- หน้าแรก
- ราชันไร้พ่าย แหกคุกทวงแค้น
- บทที่ 22 - พวกมันไม่มีคุณสมบัติพอ
บทที่ 22 - พวกมันไม่มีคุณสมบัติพอ
บทที่ 22 - พวกมันไม่มีคุณสมบัติพอ
บทที่ 22 - พวกมันไม่มีคุณสมบัติพอ
เจ้าของร้านนำใบชาและชุดชงชาชั้นเลิศที่เก็บสะสมไว้ออกมาต้อนรับ เดิมทีตั้งใจจะรินชาบริการลูกค้าด้วยตัวเอง แต่กลับถูกถังเหวินหลงโบกมือไล่ไปเสียก่อน
เมื่อได้ยินว่าฉู่หลิงเซียวเรียกให้เธอมาเป็นคนชงชา เจียงเจินเจินก็รู้สึกเหมือนปอดจะระเบิดด้วยความโกรธ!
ไอ้สารเลวนี่! เมื่อก่อนเคยเทิดทูนเธอราวกับนางฟ้าบนหิ้งแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับมาเห็นเธอเป็นแค่สาวใช้คอยรินน้ำชาให้เนี่ยนะ?
"ทำไม ทำไม่เป็นหรือไง?" ฉู่หลิงเซียวเอ่ยเยาะเย้ย "งานง่ายๆ ที่มีมือมีเท้าก็ทำได้แท้ๆ ถ้าแกอวัยวะครบ 32 ประการแต่ทำไม่เป็น งั้นจะมีมือไว้ทำไม? ให้ฉันตัดทิ้งให้เอาไหม? เป็นคนพิการนอนรอวันตายไปวันๆ น่าจะเหมาะกับคนอย่างแกมากกว่านะ!"
เจียงเจินเจินสะดุ้งเฮือก กลัวว่าฉู่หลิงเซียวจะลงมือจริงๆ เธอจำต้องกลืนความอัปยศลงคอ เดินตัวสั่นงันงกเข้าไปจับกาน้ำร้อน
น้ำร้อนเดือดปุดๆ ในกา หากเธอฉวยโอกาสสาดใส่หน้าฉู่หลิงเซียวตอนที่เขากำลังเผลอ ก็คงสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้ไอ้หมอนี่ได้ไม่น้อย!
แน่นอนว่าถ้าจะเปลี่ยนเป้าหมายเป็นสาดใส่นังจิ้งจอกน้อยในชุดกี่เพ้านั่นก็ได้เหมือนกัน แต่เธอคงมีโอกาสลงมือได้แค่ครั้งเดียว และคงทำร้ายได้แค่คนเดียวเท่านั้น เพราะทันทีที่เธอลงมือ ฉู่หลิงเซียวจะต้องพุ่งเข้ามาจัดการจนเธอไม่มีโอกาสได้ขยับเขยื้อนอีกเป็นครั้งที่สองแน่!
ดังนั้นเธอจึงลังเลอย่างหนัก ว่าจะสาดน้ำร้อนใส่หน้าใครดี ระหว่างฉู่หลิงเซียวกับนังเด็กนั่น
แต่ท้ายที่สุด เธอก็ได้แต่ถอนหายใจในใจ และจำใจรินน้ำร้อนลงในป้านชาอย่างว่าง่าย
อย่าเห็นว่าเมื่อกี้เธออิดออดไม่ยอมทำ แต่พอถึงเวลาลงมือจริงๆ ท่าทางการชงชาของเจียงเจินเจินกลับคล่องแคล่วและชำนาญมาก
ก็แน่ล่ะ ตระกูลเจียงอุตส่าห์ทุ่มทุนปั้นเธอมาขนาดนี้ ถ้าแค่วิชาชงชายังไม่เป็นประสา แล้วจะไปรับแขกไฮโซที่ไหนได้!
พอวางกาน้ำร้อนลง เธอก็เงยหน้าขึ้นมาสบตากับฉู่หลิงเซียวที่กำลังจ้องมองเธอด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ทำเอาเธอสะดุ้งโหยง เพราะแววตาของเขามันช่างน่ากลัวเหลือเกิน!
ฉู่หลิงเซียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เจียงเจินเจิน เมื่อกี้แกเพิ่งรอดตายไปหวุดหวิดนะรู้ตัวไหม! ถ้าแกกล้าทำอะไรโง่ๆ ต่อให้แกจะสาดน้ำร้อนใส่ใคร แกก็ต้องตายสถานเดียว!"
