เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 : ใครอยากจะอยู่ก็อยู่ แต่ฉันไม่อยู่แล้ว!

บทที่ 15 : ใครอยากจะอยู่ก็อยู่ แต่ฉันไม่อยู่แล้ว!

บทที่ 15 : ใครอยากจะอยู่ก็อยู่ แต่ฉันไม่อยู่แล้ว!


บทที่ 15 : ใครอยากจะอยู่ก็อยู่ แต่ฉันไม่อยู่แล้ว!

เปรี้ยง! บู้มม!

เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องไปทั่วภูเขา จากนั้นก็ตามมาด้วยห่าฝนที่ตกหนัก

ฝนในฤดูหนาวปนกับหิมะอันหนาวเหน็บได้ตกลงมาปกคลุมภูเขาอย่างไร้ความปราณี

พืชสั่นไหว สัตว์สั่นเทา

สิ่งมีชีวิตทั้งปวงบนภูเขาต่างสั่นสะท้านเพราะสภาพอากาศอันเลวร้าย

ภายในถ้ำที่ปิดสนิท ลู่หยวนกำลังนั่งอยู่หน้ากองไฟโดยย่างเนื้อกระต่ายที่เหลือจากเมื่อวานในขณะที่อ่านหนังสือที่เขาเพิ่งได้มาในวันนี้

“หน้าต่างๆ มีแผนภาพร่างกายมนุษย์พร้อมข้อความเขียนอยู่ข้างๆ ซึ่งมันก็ดูเหมือนกับคำอธิบายประกอบ มันมีเส้นลากอยู่ภายในแผนภาพร่างกายซึ่งสอดคล้องกับจุดฝังเข็มต่างๆ”

ลู่หยวนพลิกดูหนังสือทีละหน้าและตัดสินหลังจากอ่านเนื้อหาภายในเสร็จ “นี่อาจเป็นคัมภีร์วรยุทธ์!”

แม้ว่าเขาจะคาดเดาได้แล้วว่าหนังสือเล่มนี้คืออะไร แต่เขาก็ยังมิอาจมั่นใจได้

เหตุผลนั้นง่ายมาก

“ฉันยังอ่านหนังสือไม่ออก...”

ด้วยรอยยิ้มอันขมขื่นบนใบหน้า ลู่หยวนก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา

ภาษาของโลกนี้คล้ายกับตัวอักษรจีนในชีวิตก่อนของเขา แต่ความหมายและการออกเสียงของพวกมันแต่ละคำก็แตกต่างกันออกไป

เมื่อเผชิญหน้ากับภาษาที่เขาไม่คุ้นเคยเช่นนี้ ลู่หยวนก็ทำอะไรไม่ถูก

ต้องขอบคุณชีวิตก่อนหน้านี้ของเขา การดูละครโทรทัศน์และอ่านนิยายเกี่ยวกับวรยุทธ์ มันจึทำให้เขาเข้าใจพื้นฐานการฝึกวรยุทธ์บางส่วน

ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงรู้ดีว่าการฝึกวรยุทธ์ไม่ใช่เรื่องง่าย และในบางแง่ มันก็อาจยากกว่าการเรียนวิชาการด้วยซ้ำ

เพราะสำหรับนักวิชาการแล้ว คุณก็เพียงแค่ต้องมีความรู้และมีความเข้าใจในมันให้ได้ก็เท่านั้น

แต่สำหรับการฝึกวรยุทธ์นั้นก็แตกต่างออกไป

การฝึกวรยุทธ์ต้องใช้ร่างกายที่แข็งแกร่งและต้องใช้การฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมันก็เป็นงานที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก

นอกเหนือจากการฝึกฝนแล้ว หากคุณต้องการจะเรียนรู้วรยุทธ์ คุณก็ยังต้องมีความรู้อีกด้วย สิ่งนี้เห็นได้ชัดจากภาพประกอบและข้อความที่เขียนอยู่บนหนังสือ

ด้วยเหตุนี้เอง การรู้หนังสือจึงเป็นอุปสรรคแรกที่ผู้ฝึกยุทธ์จำเป็นจะต้องเอาชนะให้ได้

แต่แค่นั้นเพียงอย่างเดียวก็ยังไม่เพียงพอ

ในระหว่างการฝึกวรยุทธ์ เพื่อช่วยฝึกฝนและบำรุงร่างกาย มันยังจำเป็นต้องใช้สมุนไพรบางชนิด เพราะท้ายที่สุดแล้ว การฝึกฝนอย่างต่อเนื่องก็ย่อมนำมาซึ่งอาการบาดเจ็บไม่มากก็น้อย

ดังนั้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการฝึกฝนหรือการรักษา ผู้ฝึกยุทธ์จึงจำเป็นจะต้องมีความเข้าใจขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับความรู้ทางการแพทย์

และทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงเรื่องพื้นฐานเท่านั้น

ตามตรรกะของการฝึกวรยุทธ์ เมื่อวรยุทธ์พัฒนาไปจนถึงขั้นที่ลึกซึ้งแล้ว มันก็จะมีเรื่องของสถาพจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ด้วยเหตุนี้เอง เพื่อที่จะทะลวงผ่านขอบเขตและก้าวหน้า ผู้ฝึกยุทธ์จึงจำเป็นจะต้องมองหาการพัฒนาทางด้านจิตวิญญาณด้วย

เพราะฉะนั้นแล้ว ผู้ฝึกยุทธ์ที่ทรงพลังอย่างแท้จริงจึงมักจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอภิปรัชญา ผู้แตกฉานในลัทธิขงจื๊อ พุทธศาสนาและลัทธิเต๋า และถือได้ว่าเป็นปรมาจารย์ผู้รู้แจ้ง

“แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าตรรกะการฝึกวรยุทธ์จากในนิยายจะสามารถนำมาใช้กับสถานการณ์ในปัจจุบันได้ไหม แต่หากฉันต้องการจะเรียนรู้คัมภีร์วรยุทธ์ที่ฉันได้มาจากหม่าจื่อชิง สิ่งแรกที่ฉันจะต้องทำให้ได้เลยก็คือการอ่านหนังสือให้ออก...”

ภายใต้แสงสว่างจากกองไฟ ลู่หยวนจ้องมองหนังสือในมือของเขาและจมปลักอยู่กับความคิด

แม้ว่าความจริงที่เขาอ่านหนังสือไม่ออกจะโหดร้าย แต่กระนั้นเขาก็ยังแอบตั้งปณิธานที่จะหาโอกาสเรียนรู้การอ่านการเขียนในสักวันหนึ่ง

ถึงอย่างนั้น เนื่องจากข้อจำกัดทางด้านการเงิน มันจึงกลายมาเป็นเพียงแผนระยะยาวเท่านั้น โดยต้องรอเงื่อนไขที่เหมาะสมในการดำเนินการ

อย่างไรก็ดี ตอนนี้เขาก็มีคัมภีร์วรยุทธ์แล้ว ดังนั้นแผนเดิมจึงได้รับการเปลี่ยนแปลง

“ในฐานะคนธรรมดา แม้ว่าฉันจะฝึกยิงธนูและฝึกฟันดาบจนถึงขั้นเชี่ยวชาญแล้ว แต่ฉันก็ยังไม่สามารถเทียบกับผู้ฝึกยุทธ์ตัวจริงได้อยู่ดี”

“และแม้ว่าอายุขัยของฉันจะไม่มีที่สิ้นสุด แต่ฉันก็ยังสามารถตายได้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพลังภายนอกที่ร้ายแรง”

“แต่ตอนนี้ฉันก็มีคัมภีร์วรยุทธ์แล้ว มันเป็นโอกาสที่ดีที่จะชดเชยความแข็งแกร่งของฉันที่ขาดไป และเมื่อฉันเชี่ยวชาญคัมภีร์ลับนี้แล้ว บางทีชีวิตของฉันก็อาจจะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือได้!”

ลู่หยวนอยู่บนภูเขามาครึ่งปีแล้ว และมันก็ไม่ใช่เพราะเขารักชีวิตแบบชนบท แต่เป็นเพราะเขาไม่มีทางเลือก

โลกภายนอกนั้นอันตรายเกินไป

ไม่เพียงแต่จะมีแก๊งหมาป่าทมิฬเท่านั้น แต่มันยังมีแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่รัฐจอมละโมภและผู้ฝึกยุทธ์ตกอับคิดสั้นแบบหม่าจื่อชิงด้วย

ลำพังแค่หนึ่งในสามสิ่งนี้ก็เป็นภัยคุกคามต่อชีวิตของเขามากแล้ว และไม่ต้องพูดถึงการพบเจอทั้งสามในคราวเดียวกันเลย

ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามเหล่านี้ แม้ว่าลู่หยวนจะรู้ว่าความน่าจะเป็นที่เขาจะกลายมาเป็นศัตรูกับคนเหล่านี้จะมีต่ำมาก แต่เขาก็ยังคงต้องระมัดระวังเอาไว้ให้ดี

ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าเสมอ!

เขามีชีวิตเป็นนิรันดร์และยังมีความหวังอันใหญ่รอเขาอยู่ข้างหน้า ฉะนั้นแล้วเขาจึงไม่สามารถยอมเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงอันตรายได้ แม้จะแค่เพียงเล็กน้อยก็ตาม

“ในตอนนี้ แม้แต่บนภูเขาก็ยังไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว”

ลู่หยวนเพิ่มท่อนไม้ลงในกองไฟและเริ่มไตร่ตรองสถานการณ์ในปัจจุบันของเขา “แม้ว่าฉันจะกำจัดศพของหม่าจื่อชิงไปได้แล้ว แต่ใครจะไปรู้ว่าแก๊งหมาป่าทมิฬจะตรวจค้นภูเขาลูกนี้ไปอีกนานแค่ไหน?”

