชิงซวน

มือปีศาจของฉงหมิงถูกบดขยี้ และพลังของฝ่ามือ​ของลู่ชิงซวนก็ยังไม่หายไป…มันกดลงไปทางฉงหมิงอย่างน่า​สะพรึงกลัว​

เมื่อเห็นเช่นนี้ สีหน้าของฉงหมิงก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

โดยไม่ลังเล เขาหยิบง้าวออกมาและฟาดฟันอย่างแรง

แสงง้าวราวกับดาวตก เคลื่อนผ่านท้องฟ้า และตัดกับฝ่ามือของลู่ชิงซวน

ตูม!

การโจมตีของคนทั้งสองระเบิดขึ้นในความว่างเปล่า

ทันใดนั้น แสงศักดิ์สิทธิ์ก็ระเบิดออกมา และพลังปราณก็พัดผ่านไปทุกทิศทาง

ฉงหมิงถูกเเรงสั่นสะเทือนจากพลังฝ่ามืออันน่าสะพรึงกลัวนี้ และถอยหลังไปหลายจั้ง

สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ราวกับว่าเขาไม่อยากจะเชื่อ

เขาใช้อาวุธ แต่เขายังคงเสียเปรียบ

เเล้วเเบบนี้​ เขาจะไม่ตกใจได้อย่างไร?

ขณะที่ร่างของเขากำลังจะทรงตัว เสียงดัง ฉับ!! ก็ดังขึ้น

ทุกคนหันไปมอง และเห็นว่าหัวของเยียนเหว่ยซานถูกดาบของลู่ฉางเฟิงตัดขาด และโลหิตสีแดงสดหนึ่งกำมือก็สาดกระเซ็นสู่ความว่างเปล่า

ฉงหมิงและถังชิวไม่อยากจะเชื่อเลยว่าลู่ฉางเฟิงกล้าฆ่าผู้อาวุโสแห่งนิกายหลางหยาเทียนจงต่อหน้าพวกเขาจริงๆ

เมื่อเห็นฉากนี้ ดวงตาของฉงหมิงก็เต็มไปด้วยเจตนาฆ่าที่แท้จริง และพลังวิญญาณในร่างกายของเขาก็ระเบิดออกมา เหมือนเสือที่โกรธจัด

"รนหาที่ตาย!"

เสียงดังกล่าวราวกับคลื่นเย็นยะเยือก ทำให้ผู้คนสั่นสะท้าน

ในชั่วขณะ ฉงหมิงก็บินขึ้นไปบนท้องฟ้า และพุ่งเข้าหาลู่ฉางเฟิง ตั้งใจที่จะฆ่าลู่ฉางเฟิงในทันที

อีกฝ่ายกล้าฆ่าผู้อาวุโสห้าต่อหน้าเขา

ตอนนี้ฉงหมิงโกรธเเค้น​อย่างถึงที่สุด​

………………..

จบบทที่ บทที่ 26 : ถ้าข้าบอกว่าไม่ล่ะ

คัดลอกลิงก์แล้ว