เมื่อจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่ที่ราวกับมองทะลุจิตใจคนได้ เจียงเจินเจินก็รู้สึกได้ว่าเหงื่อเย็นเฉียบไหลซึมจนเปียกชุ่มแผ่นหลัง!
ถังเหวินหลงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามหัวเราะหึๆ เขายกถ้วยชาขึ้นพลางเอ่ย "ผมขอใช้ชาถ้วยนี้แทนเหล้า ดื่มเพื่อขอขมาคุณฉู่นะครับ!"
"แม้เมื่อวานผมจะไปรับคุณฉู่ที่เรือนจำก็จริง แต่ก็เป็นเพราะมีคนจัดการให้ ผมไม่รู้ถึงฝีมือที่แท้จริงของคุณฉู่เลย"
"ก่อนหน้านี้ผมถึงได้ส่งหวังไห่ไปลองเชิงดู ไม่นึกเลยว่าคุณฉู่จะเป็นยอดคนเหนือคน บอดี้การ์ดที่ผมจ้างมาด้วยเงินเดือนหกแสน กลับรับมือคุณฉู่ไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว!"
ฉู่หลิงเซียวยิ้มบางโดยไม่ปริปากพูด ถังเหวินหลงอุตส่าห์ทุ่มเทวางแผนเชิญเขามานั่งดื่มชาด้วยกัน คงไม่ได้มีจุดประสงค์แค่มาประจบสอพลอหรือพูดจาเยินยอแค่นี้หรอก
และก็เป็นไปตามคาด ถังเหวินหลงวางถ้วยชาลง แล้วเปลี่ยนเรื่องคุยทันที "คุณฉู่ครับ ผมอยากจะทุ่มเงินก้อนโต เชิญคุณฉู่มาเป็นรองประธานบริษัทถังหยวนสือเย่ของผม ด้วยเงินเดือนปีละห้าล้าน!"
เจียงเจินเจินที่กำลังจับกาน้ำร้อนถึงกับมือสั่นจนเกือบจะลวกมือตัวเอง โชคดีที่ฉู่หลิงเซียวถลึงตาใส่ เธอเลยรีบจับกาน้ำให้มั่น
พระเจ้าช่วย! เงินเดือนห้าล้าน! ถังหยวนสือเย่ช่างกระเป๋าหนักจริงๆ!
ตัวเลขขนาดนี้ อย่าว่าแต่ในมณฑลจงโจวเลย ต่อให้มองไปทั่วทั้งประเทศจีน ก็มีไม่กี่คนหรอกที่หาได้
ประเด็นคือ ฉู่หลิงเซียวเป็นแค่ไอ้ขี้คุกที่เพิ่งพ้นโทษออกมา แถมอายุแค่ยี่สิบสี่ปี มันเอาอะไรมามีค่าตัวสูงลิบลิ่วขนาดนี้?
ส่วนหลินอวี่โหรวกลับตาลุกวาว มองถังเหวินหลงด้วยความชื่นชม "ประธานถังช่างใจป้ำจริงๆ เลยค่ะ!"
ถังเหวินหลงยิ้มรับ "ที่สำคัญคือต้องดูว่าคุณฉู่จะตกลงหรือเปล่า..."
ฉู่หลิงเซียวตอบกลับเสียงเรียบ "ขอบคุณในความหวังดีครับ!"
รอยยิ้มบนใบหน้าของถังเหวินหลงแข็งค้าง เขาฝืนยิ้มเจื่อนๆ "คุณฉู่จะไม่ลองเก็บไปคิดดูหน่อยหรือครับ? ถ้าไม่พอใจเรื่องค่าตอบแทน เราคุยกันเพิ่มได้นะ!"
เจียงเจินเจินอดรนทนไม่ไหว แหวใส่ฉู่หลิงเซียว "แกนี่มันไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำจริงๆ! นายท่านหลงอุตส่าห์แสดงความจริงใจขนาดนี้ แกยังจะมาเล่นตัวอีก..."
ฉู่หลิงเซียวไม่ตอบโต้ แต่กลับเอื้อมมือไปคว้ากาน้ำร้อนมารินใส่ป้านชาด้วยตัวเอง!
เจียงเจินเจินตั้งใจจะด่าต่อ แต่กลับถูกเสียงร้องอุทานของหลินอวี่โหรวขัดจังหวะ "พี่หลิงเซียว ระวังลวกมือนะคะ!"
