- หน้าแรก
- ฉันสามารถสร้างโชคของตัวเองได้
- บทที่ 322 จงเป็นคนใจดี
บทที่ 322 จงเป็นคนใจดี
บทที่ 322 จงเป็นคนใจดี
บทที่ 322 จงเป็นคนใจดี
หากผู้คนรอบกายจางหายไป จงตระหนักไว้ว่าคุณอาจตกเป็นเป้าหมายถัดไป
“ก่อนหน้านี้ ตอนที่ฉันพักอยู่ในวิลล่าของโลกภายนอก มันไม่มีเงื่อนไขในการปฏิสัมพันธ์กับใครเลยนอกจากเหล่าผู้เล่นด้วยกัน”
“แต่ตอนนี้สถานะการณ์เปลี่ยนไปแล้ว มีนักเรียนอยู่เต็มไปหมด บางทีหลังจากนี้ไป ฉันคงต้องให้ความสำคัญกับคำใบ้ที่บอกว่าให้เป็นคนใจดีเสียหน่อยแล้ว”
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฟ่านเซียวจึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนให้ดูเรียบร้อยและกลมกลืนไปกับอัตลักษณ์ของนักเรียนตัวอย่าง
จนกระทั่งสิ้นสุดคาบเรียน ฟ่านเซียวจึงเดินเข้าไปหาเด็กสาวที่นั่งโต๊ะข้างๆ เขาจ้องมองใบหน้าของเธอเขม็งอยู่นานครู่ใหญ่
เมื่อเห็นพวงแก้มของเด็กสาวเริ่มซับสีระเรื่อและไม่กล้าสบตาคมคายของเขา ฟ่านเซียวก็คลี่ยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นว่า “คุณสวยมากเลยนะ”
“เอ่อ... ขอบคุณค่ะ แต่ฉันไม่ได้สวยอะไรหรอก แต่คุณ... เอ่อ คุณ... คุณหล่อมากเลยค่ะ”
เด็กสาวตอบกลับไปตามสัญชาตญาณด้วยน้ำเสียงประหม่าขัดเขิน
ฟ่านเซียวเลื่อนเก้าอี้เข้าไปใกล้พลางนั่งลงข้างโต๊ะของเด็กสาว เขาเท้าศอกลงบนขอบโต๊ะแล้วใช้มือหนึ่งรองใบหน้าไว้ก่อนจะเอ่ยอย่างไม่รีบร้อนว่า “ฉันขอถามอะไรคุณสักสองสามข้อได้ไหม”
“อืม...”
แม้เด็กสาวจะรู้สึกแปลกใจ แต่เธอก็ยังคงพยักหน้าตอบรับเบาๆ
“ข้อแรก” ฟ่านเซียวเอ่ยถาม “ฉันชื่ออะไร”
“...หือ?” เด็กสาวชะงักไปครู่หนึ่ง “คุณสิงโตทะเล... คุณเป็น... เป็นอะไรไปคะ”
พวกเขารู้จักชื่อเล่นในเกมของฉันงั้นหรือ? เป็นเพราะกระดาษแผ่นที่ฉันเขียนไว้ก่อนหน้านี้หรือเปล่านะ... ฟ่านเซียวครุ่นคิดพลางลูบกระดาษยับยู่ยี่ในกระเป๋าเสื้อของตน
อืม กระดาษยังคงอยู่
แต่ไอ้ชื่อ คุณสิงโตทะเล นี่มันช่างฟังดูพิลึกกึกกือเสียจริง
“ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่สงสัยว่าคุณจะจำชื่อฉันได้ไหมน่ะ” ฟ่านเซียวเผยยิ้มพลางกล่าวว่า “ปรากฏว่าคุณจำได้ ดูเหมือนว่า... ฉันจะมีความสำคัญในใจคุณไม่น้อยเลยนะ”
“เปล่านะคะ ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย...”
เด็กสาวหน้าแดงก่ำพลางรีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน “เราเป็นเพื่อนร่วมห้องกัน การจำชื่อกันได้มันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือคะ”
ถ้ามันปกติก็คงจะแปลกแล้ว... ฟ่านเซียวพึมพำอยู่ในใจ
“ดูเหมือนว่านักเรียนที่นี่จะไม่ใช่มนุษย์ปกติ ทันทีที่ฉันเขียนชื่อเล่นลงไป พวกเขาก็ล่วงรู้ทันที... หรือว่าพวกเขาสามารถรับข้อมูลที่ดันเจี้ยนส่งมาให้ได้โดยอัตโนมัติกันนะ”
“ถ้าเป็นเช่นนั้น นักเรียนเหล่านี้ รวมไปถึงครูและบุคลากรคนอื่นๆ ในโรงเรียน ก็อาจจะเป็นเพียงสิ่งที่ดันเจี้ยนสร้างขึ้นมาล้วนๆ”
พวกเขาคือผลผลิตของดันเจี้ยน
ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตในดันเจี้ยน
พวกเขามีรูปลักษณ์เหมือนคนที่มีชีวิต แต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกเขาอาจไม่ได้มีชีวิตอยู่จริงๆ ก็ได้...
