- หน้าแรก
- เส้นทางลัด สู่บัลลังก์ดาว
- บทที่ 18 - ก็งั้นๆ แหละ
บทที่ 18 - ก็งั้นๆ แหละ
บทที่ 18 - ก็งั้นๆ แหละ
บทที่ 18 - ก็งั้นๆ แหละ
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
กลุ่มเด็กฝึกหัดหญิงเดินสวนเข้ามาแบบกระจัดกระจาย ดูทรงแล้วน่าจะเพิ่งกินข้าวเสร็จและกำลังจะกลับเข้าไปซ้อมต่อ
เด็กผู้หญิงที่เดินนำหน้าสุดก้มหน้าก้มตาเดินเข้ามา พอเห็นพวกเขาสามคนเธอก็โค้งศีรษะทักทายนิดหน่อย โค้งแบบแทบจะไม่เห็นองศาการก้มด้วยซ้ำ ไม่ยอมเอ่ยปากพูดอะไรสักคำแล้วก็เดินดุ่มๆ จากไปเลย
จีคยองวอนสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าตอนที่สายตาของเธอตวัดมามองเขามันมีจังหวะชะงักไปนิดหนึ่ง มุมปากของเธอกระตุกเล็กน้อย ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังไม่พอใจหรือไม่ก็เกลียดขี้หน้าเขายังไงยังงั้น
ประสาทสัมผัสของจีคยองวอนเฉียบแหลมมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาทีเขาก็รับรู้ได้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ชอบหน้าเขาเอาซะเลย
แต่เขาก็ขี้เกียจจะใส่ใจ หลังจากนั้นก็มีเด็กฝึกหัดหญิงเดินตามมาอีกหลายคน ดูหน้าตาท่าทางแล้วน่าจะเข้ามาเป็นเด็กฝึกหลังผู้หญิงคนแรกแน่ๆ เพราะพอเห็นพวกเขาสามคนก็รีบโค้งคำนับทักทายกันใหญ่ จีคยองวอนก็แจกรอยยิ้มการค้าแล้วค้อมตัวรับไหว้ ไม่นานนักคนทั้งสองกลุ่มก็เดินสวนกันไป
จีคยองวอนกับเพื่อนไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ พวกเขาเดินคุยกันไปเรื่อยๆ จนถึงร้านอาหารเล็กๆ แห่งหนึ่ง สั่งอาหารจานเดียวมาคนละจานแล้วก็นั่งกินไปคุยไป โดคยองซูตักข้าวเข้าปากคำโต เคี้ยวตุ้ยๆ พลางเล่าว่า
"คยองวอน นายรู้หรือเปล่า อู๋ซ่ายเค่อลาออกจากบริษัทไปตั้งแต่สองวันก่อนแล้วนะ ได้ยินมาว่ากำลังจะไปออดิชันกับค่ายอื่นเพื่อเป็นเด็กฝึกหัดต่อน่ะ"
"งั้นเหรอ"
"ก็โดนเด้งออกจากวงกะทันหันตอนที่ใกล้จะเดบิวต์อยู่รอมร่อ แถมยังมีข่าวลือว่าขัดคำสั่งท่านประธานคิมยองมินอีก สุดท้ายยังมาโดนนายอัดซะน่วม โดนไปขนาดนี้ขืนหน้าด้านอยู่ต่อก็คงไม่มีที่ยืนในบริษัทแล้วล่ะ ถ้าเป็นฉันฉันก็คงต้องลาออกเหมือนกัน"
โดคยองซูดื่มด่ำกับรสชาติของข้าวราดแกงไปพร้อมๆ กับการวิเคราะห์ชะตากรรมของอู๋ซ่ายเค่อ "หมอนั่นเป็นเด็กฝึกหัดมาตั้งสี่ห้าปี แต่ฝีมือก็ยังงั้นๆ ไม่ได้พัฒนาขึ้นเลย แถม... นิสัยใจคอก็... ไม่รู้จะเรียกว่านิสัยได้ไหมนะ เอาเป็นว่าฉันโคตรไม่ชอบหน้าหมอนั่นเลย ลาออกไปได้ก็ดี หูตาจะได้สว่างขึ้นบ้าง"