พอหันไปมอง เธอถึงกับเบิกตาตื่นตะลึง! ฉู่หลิงเซียวไม่ได้จับที่หูหิ้วกา แต่กลับกางนิ้วมือทั้งห้ากำรอบตัวกาสแตนเลสโดยตรง แล้วรินน้ำลงในป้านชาหน้าตาเฉย!
กาน้ำร้อนที่เพิ่งเดือดปุดๆ อุณหภูมิผิวของมันต้องทะลุร้อยองศาแน่ๆ แต่เขากลับจับมันชงชาหน้าตาเฉยราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร ลำพังแค่วิชานี้ ก็แทบไม่มีใครในโลกทำได้แล้ว!
"ผมไม่มีความสนใจครับ ต่อให้จะเสนอเงินมาเท่าไหร่ก็เหมือนกัน! ถ้าคุณขืนพูดต่อ มันจะเป็นการดูถูกผมเปล่าๆ!"
ฉู่หลิงเซียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบขณะวางกาน้ำร้อนกลับเข้าที่ จากนั้นก็ยกถ้วยชาขึ้นชนกับถังเหวินหลงเบาๆ
ความหมายชัดเจนแจ่มแจ้ง เงินเดือนที่พวกคุณมองว่าสูงเทียมฟ้า สำหรับผมแล้วมันไร้ค่าและไม่ดึงดูดใจเลยแม้แต่น้อย!
นี่แหละคือจุดยืนของฉู่หลิงเซียว
ถังเหวินหลงได้แต่รู้สึกเสียดายอยู่ลึกๆ แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการผิดหวังออกมาให้เห็นมากนัก ราวกับว่าเขาเดาคำตอบนี้ไว้อยู่แล้ว เขาล้วงโทรศัพท์ออกมา แล้วเอ่ยกับฉู่หลิงเซียวว่า "คุณฉู่ เรามาแลกคอนแทคกันหน่อยดีไหมครับ?"
"ได้ครับ!" ฉู่หลิงเซียวไม่ได้ปฏิเสธ เขาหยิบโทรศัพท์เครื่องใหม่ที่เพิ่งซื้อมาแลกคอนแทคกับอีกฝ่าย
ไม่นานนัก ก็มีเสียงข้อความเข้า ถังเหวินหลงยิ้มให้เขาพลางเอ่ย "ในเมื่อคุณฉู่ไม่อยากทำงานประจำ งั้นถ้าเป็นการร่วมลงทุนทำธุรกิจ ก็คงไม่ปฏิเสธใช่ไหมครับ? นี่คือโครงการใหม่ของถังหยวนสือเย่ โครงการหนานวานหาวเฉิง! ผมอยากจะเชิญคุณฉู่มาร่วมถือหุ้นด้วยกัน!"
"ว้าย!" เจียงเจินเจินเผลออุทานออกมา ก่อนจะรีบยกมือปิดปากตัวเอง
โครงการนี้เธอรู้จักดี เพราะเป้าหมายหลักที่ตระกูลเจียงส่งเธอมาตีสนิทกับถังเจียหาว ก็เพื่อโครงการนี้นี่แหละ
ไม่ต้องถึงขั้นหวังจะฮุบมาเป็นของตัวเองหรอก เพราะตระกูลเจียงไม่มีน้ำยาขนาดนั้น ขอแค่ได้มีส่วนร่วม ได้แบ่งผลประโยชน์มาสักนิด ก็เพียงพอที่จะต่อลมหายใจให้ตระกูลเจียงไปได้อีกหลายปีแล้ว!
แต่นึกไม่ถึงเลยว่า สิ่งที่ตระกูลเจียงเฝ้าใฝ่ฝันหาแต่ไม่เคยได้มา ตระกูลถังกลับเป็นฝ่ายประเคนใส่พานมาเสนอให้ฉู่หลิงเซียวถึงที่!
แต่ถึงจะได้ข้อเสนอ ฉู่หลิงเซียวก็คงได้แต่มองตาปริบๆ การจะเข้าร่วมหุ้นในโครงการยักษ์ใหญ่ขนาดนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ไอ้กระจอกที่เพิ่งออกจากคุกอย่างมัน คงไม่มีปัญญาควักเงินมาซื้อหุ้นแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียวหรอก!