“ที่นี่คือสถาบันชิงซานใช่ไหม” ฟ่านเซียวถามต่อ
“คุณสิงโตทะเล คุณ... โอเคไหมคะ” สายตาของเด็กสาวดูแปลกไปขณะที่เธอเอ่ยว่า “ที่นี่ก็ต้องเป็นสถาบันชิงซานแน่นอนอยู่แล้ว ทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะคะ”
“เฮ้อ คุณอาจจะไม่รู้หรอกนะ แต่เมื่อเช้านี้ตอนลุกจากเตียง ฉันบังเอิญหัวไปโขกเข้าจนความจำเสื่อมน่ะ ความทรงจำบางส่วนมันเลยเลือนลางไม่ชัดเจน”
ฟ่านเซียวเริ่มแต่งเรื่องไร้สาระด้วยท่าทางจริงจัง “นั่นคือสาเหตุที่ฉันอยากจะถามคำถามพื้นฐานกับคุณน่ะ”
“เอ่อ... จริงหรือคะ”
เด็กสาวแสดงสีหน้าสงสัยอย่างเห็นได้ชัด
“แน่นอนว่าโกหกน่ะ” ฟ่านเซียวหัวเราะ “แต่ก็ช่วยแกล้งทำเป็นว่ามันคือเรื่องจริงแล้วมาเล่นเกมถามตอบกับฉันหน่อยสิ ยังไงช่วงเวลาพักมันก็น่าเบื่ออยู่แล้วไม่ใช่หรือ”
“ก็ได้ค่ะ”
“ฉันจะถามคำถามที่สามนะ คุณชื่ออะไรหรือ บอกฉันหน่อยคงไม่รังเกียจใช่ไหม”
“ห้องน้ำแข็ง หลิวอี้ ค่ะ”
เด็กสาวจำใจเล่นตามน้ำไปกับเขา
“ดีมาก หลิวอี้” ฟ่านเซียวพยักหน้า “คำถามที่สี่ นอกจากฉันแล้ว ยังมีคนอื่นที่มีชื่อประหลาดๆ ในโรงเรียนนี้อีกไหม”
“ชื่อประหลาดๆ หรือคะ”
“คุณไม่คิดว่าการถูกเรียกว่า สิงโตทะเล มันแปลกหรือไง”
“อืม... มันก็นิดหน่อยค่ะ”
ห้องน้ำแข็ง หลิวอี้ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า “คนที่มีชื่อประหลาดๆ... นอกจากคุณสิงโตทะเลแล้ว ยังมีคนอื่นอีกเก้าคนค่ะ”
“เก้าคนหรือ คุณแน่ใจนะว่าไม่ใช่สิบสามคน”
“น่าจะมีแค่เก้าคนนะคะ ฉันเคยได้ยินมาแค่เก้าคนเท่านั้น”
“ตกลง แล้วอีกเก้าคนที่เหลือนั้นอยู่ห้องไหนบ้างล่ะ”
“พวกเขาอยู่ห้อง...”