"หืม หมอนั่นไปทำวีรกรรมอะไรไว้เหรอ" จีคยองวอนไม่ได้รู้สึกอะไรกับอู๋ซ่ายเค่อเลย เขาไม่เคยรู้สึกผิดที่ไปแย่งที่ของอีกฝ่าย เพราะในชีวิตจริงทุกอย่างมันก็คือการแข่งขันอยู่แล้ว ยิ่งในวงการบันเทิงยิ่งไม่ต้องพูดถึง แถมภูมิหลังครอบครัวก็ถือเป็นต้นทุนในการแข่งขันอย่างหนึ่งเหมือนกัน
แน่นอนว่าจีคยองวอนไม่ได้รู้สึกอะไรกับอู๋ซ่ายเค่อ แต่เชื่อเถอะว่าฝั่งอู๋ซ่ายเค่อคงแค้นเขาจนอยากจะเอาปืนลูกซองมาสาดกระสุนใส่สักสิบแม็กกาซีนให้พรุนไปทั้งตัว
"เรื่องอื่นฉันข้ามละกัน ตั้งแต่ฉันเข้ามาเป็นเด็กฝึกหัดที่นี่ ฉันเห็นหมอนั่นตามจีบเด็กฝึกหัดหญิงมานับไม่ถ้วน เปลี่ยนแฟนเป็นว่าเล่น ช่วงหนึ่งตอนที่ไม่มีซ้อม หมอนั่นกับชานยอลมักจะไปป้วนเปี้ยนแถวห้องซ้อมฝั่งผู้หญิงเป็นประจำ เรื่องนี้ดังกระฉ่อนไปทั่วในหมู่เด็กฝึกหัดเลยล่ะ"
โดคยองซูเบ้ปาก น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
แต่จีคยองวอนกลับสัมผัสได้ว่าในน้ำเสียงนั้นมันแฝงความรู้สึก... อิจฉา อยู่ลึกๆ หรือเปล่านะ เขากัดซี่โครงหมูแล้วถามว่า "เพลย์บอยงั้นสิ"
"อืม... ประมาณนั้นแหละ แต่เป็นเพลย์บอยเกรดต่ำนะ ฉันจำได้ว่ามีเด็กฝึกหัดหญิงหลายคนต้องลาออกจากบริษัทเพราะพวกหมอนั่นด้วย" โดคยองซูพยักหน้าสมทบ
"..." จีคยองวอนเงียบไป เขาพยายามจินตนาการภาพ 'เพลย์บอยเกรดต่ำ' ว่ามันออกมาเป็นรูปแบบไหน จู่ๆ เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เลยหันไปมองโอเซฮุนที่นั่งเงียบกริบมาตลอด "เซฮุน ทำไมวันนี้นายเงียบจังเลยล่ะ ข้าวอร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ"
โอเซฮุนที่กำลังเคี้ยวข้าวอยู่ถึงกับชะงัก รอยยิ้มเจื่อนๆ ผุดขึ้นบนใบหน้า
"เหอะ..."
โดคยองซูได้ทีรีบแฉเพื่อนทันที "หมอนี่ก็ควงเด็กฝึกหัดหญิงมาไม่น้อยเหมือนกันแหละ แค่ทำตัวโลว์โพรไฟล์กว่าพวกอู๋ซ่ายเค่อก็แค่นั้น เลยไม่ค่อยมีข่าวฉาวออกมา นายดูหน้าหมอนี่สิ หล่อขนาดนี้คิดว่ามันจะยอมทนเหงาเอาแต่ซ้อมอย่างเดียวหรือไง"
"บ้าเหรอ" โอเซฮุนรีบแก้ตัวเป็นพัลวัน "ปกติฉันเป็นฝ่ายถูกจีบก่อนต่างหาก แถมเวลาฉันคบใครฉันก็จริงจังนะเว้ย อย่าเอาฉันไปรวมแก๊งเดียวกับพวกอู๋ซ่ายเค่อสิ"
"จ้า พ่อคนจริงจัง คบคนนู้นทีคนนี้ที เปลี่ยนแฟนทุกสองเดือนนี่เรียกว่าจริงจังสินะ" โดคยองซูแขวะเข้าให้
"วัยรุ่นฮอร์โมนพลุ่งพล่านนี่มันช่างหุนหันพลันแล่นจริงๆ น้า" จีคยองวอนซดน้ำซุปดังโฮกพลางพูดลอยๆ ไม่นึกเลยว่าชีวิตเด็กฝึกหัดมันจะบันเทิงขนาดนี้
"คยองวอนเอ๊ย ถ้านายได้มาคลุกคลีเป็นเด็กฝึกหัดตั้งแต่แรกนะ ไม่ได้กระโดดข้ามขั้นมาเป็นว่าที่ศิลปินเตรียมเดบิวต์แบบนี้ล่ะก็ ฉันรับรองเลยว่าด้วยเบ้าหน้าแบบนาย นายต้องฮอตกว่าเซฮุนหลายเท่าตัวแน่ๆ เพราะฉันดูออกว่าผู้หญิงหลายคนแพ้ทางผู้ชายไทป์นายเว้ย รอยยิ้มของนายมันมีเสน่ห์ดึงดูดใจชวนให้คนอยากเข้าหาจะตาย แถม..."