ฉู่หลิงเซียวมองดูข้อมูลในโทรศัพท์ แล้วถามถังเหวินหลงด้วยความแปลกใจ "ประธานถัง โครงการใหญ่แบบนี้ คุณน่าจะไปหาคนในแวดวงอสังหาริมทรัพย์อย่างตระกูลเจียงมาร่วมงานด้วยมากกว่านะ? ผมไม่มีแม้แต่บริษัทเป็นของตัวเอง ดูเหมือนจะไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวเลยนะ?"
เจียงเจินเจินแอบยิ้มเยาะในใจ อย่างน้อยไอ้ฉู่หลิงเซียวก็ยังพอรู้สถานะของตัวเอง!
ทว่าถังเหวินหลงกลับแค่นเสียงหยัน "ไอ้เจียงอวิ๋นเซิงโทรมาอ้อนวอนผมตั้งหลายรอบ ทำตัวสอพลอยิ่งกว่าหมา แต่ผมก็ไม่เคยตกลง! ระดับอย่างพวกมัน ไม่มีคุณสมบัติพอจะมาร่วมงานกับผมหรอก!"
เจียงเจินเจินหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี แต่สิ่งที่เขาพูดก็คือความจริง ตระกูลเจียงของเธอไม่มีบารมีพอจะร่วมวงในงานระดับนี้จริงๆ
แล้วฉู่หลิงเซียวล่ะ มีปัญญาหรือไง? เขาจะไปเอาเงินมาจากไหนมาร่วมลงทุนกับถังเหวินหลง?
แต่แล้วก็ได้ยินถังเหวินหลงพูดต่อว่า "คุณฉู่ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทุนหรอกครับ ผมยินดีมอบหุ้นให้สองเปอร์เซ็นต์แบบฟรีๆ เพื่อเป็นการเชิญคุณฉู่เข้ามาร่วมวง! พูดตามตรง ผมไม่ได้สนใจหรอกว่าคุณฉู่จะลงทุนเป็นเงินเท่าไหร่ สิ่งที่ผมให้ความสำคัญคือตัวตนและศักยภาพของคุณฉู่ต่างหาก!"
ฉู่หลิงเซียวส่งยิ้มให้เขา "ที่สำคัญกว่านั้น ก็คือคอนเนคชั่นที่มองไม่เห็นซึ่งอยู่เบื้องหลังผม ใช่ไหมครับประธานถัง?"
สีหน้าของถังเหวินหลงเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ เขารีบพยักหน้ารับ "คุณฉู่นี่ตาแหลมคมจริงๆ ปิดอะไรไม่มิดเลย!"
การที่ผู้ยิ่งใหญ่จากเมืองหลวงอย่างฮั่วเฉินโจว ถ่อมารับเขาถึงหน้าเรือนจำด้วยตัวเอง มันก็เป็นการบ่งบอกอะไรได้หลายๆ อย่างแล้ว!
เอาแค่สถานะการเป็นประธานสมาคมศิลปะการต่อสู้แห่งประเทศจีนของฮั่วเฉินโจว ก็มากพอที่จะทำให้ถังเหวินหลงต้องให้ความเคารพยำเกรงแล้ว!
และในฐานะศิษย์น้องของเขา ฉู่หลิงเซียวที่เพิ่งพ้นโทษออกมาได้แค่สองวัน กลับแสดงฝีมือที่ร้ายกาจออกมาให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ คนที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนแบบถังเหวินหลง มีหรือจะมองไม่ออกถึงศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดในอนาคตของชายหนุ่มคนนี้?
ช่วงเวลานี้นี่แหละ คือโอกาสทองในการดึงตัวยอดคนรุ่นใหม่คนนี้มาร่วมงาน เพราะถ้ารอให้เขาผงาดขึ้นมาเต็มตัวเมื่อไหร่ การจะดึงตัวมาเป็นพวก ก็คงต้องจ่ายแพงกว่านี้หลายเท่าตัวนัก!
ฉู่หลิงเซียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นบอกถังเหวินหลง "ประธานถัง ผมขอเอาข้อมูลนี้กลับไปศึกษาก่อน แล้วจะให้คำตอบภายในสามวัน!"
"แต่ถ้าผมตกลงร่วมหุ้น ผมจะต้องได้หุ้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ไม่อย่างนั้นก็ถือว่าคุยกันไม่รู้เรื่อง!"
"คุณไม่ต้องห่วง ผมจะไม่จับเสือมือเปล่าเด็ดขาด ผมจะเอาเงินมาลงทุนเอง!"
(จบแล้ว)