ห้องน้ำแข็ง หลิวอี้ ไล่รายชื่อห้องเรียนที่ตรงกับผู้เล่นอีกเก้าคนที่สมัครใจเข้ามาในโลกภายใน
ฟ่านเซียวจดจำข้อมูลเหล่านั้นไว้และเริ่มครุ่นคิดในใจ
“เป็นไปตามที่ฉันคาดไว้จริงๆ บรรดาครูและนักเรียนในสถาบันชิงซานได้รับข้อมูลจากดันเจี้ยน ซึ่งนั่นหมายความว่าพวกเขามีความทรงจำส่วนเกินที่เกี่ยวข้องกับพวกเรา”
“แต่ว่า... มีแค่เก้าคนนอกจากฉัน แล้วผู้เล่นอีกสี่คนที่หายตัวไปในวิลล่าโลกภายนอกล่ะไม่ได้อยู่ในโรงเรียนนี้งั้นหรือ พวกเขาถูกเคลื่อนย้ายไปที่อื่นหรือเปล่า”
ในไม่ช้า ฟ่านเซียวก็ได้ข้อสรุปว่า พื้นที่ในโลกภายในน่าจะมีมากกว่าหนึ่งชั้น
หรืออีกนัยหนึ่ง เมืองลูซากิที่อยู่ภายนอกสถาบันชิงซานก็อาจเป็นพื้นที่ที่ใช้งานได้เช่นกัน และผู้เล่นคนอื่นๆ อาจจะถูกส่งตัวไปข้างนอกโรงเรียน
ซึ่งสถานการณ์จะเป็นอย่างไรนั้นยังคงต้องรอการพิสูจน์
“มีสถานที่ไหนในสถาบันชิงซานที่ต้องระวังเป็นพิเศษไหม” ฟ่านเซียวถามต่อ
“สถานที่ที่ต้องระวังหรือคะ”
ห้องน้ำแข็ง หลิวอี้ นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง สีหน้าของเธอดูแย่ลงเล็กน้อยขณะเอ่ยว่า “ที่นี่... มีนักเรียนหลายคนที่ชอบรังแกคนอื่น ถ้าคุณเจอพวกเขา คุณสิงโตทะเลต้องอย่าไปมีเรื่องกับพวกเขาเด็ดขาดนะคะ พวกเขา... ดุร้ายมากเลยค่ะ”
“พวกนักเลงน่ะหรือ” ฟ่านเซียวถาม
“ทำนองนั้นค่ะ” ห้องน้ำแข็ง หลิวอี้ พยักหน้า “คนพวกนี้เป็นลูกหลานจากครอบครัวที่ร่ำรวย พวกเขาชอบทำ... ทำเรื่องวุ่นวายน่ะค่ะ”
“เข้าใจแล้ว” ฟ่านเซียวเผยยิ้ม “ขอบคุณมากนะที่มาเล่นเกมถามตอบกับฉัน”
“ด้วย... ด้วยความยินดีค่ะ”
น้ำเสียงของห้องน้ำแข็ง หลิวอี้ ยังคงเต็มไปด้วยความประหม่าและขัดเขิน “เอ่อ... ขอบคุณที่คุณคุยกับฉันเหมือนกันนะคะ”
“แค่คุยกันเฉยๆ มีอะไรน่าขอบคุณกันล่ะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฟ่านเซียวก็สังเกตเด็กสาวอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง และข้อสันนิษฐานบางอย่างก็ผุดขึ้นในใจของเขา
ทันใดนั้น เสียงตะโกนก็ดังมาจากประตูหลังห้องเรียน “ลูกพี่ ทางนี้ครับ”
ฟ่านเซียวหันไปมองและเห็นว่าบรรดา เพื่อนร่วมทีม ของเขามาถึงแล้ว
เขายิ้มให้ห้องน้ำแข็ง หลิวอี้ แล้วกล่าวว่า “เพื่อนฉันมาแล้ว ฉันขอตัวไปหาพวกเขาก่อนนะ”
พูดจบเขาก็แกล้งทิ้งเศษกระจกชิ้นหนึ่งลงบนพื้นอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเดินไปที่ประตู
หลังจากออกมาที่โถงทางเดิน ฟ่านเซียวพบว่าไม่ได้มีเพียงชายหัวโล้นและชายมีรอยสักเท่านั้นที่มาถึง
ผู้เล่นหญิงที่พกดาบทาจิพร้อมกับลูกน้องอีกสองคน รวมถึงกวนเหยา ถูซาง เมอร์คิวรี และลั่วห้าว ก็มาถึงเช่นกัน
ผู้เล่นทั้งสิบคนที่สมัครใจเข้าสู่โลกภายในมารวมตัวกันที่โถงทางเดิน
ในฐานะผู้เล่นกินคน ทั้งสามคนจึงถูกผู้อื่นรังเกียจเป็นธรรมดา และอีกเจ็ดคนที่เหลือต่างก็รักษาระยะห่างจากพวกเขาไว้
“พวกนายรวมตัวกันเร็วจริงๆ” ฟ่านเซียวอุทาน
“ในขณะที่นายกำลังจีบเด็กสาวอยู่นั้น พวกเราออกสำรวจไปทีละห้องเรียนแล้วล่ะ”
ชายหัวโล้นกล่าว “เป็นไงบ้างล่ะ นายอุตส่าห์ไปผูกมิตรกับคนที่นี่ ได้ข้อมูลอะไรมาบ้างไหม”
“คนที่นี่เป็นคนจริงๆ หรือแค่ตัวปลอมกันแน่” ชายมีรอยสักเอ่ยถามสมทบ
“อะไรกัน นายเริ่มหิวแล้วหรือไง” ฟ่านเซียวตอบ “อย่าเพิ่งวู่วามสิ รอให้ฉันทดสอบจนแน่ใจว่าไม่มีปัญหาก่อนแล้วจะบอก”
“นายมันบ้าบิ่นเกินไปแล้ว! กล้าดียังไงถึงไปทดสอบเรื่องแบบนั้น” ชายหัวโล้นเตือน “ถึงตอนนี้จะหิวแค่ไหนนายก็ต้องทนไว้ ใครจะไปรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไปแตะต้องพวกนักเรียนหรือครูในโรงเรียนนี้”
“ไม่ต้องห่วง ฉันพอจะเดาเบื้องหลังของดันเจี้ยนนี้ได้บ้างแล้ว” ฟ่านเซียวกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ “ฉันรู้ดีกว่าพวกนายว่าต้องทำอย่างไรถึงจะปลอดภัยที่สุด”
เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะเสริมว่า “อย่างไรก็ตาม บางเรื่องยังต้องรอการพิสูจน์ เมื่อทุกอย่างชัดเจนแล้ว ฉันจะบอกพวกนายเอง”
ก่อนอื่นต้องวางฐานรากให้แน่นเสียก่อน
แล้วการหลอกล่อผู้คนหลังจากนี้ก็จะง่ายขึ้น
“ทำเป็นมีความลับอีกแล้วนะ... ก็ได้”
ชายหัวโล้นกล่าว “พวกเราเพิ่งลองจะออกจากโรงเรียนแต่ก็ล้มเหลว สถาบันชิงซานก็เหมือนกับวิลล่าในโลกภายนอก ดูเหมือนจะมีม่านพลังมิติปิดกั้นโลกภายนอกเอาไว้”
“ออกไปไม่ได้งั้นหรือ...” ฟ่านเซียวกล่าวอย่างใช้ความคิด “มันอาจจะไม่ใช่การปิดกั้นก็ได้ บางทีพื้นที่ในโลกภายในนี้อาจจะมีขนาดใหญ่เท่ากับโรงเรียนเพียงแห่งเดียวเท่านั้น”
“พวกเราก็สงสัยแบบนั้นเหมือนกัน”
ไม่ใช่ชายหัวโล้นที่พูด แต่เป็นกวนเหยาที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก
เธอเอ่ยต่อไปว่า “หากพื้นที่โลกภายในมีขนาดเพียงเท่านี้ พวกเราสงสัยว่าคนทั้งสี่คนที่หายตัวไปในวิลล่าก่อนหน้านี้ก็น่าจะถูกส่งตัวมาที่นี่ด้วยเช่นกัน”
“แน่นอนว่ามันเป็นไปได้ที่โลกภายในอาจจะมีมากกว่าหนึ่งชั้น และพวกเขาอาจจะถูกส่งไปยังพื้นที่อื่น”
“แต่นั่นมันก็เป็นเพียงแค่ข้อสันนิษฐาน ซึ่งเราจำเป็นต้องพิสูจน์ให้ชัดเจน”
“โรงเรียนนี้กว้างขวางมาก”
ผู้เล่นหญิงที่พกดาบทาจิพูดแทรกขึ้นมา “พวกเราต้องแยกกันค้นหาเพื่อดูว่าจะพบผู้เล่นสี่คนที่หายไปหรือไม่”
“ตกลง”
ฟ่านเซียวพยักหน้าโดยไม่คัดค้าน
เขารู้ดีว่าคนทั้งสี่ที่หายไปไม่ได้อยู่ในโรงเรียนแห่งนี้ เพราะเขาได้ถามข้อมูลภายในห้องเรียนมาเรียบร้อยแล้ว
แต่เขาจะไม่บอกเรื่องนี้ออกไป
ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะเห็นคนอื่นทำงานเสียเปล่าเพื่อความสะใจส่วนตัวอะไรแบบนั้นหรอกนะ
โรงเรียนคือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด และความ ปลอดภัย นี้ก็เป็นเรื่องสัมพัทธ์กับสถานที่อื่นๆ หากผู้เล่นคนอื่นเคลื่อนไหวไปรอบโรงเรียน พวกเขาก็อาจจะช่วยทดสอบอันตรายที่ซ่อนอยู่ล่วงหน้าให้แก่เขาได้
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ฟ่านเซียวจึงแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราว
ทว่า มีอีกเรื่องหนึ่งที่เขาไม่ได้ปกปิดไว้ “เอาไว้การตามหาคนค่อยทำหลังเลิกเรียนเถอะ ตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่สี่นาทีก่อนจะเริ่มคาบเรียนถัดไป คงไม่ทันแล้ว อีกอย่าง ฉันมีข้อมูลที่อยากจะแบ่งปันให้พวกนายฟรีๆ ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับเบื้องหลังของดันเจี้ยนนี้”
“ข้อมูลอะไร”
ผู้เล่นหญิงที่พกดาบทาจิหูผึ่งทันที
แม้ว่าชายตรงหน้าจะเป็นผู้เล่นกินคน แต่เธอก็ต้องยอมรับว่าความสามารถของเขานั้นแข็งแกร่งมาก!
“ในการแนะนำเบื้องหลังของดันเจี้ยนมีการระบุว่า สถาบันชิงซานเป็นโรงเรียนมัธยมเอกชนที่มีภูมิหลังลึกซึ้งและมีคณะครูที่เข้มแข็ง ดึงดูดนักเรียนดีเด่นที่มีคะแนนเบี่ยงเบนสูงจากเมืองลูซากิเข้ามาเป็นจำนวนมากในทุกๆ ปี แต่ทว่า...”
ฟ่านเซียวเปลี่ยนน้ำเสียงแล้วกล่าวต่อว่า “บรรยากาศการเรียนรู้ภายในสถาบันชิงซานกลับไม่สามารถพูดได้ว่าเป็นบรรยากาศที่ดีที่สุดในเมืองลูซากิ”
“การแนะนำเบื้องหลังจบลงด้วยคำถามที่ว่า ทำไม ซึ่งนั่นชัดเจนว่าต้องการให้พวกเราเป็นคนหาคำตอบเอาเอง”
“แล้วนายหาคำตอบได้แล้วหรือยัง” กวนเหยาถาม
“คำตอบมันเดาได้ไม่ยากหรอก”
ฟ่านเซียวกล่าว “ภูมิหลังที่ลึกซึ้งและคณะครูที่เข้มแข็งของโรงเรียน ก็เป็นเพียงการสนับสนุนจากกลุ่มทุนจำนวนมากที่อยู่เบื้องหลังเท่านั้น”
“พูดง่ายๆ ก็คือ มีพวกคนรวยหนุนหลังอยู่นั่นแหละ”
“โรงเรียนนี้รับนักเรียนดีเด่นเข้ามาจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกัน ลูกหลานคนรวยที่ไม่เอาถ่านจำนวนมากก็เข้าเรียนที่นี่ผ่านทางประตูหลังเช่นกัน”
“โรงเรียนแห่งนี้ก็เหมือนกับสนามหลังบ้านของพวกเขา เมื่อเทียบกับเหล่านักเรียนที่ประพฤติดีแล้ว คนพวกนี้ป่าเถื่อนกว่ามาก เมื่อมีพวกเขาอยู่ บรรยากาศการเรียนจะไปดีได้อย่างไร”
“นั่นมันก็แค่การคาดเดาของนาย” ผู้เล่นหญิงที่พกดาบทาจิเตือน
“ฉันยืนยันเรื่องนี้จากนักเรียนที่นี่แล้ว”
ฟ่านเซียวตอบกลับไป
“คำตอบนี้... ดูเหมือนจะไม่มีความหมายอะไรกับพวกเรามากนักไม่ใช่หรือ” กวนเหยาเอ่ยถาม
“มันจะมีความหมายหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าพวกนายจะเชื่อมโยงเรื่องราวเข้าด้วยกันอย่างไรต่างหาก”
ฟ่านเซียวเผยรอยยิ้มที่มีเลศนัย
จากภูมิหลังนี้ เขาแทบจะยืนยันได้แล้วว่า ความโกรธแค้น คืออะไร ผู้คนที่เข้าร่วมงานสังสรรค์ในลานบ้านของวิลล่าโลกภายนอกต้องตกนรกก็เพราะความโกรธแค้นของใครบางคน และความแค้นนี้ หากไม่มีอะไรผิดพลาด มันควรจะมาจากการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน
การกลั่นแกล้งในโรงเรียน... ข้อสันนิษฐานนี้สอดคล้องกับบรรยากาศที่ผิดปกติของโรงเรียนพอดี
“คนที่เคยถูกข่มเหงรังแกในโรงเรียน ส่งทุกคนลงนรกในงานเลี้ยงรุ่น... นั่นแหละคือเบื้องหลังของเรื่องทั้งหมด”