โดคยองซูกลืนข้าวลงคอแล้วพูดต่อ "นายคิดว่าฉันดูไม่ออกเหรอ นายอย่ามาบอกนะว่านายยังเวอร์จินอยู่น่ะ"
"เป็นไปไม่ได้หรอก" โอเซฮุนรีบผสมโรง "หน้าตาอย่างคยองวอน ต่อให้ไม่อยู่ในค่ายเอสเอ็ม แค่อยู่โรงเรียนก็คงไม่แคล้วโดนสาวๆ รุมล้อมจนหัวกระไดไม่แห้งแน่นอน" เขาเอาประสบการณ์ตรงของตัวเองมายืนยัน
"ไม่หรอกๆ ไม่ได้ฮอตขนาดนั้นสักหน่อย" จีคยองวอนโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน ก่อนจะทำหน้าครุ่นคิดแล้วถามด้วยความสงสัย "นี่... เด็กฝึกหัดหญิงพวกนั้นเขา... ใจง่าย กันขนาดนั้นเลยเหรอ"
"ไม่ใช่นะเว้ย"
โดคยองซูกับโอเซฮุนส่ายหัวพร้อมกัน โดคยองซูวางตะเกียบลงแล้วอธิบายอย่างจริงจังว่า "เอาจริงๆ นะ เด็กฝึกหัดหญิงส่วนใหญ่ไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องเดบิวต์ให้ได้หรอก บางคนเข้ามาเป็นเด็กฝึกหัดแค่เพราะอยากลองใช้ชีวิตแบบนี้ดู บางคนก็อยากหาโอกาสคลุกคลีในวงการบันเทิง อยากเจอดารา อยากถ่ายรูปคู่ เก็บไว้เป็นโปรไฟล์เอาไปอวดเพื่อนเวลาออกจากบริษัทไปแล้ว"
"พวกผู้หญิงที่ไม่ได้มีความมุ่งมั่นที่จะเดบิวต์ ก็มักจะไม่ค่อยมีวินัยในการควบคุมตัวเองหรอก อยากทำอะไรก็ทำ ส่วนเด็กฝึกหัดชายที่บริษัทคัดเข้ามาก็เบ้าหน้าดีๆ กันทั้งนั้น พอต้องมาอยู่ร่วมกันกับพวกผู้ชายหน้าตาดีทุกวัน มันก็สปาร์กกันง่ายเป็นเรื่องธรรมดา"
"แน่นอนว่าพวกที่ทำตัวเสื่อมเสียก็มี อันนี้ไม่ต้องพูดถึง"
โดคยองซูพูดไปแววตาก็ฉายภาพวันวาน ไม่รู้ว่าเขากำลังนึกถึงรักแรกหรือผู้หญิงที่เคยแอบชอบอยู่หรือเปล่า "แต่ก็มีเด็กฝึกหัดหญิงอีกกลุ่มนะ ที่ตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อจะได้เดบิวต์จริงๆ พวกนี้จะซ้อมหนักมากจนแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อน เพราะมีเป้าหมายชัดเจน พวกเธอเลยมีวินัยสูงมาก ต่อให้แอบหวั่นไหวบ้างแต่ก็จะไม่ยอมปล่อยตัวปล่อยใจเด็ดขาด ยกเว้นแต่ว่าจะตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้นจริงๆ"
"เด็กฝึกหัดหญิงกลุ่มนี้แหละคือหัวกะทิที่แท้จริง ทุ่มเททุกอย่างเพื่อการเดบิวต์ ถือเป็นสมบัติล้ำค่าของบริษัทเลยก็ว่าได้ ทางค่ายเลยค่อนข้างจะปกป้องและกีดกันไม่ให้พวกเธอโดนรบกวนจากเรื่องไร้สาระพวกนี้"
"เออจริงสิคยองวอน นายจำแก๊งเด็กฝึกหัดหญิงที่พวกเราบังเอิญเจอตรงหน้าประตูเมื่อกี้ได้ไหม คนที่เดินนำหน้าสุดน่ะ พอจะจำหน้าได้หรือเปล่า" โอเซฮุนที่เงียบไปนานสบโอกาสแทรกขึ้นมา
"อืม" จีคยองวอนพยักหน้า
"แล้วหน้าน้องเขาเป็นไง สวยไหม" โอเซฮุนขยิบตาหลิ่วตาใส่
"เธอเหรอ..." จีคยองวอนนึกทบทวนดู นอกจากจะรู้สึกว่าผู้หญิงคนนั้นดูไม่ค่อยชอบหน้าเขาเท่าไหร่แล้ว เขาก็จำรายละเอียดอื่นไม่ค่อยได้เลย "ไม่ทันสังเกตแฮะ จำได้แค่ว่าเป็นคนตัวเล็กๆ หน้าตาก็... ก็งั้นๆ แหละ"
"จริงดิ" โอเซฮุนร้องเสียงหลง "หน้าอย่างเบจูฮยอนเนี่ยนะ นายบอกว่างั้นๆ แหละเหรอ"
[จบแล้ว]