- หน้าแรก
- ราชันไร้พ่าย แหกคุกทวงแค้น
- บทที่ 13 - ผู้ชายตาบอดกันไปหมดแล้วหรือไง
บทที่ 13 - ผู้ชายตาบอดกันไปหมดแล้วหรือไง
บทที่ 13 - ผู้ชายตาบอดกันไปหมดแล้วหรือไง
บทที่ 13 - ผู้ชายตาบอดกันไปหมดแล้วหรือไง
พอกลับถึงบ้าน อาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดนอนเสร็จ เขาก็นั่งขัดสมาธิลงบนเตียง โคจรพลังลมปราณตามความเคยชินที่ทำมานานหลายปีเป็นเวลาสองชั่วโมงเต็ม จากนั้นถึงได้ล้มตัวลงนอน
เมื่อตื่นขึ้นมา เขาก็ได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากข้างนอก คล้ายมีคนกำลังย่องเบาหาอะไรบางอย่างอยู่
ฉู่หลิงเซียวพลิกตัวลงจากเตียงโดยไม่ได้สวมรองเท้า ดูเหมือนหมอนั่นข้างนอกน่าจะกำลังตามหาตัวเขา มันแวะไปวนดูที่ห้องข้างๆ ก่อนรอบหนึ่ง แล้วค่อยย่องเงียบมาหยุดที่หน้าประตูห้องของเขา
ดูท่าทางนิ้วขาดที่ส่งไปให้ตระกูลเจียงเมื่อตอนบ่ายวานนี้คงสร้างความปั่นป่วนให้พวกมันไม่น้อย ถึงได้บุกมาหาถึงที่ตั้งแต่เช้าตรู่ขนาดนี้!
ฉู่หลิงเซียวรั้งกลิ่นอายพลัง วางมือทาบลงบนลูกบิดประตู เอียงหูฟังความเคลื่อนไหวภายนอก ทันใดนั้น เขาก็กระชากประตูเปิดออกด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ คว้าตัวคนที่อยู่ข้างนอกเข้ามากอดหมับ!
ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะร้องออกมา เขาก็ยกมือปิดปากไว้แน่น!
ผ้าม่านในห้องนั่งเล่นถูกปิดไว้ แสงจึงค่อนข้างสลัว แต่ตอนนี้สายตาของฉู่หลิงเซียวปรับตัวเข้ากับความมืดได้แล้ว พอเห็นชัดเจนว่าคนที่อยู่ในอ้อมกอดคือใคร เขาก็ร้องลั่นด้วยความตกใจ "อาเล็ก!"
เขารวบแขนอุ้มร่างเธอขึ้นมาอย่างทะนุถนอม แล้วค่อยๆ วางลงบนโซฟา
นั่นสิ ต่อให้ตระกูลเจียงจะเส้นสายกว้างขวางแค่ไหน ก็ไม่มีทางสืบหาที่อยู่ของเขาเจอเร็วขนาดนี้หรอก!
เมื่อวานอาเล็กเพิ่งบอกไปเองว่า กุญแจบ้านหลังนี้มีแค่สองดอก เขาเก็บไว้ดอกหนึ่ง และอาเล็กเก็บไว้อีกดอก!
โชคดีที่เมื่อกี้เขารั้งพลังกลับมาได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้นถ้าเผลอซัดหมัดทะลวงใจออกไป เธอคงได้ครึ่งตายไปแล้ว!
พอเห็นว่าเธอแค่ตกใจ ไม่ได้บาดเจ็บตรงไหน ฉู่หลิงเซียวก็ถอนหายใจยาว เอ่ยขอโทษด้วยความรู้สึกผิด "อาเล็ก ผมขอโทษครับ! อาทำเอาผมตกใจแทบแย่! วันหลังอย่าเดินย่องเข้ามาเงียบๆ แบบนี้อีกนะครับ ผมจะเผลอนึกว่าเป็นพวกที่ลอบมาทำร้ายเอาได้!"
ฉู่อวี้หานลืมตาขึ้น ลูบไล้ใบหน้าของฉู่หลิงเซียว เอ่ยด้วยความปวดใจ "หลิงเซียว หลายปีมานี้เธอต้องใช้ชีวิตแบบไหนกันเนี่ย! เป็นความผิดของอาเอง อาแค่กลัวว่าจะทำเธอตื่น ก็เลยแอบเข้ามาจัดของเงียบๆ ไม่คิดว่า... ไอ้เด็กบ้า นี่ยังไม่รีบเอามือออกไปอีก!"
ฉู่หลิงเซียวเพิ่งรู้สึกตัว เขารีบชักมือกลับราวกับถูกไฟช็อต ลุกพรวดพราดวิ่งหนีทันที!
"ขอโทษครับอาเล็ก ผมไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ!"