“หากพวกมันออกค้นหาอย่างละเอียดและบังเอิญพบที่นี่เข้าฉันจะทำยังไง?”

แม้ว่าการอาศัยอยู่ในถ้ำอันแสนห่างไกลนี้จะถูกซ่อนไว้อย่างดิบดี แต่เขาก็อยู่ที่นี่มาได้ระยะหนึ่งแล้ว และร่องรอยชีวิตของเขาจึงได้ถูกสลักไว้เบื้องหลังแล้ว

ด้วยเหตุนี้เอง หากแก๊งหมาป่าทมิฬจ้างนายพรานที่คุ้นเคยกับภูเขาลูกนี้มาทำหน้าที่เป็นผู้นำทางให้ แม้แต่ถ้ำที่ถูกซ่อนไว้ของเขาก็ยังอาจถูกตรวจพบได้อยู่ดี

และเมื่อถึงเวลานั้น เขาก็จะถูกพวกมันค้นพบด้วยอย่างแน่นอน

“ตอนนี้ภูเขาถูกปกคลุมไปด้วยหิมะตกหนัก และการล่าสัตว์ก็เป็นไปไม่ได้ มันเป็นโอกาสดีที่จะออกไปข้างนอกและมองหานักวิชาการเพื่อเรียนรู้การอ่านการเขียน” เขาคิดเกี่ยวกับมัน

ตอนนี้เขาได้รับคัมภีร์ลับมาแล้ว และมันก็ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องจากไปเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

และด้วยวิธีนี้ ไม่เพียงแต่มันจะช่วยให้เขาเรียนรู้การอ่านการเขียนได้เท่านั้น แต่มันจะยังช่วยให้เขาหลบเลี่ยงพายุลูกนี้ได้อีกด้วย

“นอกจากนี้ ปัญหาใหญ่สุดของฉันก็ยังได้รับการแก้ไขแล้วด้วยเช่นกัน”

ลู่หยวนหยิบถุงเงินใบใหญ่ออกมาจากหน้าอกของเขา เขาโยนมันลงอย่างสบายๆ และเงินที่อยู่ข้างในก็ส่งเสียงดังกริ๊กๆ ออกมาในขณะที่พวกมันชนกัน

นี่คือสินสงคราม.. สินน้ำใจที่เขาได้รับมาจากหม่าจื่อชิง

เขาได้ตรวจสอบมันก่อนหน้านี้แล้ว และพบว่ามันมีเงินจำนวนมากอยู่ข้างใน และจากการประมาณ มันก็มีมากถึงสามสิบตำลึง

ด้วยเงินจำนวนนี้บวกกับเงินที่เขามีตั้งแต่แรก ตอนนี้เขาก็มีเงินมากกว่าสี่สิบตำลึงแล้ว

ด้วยเงินมากมายเช่นนี้ ไม่ต้องพูดถึงการเรียนเลย มันเพียงพอที่จะใช้ซื้อบ้านในมณฑลต้าหยูด้วยซ้ำ!

แล้วการพกเงินที่มากพอจะซื้อบ้านได้มันให้ความรู้สึกยังไง?

คำตอบคือ สดชื่น! มันรู้สึกดีมาก!

เมื่อมองไปรอบๆ ถ้ำที่มืดมนและอับชื้น ครั้งหนึ่งเขาก็เคยรู้สึกว่าทุกอย่างสามารถยอมรับได้ในตอนที่เขายังยากจน

แต่ตอนนี้เมื่อเขามีเงินแล้ว ลู่หยวนก็รู้สึกรำคาญพวกมันขึ้นมาโดยทันที เขาเริ่มรู้สึกทนไม่ได้ด้วยซ้ำที่จะต้องอยู่ที่นี่ต่อไปอีกครู่หนึ่ง

ดังนั้นแล้ว…

วันต่อมา ฟ้าร้องและห่าฝนข้างนอกได้เริ่มหยุดลงเล็กน้อยแล้ว

ด้วยโอกาสที่หายากเช่นนี้ ลู่หยวนจึงมัดประตูไม้ของถ้ำของเขาเอาไว้แน่นและปิดผนึกมันด้วยเถาวัลย์อย่างระมัดระวัง

ในที่สุด หลังจากมองดูบ้านที่เขาเคยอาศัยอยู่มาครึ่งปีเป็นครั้งสุดท้าย เขาก็หันกลับไปและเดินลงไปตามทางโดยไม่ลังเล

คราวนี้ นายน้อยลู่กำลังออกเดินทางเพื่อไปเรียนรู้ความรู้ใหม่ๆ แล้ว!

ส่วนถ้ำซอมซ่อนี้..

ใครอยากจะอยู่ก็อยู่ แต่เขาไม่อยู่แล้ว!

จบบทที่ บทที่ 15 : ใครอยากจะอยู่ก็อยู่ แต่ฉันไม่อยู่แล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว