- หน้าแรก
- ภายใต้ผ้าคลุมนักบุญคือสกิลต้องห้าม
- บทที่ 9 ชื่อทักษะที่สมจริงเกินไปหรือเปล่า
บทที่ 9 ชื่อทักษะที่สมจริงเกินไปหรือเปล่า
บทที่ 9 ชื่อทักษะที่สมจริงเกินไปหรือเปล่า
บทที่ 9 ชื่อทักษะที่สมจริงเกินไปหรือเปล่า
"ลูกพี่ เป็นยังไงบ้าง ติดต่อได้ไหมครับ"
ณ เขตทุ่งหญ้า
จ้าวหมิงลูกน้องคนสนิทรีบเสนอหน้าเข้ามาถามด้วยสีหน้าประจบสอยออ
"คุณหนูชิงชิงต้องรู้แน่ว่าลูกพี่ตั้งใจจะพาเธอมาเก็บระดับในหุบเขาปีศาจ เธอจะต้องซาบซึ้งใจมากแน่ๆ จริงไหมครับลูกพี่"
หนังตาของสือเถิงเฟยกระตุกวูบ ก่อนจะเหวี่ยงฝ่ามือตบเข้าฉาดใหญ่
"เพียะ!"
"ไอ้เวรเอ๊ย แกมันโง่หรือเปล่า ยัยนั่นบล็อกรายชื่อฉันไปแล้ว จะพามาหาพระแสงอะไรล่ะ ซาบซึ้งกับผีน่ะสิ!"
จ้าวหมิงกุมหัวปูดๆ น้ำตาแทบเล็ดด้วยความเจ็บปวด
"ไม่ครับลูกพี่... ผม... ผมก็แค่ถามดู..."
สือเถิงเฟยกดเขี้ยวเคี้ยวฟันจนแทบแหลกเป็นผง
"นังสารเลวเอ๊ย ให้ตายสิ! ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงจริงๆ บัดซบ!"
สือเถิงเฟยสบถด่าทออย่างบ้าคลั่งอยู่พักใหญ่กว่าจะสงบสติอารมณ์ลงได้
จ้าวหมิงยืนตัวสั่นอยู่ข้างๆ ไม่กล้าปริปากพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
"ช่างมันเถอะ! โธ่เอ๊ย! เก็บระดับก่อนแล้วกัน!"
เมื่อได้ยินดังนั้น จ้าวหมิงก็รีบพยักหน้าหงึกหงัก
"ครับๆ ถ้าอย่างนั้นลูกพี่ พวกเราจะเริ่มกวาดล้างตั้งแต่เขตทุ่งหญ้านี่เลยไหมครับ"
"เออ! รีบๆ จัดการซะ!"
พวกเขาปักหลักอยู่ตรงใจกลางเขตทุ่งหญ้า ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของปรากฏการณ์หุบเขาปีศาจพอดี
สือเถิงเฟยเหลือบมองกองซากศพบนพื้นแล้วรีบหันไปสั่งหลิวหง
"เตรียมตัวให้พร้อม! ซากศพพวกนั้นกำลังจะฟื้นคืนชีพแล้ว!"
หลิวหงขานรับและเริ่มสั่งการทุกคนให้เตรียมพร้อมในทันที
เพียงไม่นาน
เมื่อหมาป่าทุ่งหญ้าตัวแรกหยัดยืนขึ้น ตัวอื่นๆ รวมถึงพวกหุ่นไล่กาก็เริ่มทยอยฟื้นคืนชีพตามมา
ร่างกายของพวกมันถูกห่อหุ้มและกัดเซาะด้วยไอปีศาจสีดำทมิฬ จากนั้นพวกมันก็ค่อยๆ ขยายร่างจนสูงใหญ่และดูอัปลักษณ์น่าสยดสยองยิ่งขึ้น
"บรู๊ววว!!!"
ทันทีที่หมาป่าทุ่งหญ้าตัวแรกส่งเสียงหอน ปรากฏการณ์หุบเขาปีศาจก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
ซากมอนสเตอร์ทั้งหมดเริ่มเข้าสู่สภาวะคุ้มคลั่ง
เมื่อเห็นมอนสเตอร์ตาแดงฉานพุ่งเข้าใส่ หลิวหงก็รีบยกอาวุธขึ้นทันที
"นักรบสายป้องกันตั้งโล่! อัศวินศักดิ์สิทธิ์สายป้องกันใช้ตราสัญลักษณ์! นักบวชและดรูอิดคอยดูพลังชีวิตของตัวชนไว้ให้ดี! พวกสายประชิดอย่าเพิ่งบุ่มบ่าม ปล่อยให้สายโจมตีไกลลองทดสอบพลังทำลายก่อน จำไว้ว่าการโจมตีครั้งสุดท้ายต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคุณชาย!"
"รับทราบ!"
ผู้เปลี่ยนอาชีพนับสิบชีวิตขานรับเป็นเสียงเดียวและรุดหน้าไปยืนหลังตัวชนในทันที
เห็นดังนั้น สือเถิงเฟยก็ถีบเข้าที่ก้นของจ้าวหมิง
"มัวยืนบื้ออะไรอยู่ รีบมาคุ้มกันฉันสิ!"
"มาแล้วครับ!"
จ้าวหมิงยิ้มประจบโดยไม่กล้าแม้แต่จะปัดรอยเท้าออกจากกางเกง ในฐานะนักโจรกรรม เขารีบไปยืนบังหน้าอัศวินศักดิ์สิทธิ์พรสวรรค์ระดับสีส้มทันที
หลังจากถูกเปลี่ยนเป็นปีศาจโดยหุบเขาปีศาจ ค่าสถานะหลักของมอนสเตอร์ก็เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงทักษะต่างๆ ก็เปลี่ยนไป
หมาป่าทุ่งหญ้าหลายตัวที่เคยใช้ได้เพียงคมมีดสายลม เริ่มพ่นลูกไฟสีดำออกมาแทน
โดยเฉพาะพวกหุ่นไล่กา แมวขายาว และลิงบาบูนขนดำที่อยู่ด้านหลัง
ทักษะของพวกมันก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมไปมาก
บางตัวถึงขั้นมีทักษะโจมตีเป็นวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม พวกเขาล้วนเป็นผู้เปลี่ยนอาชีพครั้งที่หนึ่งกันหมดแล้ว ด้วยการประสานงานที่ดี มอนสเตอร์พวกนี้ก็เป็นเพียงแหล่งเก็บประสบการณ์ชั้นดีให้กับสือเถิงเฟยเท่านั้น
เมื่อเห็นว่าได้จังหวะแล้ว หลิวหงก็รีบตะโกนบอก
"คุณชาย! ลงมือได้เลยครับ! ไปจัดการมอนสเตอร์พวกนั้นซะ!"
สือเถิงเฟยหัวเราะร่า คว้าดาบยักษ์คู่กายแล้ววิ่งโถมเข้าไป
ไม่นานนัก มอนสเตอร์นับสิบตรงหน้าก็ล้มตายลง
เป็นไปตามคาด แสงสีทองแห่งการเลื่อนระดับส่องสว่างบนร่างของสือเถิงเฟยติดต่อกันหลายครั้ง
"ฮ่าๆ! ยอดเยี่ยม! เก็บระดับแบบนี้มันรวดเร็วทันใจจริงๆ!"
จ้าวหมิงรีบก้าวเข้ามาแสดงความยินดีด้วยท่าทางประจบสอพลอ แต่ไม่รู้เพราะอะไร พอเห็นหน้าจ้าวหมิงแล้ว สือเถิงเฟยกลับนึกถึงไป๋จินชิ่งขึ้นมา
"ให้ตายสิ..."
สือเถิงเฟยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
"ช่างมันเถอะ โธ่เว้ย! ยังไงมอนสเตอร์ระลอกถัดไปของหุบเขาปีศาจก็คงอีกนานกว่าจะเกิด ฉันจะใช้โอกาสนี้ไปหาเธอที่เขตป่าไม้เอง!"
"ฉันไม่เชื่อหรอกว่าถ้าไปหาด้วยตัวเองแล้ว ยัยนั่นยังจะกล้าเล่นตัวอยู่อีก!"
สือเถิงเฟยถ่มน้ำลายลงพื้นแล้ววิ่งตรงไปยังเขตป่าไม้ด้วยท่าทางฟึดฟัด...
ทางด้านชายขอบของเขตทุ่งหญ้า
หลินเกอยังคงร่ายทักษะใส่ศัตรูในขณะที่วิ่งไปด้วย
ตอนนี้เหลือเพียงบอสหุ่นไล่กายักษ์เพียงตัวเดียวที่ไล่ตามหลังเขามา ส่วนมอนสเตอร์ตัวอื่นๆ ถูกเขาใช้กลยุทธ์ล่อไปฆ่าไปจนตายเกลี้ยงแล้ว
บอสหุ่นไล่กายักษ์เองก็เหลือพลังชีวิตไม่ถึงหนึ่งในสิบ ภายใต้ผลของโรคระบาดและสิบนิ้วสัมพันธ์ใจที่กัดกินพลังชีวิตอย่างต่อเนื่อง
มันอดทนได้ไม่นานนักก่อนจะล้มตึงลงกับพื้น
"โครม!"
ทันทีที่หุ่นไล่กายักษ์กระแทกพื้น เหรียญทองจำนวนมากก็ระเบิดกระจายออกมาเต็มไปหมด
[คุณสังหารหุ่นไล่กายักษ์ ได้รับค่าประสบการณ์ 1258 แต้ม]
[ติ๊ง!]
[ยินดีด้วย! คุณเลื่อนระดับแล้ว!]
ดวงตาของหลินเกอเป็นประกาย รีบวิ่งเข้าไปหาซากบอสทันที
"เลื่อนระดับอีกแล้วเหรอ ฮ่าๆ สมกับเป็นอาชีพลับจริงๆ เก็บระดับได้ไวมาก!"
หลินเกอฉีกยิ้มกว้าง ฝีเท้าของเขาเบาหวิวด้วยความดีใจ
ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป อีกไม่นานเขาคงสามารถเปลี่ยนอาชีพครั้งที่หนึ่งได้สำเร็จแน่!
เมื่อถึงซากบอส เขาก็รีบก้มลงเก็บของที่ดรอปออกมา
[คุณได้รับ 12 เหรียญทอง 23 เหรียญเงิน 56 เหรียญทองแดง]
[คุณได้รับ เคียวหุ่นไล่กา]
[คุณได้รับ ที่คาดผมหุ่นไล่กา]
[คุณได้รับ กระดุมหุ่นไล่กา]
[คุณได้รับอุปกรณ์: แหวนหุ่นไล่กา ระดับสีน้ำเงิน]
[คุณได้รับ หนังสือทักษะ: ขยี้ทรวงอก ระดับ 1]
"???"
"เฮ้ย จริงดิ???"
หนังตาของหลินเกอกระตุกวูบ เขาเด้งตัวลุกขึ้นยืนตัวตรงทันที
"บ้าไปแล้ว ดวงอะไรจะดีขนาดนี้เนี่ย ดรอปทั้งอุปกรณ์ทั้งหนังสือทักษะเลยเหรอ???"
"พระเจ้าช่วย..."
หลินเกอรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความตื่นเต้น เขารีบเปิดกระเป๋าสัมภาระดูทันที
[แหวนหุ่นไล่กา (ระดับสีน้ำเงิน)]
ตำแหน่ง: แหวน
คุณสมบัติ: พลังวิญญาณ +5, พลังกาย +2
ความทนทาน: 10/10
ขยะชิ้นเล็กๆ ใส่ไปก่อนแล้วกัน
หลินเกอไม่ได้ให้ความสนใจกับอุปกรณ์ชิ้นนี้นานนัก เพราะสมาธิทั้งหมดของเขาจดจ่ออยู่ที่หนังสือทักษะเล่มใหม่
[ขยี้ทรวงอก ระดับ 1]
[ทักษะเฉพาะตัวของ หลินเกอ]
[คำอธิบาย: หลังจากใช้ทักษะ เป้าหมายจะถูกโจมตีในทันที ส่งผลให้ทรวงอกยุบตัวลงและสร้างความเสียหายบาดเจ็บ (8000) แต้มต่อวินาที ต่อเนื่องเป็นเวลา 1000 วินาที]
"แม่เจ้าโว้ย..."
หลินเกออ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
"ยุคนี้สมัยนี้ ยังมีชื่อทักษะที่สมจริงขนาดนี้อยู่อีกเหรอเนี่ย"
"มันจะทำได้เหมือนชื่อจริงๆ ใช่ไหม"
ให้ตายสิ เกิดมาทั้งชีวิตเขาไม่เคยเห็นชื่อทักษะที่หลุดโลกขนาดนี้มาก่อนเลย
แต่ถ้าว่ากันตามตรง พลังทำลายของทักษะนี้ก็นับว่าน่าทึ่งมาก อย่างน้อยก็สูงกว่าดาเมจของโรคระบาดเสียอีก
แน่นอนว่าทักษะโรคระบาดไม่ได้เน้นที่พลังโจมตี แต่เน้นที่ผลของการแพร่กระจาย
แต่ถ้าทักษะทั้งสองอย่างทำงานร่วมกันล่ะก็... หึหึหึ... หลินเกอแทบไม่กล้าจินตนาการเลยว่าภาพที่ออกมาจะสยดสยองปนงดงามขนาดไหน
"ไปลองดูหน่อยดีกว่า..."
เมื่อได้สติ หลินเกอก็เงยหน้าขึ้นมองโดยสัญชาตญาณ
ตอนนี้ปรากฏการณ์หุบเขาปีศาจทำงานอยู่ จำนวนมอนสเตอร์จะเพิ่มขึ้น พลังชีวิตของพวกมันก็สูงขึ้นด้วย ซึ่งเหมาะเจาะพอดีที่เขาจะใช้ฝึกระดับและทดสอบทักษะใหม่
เขาแทบรอไม่ไหวที่จะดูว่าทักษะนี้ทำงานยังไง
คิดได้ดังนั้น หลินเกอผู้ไม่เคยลังเลก็เริ่มลงมือทันที
เขาปัดฝุ่นออกจากกางเกง จิบน้ำแร่เล็กน้อย แล้วรีบวิ่งมุ่งหน้าไปยังเขตหินขาว
นั่นคือพื้นที่ส่วนสุดท้ายของทุ่งหญ้าหินขาว และบอสใหญ่ของดันเจี้ยนก็อยู่ที่นั่นด้วย
ในดันเจี้ยน หากจะมีบอสตัวไหนที่ดรอปของดีๆ ได้ล่ะก็ ต้องเป็นบอสใหญ่แน่นอน
เขาจึงวางแผนที่จะเดินทางไปที่นั่น และถือโอกาสทดสอบทักษะที่เพิ่งเรียนมาใหม่ระหว่างทางไปด้วย
ทว่า
ก่อนที่จะวิ่งไปได้ไกลนัก จู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมดังขึ้น และยิ่งเขาวิ่งไปข้างหน้ามากเท่าไหร่ เสียงนั้นก็ยิ่งดังชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ
"เกิดอะไรขึ้นน่ะ"
"หือ?"
หลังจากวิ่งต่อไปอีกนิด หลินเกอก็พบกลุ่มมอนสเตอร์จำนวนมากอยู่ตรงรอยต่อระหว่างเขตป่าไม้และเขตทุ่งหญ้า
จำนวนของพวกมันมีมากกว่ามอนสเตอร์ที่เขาเคยเจอมาเสียอีก
และมอนสเตอร์พวกนี้กำลังล้อมวงโจมตีอะไรบางอย่างอยู่... หลินเกอชะโงกหน้าเข้าไปดูด้วยความสงสัย แล้วเขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นหญิงสาวสวยสองคนกำลังร่ายทักษะต่อสู้อย่างวุ่นวายด้วยสีหน้าวิตกกังวลอย่างหนัก