มองดูท่าทางหลังค่อมๆ คล้ายพยายามปกปิดอะไรบางอย่าง วิ่งเตลิดหนีเข้าห้องนอนไปอย่างไม่คิดชีวิต ฉู่อวี้หานก็อดหัวเราะพรืดออกมาไม่ได้
เมื่อมายืนอยู่หน้ากระจกอ่างล้างหน้า ฉู่หลิงเซียวก้มหน้าลง สองมือคล้ายยังมีกลิ่นหอมกรุ่นของอาเล็กหลงเหลืออยู่ เขายกมือขึ้นปิดหน้าเบาๆ จากนั้นก็เหมือนเพิ่งตื่นจากภวังค์ ตบหน้าตัวเองดังฉาดๆ สองที!
พอเปลี่ยนชุดเสร็จเดินออกมา ฉู่อวี้หานก็ทำอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยอย่างคล่องแคล่ว เธอยกมาวางบนโต๊ะอาหารแล้วเรียกเขา "เสร็จแล้ว มาทานสิ! อาทำพายเนื้อไว้ที่บ้านนู้นกินไม่หมด เลยห่อมานิดหน่อย ไม่รู้ว่าเธอจะชอบหรือเปล่า!"
ฉู่หลิงเซียวเห็นว่าเธอปลอดภัยดีก็วางใจ เขานั่งลงที่โต๊ะอาหาร มองพายเนื้อ ไข่ดาว และนมสดตรงหน้า พลางกลืนน้ำลายเอื้อก "แค่เห็นก็น่าอร่อยแล้วครับ ในคุกไม่มีของดีๆ แบบนี้ให้กินหรอก จะไม่ชอบได้ยังไง!"
ฉู่อวี้หานเอ่ยเสียงอ่อนโยน "ถ้าเธอชอบ วันหลังอาจะทำใหักินทุกวันเลย!"
หัวใจของฉู่หลิงเซียวอบอุ่นขึ้นมา เขายิ้มแล้วพูดว่า "ผมไม่กล้ายึดอาเล็กไว้คนเดียวทุกวันหรอกครับ! สาวสวยหยาดเยิ้มปานนี้ จะมาให้หลานชายตัวโตๆ อย่างผมผูกขาดไว้ทั้งวันได้ไง ต่อให้ผมยอม ว่าที่อาเขยผมคงได้สับผมเป็นชิ้นๆ แน่!"
"ไปไกลๆ เลย!" ฉู่อวี้หานค้อนปะหลับปะเหลือก นั่งลงฝั่งตรงข้ามแล้วด่าค้อนๆ "อาของเธอยังโสดอยู่ย่ะ!"
ฉู่หลิงเซียวเบิกตากว้าง ร้องเสียงหลง "เป็นไปได้ไง! ผู้ชายในเจียงตูตาบอดกันไปหมดแล้วหรือไง?"
ฉู่อวี้หานแค่นเสียงฮึดฮัด "เมื่อก่อนไอ้เลวเจียงอวิ๋นจ้าวมันคอยตามรังควานอาทุกวัน ใครกล้าเข้าใกล้เป็นโดนมันลอบกัดหมด! แล้วอีกอย่าง อาไม่มีกะจิตกะใจจะคิดเรื่องพวกนั้นหรอก ตระกูลฉู่ตกต่ำลงขนาดนี้ พ่อเธอก็หายสาบสูญไปไม่รู้เป็นตายร้ายดี อาจะเอาอารมณ์ที่ไหนไปมีความรัก? จริงสิหลิงเซียว อาเคยวานให้อีอีช่วยสืบดู พ่อของเธอน่าจะ..."
"อย่าพูดถึงเขาได้ไหมครับ?" ฉู่หลิงเซียวหน้าตึง หั่นมีดลงบนพายเนื้ออย่างแรง พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เขาจะอยู่ที่ไหน จะเป็นจะตายยังไง ผมไม่สนใจหรอก! ตั้งแต่วินาทีที่เขาทิ้งพวกเราทั้งครอบครัวไป เขาก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพวกเราอีกแล้ว!"
ฉู่อวี้หานรู้ดีว่าหลานชายคนนี้ผูกใจเจ็บกับพี่ชายจอมไร้ความรับผิดชอบของเธอมากแค่ไหน คงยากที่จะคลี่คลายได้ในเวลาสั้นๆ เธอจึงได้แต่ถอนใจอย่างจนปัญญา "ก็ได้! หลิงเซียว กินข้าวเสร็จอาต้องไปทำงานนะ"
"อาโอนเงินเข้าบัตรที่ทำไว้ให้เมื่อวานห้าหมื่นหยวน ช่วงสองสามวันนี้เธอก็เดินเล่นดูรอบๆ ไปก่อน ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม ถ้าเงินหมดก็บอกอานะ"
"อ้อ ใบขับขี่ของเธอยังใช้ได้อยู่ ว่างๆ อาจะพาไปเลือกซื้อรถสักคัน จะได้เดินทางสะดวก"
ฉู่หลิงเซียวก็ไม่เกรงใจ พยักหน้ารับ "ตกลงครับ!"
หลังจากอาเล็กออกไปทำงาน ฉู่หลิงเซียวก็โบกแท็กซี่ บอกที่อยู่กับคนขับ ครึ่งชั่วโมงต่อมา แท็กซี่ก็จอดเทียบฟุตบาท
ฝั่งตรงข้ามถนนคือตึกเจียงตูเวลธ์ทาวเวอร์ และพื้นที่ชั้น 22 ทั้งชั้นของตึกนี้ ก็คือที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของเซียวอวิ๋นกรุ๊ป
ในอดีต ตระกูลฉู่เริ่มต้นธุรกิจด้วยทุนจดทะเบียนไม่ถึงยี่สิบล้านหยวน แต่ภายในห้าปี กลับผงาดขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของวงการอสังหาริมทรัพย์แห่งมณฑลจงโจว!
แต่ทว่าในช่วงที่บริษัทกำลังรุ่งโรจน์ถึงขีดสุด กลับมีข่าวฉาวเรื่องการหลีกเลี่ยงภาษีแดงโร่ขึ้นมา
ฉู่อวี้เฉิงไม่เพียงแต่ไม่ให้ความร่วมมือในการสืบสวน แต่กลับทิ้งลูกทิ้งเมีย เลือกที่จะหนีเอาตัวรอด ทิ้งปัญหาเน่าเหม็นไว้ให้คนในครอบครัวตามเช็ดตามล้าง และยังเป็นการเปิดช่องให้เจียงอวิ๋นเซิงฉวยโอกาสฮุบกิจการไปเป็นของตัวเอง!
ติ๊ง!
เสียงลิฟต์ดังขึ้น พร้อมกับประตูที่เปิดออกที่ชั้นยี่สิบสอง
ฉู่หลิงเซียวเดินออกจากลิฟต์ มองดูประตูกระจกที่แขวนป้าย "ติ่งเซิ่งกรุ๊ป" ตรงหน้า เขาแค่นเสียงหยัน แล้วเดินเข้าไป
พนักงานต้อนรับสาวเห็นมีแขกเข้ามา ก็ลุกขึ้นยืนต้อนรับ "ยินดีต้อนรับค่ะ! ไม่ทราบว่าคุณผู้ชายได้นัดไว้ไหมคะ? หรือว่าต้องการมาติดต่อธุระอะไรคะ?"
ฉู่หลิงเซียวส่งยิ้มให้เธอ "ตอนนี้ใครเป็นคนคุมที่นี่? ไปบอกเขาว่าฉันแซ่ฉู่ ให้เขาออกมาพบฉัน หรือจะให้ฉันเข้าไปพบเขาเอง!"
พนักงานต้อนรับสาวมองเขาด้วยความสงสัย รู้สึกว่าการมาเยือนครั้งนี้ดูไม่ค่อยเป็นมิตร เธอไม่กล้าชักช้า รีบวิ่งเข้าไปในโถงสำนักงานทันที
ไม่นานนัก ชายผมหยิกที่ย้อมผมหน้าม้าเป็นสีแดงก็พุ่งพรวดออกมาอย่างเกรี้ยวกราด ตัวยังไม่ทันถึง เสียงด่าก็ลอยมาก่อนแล้ว!
"ไม่รู้กฎของบริษัทหรือไง? แซ่ฉู่แล้วยังกล้าเสนอหน้ามาที่นี่อีกเหรอ? คนที่กูเกลียดที่สุดก็คือพวกแซ่ฉู่นี่แหละ!"
พอเห็นฉู่หลิงเซียวยืนอยู่หน้าประตู ไอ้หัวหยิกก็คาบบุหรี่ถาม "มึงเป็นใครวะ? อยากลองดีหรือไง?"
ฉู่หลิงเซียวปรายตามองเขา เอ่ยเสียงเย็นชา "แกไม่ใช่คนตระกูลเจียง ไปเรียกคนตระกูลเจียงออกมา!"
ไอ้หัวหยิกสบถอย่างรำคาญ "มึงต้องการอะไรวะ! กูชื่อตู้ไห่เซิ่ง ตอนนี้บริษัทนี้กูเป็นคนคุม!"
"ตู้ไห่เซิ่ง?" ฉู่หลิงเซียวขมวดคิ้ว มองเขาแล้วถาม "แล้วตู้หย่วนเฉียวเป็นอะไรกับแก?"
ไอ้หัวหยิกด่ากราด "ชื่อพ่อกู มึงมีสิทธิ์เรียกหรือไง? สรุปมึงเป็นใครวะ? มาทำอะไรที่นี่?"
ฉู่หลิงเซียวยิ้มบาง มองเขาแล้วพูด "ฉันชื่อฉู่หลิงเซียว มาที่นี่เพื่อทวงหนี้!"
(จบแล้ว)