- หน้าแรก
- ข้ามภพมาเป็นยอดหมอ
- บทที่ 3 เกิดมาไร้ค่า
บทที่ 3 เกิดมาไร้ค่า
บทที่ 3 เกิดมาไร้ค่า
บทที่ 3 เกิดมาไร้ค่า
หรงชิงเหยียนหยัดกายลุกขึ้นจากพื้นอย่างยากลำบาก ข่มกลั้นความเจ็บปวดที่แล่นริ้วไปทั่วร่าง แล้วค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปในห้อง
เมื่อเข้ามาด้านใน สายตาของนางกวาดมองเครื่องเรือนอันแสนเรียบง่าย ทว่ากลับไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจเดียดฉันท์แม้แต่น้อย หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งบนเตียงอย่างรวดเร็ว
เอนหลังพิงหัวเตียง ริมฝีปากของหรงชิงเหยียนก็ยกยิ้มขึ้นอย่างมีความนัย
นางไม่คาดคิดเลยว่า หลังจากพลัดตกจากตึกชั้นสิบ ไม่เพียงแต่จะไม่ตาย ทว่ากลับทะลุมิติข้ามภพมายังยุคสมัยนี้
ทว่าถึงแม้จะได้ทะลุมิติมา สถานการณ์ของนางกลับไม่ได้ดูดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย
ในยุคสมัยที่ยกย่องผู้แข็งแกร่งเป็นใหญ่ คนไร้ค่าเช่นนางคงมีชีวิตที่ยากลำบากไม่เบา
ในยามนี้ นางไม่ใช่หรงชิงเหยียนอีกต่อไปแล้ว แต่คือ มู่หรงชิงเหยียน คุณหนูสายตรงแห่งตระกูลมู่หรงบนทวีปเซิ่งหง
บิดาของมู่หรงชิงเหยียนมีนามว่า มู่หรงซีเจา เป็นบุตรชายสายตรงลำดับที่สามของ มู่หรงสยง ผู้นำตระกูลมู่หรงคนปัจจุบัน
หากกล่าวถึงมู่หรงซีเจา เขาคืออัจฉริยะผู้เลื่องชื่อแห่งทวีปเซิ่งหง สามารถบรรลุถึงระดับผสานได้ตั้งแต่อายุเพียงสิบหกปี
ยิ่งไปกว่านั้น ในวัยสิบแปดปี เขายังถูกทาบทามจากสำนักศึกษาชิงหลงอันโด่งดังของทวีป และต่อมาก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการประลองของสี่สำนักศึกษาใหญ่ จนไปเข้าตาสำนักยุทธ์แห่งหนึ่ง และได้กลายเป็นศิษย์สายในในที่สุด
ระดับรวบรวมลมปราณอาจกล่าวได้ว่า ชื่อเสียงบารมีของมู่หรงซีเจานั้นโดดเด่นหาตัวจับยาก
ตระกูลมู่หรงเจริญรุ่งเรืองและก้าวขึ้นสู่จุดที่สูงยิ่งกว่าเดิมได้ ก็เพราะการมีอยู่ของมู่หรงซีเจา
ส่วนมารดาผู้ให้กำเนิดมู่หรงชิงเหยียนนั้น กลับไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของนางเลย
รู้เพียงแค่ว่า วันหนึ่งมู่หรงซีเจาได้พานางกลับมาที่ตระกูล
หลินรั่วสุ่ย มารดาของมู่หรงชิงเหยียน เป็นดั่งเช่นชื่อของนาง คือสตรีผู้อ่อนโยนดุจสายน้ำ
ความงดงามของนางนั้น เหนือล้ำยิ่งกว่าโฉมงามอันดับหนึ่งแห่งทวีปในปีนั้นไปหลายส่วน
ยิ่งไปกว่านั้น ความแข็งแกร่งของหลินรั่วสุ่ยก็ยังกล้าแกร่ง ไม่ได้ด้อยไปกว่ามู่หรงซีเจาเลย และเผลอๆ อาจจะแข็งแกร่งกว่าเสียด้วยซ้ำ
แม้ว่ามู่หรงสยงจะไม่ได้พอใจในตัวหลินรั่วสุ่ยมากนัก แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยคัดค้านสิ่งใด และยอมตกลงให้ทั้งคู่แต่งงานกันในที่สุด
ด้วยเหตุที่มีบิดามารดาผู้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ มู่หรงชิงเหยียนจึงเป็นที่คาดหวังอย่างมากตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลก
ทว่าน่าเสียดาย ยิ่งคาดหวังไว้สูงมากเท่าใด ความผิดหวังก็ยิ่งรุนแรงมากเท่านั้น
หลังจากที่มู่หรงชิงเหยียนเกิดมา บนซีกหน้าซ้ายของนางกลับมีปานสีแดงอมม่วงปรากฏอยู่
เมื่อเวลาผ่านไป ปานนั้นไม่เพียงแต่จะไม่เลือนหาย ทว่ากลับขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ลุกลามปกคลุมใบหน้าของมู่หรงชิงเหยียนไปถึงครึ่งซีก
รอยปานนี้ทำให้ใบหน้าของนางดูอัปลักษณ์และแปลกประหลาดยิ่งนัก
แต่นั่นก็ยังไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายที่สุด
เคราะห์ซ้ำกรรมซัด
เมื่อมู่หรงชิงเหยียนอายุได้สามหนาว นางได้รับการทดสอบและพบว่าเส้นลมปราณอุดตันโดยกำเนิด ทำให้นางกลายเป็นคนไร้ค่าที่ไม่สามารถฝึกฝนลมปราณได้
เป็นที่รู้กันดีว่าบนทวีปเซิ่งหงแห่งนี้ ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะได้รับการเคารพยกย่อง
คนไร้ค่าที่ไม่สามารถฝึกฝนลมปราณได้ ซ้ำยังมีใบหน้าที่อัปลักษณ์ขัดหูขัดตา ย่อมไม่อาจสร้างประโยชน์อันใดให้แก่ตระกูลได้เลย
คนเช่นนี้เป็นได้เพียงแค่หมากที่ถูกทิ้งของตระกูลเท่านั้น
ทว่าถึงแม้มู่หรงชิงเหยียนจะกลายเป็นคนไร้ค่า แต่ด้วยบารมีของบิดาอย่างมู่หรงซีเจา และมารดาอย่างหลินรั่วสุ่ย ชีวิตของนางในตระกูลมู่หรงจึงยังถือว่าสงบสุขและราบรื่นดี
แต่โชคร้ายที่ชีวิตอันแสนสงบสุขนั้น กลับต้องพังทลายลงเมื่อนางอายุได้เพียงห้าหนาว
แม้ว่าผลการทดสอบจะชี้ชัดว่ามู่หรงชิงเหยียนไม่สามารถฝึกฝนลมปราณได้ ทว่ามู่หรงซีเจาและหลินรั่วสุ่ยก็ไม่เคยถอดใจ
พวกเขาพากเพียรเสาะแสวงหาวิถีทางต่างๆ นานาอยู่เสมอ ด้วยหวังว่าจะสามารถช่วยรักษาเส้นลมปราณที่อุดตันของบุตรสาวได้
ทว่าในปีนั้นเอง ขณะที่ทั้งสองออกเดินทางไปเสาะหาวิธีรักษา พวกเขาก็ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ
นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา สถานะของมู่หรงชิงเหยียนในตระกูลก็ตกต่ำลงดิ่งลงเหว